Archive for the ‘ความเห็นหลังชม @ Cinema’ Category


เปิดเผยเนื้อหาบางส่วน…

Free Birds

Free Birds

ความเห็นหลังชมอนิเมชั่น Free Birds คงจะเป็นบทความสุดท้ายสำหรับบล็อกแห่งนี้แล้ว เพราะว่าเมื่อเริ่มต้นปี 2014 ผมจะลงรีวิวและความเห็นลงในเว็บไซต์แทน หากใครติดตามอ่านบทความทั้งรีวิวและความเห็นหนังเรื่องต่างๆในบล็อกนี้ ที่มีให้อ่านกันแบบอาทิตย์ต่ออาทิตย์ อ่านรู้เรื่องบ้าง อ่านไม่รู้เรื่องบ้าง ก็โปรดติดตามกันต่อไปในเว็บไซต์แห่งใหม่ด้วยครับ โดยบทความหนังโดนใจประจำปี 2013 ก็จะไปอยู่ในเว็บไซต์เช่นกัน อย่างไรก็ตาม บล็อกนี้ก็ยังไม่ได้หายหน้าไปไหน ยังคงมีไว้เป็นแหล่งข้อมูลหนังสำหรับปี 2011-2013 เช่นเดิมครับ
(เพิ่มเติม…)


เปิดเผยเนื้อหาเล็กน้อย…

Captain Phillips

Captain Phillips

พักหลังๆมานี่มีหนังที่สร้างจากเรื่องจริงหลายเรื่องเหลือเกิน ซึ่งทำออกมาได้ดีบ้างแย่บ้าง สำหรับในปีนี้เรื่องที่ดีอย่างเช่น Rush, American Hustle ส่วนเรื่องที่แย่ก็อย่าง jOBS, Diana เป็นอาทิ ซึ่ง Captain Phillips ก็กลายเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทำได้ดี โดยเฉพาะเมื่อผลงานก่อนหน้าของผู้กำกับพอล กรีนกราสส์ คือ Green Zone ในปี 2010 ทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไร ถึงแม้เนื้อเรื่องจะโอเค แต่ดูแล้วไม่ค่อยสนุก เพราะดำเนินเรื่องช้าและเหมาะแก่การนอนหลับเกินไป การกลับมามือขึ้นอีกครั้งหลังเคยกำกับผลงานเข้าชิงออสการ์ผู้กำกับ (United 93) หรืองานกำกับ 2 ภาคสุดท้ายของเจสัน บอร์น (The Bourne Supremacy, The Bourne Ultimatum) ก็น่าจะทำให้พอล กรีนกราสส์ถึงขั้นเข้าชิงออสการ์ผู้กำกับอีกครั้งได้เลยทีเดียว
(เพิ่มเติม…)


เปิดเผยเนื้อหาบางส่วน…

47 Ronin

47 Ronin

ตัดตัวอย่างเอาไว้ซะอย่างน่าดูสำหรับ 47 Ronin หนังที่ว่าด้วยตำนานโรนินของญี่ปุ่น ซึ่งพอได้ดูจริงๆก็ไม่ถึงกับผิดหวัง เพราะหนังให้กลิ่นอายประเทศญี่ปุ่นพอสมควร แถมยังมีนักแสดงญี่ปุ่นเป็นกลุ่มนักแสดงหลักด้วย แต่ที่ผิดคาดไปนิดก็คือ หนังเน้นเล่าเรื่องมากกว่าขายฉากแอ๊กชั่น ซึ่งเรื่องที่เล่าก็อาจจะเบื่อได้ง่ายๆถ้าไม่สนใจเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นซักเท่าไร ดังนั้น 47 Ronin ก็เลยกลายเป็นหนังเน้นอารมณ์รักๆใคร่ๆของหนุ่มสาวและศักดิ์ศรีซามูไรของประเทศญี่ปุ่น โดยมีฉากแอ๊กชั่นเสริมความสนุกของเรื่อง
(เพิ่มเติม…)


เปิดเผยเนื้อหาเล็กน้อย…

Empire State

Empire State

ชื่อเรื่อง Empire State ชวนให้นึกถึงตึกสูงเอ็มไพร์สเตท แต่เนื้อหาก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด เพราะในหนังเรื่องนี้อ้างอิงจากเหตุการณ์จริงของการปล้นเงินครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา เนื้อหาของหนังถูกเล่าผ่านตัวละครหลักไม่กี่ตัว และพาผู้ชมให้รู้สึกอึดอัดบวกรำคาญ กับความผิดพลาดที่ไม่น่าให้อภัยของตัวละครบางตัว จนดูไปแล้วก็ไม่อยากจะดูต่อ เพราะรู้สึกรำคาญตัวละครตัวนี้เหลือเกิน
(เพิ่มเติม…)


เปิดเผยเนื้อหาเล็กน้อย…

The Hobbit: The Desolation of Smaug

The Hobbit: The Desolation of Smaug

จากที่เคยงมหาแหวนในไตรภาค The Lord of the Ring มาครั้งนี้เปลี่ยนมาแกล้งมังกรกันบ้างในไตรภาค The Hobbit ซึ่งก็เป็นภาคที่สองแล้วสำหรับหนังชุดนี้ และทุกเรื่องทั้งงมแหวนและแกล้งมังกร คอนเซปต์หนังที่มีเวลาฉายยาวนานจนเมื่อยตับยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เรื่องนี้มีเวลาฉายรวมทั้งสิ้น 2 ชั่วโมง 41 นาที น้อยกว่าภาคแรกอยู่ 8 นาที แต่ด้วยเวลาฉายที่น้อยกว่า (ตั้ง 8 นาที) หนังภาคสองกลับสนุกกว่าภาคแรก เพราะเรื่องราวเริ่มยืดเส้นยืดสายมากขึ้น ไม่มัวเดินดุ่มๆจนนั่งหาวหวอดอย่างเช่นในภาคแรก อีกทั้งการจบเรื่องก็ทำให้คิดตามได้ว่า ภาคสามจะต้องสนุกและตื่นเต้นมากกว่านี้แน่
(เพิ่มเติม…)


เปิดเผยเนื้อหาเล็กน้อย…

Frozen

Frozen

Frozen เป็นการขายของเดี่ยวๆของดิสนีย์ เช่นเดียวกับอนิเมชั่น Planes ที่ไม่มีพิกซาร์มาเอี่ยวแต่อย่างใด ซึ่งหลายเรื่องในระยะหลังๆมานี้ โปรเจคขายเดี่ยวของดิสนีย์ทำออกมาได้ดีกว่าโปรเจครวมหัวดิสนีย์-พิกซาร์ซะอีก เช่นปีที่แล้วเรื่อง Wreck-It Ralph ก็ดูดีกว่า Brave เพียงแต่ออสการ์มอบให้ Brave ในขณะที่ปี 2013 อนิเมชั่นรวมหัวดิสนีย์-พิกซาร์ที่ออกฉายเมื่อกลางปีอย่าง Monster University ก็ยังดูสนุกไม่เท่า Frozen แต่ก็ดูสนุกกว่า Planes เพราะฉะนั้นถ้าเป็นเช่นนี้บ่อยๆ ดิสนีย์ก็น่าจะไม่ต้องกังวลใจเรื่องการเสียพิกซาร์ไปแล้วมั้ง เพราะทำขายเองก็ทำได้ดีแล้ว
(เพิ่มเติม…)


ไม่เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ…

Carrie

Carrie

Carrie ภาคต้นฉบับถูกสร้างไว้เมื่อปี 1976 โดยฝีมือของผู้กำกับไบรอัน เดอ พัลมา ได้ ลอเรนซ์ ดี โคเฮ็น เป็นมือเขียนบทภาพยนตร์ โดยนำเนื้อเรื่องมาจากนวนิยายสยองขวัญของสตีเฟ่น คิง และถูกสร้างอีกครั้งเป็นภาพยนตร์ออกฉายทางโทรทัศน์เมื่อปี 2002 โดยเดวิด คาร์สัน ซึ่งยังเทียบความคลาสสิคจากเวอร์ชั่นแรกไม่ได้ ในปี 2013 นี้ก็ถูกนำมาสร้างใหม่อีกครั้ง ซึ่งได้มือเขียนบทคนเดิม ลอเรนซ์ ดี โคเฮ็น พร้อมเพื่อนทีมงานอีกคน นำนวนิยายสยองขวัญของสตีเฟ่น คิง เรื่องเดิมกลับมาปัดฝุ่นเพื่อเล่าใหม่อีกครั้ง โดยได้ผู้กำกับของโปรเจคเป็น คิมเบอร์ลี่ เพียร์ซ ที่ได้ผลงาน Boys Don’t Cry เป็นผลงานที่ดีที่สุดในฝีมือการกำกับ
(เพิ่มเติม…)