ความเห็นหลังชม +–+[[ Epic ]]+–+ ธรรมชาติคือส่วนหนึ่งของเรา!

Posted: พฤษภาคม 22, 2013 in ความเห็นหลังชม @ Cinema, หนังผจญภัย, หนังอนิเมชั่น
ป้ายกำกับ:, , , , , , , , , ,

ไม่เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ…

Epic

Epic

ปีนี้ดูท่าว่าอนิเมชั่นจากค่ายฟ็อกซ์จะมาแรงเหลือเกินและมาทีเดียวหลายเรื่องอีกต่างหาก ถ้าสังเกตดีๆ ผู้สร้างอนิเมชั่นแต่ละเรื่องของฟ็อกซ์ในปีนี้มาจากค่ายดรีมเวิร์คส์แทบทุกเรื่อง นั่นก็เพราะสัญญาการจัดจำหน่ายที่ดรีมเวิร์คส์เคยทำไว้กับพาราเมาท์ได้หมดลงแล้ว โดยอนิเมชั่นเรื่องหลังสุดที่ดรีมเวิร์คส์ให้พาราเมาท์จัดจำหน่ายได้แก่ Rise of the Guardians ปลายปีที่แล้ว และเมื่อเริ่มปี 2013 เป็นต้นมา ฟ็อกซ์ก็เริ่มจัดจำหน่ายอนิเมชั่นให้กับดรีมเวิร์คส์ทันที เริ่มจากอนิเมชั่นเรื่อง The Croods ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ต่อด้วย Turbo ที่จะมาในเดือนกรกฎาคม หลังจากนั้นฟ็อกซ์มีสัญญาจัดจำหน่ายให้กับอนิเมชั่นจากดรีมเวิร์คส์ต่อไปอีก 5 ปี โดยมีแผนการสร้างอนิเมชั่นแล้วกว่า 10 เรื่อง ออกฉายประมาณปีละ 3 เรื่องเป็นอย่างน้อย และนอกจากนั้น ฟ็อกซ์ก็ยังมีแผนกอนิเมชั่นของตัวเอง ในนามของ บลูสกายสตูดิโอส์ ซึ่งผลงานที่เคยทำก็อย่างเช่น Ice Age ทั้ง 4 ภาค, Robots, Horton Hears a Who!, Rio และล่าสุด Epic

จากอนิเมชั่น 3 เรื่องที่ฟ็อกซ์มีอยู่ในมือปีนี้ Epic ดูจะเป็นผลงานเรือธงประจำปีที่ฟ็อกซ์ให้ความหวังไว้มากอย่างเดียวกับ Turbo โดยมี The Croods เป็นตัวทำรายได้เพิ่มเติม ซึ่งหลังจาก The Croods ออกฉายมานานกว่า 2 เดือน ก็กวาดรายได้ข้ามผ่านทุนสร้างไปเรียบร้อยแล้ว และแน่นอนว่า Epic และ Turbo น่าจะทำได้มากกว่าที่ The Croods ทำได้ ในส่วนนี้ต้องมาดูกันอีกทีเมื่อผลลัพธ์ท้ายสุดออกมา

Epic เป็นผลงานการกำกับของคริส เวดจ์ มือกำกับอนิเมชั่นให้กับฟ็อกซ์มาตั้งแต่ต้น เริ่มตั้งแต่การเปิดตำนาน Ice Age ในปี 2002 ก่อนจะกลายไปเป็นผู้อำนวยการสร้างให้กับภาคต่อทั้ง 3 ภาคที่เหลือ ซึ่งได้แก่ Ice Age: The Meltdown, Ice Age: Dawn of the Dinosaurs และ Ice Age: Continental Drift ในระหว่างนั้นก็ไปอำนวยการสร้างให้กับอนิเมชั่นเรื่องอื่นๆของฟ็อกซ์อย่าง Horton Hears a Who! และ Rio ส่วนงานกำกับก็มี Robots นอกจากนั้น หลายคนอาจจะยังไม่ทราบ คริส เวดจ์ ยังเป็นคนให้เสียงพากย์ตัวละคร สแครท หรือกระรอกเขี้ยวยาวที่ชอบถือลูกโอ๊ค เรียกได้ว่าล้มลุกคลุกคลานกับค่ายฟ็อกซ์มานานมากเลยทีเดียว

นอกจากผู้กำกับคริส เวดจ์ที่ผ่านงานอนิเมชั่นมามากมายแล้ว ผู้ให้เสียงพากย์ตัวละครในเรื่องก็ได้นักแสดงชื่อดังหลายคนมาร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็น โคลิน ฟาร์เรลล์, บียอนเซ่ โนวส์, อแมนด้า ไซย์ฟริด, จอช ฮัทเชอร์สัน, คริสตอฟท์ วอลซ์, เจสัน ซูเดคิส และอีกเพียบ นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ Epic มีความยิ่งใหญ่ในตัวของมันเอง เหนือไปกว่านั้นคือเรื่องราวการรักษาสิ่งแวดล้อมที่หนังนำเสนอได้อย่างน่าสนใจ

Epic นำเสนอเรื่องราวการรักษาสิ่งแวดล้อม ผ่านเรื่องราวการต่อสู้ระหว่างฝ่ายดีและฝ่ายชั่ว โดยฝ่ายดีคือเหล่ามนุษย์ใบไม้ที่ปกป้องรักษาป่าเพื่อความอยู่รอดของสิ่งมีชีวิตทั้งมวล ในขณะที่ฝ่ายร้ายได้แก่ชาวบ็อกแกน ศัตรูเบอร์หนึ่งของมนุษย์ใบไม้ ที่หมายจะทำลายธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์

การดำเนินเรื่องของอนิเมชั่นเรื่องนี้คล้ายคลึงกับอนิเมชั่นเรื่องอื่นๆของฟ็อกซ์ คือไม่ได้กล่าวรายละเอียดของแต่ละตัวละครมากมายนัก จุดประสงค์หลักก็คือการทำให้คนดูได้เห็นความสวยงามของฉากต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ต้นไม้, ลำธาร และสิ่งมีชีวิตนานาประเภท ซึ่งความสวยงามในส่วนนี้ ทำออกมาได้ยอดเยี่ยม และเมื่อนำเสนอด้วยระบบ 3 มิติ ก็มีบางฉากที่โดดเด่นขึ้นมา แต่น่าเสียดายที่มีไม่กี่ฉากเท่านั้น

ในขณะที่เรื่องราวที่ถึงแม้จะอบอวลไปด้วยอารมณ์รักษ์สิ่งแวดล้อม แต่ก็ไม่ได้จูงใจหรือเน้นย้ำการรักษาสิ่งแวดล้อมมากนัก การดำเนินเรื่องหลัก จึงไปอยู่กับการต่อสู้ระหว่างฝ่ายดีและฝ่ายชั่ว ที่สนุกพอประมาณ ตื่นเต้นในบางฉาก ซึ่งโดยรวมแล้วถือว่าทำได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ถ้าเพิ่มระดับความตื่นเต้น หรือลงลึกเรื่องราวอะไรที่มากกว่านี้ ก็คงจะดีไม่น้อย

ส่วนทางด้านของเสียงพากย์ น่าเสียดายที่ผมได้ดูรอบพากย์ไทย อารมณ์ของตัวละครในบางส่วนจึงอาจมีขาดตกบกพร่องบ้าง เนื่องมาจากการถ่ายทอดเสียงที่อาจจะยังไม่สื่ออารมณ์ได้ตรงตามต้นฉบับมากนัก ในจุดนี้ตัวละครที่ผมคิดว่าพากย์ไทยออกมาได้มีสีสัน ได้แก่ ตัวละครมับและกรั๊บ ตัวสลั๊กและหอยทากคู่หู ที่ในเวอร์ชั่นต้นฉบับได้ อาซิส แอนซารี่ และคริส โอ’ดาวด์ มาเป็นผู้ให้เสียง ส่วนเวอร์ชั่นไทย ได้สองดีเจฝีปากเก่ง ดีเจบุ๊คโกะ และดีเจนุ้ยผมทอง มาสร้างสีสัน ซึ่งพอได้ดูแล้วเรียกได้ว่าอาจจะมีสีสันกว่าเวอร์ชั่นต้นฉบับด้วยซ้ำ อันนี้ผมคิดเอาเอง

ในส่วนผลงานทางด้านภาพ Epic นำเสนอความสวยงามทางธรรมชาติได้อย่างน่าสนใจ เล่าเรื่องสอดคล้องไปกับเรื่องราวการอนุรักษ์ธรรมชาติ เพิ่มความตื่นเต้นเล็กๆในส่วนของฉากแอ๊กชั่นที่ใส่เข้ามาพอหอมปากหอมคอ นับจากนี้ไป ความน่าสนใจจะอยู่ที่ผลงานภาคต่อ เพราะถ้าถูกสร้างขึ้นมาจริงๆ ผมคิดว่าความสนุกจะต้องเพิ่มเป็นเท่าตัว เนื่องจากไม่ต้องมัวเล่ารายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆแล้ว

สุดท้ายนี้ สิ่งที่ Epic ได้ฝากไว้ให้กับคนดูก็คือ แม้เรื่องราวในหนังจะจบลงด้วยความแฮปปี้เอนดิ้ง คือธรรมชาติได้รับการดูแลอย่างดี ส่วนผู้ที่ทำลายธรรมชาติก็ถูกกำจัดไปหมดสิ้น แต่ในความเป็นจริงก็คงจะเป็นอย่างนั้นได้ยาก เพราะการอนุรักษ์ธรรมชาติมีจุดประสงค์เพื่อให้สิ่งมีชีวิตทั้งหลายอยู่ในโลกนี้ด้วยความสุข แต่รู้สึกว่าในปัจจุบันนี้เราจะจมปลักอยู่แต่กับความทุกข์ ด้วยการตัดไม้ทำลายป่า ฆ่าสัตว์ป่าเพื่อหวังผลประโยชน์ และอะไรอีกหลายอย่างที่ตักตวงจากธรรมชาติ โดยที่ไม่รอให้ธรรมชาติพักฟื้น

ดังนั้นเราคงต้องเลือกแล้วล่ะว่า เราอยากจะอยู่ในโลกนี้ด้วยความสุขเหมือนกับตัวละครใน Epic หรืออยากจะมีแต่ความทุกข์ มีแต่ความลำบากอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน จำไว้เสมอว่า เราเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ และธรรมชาติก็เป็นส่วนหนึ่งของเรา เราอยู่โดยที่ไม่มีธรรมชาติไม่ได้…

ระดับคะแนน


.

ตัวอย่างภาพยนตร์ Epic

ความเห็น
  1. Mee Dark พูดว่า:

    Epic เป็นผลงานของ Blue Sky Studio ครับ ไม่ใช่ Dreamworks

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s