Movie Review === Monsters University === มิตรภาพคือยาชูกำลัง!

Posted: สิงหาคม 5, 2013 in หนังตลก, หนังผจญภัย, หนังอนิเมชั่น, Movie Review @ Cinema
ป้ายกำกับ:, , , ,

ไม่เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ…

Monsters University

Monsters University

ดิสนีย์-พิกซาร์ ได้นำเรื่องราวที่เคยสร้างความสนุกและเสียงหัวเราะใน Monsters, Inc. เมื่อปี 2001 กลับมาเล่าย้อนอดีตอีกครั้ง โดยกล่าวย้อนไปตั้งแต่เหล่ามอนสเตอร์ยังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย พบเจอเพื่อนใหม่ เข้ากลุ่มสังสรรค์ แก่งแย่งชิงดี และปัญหาอีกสารพัน ความสนุกสนานใน Monsters University คือการได้เห็นตัวละครแปลกๆ สีสันสดใส ที่แต่ละตัวก็มีมุขตลกแตกต่างกันไป รวมทั้งความเป็น 3 มิติของหนัง ก็ทำให้ความโดดเด่นทางด้านภาพที่มีมากอยู่แล้ว ดูล้ำลึกเพิ่มเข้าไปอีกขั้น แม้จะไม่มีฉากพุ่งทะลุเบ้าตา แต่ด้วยภาพที่มีมิติเล่นระดับชั้น ก็ทำให้ Monsters University ตอบโจทย์ในเรื่องความสนุกสนานได้มากกว่า Monsters, Inc. เมื่อครั้งอดีต

ภาพยนตร์อนิเมชั่น Monsters University กล่าวถึง ไมค์ วาซาวสกี้ และเจมส์ พี ซัลลิแวน ที่เราได้เห็นใน Monsters, Inc. ว่าเป็นคู่ที่แยกขาดจากกันไม่ได้ แต่ก่อนที่จะมารักกันขนาดนี้ ความแตกต่างกันของทั้งคู่ ก็ทำให้พวกเขาทะเลาะกันเสมอ ดังนั้นเรื่องราวในหนังภาคใหม่ คือการพาคนดูเข้าไปเห็นการเอาชนะความแตกต่างระหว่าง ‘ไมค์’ และ ‘ซัลลี่’ จนในที่สุดก็กลายเป็นเพื่อนที่รักกัน

Monsters, Inc. มีตัวละครเด่น 2 ตัว คือ ไมค์ วาซาวสกี้ และเจมส์ พี ซัลลิแวน ทั้งคู่ทำงานในบริษัทรับจ้างหลอน โดยมีหน้าที่ในการเก็บ ‘พลังความกลัว’ ของเด็กๆลงกระปุก แต่ครั้งหนึ่งหลังจากที่ซัลลี่กลับมาจากภารกิจหลอกเด็ก เด็กสาวอายุ 2 ขวบชื่อว่า ‘บู’ ก็ตามซัลลี่เข้ามาในโลกของมอนสเตอร์ด้วย ทำให้ไมค์และซัลลี่ต้องหาทางส่งเด็กน้อยคนนี้กลับบ้าน ก่อนที่มอนสเตอร์ทั้งหลายจะล่วงรู้

Monsters University กล่าวย้อนกลับไปตั้งแต่ไมค์ยังเป็นเด็ก ผู้มีความฝันที่อยากจะเป็น ‘นักเขย่าขวัญ’ ตั้งแต่ได้เห็นการทำงานในบริษัทรับจ้างหลอนของรุ่นพี่ ไมค์จึงมุมานะตั้งแต่เป็นต้นมา เริ่มด้วยการเข้าเรียนใน ‘มหาลัยมอนสเตอร์’ สถานที่ที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น การได้พบกับเพื่อนฝูงต่างๆมากมาย ได้เข้าร่วมการแข่งขันเขย่าขวัญ จนท้ายที่สุดได้กลายมาเป็นเพื่อนรักกับซัลลี่

เรื่องราวใน Monsters, Inc. ให้ความสำคัญกับตัวละครซัลลี่มากกว่าไมค์ จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่มีการนำเรื่องราวนี้มาเล่าใหม่ใน Monsters University โดยเปลี่ยนมาให้ความสำคัญกับตัวละครไมค์ พร้อมกับใส่รายละเอียดที่น่าสนใจเข้าไปเพิ่มเติม ความสมเหตุสมผลของเรื่องราวทั้ง 2 ภาค ถือว่าเขียนออกมาได้ลื่นไหลและมีความต่อเนื่องกันเป็นอย่างดี แต่ว่าการนำความสัมพันธ์ของตัวละครหลักมากล่าวเพิ่มเติมในภาคต่อ ยังให้รายละเอียดในมุมที่ไม่ลึกพอ ความประทับใจที่เกิดขึ้นในหนังเรื่องนี้ จึงไปตกอยู่กับความสวยงามของภาพ และความตลกของแต่ละตัวละคร ไม่ได้เกิดขึ้นจากสิ่งที่หนังจะนำเสนอจริงๆ ซึ่งก็คือ ‘มิตรภาพระหว่างเพื่อน’ ทำให้ความลุ่มลึกของ Monsters University ยังดูไม่เข้มแข็งเทียบเท่ากับรุ่นพี่อย่าง Wall-E, Up หรือ Toy Story 3

ในส่วนของตัวละคร มีหลายตัวที่มีอยู่ใน Monsters, Inc. ไม่ว่าจะเป็น แรนดี้ หรือแรนดอล บ็อกส์ เจ้ากิ้งก่าหายตัวได้, รอซ ป้าแก่ใส่แว่น หัวหน้าแห่งหน่วยปกป้องเด็ก (Child Detection Agency: CDA) และสโนวแมน ที่ปรากฏตัวเพียงชั่วครู่ ทางด้านของตัวละครที่เพิ่มเติมเข้ามา โดดเด่นที่สุดคือ ดีน ฮาร์ดสแครบเบิ้ล อธิการบดีของมหาวิทยาลัย เจ้าของขายุบยั่บและปีกทรงพลัง ความโดดเด่นนี้ต้องขอบคุณการพากย์เสียงของ เฮเลน เมอร์เรน ที่ให้เสียงที่ดูน่าขนลุกเหมาะกับภาพลักษณ์ของตัวละครมาก ส่วนตัวละครอื่นๆจะมีบทบาทสำคัญในระหว่างการแข่งขันเขย่าขวัญ

ส่วนแง่คิดคติสอนใจที่หนังมอบให้กับคนดู คือการเข้าใจความหมายของคำว่า ‘มิตรภาพคือยาชูกำลัง’ หนังเล่าความสัมพันธ์ของตัวละคร ไมค์และซัลลี่ ตั้งแต่การพบเจอกันครั้งแรกในห้องนอนของไมค์, เริ่มบาดหมางกันจากการแก่งแย่งเพื่อเข้าสู่คณะเขย่าขวัญ, ตามมาด้วยการเข้าร่วมแข่งขันเขย่าขวัญในทีมเดียวกัน, จนทั้งคู่ทำลายความบาดหมางระหว่างกันและกลายเป็นเพื่อนกันในท้ายที่สุด แง่คิดในส่วนนี้ พิกซาร์ได้พยายามให้ความลุ่มลึกในแง่มุมเดียวกับที่เคยทำได้สำเร็จมาก่อนหน้า แต่น่าเสียดายที่ความสนุกสนานได้เข้ามา ‘กลบ’ ความเข้มข้นส่วนนี้ไปซะเกือบหมด จึงทำให้ Monsters University โดดเด่นในด้านความบันเทิงและขาดความคมคายในส่วนของแง่คิดไป

แม้จะดูมีข้อติอยู่บ้าง แต่สิ่งที่ Monsters University มอบให้กับคนดู คือความบันเทิงที่เต็มอิ่ม สิ่งหนึ่งจากหลายสิ่งที่พิกซาร์ทำได้ดี คือความพิถีพิถันในการทำงาน แม้จะมีจุดอ่อนในอย่างหนึ่ง แต่ก็จะมีจุดเด่นในอีกอย่างหนึ่งเสมอ ยกตัวอย่างหนังอนิเมชั่น Cars และ Cars 2 ของพิกซาร์ ที่มีจุดอ่อนในเนื้อเรื่อง แต่ต้องยอมรับว่า พิกซาร์ไม่ได้ลดความโดดเด่นของงานทางด้านภาพลงเลย นอกจากนั้นแล้ว การได้ดูอนิเมชั่นดิสนีย์-พิกซาร์ในแต่ละครั้ง เราก็จะได้เห็นการ์ตูนสั้นก่อนหนังฉายเสมอ จนบางครั้งการ์ตูนสั้นดูดีกว่าหนังเต็มเรื่องซะอีก สำหรับการ์ตูนสั้นก่อนฉาย Monsters University ใช้ชื่อว่า The Blue Umbrella กล่าวถึง ร่มสีฟ้าที่เอาชนะอุปสรรคในการได้เจอกับร่มสีแดง แนวคิดในเรื่องนี้ถือว่าดีมาก การ์ตูนสั้นนี้เป็นจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งที่พิกซาร์มอบให้กับคนดูเสมอ

ในท้ายที่สุด Monsters University ก็ยังไม่ใช่ผลงานที่ทำให้พิกซาร์กลับมายิ่งใหญ่ได้อย่าง Toy Story 3 เนื่องจากสาเหตุบางประการที่ได้กล่าวไว้ น่าสงสัยว่าหลังจากนี้พิกซาร์จะมีผลงานที่ทำให้สตูดิโอกลับมาโดดเด่นอีกครั้งได้หรือไม่ เพราะในระยะหลังคู่แข่งเจ้าอื่นเริ่มตีตื้นขึ้นมาหลายเจ้าแล้ว (โดยเฉพาะดรีมเวิร์คส์) สำหรับ Monsters University ในครั้งนี้ ทำให้เกิดข้อคิดว่า “การจะมาดูหนังซักเรื่องหนึ่งในปัจจุบัน อาจไม่ได้ต้องการแง่คิดอะไรมากมาย เพียงแค่หนังมอบความบันเทิงที่เต็มอิ่ม ก็ถือว่าตอบโจทย์ความต้องการของคนดูได้ในระดับหนึ่งแล้ว”

ปล. อย่าลืมดูฉากเล็กๆท้ายเครดิตยาวของหนังด้วยครับ รับรองว่าได้ฮาส่งท้ายก่อนกลับบ้านแน่นอน!

ระดับคะแนน


.

ตัวอย่างภาพยนตร์ Monsters University

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s