Movie Review === Ender’s Game === กลยุทธ์การรบ สยบศัตรู

Posted: พฤศจิกายน 3, 2013 in หนังผจญภัย, หนังแอ๊กชั่น, หนังไซไฟ, Movie Review @ Cinema
ป้ายกำกับ:, , , , , , , ,

เปิดเผยเนื้อหาเล็กน้อย…

Ender's Game

Ender’s Game

จากที่เคยโลดแล่นเป็นเพียงตัวหนังสือของนักเขียนนามว่า ออร์สัน สก๊อต การ์ด ผลงานไซไฟ Ender’s Game ก็ได้กลายเป็นอีกหนึ่งหนังที่น่าสนใจตั้งแต่เผยโฉมมาในตัวอย่างแรก โดยผู้กำกับของโปรเจคคือ เกวิน ฮู้ด จากหนังแอ๊กชั่นฮีโร่ X-Men Origins: Wolverine และผลงานรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม Tsotsi การมากำกับผลงานในครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นครั้งที่ 3 กับการทำหน้าที่ทั้งกำกับและเขียนบทภาพยนตร์ ให้กับผลงานที่มีต้นฉบับมาจากเวอร์ชั่นหนังสือ ซึ่งถือว่าเริ่มต้นได้ไม่เลวเลยทีเดียว

Ender’s Game เล่าเรื่องสงครามกับมนุษย์ต่างดาวที่ต้องใช้ความสามารถของวัยรุ่นในการต่อกร โดยให้เหตุผลว่า สมองของเด็กจะมีความสามารถในการคิดที่ซับซ้อนมากกว่าสมองของผู้ใหญ่ ดังนั้นการได้เด็กมาเป็นผู้นำในการรบ จะทำให้กองทัพมีความแข็งแกร่งและตัดสินใจได้เฉียบขาดกว่าผู้ใหญ่ ด้วยเหตุนี้จึงมีการจัดตั้งโรงเรียนฝึกรบขึ้นภายใต้แรงโน้มถ่วง ดึงความสามารถทางการเล่นเกมของเด็กมาเป็นสิ่งล่อใจให้เด็กใช้สมาธิในการฝึกฝน และจัดกระบวนทัพออกรบในสนามรบจริงๆ

จุดเด่นสุดๆที่ทำให้หนังเรื่องนี้ดูสนุกคือตัวนักแสดงนำ นักแสดงนำหลักของเรื่องคือ เอซ่า บัทเทอร์ฟีลด์ นักแสดงวัยรุ่นที่โด่งดังจากบทนำ อูโก้ คาเบรต์ ในเรื่อง Hugo เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา นอกจากนั้นนักแสดงสมทบที่อยู่รายล้อมเขา ยังมอบการแสดงที่ให้กระตุ้นอารมณ์ได้ดี ไม่ว่าจะเป็น แฮร์ริสัน ฟอร์ด, เบน คิงส์ลีย์, วิโอล่า เดวิส หรือแม้กระทั่ง อบิเกล เบรสลิน ที่ออกเพียงไม่กี่ฉาก รวมทั้งธีมหลักของเรื่องที่ไม่ได้เน้นไปที่ฉากแอ๊กชั่นหวือหวา หรือตื่นเต้นจนตัวลอย ซึ่งอาจมองว่าเป็นจุดอ่อนที่ทำให้เนื้อเรื่องไปไม่ถึงความตื่นเต้นอย่างแท้จริง แต่ก็เป็นจุดแข็งที่ทำให้หนังเปลี่ยนมานำเสนอกลยุทธ์ในการรบ การใช้ปฏิภาณไหวพริบในการแก้ปัญหา และความสามารถในการรับมือกับสภาวะอารมณ์ที่ไม่แน่นอน ในจุดนี้ เอซ่า บัทเทอร์ฟีลด์ ถือว่ามีพัฒนาการทางการแสดงที่น่าชื่นชม แสดงความมั่นคงทางอารมณ์จนทำให้คนดูรู้สึกได้ว่า เขานี่แหละที่จะสามารถเป็นผู้นำกองทัพและเอาชนะศัตรูจากต่างดาวได้

แฮร์ริสัน ฟอร์ด, เบน คิงส์ลีย์ และวิโอล่า เดวิส ก็ให้การแสดงที่โดดเด่นเช่นกัน ฟอร์ดเยี่ยมในการแสดงอารมณ์ของผู้บังคับบัญชา, คิงส์ลีย์ อาจจะไม่เด่นเท่ากับคนอื่น แต่ก็ถือว่าดีกว่าเมื่อครั้งอยู่ใน Iron Man 3 ในขณะที่เดวิส แย่งซีนฟอร์ดแทบทุกซีนที่ปรากฏกันสองต่อสอง

ทางด้านการเล่าเรื่อง หนังเล่าเรื่องได้สนุกและฉับไว แม้ว่าในตอนท้ายจะแตกต่างจากเรื่องราวในหนังสือไปบ้าง แต่ก็ถือว่าคงคอนเซปต์การนำเสนอความฉลาดของตัวละครมาตั้งแต่ต้นได้ ในขณะที่ฉากแอ๊กชั่นแม้จะมาน้อย และตื่นเต้นไม่เท่าไร แต่ก็โชว์ให้เห็นถึงเทคนิคพิเศษที่ตระการตา และคงจะสวยขึ้นไปอีกเมื่อถ่ายทำด้วยระบบ 3 มิติเหมือนกับหนังเรื่องอื่น ส่วนเนื้อหาที่น่าจะนำเสนอให้มากขึ้นอีกนิด คือเรื่องราวการฝึกซ้อมใน Battle School เนื่องจากหนังไม่ได้เล่าเรื่องการแบ่งทีมแต่ละทีมว่ามีทีมอะไรบ้าง ทำให้ฉากการต่อสู้ฉากหนึ่งในหนังที่นำแต่ละทีมมาสู้กัน จึงค่อนข้างงงว่าทีมไหนแข่งกับทีมไหน เพียงแต่นำเสนอให้เห็นไหวพริบในการแก้ปัญหาของตัวละครหลัก โดยในหนังสือได้เล่าถึงทีมเอาไว้หลายทีม แต่ที่เด่นๆจะมีแค่ไม่กี่ทีม ยกตัวอย่างเช่น Salamander Army, Rat Army, Phoenix Army และ Dragon Army เป็นอาทิ

ความตื่นเต้นของหนังถือว่ายังทำได้ไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากอย่างที่บอกไป หนังไม่ได้เน้นฉากแอ๊กชั่นหวือหวา และฉากแอ๊กชั่นที่ใหญ่ที่สุด ก็เป็นเพียงฉากจำลองการรบเสมือนจริง ไม่ได้ไปเฮ้วๆ วิ่งลดไขมันซะเมื่อไร นั่งอยู่กับที่กันหมดทุกคนเลย ดังนั้นฉากแอ๊กชั่นก็เลยค่อนข้างนิ่งและดูบางเบา ผิดกับเรื่องราวที่เข้มข้นเรื่องการวางแผนการรบ และนอกจากหนังจะนำเสนอเทคนิคอันแพรวพราวในการแก้ไขปัญหาของตัวละครนำหลัก ช่วงท้ายๆยังใส่เนื้อหาทางด้านศีลธรรมจรรยาและความเป็นมนุษย์ เพื่อเข้ามาเสริมอารมณ์ดราม่าให้เข้มข้นขึ้นอีกนิด ด้วยการหักมุมเล็กน้อยก่อนจบ

ส่วนสิ่งที่หนังทำได้ดีคือการคงบทสนทนาอันเฉียบคมตามต้นฉบับหนังสือ ซึ่งพอได้ยินในเวอร์ชั่นจอใหญ่ด้วยสีหน้าและอารมณ์ของนักแสดงที่สื่อได้ดี ทำให้คำพูดเหล่านั้นเฉียบคมอย่างที่หนังสือเคยทำได้มาก่อน บทสนทนาอันเฉียบคมจาก Ender’s Game ยกตัวอย่างเช่น

ฉากตอนแรกๆ ให้ความรู้สึกถึงการไม่ยอมแพ้

“I don’t care if I pass your test, I don’t care if I follow your rules. If you can cheat, so can I. I won’t let you beat me unfairly – I’ll beat you unfairly first.”

“เราไม่สนใจว่าจะผ่านบททดสอบของนายหรือไม่ เราไม่สนใจว่าจะทำตามกฏที่นายตั้งไว้หรือเปล่า ถ้านายโกงได้ เราก็โกงได้เหมือนกัน เราจะไม่ปล่อยให้นายรังแกเราอย่างไร้ความยุติธรรม แต่เราจะรังแกนายอย่างไร้ความยุติธรรมก่อน”

ฉากตอนท้ายๆ ให้ความรู้สึกถึงการสงสาร

“In the moment when I truly understand my enemy, understand him well enough to defeat him, then in that very moment I also love him. I think it’s impossible to really understand somebody, what they want, what they believe, and not love them the way they love themselves. And then, in that very moment when I love them…. I destroy them.”

“ในช่วงเวลาที่ผมเข้าใจศัตรูอย่างถ่องแท้ เข้าใจดีพอที่จะทำร้ายเขา ในช่วงเวลานั้นผมก็รู้สึกรักเขาขึ้นมา ผมคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าใจใครซักคนได้อย่างแท้จริง เข้าใจว่าพวกเขาต้องการอะไร เข้าใจว่าพวกเขาเชื่ออะไร และก็ไม่ได้รักพวกเขาอย่างที่พวกเขารักตัวเอง เมื่อถึงเวลานั้น ในเวลาที่ผมรักพวกเขา ผมก็ได้ทำลายพวกเขา”

ฉากไหนก็ไม่รู้ แต่ฟังแล้วโดน

“Sometimes lies were more dependable than the truth.”

“ในบางครั้งคำโกหกก็เป็นสิ่งที่ไว้ใจได้มากกว่าความจริง”

น่าจะเป็นฉากกลางๆเรื่อง ให้กำลังใจในการต่อสู้

“If you try and lose then it isn’t your fault. But if you don’t try and we lose, then it’s all your fault.”

“ถ้าคุณพยายามและพ่ายแพ้ ความผิดนั้นไม่ใช่ของคุณ แต่ถ้าคุณไม่ได้พยายามและพวกเราพ่ายแพ้ นั่นแหละ ความผิดของคุณทั้งหมด”

จะเห็นได้ว่าบทสนทนาทั้งหลายที่มีในเนื้อเรื่อง เป็นบทสนทนาที่เฉียบคมและสร้างกำลังใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่เวอร์ชั่นจอใหญ่ได้ดึงมาใส่ในบทสนทนาแทบจะทั้งหมด เพราะส่วนนี้เป็นจุดเด่นที่มีในเวอร์ชั่นหนังสือ น่าเสียดายที่การปิดเรื่องราวยังไม่สมบูรณ์พอ เพราะถ้าทำได้ดีกว่านี้ หนังก็จะเป็นอีกหนึ่งผลงานไซไฟที่ยอดเยี่ยมทั้งสองเวอร์ชั่น ต่อจากนี้ก็รอความคืบหน้าของหนังภาคต่อไปว่าจะมีหรือไม่ เพราะหนังสือออกมาตั้งหลายเล่ม จะสนุกหรือไม่สนุก รับรองว่าไม่พลาดแน่ๆ…

ระดับคะแนน


.

ตัวอย่างภาพยนตร์ Ender’s Game

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s