Movie Review === The Purge === ชำระบาปหรือก่อบาปกันนะ?

Posted: สิงหาคม 7, 2013 in หนังทริลเลอร์, หนังสยอง, Movie Review @ Cinema
ป้ายกำกับ:, , , ,

เปิดเผยเนื้อหาบางส่วน…

The Purge

The Purge

ไอเดียของเรื่องราวใน The Purge ที่ให้เวลา 12 ชั่วโมงในการทำอะไรก็ได้โดยไม่ผิดกฏหมาย นับว่าเป็นไอเดียที่ดีในการนำมาทำหนังตื่นเต้นเรื่องหนึ่ง ซึ่งไอเดียนี้ก็คงมีคนทั่วไปคิดกันออกอยู่แล้ว ติดตรงที่ยังไม่มีใครหยิบมาทำหนังจอใหญ่ซะที ในเมื่อนักเขียนบทและผู้กำกับอย่าง เจมส์ ดีโมนาโค จับเรื่องราวนี้มานำเสนอเป็นหนังใหญ่ ความน่าสนใจมันก็อยู่ตรงที่ว่า ดีโมนาโคจะทำออกมาได้ดีมั้ย เพราะถ้าดูจากผลงานที่ผ่านมา ดีโมนาโคมักจะเขียนบทหนังแนวตื่นเต้นเขย่าขวัญซะเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งแต่ละเรื่องก็ไม่ค่อยดีนัก ส่วนผลงานการกำกับก่อนหน้าก็มีเพียงเรื่องเดียวคือ Staten Island ที่ได้ผลตอบรับที่ดีบ้างแย่บ้างแล้วแต่คนจะมอง

การนำ The Purge มาทำเป็นผลงานจอใหญ่ครั้งนี้ ดีโมนาโคควบหน้าที่ทั้งเขียนบทและกำกับ โดยได้ทีมอำนวยการสร้างจากหนังสยองอย่าง Paranormal Activity และ Sinister ได้นักแสดงคู่บุญที่ร่วมงานกับดีโมนาโคมาแล้วหลายเรื่องอย่าง อีธาน ฮอว์ค เพิ่มด้วยนักแสดงหญิง ลีน่า ฮีดี้ ที่เพิ่งได้เห็นเธอใน Dredd กับลุคส์ผมสั้นเมื่อปีที่ผ่านมา มาเล่นเป็นภรรยาของฮอว์คในเรื่อง ประกอบกับดาราเด็กอีก 2-3 คน และดาราสมทบอีกนิดหน่อย

เรื่องราวใน The Purge ค่อนข้างหมิ่นเหม่ต่อศีลธรรม คำว่า ‘purge’ ให้ความหมายถึง ‘การชำระบาป’ ประชาชนชาวอเมริกันในเรื่องสามารถชำระบาปได้ 1 ครั้งใน 1 ปี โดยวันที่เลือกให้คนสามารถชำระบาปได้คือวันที่ 21 มีนาคม (ในเรื่องคือวันที่ 21 มีนาคม 2022) ซึ่งตามหลักดาราศาสตร์แล้ว วันนี้ถือว่าเป็นวันอิควินอกซ์ (Equinox) หรือวันราตรีเสมอภาค เป็นวันที่เวลากลางวันเท่ากับเวลากลางคืนพอดี (1 ปีจะมีเพียงแค่ 2 วันเท่านั้นคือ 21 มีนาคมและ 23 กันยายน) การชำระบาปในวันนี้ รัฐบาลให้โอกาสประชาชนในการทำอะไรก็ได้ ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การฆ่าคนที่ไม่สมควรอยู่บนโลกนี้ โดยทุกการกระทำในวันนี้จะไม่ถือว่าเป็นความผิด ทำได้โดยเสรี ไม่ผิดกฏหมาย ไม่ติดคุก อยากทำอะไรก็เชิญ

แต่ไม่ใช่ว่านับเวลาทั้งวันของวันที่ 21 มีนาคม หนังจำกัดความตื่นเต้นให้แคบลงไปอีกขั้น โดยเวลาปลอดความผิดจะมีเพียงแค่ 12 ชั่วโมง เริ่มนับตั้งแต่เวลา 7 p.m. ของวันที่ 21 มีนาคม ไปจนถึงเวลา 7 a.m. ของวันที่ 22 มีนาคม และให้เหตุผลของการชำระบาปในแต่ละปี เพื่อลดการก่ออาชญากรรม, ลดปัญหาการว่างงาน และเพื่อให้เศรษฐกิจเฟื่องฟูขึ้น ซึ่งในช่วงต้นของหนังก็มีการรายงานว่า การชำระบาปนี้ให้ผลเป็นที่น่าพอใจ ปัญหาอาชญากรรมลดลงเรื่อยๆ, การว่างงานลดลงเหลือเพียงแค่ 1% และเศรษฐกิจก็กำลังเติบโต

เรื่องราวในส่วนนี้ออกจะบ้าบอไปซักนิด และเหตุผลที่หนังให้ไว้ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ จะบ้าหรือไง ให้มาฆ่ากันใน 1 วันแล้วจะลดปัญหาการฆ่ากันของทั้งปีลงได้ เว่อร์! การทำแบบนี้น่าจะก่อให้เกิดปัญหาตามมาซะมากกว่า เพราะถ้าเวลา 12 ชั่วโมงหมดลงแล้วยังฆ่ากันไม่เสร็จ อีก 364 วันที่เหลือคนที่เคยจะฆ่ากัน จะมองหน้ากันติดหรือไง? และนี่ก็เป็นความไม่สมเหตุสมผลที่หนังได้ให้รายละเอียดไว้

มาดูกันต่อในเรื่องของความตื่นเต้น The Purge มีฉากสำคัญเพียงแค่บ้านหลังใหญ่ของครอบครัวแซนดิน สมาชิกประกอบไปด้วย เจมส์ (อีธาน ฮอว์ค), แมรี่ (ลีน่า ฮีดี้), โซอี้ (แอดเดเลด เคน) ลูกสาวคนโต และชาร์ลี (แม็กซ์ เบอร์คโฮลเดอร์) ลูกชายคนเล็ก โดยเจมส์เป็นคนสำคัญของเรื่อง และเป็นคนที่น่าจะนำปัญหามาให้กับครอบครัวนี้ เพราะเจมส์เป็นคนคิดระบบรักษาความปลอดภัยในบ้านเพื่อการเก็บตัวให้มิดชิดในคืนชำระบาป บ้านหลายหลังในอเมริกาก็ได้นำระบบของเจมส์ไปใช้ ซึ่งถ้าหนังนำประเด็นของเจมส์มาเล่น โดยให้คนอื่นๆที่เหลือตามฆ่าเจมส์ เพราะแค้นที่ระบบรักษาความปลอดภัยของเจมส์ทำให้เกิดความยุ่งยากในการชำระบาป แต่ประเด็นนี้ไม่ถูกพูดถึงในหนัง หนังนำเรื่องของศีลธรรมมาเป็นประเด็นหลัก สมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวแซนดิน สงสารคนที่วิ่งหนีการตามฆ่าจึงปลดล็อคประตู และให้มาหลบอยู่ในบ้าน ทำให้ความตื่นเต้นมาสุมกันอยู่แค่บ้านหลังเดียว ทั้งเรื่องก็วนเวียนกันอยู่ในนี้ ถ้าจะให้ตื่นเต้นกว่านี้น่าจะไปไล่ล่ากันข้างนอกบ้าง อาจจะเป็นในเมือง ในโรงพยาบาล หรือที่อื่นๆ อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัว

ด้วยการที่สมาชิกคนหนึ่งในบ้านหลังนี้นำปัญหาเข้ามาในบ้าน ก็ทำให้ครอบครัวนี้เกิดปัญหาตามมาเป็นพรวน อย่างแรกคือ คนแปลกหน้าที่รับเข้ามาเป็นคนดีหรือเปล่า, ต่อมาก็คือ มีกลุ่มคนที่ตามล่าคนแปลกหน้ามาชุมนุมกันอยู่ที่หน้าบ้าน และให้ครอบครัวแซนดินส่งคนแปลกหน้าคนนี้ออกมาซะ ประเด็นนี้ค่อนข้างน่ารำคาญ เพราะหนังหลายเรื่องมักจะนำเสนอตัวละครที่ชอบสร้างปัญหาอยู่เสมอ โดย The Purge ก็มีเช่นกัน โดยพยายามทำให้คนดูคิดว่าตัวละครนี้มีศีลธรรม เพราะไม่อยากทำให้คนอื่นเดือดร้อนแต่ตัวเองกลับเดือดร้อนซะเอง

ข้อคิดที่หนังพยายามว่าไว้ คือการทำให้คนดูเห็นว่า “การชำระบาปแบบนี้มันคือวิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้องหรือไม่” ถ้าดูจากในหนังอาจจะดูว่าถูกต้อง ด้วยการรายงานว่าอันนั้นดีขึ้น อันนี้ดีขึ้น งี้งั้น แต่ถ้ามองตามความจริงแล้ว เรื่องนี้ดูจะเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องซะเท่าไร ก็คงต้องคิดกันเอาเองว่า ตกลงแล้วทำแบบนี้มันถูกหรือไม่ถูก

ในเมื่อหนังมีทั้งเรื่องราวที่ไม่ค่อยสมเหตุสมผล, ฉากตื่นเต้นก็อยู่ในที่จำกัด และตัวละครก็น่ารำคาญเล็กๆ ความตื่นเต้นมันอยู่ตรงไหนกัน มันอยู่ตรงที่คนดูได้ลุ้นว่าใครจะตาย-ใครจะไม่ตาย และผลลัพธ์สุดท้ายจะเป็นอย่างไร ซึ่งหนังมีฉากเด็ดฉากหนึ่งที่ลุ้นมากอยู่เหมือนกัน คือฉากต่อสู้ที่โต๊ะพูล ฉากนี้นับว่าตื่นเต้นที่สุดในหนังแล้ว นอกจากนั้นจะเป็นอารมณ์หลอนเล็กๆ เพราะในบ้านไฟดับ ส่วนสิ่งที่ถือว่าตลกที่สุดในหนังคือ การปิดเรื่องในตอนท้าย เพราะทำให้คนดูหัวเราะออกมาได้เลยทันที มันเป็นการจบที่ติงต๊องจริงๆ ถ้ามองในแง่ดีก็คือ ตัวละครมีศีลธรรมที่ดีงาม แต่ถ้าดูภาพรวมแล้ว “อะไรฟะ จบงี้เนี่ยนะ?”

ระดับคะแนน


.

ตัวอย่างภาพยนตร์ The Purge

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s