Movie Review === Star Trek Into Darkness === เมื่อชีวิตต้องเลือกทางเดิน

Posted: พฤษภาคม 11, 2013 in หนังแอ๊กชั่น, หนังไซไฟ, Movie Review @ Cinema
ป้ายกำกับ:, , , , ,

เปิดเผยเนื้อหาเล็กน้อย แต่ไม่เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ…

Star Trek Into Darkness

Star Trek Into Darkness

ทั้งๆที่เคยวางแผนว่าหนังเรื่องนี้จะดูระบบ 4DX แท้ๆ แต่พอเข้าฉายจริงๆ ก็ทนไม่ได้ที่จะต้องรอกว่าสัปดาห์ เพื่อจะดู 4DX ซึ่งจะเข้าฉาย 16 พ.ค. อีกอย่างก็คือ แกลบจะกลายเป็นอาหารหลักแล้ว ถ้าลดค่าดูหนังได้ ก็ต้องลดล่ะ จึงเลือกดู Digital 3D เท่านั้น สำหรับการเลือกดูในระบบ 3 มิติต้องถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี หนังทำภาพ 3 มิติออกมาได้สวยงาม พูดง่ายๆ สวยกว่า Iron Man 3 ที่เพิ่งไปดูมา และถ้าได้ดูในภาพจอกว้าง IMAX รับรองว่าจะต้องตื่นเต้นกว่าเดิม เนื่องจากภาพในหลายๆฉาก (ยกตัวอย่าง ฉากแรกของเรื่องที่ดาวนิบิรู) จะขยายออกมากกว่าดูในโรงธรรมดา อย่างเดียวกับ Oblivion ที่ขยายภาพขอบจอให้กว้างขึ้น ดังนั้นถ้าเลือกได้ ไปดู IMAX จะยิ่งใหญ่มากขึ้น ส่วนผมที่ดูแค่ Digital 3D ใจหนึ่งก็คิดว่าเลือกถูกแล้ว เพราะจะได้ไม่ต้องกินแกลบ แต่อีกใจก็เสียดาย เพราะหนังทำฉากแอ๊กชั่นออกมาได้สนุกมากๆ ถ้าได้ระบบเก้าอี้สั่น และเอฟเฟกต์อื่นๆ จากระบบ 4DX มาเสริม รับรองว่าฟินไปหลายตลบ!

จากที่ดู Star Trek ภาคแรกของผู้กำกับเจเจ อับรามส์ ผมยอมรับในฝีมือที่นำของเก่ากลับมาเล่าใหม่ได้อย่างมีสีสัน แต่ก็คิดว่าทำได้ดีแค่ภาคเดียว ส่วนภาคต่อๆมาอาจจะด้อยลง แต่ความเป็นจริงแล้วกลับตรงกันข้าม เพราะภาคต่อทำได้สมบูรณ์กว่าภาคแรกพอสมควร มีการเล่าเรื่องที่ต่อเนื่องจากภาคแรกอย่างลื่นไหล เสริมความเข้มข้นของเนื้อเรื่องเข้าไป เพิ่มบทสนทนาที่เฉียบคม และเพิ่มฉากแอ๊กชั่นมันส์หยด ทำให้ Star Trek Into Darkness ดูสนุก แฝงแง่คิด และสร้างความประทับใจให้กับคนดู

จุดโดดเด่นที่สุดของเรื่อง คือการใส่ตัวละคร ข่าน (ชื่อเต็มๆคือ ข่าน นูเนี่ยน ซิงห์) ที่ถือว่าเป็นวายร้ายอัจฉริยะระดับปรมาจารย์ของแฟรนไชส์สตาร์เทร็ค ตัวละครนี้เริ่มครั้งแรกในซีรีย์ฉายทางทีวี Star Trek ตั้งแต่ปี 1966 ถึง 1969 ตามมาด้วยหนังจอใหญ่ที่กล่าวถึงข่านแบบเต็มๆ Star Trek: The Wrath of Khan ซึ่งจากภาคนี้ ถือว่าเป็นหนึ่งในต้นแบบของ Star Trek Into Darkness เพราะมีเรื่องราวที่ลึกลับ มืดมน และเข้มข้น เหมือนกับในภาคใหม่ที่เข้าฉายนี้

การที่ได้นักแสดงอย่าง เบเนดิคต์ คัมเบอร์แบทช์ มารับบท ข่าน ถือว่าเป็นจุดเด่นอีกอย่างหนึ่ง คัมเบอร์แบทช์ตีบทแตกกระจุย แสดงออกทั้งสีหน้า แววตา ทำให้คนดูเชื่อว่า ข่านเป็นยอดอัจฉริยะที่มีโครงสร้างดีเอ็นเอชั้นสูง ต่อกรกับตัวละครเดิมอย่าง กัปตันเคิร์ก และสป็อคได้อย่างถึงลูกถึงคน คัมเบอร์แบทช์พัฒนาฝีมือการแสดงขึ้นเรื่อยๆ นับจากความโดดเด่นในซีรีย์ทีวีเรื่อง Sherlock ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงลูกโลกทองคำเพียงคนเดียวจากนักแสดงทั้งหมด ความจริงเขามีผลงานแสดงก่อนหน้านี้มาหลายเรื่อง แต่คนดูเริ่มรู้จักเขาอย่างจริงๆจังๆ จากการเล่นหนังเยี่ยมๆหลายเรื่องติดกัน ไม่ว่าจะเป็น Atonement, Tinker Tailor Soldier Spy, War Horse ก่อนที่จะมาขึ้นชื่อวายร้ายหลักใน The Hobbit: An Unexpected Journey ในบทมังกรสม็อก ซึ่งจะได้เห็นเต็มๆในภาคต่อ The Hobbit: The Desolation of Smaug ปลายปีนี้

นอกจากเบเนดิคต์ คัมเบอร์แบทช์จะเข้ามารับบทวายร้าย ข่าน เพื่อสร้างสีสันให้กับหนังแล้ว นักแสดงที่รับบทเดิมๆอย่าง คริส ไพน์ ในบท กัปตันเคิร์ก และแซ็คคารี่ ควินโต ในบท สป็อค ยังพัฒนาฝีมือการแสดงให้เทียบชั้นกับตัวร้ายใหม่ได้อย่างสมศักดิ์ศรี ถึงตัวร้ายจะอัจฉริยะจนยากจะต่อกรขนาดไหน แต่ทั้งกัปตันเคิร์ก และสป็อค ต่างก็รับมือข่านได้อย่างอยู่มัดจริงๆ นอกจากนี้ตัวละครเดิมๆก็กลับมากันหลายคน ส่วนตัวละครใหม่ๆ ก็ถูกใส่เข้ามาเพื่อสร้างความเข้มข้น เช่นตัวละคร ดร.แครอล มาร์คัส ซึ่งเป็นตัวละครหนึ่งที่มีความสำคัญของหนัง ในส่วนนี้ การเฉลี่ยบทให้กับแต่ละตัวละคร เป็นสิ่งที่ทำให้เรื่องราวมีความลื่นไหล ไม่โดดไปโดดมาจนจับต้นชนปลายไม่ถูก

พล็อตเรื่องของ Star Trek Into Darkness พัฒนาไปอีกขั้นจากภาคแรก ถ้าจะให้เล่าการเดินทางไปในอวกาศอย่างธรรมดาๆ ก็ไม่ต้องเล่าซะดีกว่า เพราะมันก็เหมือนกับการเอาภาคแรกมาฉายซ้ำ ดังนั้นเนื้อหาในภาคนี้ จึงเสริมความเข้มข้น ด้วยการจุดประกายสงครามระหว่างดวงดาว เริ่มต้นจากฝีมือของตัวร้ายอัจฉริยะ ที่แอบแฝงเข้ามาเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง กัปตันเคิร์ก, สป็อค และลูกเรือของยานเอนเตอร์ไพรซ์ทั้งหมด ได้เผชิญหน้ากับการเสียสละครั้งใหม่ ที่ต้องเลือกระหว่างตัวเองคนเดียว หรือทุกคนบนยาน

หนังโฟกัสไปที่เรื่องราวความเสียสละ เริ่มตั้งแต่ฉากแรกของเรื่อง ที่สป็อคยอมสละชีวิต เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์บนดาวนิบิรู และลูกเรือยานเอนเตอร์ไพรซ์ ไปจนถึงฉากสุดท้ายของเรื่อง ที่กัปตันเคิร์กยอมเสี่ยงชีวิต จัดการกับแกนวาร์ปที่แผ่รังสี เพื่อให้ลูกเรือบนยานทั้งหมดรอดชีวิต ในส่วนนี้รายละเอียดกล่าวไว้ได้อย่างเข้มข้น และถือว่าเป็นส่วนที่ให้แง่คิดดีๆกับผู้ชม

ส่วนสุดท้ายที่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญ ที่ทำให้หนังดูสนุก ตื่นเต้น และประทับใจ คือบทสนทนาที่เฉียบคม แม้ว่าจะทำให้นักแสดงต้องพูดอย่างรวดเร็วจนแทบหายใจไม่ทัน และคนดูก็ฟังหรืออ่านซับไม่ทัน แต่การที่บทสนทนาถูกล่าวออกมาอย่างรวดเร็ว ก็เข้ากันได้ดีกับสถานการณ์ของเรื่องที่ดำเนินไปอย่างฉับไว และหลายคำพูดที่กล่าวออกมา ก็เป็นสิ่งเตือนใจให้คนดูได้คิด

สป็อคเป็นตัวละครที่ยึดมั่นในกฏระเบียบสุดๆ ในระหว่างที่กัปตันเคิร์กถือกฏเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจ แต่ไม่ใช่ทั้งหมดที่จะใช้ในการปฏิบัติ บางครั้งชีวิตก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเลือก ระหว่าง “ความถูกต้อง” และ “ศีลธรรม” ในบางสถานการณ์ “ความถูกต้อง” อาจไม่ใช่ทางเลือกสุดท้าย เพราะหากต้องแลกด้วยชีวิต ก็คงจะเรียกการกระทำนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องไม่ได้

นับว่าบทสนทนาในเรื่องสร้างความคิดต่อยอดให้กับคนดูได้มากมาย การเลือกไปดูหนังในปัจจุบัน เหตุผลหลักก็เพื่อความบันเทิง แต่ถ้าหนังให้อะไรมากกว่าแค่ความบันเทิง ก็ถือว่าเป็นโบนัสที่คนดูได้รับ Star Trek Into Darkness ถือว่าเป็นหนึ่งในหนังที่เพิ่มโบนัสให้กับคนดู ให้ทั้งความบันเทิง แฝงแง่คิดดีๆ และสร้างความประทับใจ รับรองว่าตลอดเวลา 2 ชั่วโมงกว่าในการเลือกดูหนังเรื่องนี้ ต้องเป็นตัวเลือกที่ “ใช่” สำหรับคุณแน่นอน

ระดับคะแนน


.

ตัวอย่างภาพยนตร์ Star Trek Into Darkness

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s