10 หนังโดนใจประจำปี 2012

Posted: มกราคม 28, 2013 in สกู๊ปพิเศษ
ป้ายกำกับ:, , , , , , , , , ,

ได้เวลามารายงาน 10 หนังโดนใจประจำปี 2012 ของผมกันแล้ว สำหรับใครที่ติดตามแฟนเพจเฟซบุ๊ค Mck’s Movie ก็คงจะทราบไปแล้วว่า 10 เรื่องนี้มีอะไรบ้าง ส่วนใครที่ยังไม่ทราบหรือลืมไปแล้ว ผมก็นำมาบอกกล่าวกันอีกที โดยปี 2012 ที่ผ่านมา มีหนังที่ผมเข้าไปดูในโรงจำนวนทั้งสิ้น 53 เรื่อง มากกว่าปี 2011 อยู่ 5 เรื่อง แต่ถือว่าน้อยกว่าปี 2009 ของผมเยอะมาก เพราะปี 2009 ผมดูแทบทุกเรื่อง! ว่าแล้วก็มาดูรายชื่อหนังทั้งหมดที่ผมดู นับเฉพาะหนังที่ออกฉายในปี 2012 ในบ้านเราเท่านั้น

รายชื่อหนังที่ผมดูในปี 2012 เรียงตามลำดับของการเข้าฉาย (สามารถคลิกเข้าไปอ่านบทความของแต่ละเรื่องได้)

หมายเหตุ:
* Total Recall มีบทความเปรียบเทียบ 2 เวอร์ชั่นในเว็บด้วย
คลิก
* Piranha 3DD มีบทความเปรียบเทียบกับ Piranha 3D ในเว็บด้วย คลิก

จากรายชื่อหนังทั้งหมดตลอดปี 2012 ส่วนใหญ่หนังที่ผมเลือกดูเป็นหนังตลาดเช่นเดียวกับปี 2011 เนื่องจากไม่ค่อยจะได้ไปดูโรงที่ฉายหนังจำกัดโรง แต่คาดว่าปี 2013 นี้น่าจะมีบ้าง ก่อนอื่นจากรายชื่อทั้ง 53 เรื่องที่ผ่านมา ผมจะคัดเหลือ 20 เรื่องสุดท้าย แล้วค่อยมาคัดให้เหลือ 10 เรื่องที่โดนใจผมมากที่สุดประจำปี 2012 โดยเกณฑ์การคัดเลือกของผมในปี 2012 สรุปคร่าวๆก็คือ  “หนังที่โดนใจไม่ใช่หนังที่ได้คะแนนจากผมสูงเสมอไป (ซึ่งหนังที่ได้คะแนนสูงอาจจะได้ในคะแนนในองค์ประกอบหนึ่งๆสูงลิ่ว เช่น เอฟเฟกต์ล้ำ แต่ได้คะแนนด้านอื่นต่ำ) แต่หนังเรื่องนั้นต้องมีจุดเด่นที่ทำให้อยากดูอีกรอบ อาจจะเป็นความสนุก คารมคมคาย หรืออื่นๆ”

พอทราบเกณฑ์การตัดสินคร่าวๆแล้ว ก็มาเริ่มกับการตัดหนังที่สมควรจะตกรอบออกก่อน โดยไม่ได้เรียงอันดับความแย่ เอ๊ะหรือว่าเรียง!

Piranha 3DD

Piranha 3DD

  • Piranha 3DD เนื้อเรื่องกลวงโบ๋ ไม่รู้จะขายอะไร แถมจบเร็วอีกต่างหาก
  • Battlefield America เป็นหนังเต้นที่พยายามขายดราม่า แต่เนื้อหาไม่หนักแน่น จึงสร้างอารมณ์ร่วมไม่ได้
  • สาระแน โอเซกไก ความสนุกของหนังขายเป็นตอนๆ ไม่มีความต่อเนื่อง เหมือนเอารายการมาขึ้นจอใหญ่

3 เรื่องแรกที่ผ่านมาต้องเอาออกก่อนใครเพื่อน เพราะรู้สึกเสียดายเงินในการเข้าไปดูในโรง ถัดต่อไปอีก 4 เรื่องไม่ค่อยเสียดายเท่าไร เพราะตั้งใจไปดู แต่หนังก็ทำไม่ค่อยจะดี

Ghost Rider: Spirit of Vengeance

Ghost Rider: Spirit of Vengeance

  • The Dinosaur Project ขายความตื่นเต้นได้ดี แต่เนื้อเรื่องไม่แน่น อีกทั้งภาพก็เวียนหัวมาก
  • ATM จะว่าไปก็สนุกดี แม้จะมุดเข้ามุดออกแต่ในตู้เอทีเอ็ม เป็นหนังที่ลงทุนสูงมาก (ประชด!)
  • The Devil Inside คล้ายกับหนังไล่ผีอีกหลายเรื่อง แต่เล่นมุมกล้องตัวละคร ซึ่้งทำออกมาได้ไม่ค่อยดีนัก
  • Ghost Rider: Spirit of Vengeance ภาคต่อที่ยิ่งทำออกมา ยิ่งถอยหลังลงคลอง ถึงแม้จะดูสนุกอยู่บ้างก็เถอะ

ตามมาด้วยหนังทีมใหญ่ถึง 9 เรื่อง ที่จะบอกว่าสนุกก็สนุก แต่จะบอกว่าไม่สนุกก็ไม่สนุกเหมือนกัน อารมณ์ก้ำกึ่ง ไม่รู้จะเหไปทางไหน

Red Dawn

Red Dawn

  • Mirror Mirror ถึงแม้ว่านักแสดงบางคนจะเล่นได้ดี แต่ภาพรวมพยายามขายความตลก จนดูล้นมากเกินไป
  • Lockout นึกว่าจะตื่นเต้นมากกว่านี้ แต่เมื่อเนื้อหาเล่นประเด็นนักโทษ อารมณ์น่ากลัวเลยดร็อปลง
  • Chernobyl Diaries ปิดบังจุดเด่นของเรื่องเอาไว้เยอะเกินไป จนคนดูไม่รู้ว่าต้องกลัวอะไร ผีดิบ ปีศาจ หรืออะไรกันแน่
  • Red Dawn ประเด็นวัยรุ่นลุกขึ้นมาต่อสู้ก็ดูดีอยู่หรอก แต่เหมือนกับเอาฉากนู้นฉากนี้มาแปะรวมกัน เลยไม่มีความต่อเนื่อง
  • The Darkest Hour เนื้อหาแปลกตา สนุกใช้ได้ แต่ไม่ถึงกับดี
  • Underworld: Awakening อารมณ์ความสนุกลดลงจากภาคก่อนๆพอสมควร อีกทั้งเนื้อเรื่องไม่รู้จะสานต่อไปทางไหนแล้ว
  • Men in Black III กลับมาสร้างความสนุกแบบเดิมๆ หลังจากหายไปนานมาก ซึ่งเนื้อหาก็เดิมๆมากเกินไป จึงไม่ค่อยน่าสนใจ
  • Snow White and the Huntsman เป็นอีกหนึ่งการแสดงที่ทำให้เห็นว่า คริสเต็น สจ๊วร์ต ชอบทำหน้าหงอยๆเล่นหนัง
  • ยักษ์ อนิเมชั่นไทยที่โครงเรื่องวางไว้ได้ดี ภาพทำออกมาได้สวย แต่การเล่าเรื่องยังไม่กินใจ และอารมณ์ยังไม่ได้

เขยิบขึ้นมากับหนังอีก 4 เรื่องที่เริ่มจะมีความสนุกให้เห็นบ้าง พอมีข้อคิดบ้าง แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะติดอันดับประจำปี

The Possession

The Possession

  • The Son of No One เป็นหนังปี 2011 ของอเมริกาที่เข้าฉายในบ้านเราช้า ด้วยความที่ความหนักแน่นของเรื่องยังไม่พอ
  • The Possession อุตส่าห์จั่วหัวว่าคล้าย Drag Me To Hell แต่ความมันส์ ความตื่นเต้นน้อยกว่ากันเยอะ ยังไม่สะใจพอ
  • ยอดมนุษย์เงินเดือน ถึงแม้จะให้ข้อคิดในการทำงาน แต่การเล่าเรื่องไม่แข็งพอ และฉากตลกหลายฉากก็เห็นในตัวอย่างซะเยอะ
  • ตีสาม เล่าเรื่องราวความสยอง 3 เรื่อง 3 รส น่ากลัวและสนุกแตกต่างกันไป โดยรวมแล้วยังมีข้อติอยู่บ้าง

ต่อกันด้วยหนังอีก 4 เรื่อง ที่เน้นไปทางด้านความสนุกสนานซะส่วนใหญ่ และก็ยังไม่เพียงพอที่จะโดนใจผมประจำปี

Dark Shadows

Dark Shadows

  • Journey 2: The Mysterious Island ความสนุกสนานพอๆกับภาคแรก เน้นไปที่ภาพสวยงาม และเรื่องราวผจญภัย
  • John Carter ผจญภัยกันถึงดาวอังคาร เนื้อเรื่องบางตอนดูเอื่อยไปบ้าง ความสนุกโดยรวมจึงดร็อปลงเล็กน้อย
  • Wrath of the Titans ทำภาพออกมาได้สวย แต่ความสนุกดูเหมือนยังไม่สุด และหนังก็จบเร็วไป
  • Dark Shadows สีสันจัดจ้าน ฉูดฉาด และนักแสดงเล่นได้เยี่ยม โดยเฉพาะบทนำหลัก

ปิดท้ายกับหนัง 9 เรื่องที่ตกรอบ 20 เรื่องสุดท้ายประจำปี 2012 มีเรื่องอะไรกันบ้าง ไปดูกันเลย

Hotel Transylvania

Hotel Transylvania

  • Resident Evil: Retribution ภาคต่อที่กลับมาเล่นเนื้อหาในแบบเดิมๆ ถึงแม้จะเพิ่มออปชั่นมากขึ้น แต่ความสนุกก็ยังคงเดิม
  • Act of Valor หนังแอ๊กชั่นอารมณ์สมจริงสมจังที่ให้แง่คิดอยู่บ้าง แต่ก็ยังโดนใจไม่พอ
  • Chronicle หนังฮีโร่ด้านมืดที่เล่นมุมกล้องของตัวละคร ให้อารมณ์ที่แปลกใหม่ดี
  • This Means War ด้วยเสน่ห์ของนักแสดงชาย-หญิงของเรื่อง ทำให้เรื่องราวดูสนุกขึ้นมาได้
  • Hotel Transylvania ด้วยโครงเรื่องที่น่าสนใจ ประกอบกับการเล่าเรื่องที่รวดเร็ว ทำให้อนิเมชั่นเรื่องนี้ดูสนุก
  • จันดารา ปฐมบท เป็นการเล่าเรื่องฉาวคาวโลกีย์ในอีกรูปแบบหนึ่ง นักแสดงเล่นได้ดีพอประมาณ
  • Star Wars: Episode I – The Phantom Menace 3D กลับมาฉายใหม่ในระบบ 3 มิติ เพิ่มอรรถรสในการดูเข้าไปอีก
  • Total Recall ดำเนินเรื่องได้ตื่นเต้นกว่าต้นฉบับ พร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยกว่าเดิม
  • Safe House เล่าเรื่องราวที่เข้าใจยาก ให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น

เข้ามาสู่รอบ 20 เรื่องสุดท้าย หลังจากที่ตัดออกไป 33 เรื่อง ไม่มัวมารายงานว่า 20 เรื่องที่เหลือมีอะไรบ้าง ขอเริ่มด้วยการไล่อันดับจาก 20 เป็นต้นไป จนถึงอันดับ 11 และหลังจากนั้นก็มาดูกันต่อกับท็อป 10 ประจำปี 2012

เริ่มกันด้วยอันดับ 20 กับหนังสยอง Sinister ที่เล่าเรื่องราวได้น่ากลัว จนอยากจะเอาหัวมุดถัง! กับปีศาจที่หลอกให้เด็กๆมาฆ่าคน บรึ๋ยยย… แค่พูดก็สยองแล้ว

Sinister

อันดับ 20 Sinister

ถัดจากความสยองจากต่างแดน เข้ามาสู่หนังสยองของบ้านเราในอันดับ 19 เรื่อง I Miss U รักฉันอย่าคิดถึงฉัน ที่ได้นักแสดงมีฝีมือหลายคนร่วมแสดง เรื่องราวไม่มีอะไรมาก แต่การเล่าเรื่องทำให้หนังมีสีสันและดูสนุก

I Miss U รักฉันอย่าคิดถึงฉัน

อันดับ 19 I Miss U รักฉันอย่าคิดถึงฉัน

หลุดจากความสยอง ก็ยังคงเป็นความสยองต่อ เอ๊ะ! เมื่อไรจะหลุด.. เรื่องนี้เป็นหนังสยองที่รวมพลพรรคผีจากทั่วสารทิศ มาร่วมหลอกหลอนตัวละครในเรื่อง กับหนังสยองอันดับ 18 เรื่อง The Cabin in the Woods

The Cabin in the Woods

อันดับ 18 The Cabin in the Woods

เปลี่ยนแนวจากหนังสยองมาเป็นหนังอนิเมชั่นสุดสนุก ในอันดับ 17 เรื่อง Madagascar 3: Europe’s Most Wanted ที่ถึงแม้จะเป็นภาคสามแล้ว แต่หนังยังสร้างความสนุกได้มากเช่นเคย

Madagascar 3: Europe's Most Wanted

อันดับ 17 Madagascar 3: Europe’s Most Wanted

กลับมาหนังแนวสยองเช่นเดิม แต่เป็นหนังสยองแบบลึกลับ ในอันดับ 16 เรื่อง Prometheus ที่กลับไปเล่าเรื่องราวตั้งแต่จุดเริ่มต้นของตำนานเอเลี่ยนน้ำลายยืดสยองโลก เป็นการเล่าเรื่องได้ลึกลับน่ากลัวดีทีเดียว

Prometheus

อันดับ 16 Prometheus

มาต่อกันในอันดับ 15 กับหนังรีบู๊ทการผจญภัยไต่ยอดตึกใน The Amazing Spider-Man ที่เล่าเรื่องได้เข้มข้นขึ้น ส่วนฉากการต่อสู้ก็ยังสูสีกับโปรเจคก่อนหน้า แต่เพิ่มด้วยการใช้มุมกล้องใหม่ๆ

The Amazing Spider-Man

อันดับ 15 The Amazing Spider-Man

จากหนังแอ๊กชั่นซูเปอร์ฮีโร่ มาดูในอันดับ 14 กับหนังตลกแฟนตาซีที่เล่าเรื่องดราม่าได้มีอรรถรสอย่าง Ted นำเสนอหมีน้อยโลกสวย พูดได้ เล่นด้วยได้ และกวนตีนได้ เป็นหนังที่มอบอารมณ์ตลกทะลึ่งกับความฝันแบบเด็กๆไปพร้อมๆกัน

Ted

อันดับ 14 Ted

เขยิบมาสู่หนังดราม่าแฟนตาซีที่มีภาพเป็นจุดเด่น ในอันดับ 13 เรื่อง Hugo เล่าเรื่องราวดราม่าผสมความสวยงามทางด้านภาพได้อย่างสนุกสนาน พร้อมด้วยตัวละครที่สมบทบาท

Hugo

อันดับ 13 Hugo

พบกับอันดับ 12 หนังที่นำกลับมาฉายใหม่ในระบบ 3 มิติ นั่นคือ Titanic 3D ด้วยเรื่องราวความประทับใจชู้รักเรือล่มในแบบเดิม แต่ด้วยความอลังการของระบบ 3 มิติ สร้างความสนุกสนานได้อย่างเคย

Titanic 3D

อันดับ 12 Titanic 3D

เรื่องสุดท้ายก่อนเข้าท็อปเท็น อันดับ 11 เรื่อง The Hobbit: An Unexpected Journey ผลงานยิ่งใหญ่อลังการส่งท้ายปี เน้นความยิ่งใหญ่ทางด้านภาพ ด้วยการเข้าฉายในหลากหลายระบบ ประกอบกับการผจญภัยครั้งใหม่ที่มีอะไรหลายอย่างให้ผู้ชมได้เห็น

The Hobbit: An Unexpected Journey

อันดับ 11 The Hobbit: An Unexpected Journey

เข้าสู่โค้งสุดท้ายกับ 10 อันดับหนังโดนใจประจำปี 2012 หนังทั้งหมดที่ติดอันดับครึ่งหนึ่งออกฉายปลายปี นอกนั้นก็กระจายกันไป มาดูกันต่อเลยว่า 10 อันดับแรกนั้น มีเรื่องอะไรบ้าง

.
อันดับ 10
Skyfall
Skyfall

Skyfall

นับว่าเป็นหนังเจมส์บอนด์ที่ยอดเยี่ยม เคียงข้างความเยี่ยมของ Casino Royale ที่ได้รับเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์อย่างหนาหู ในภาคใหม่ Skyfall นี้ แม้จะมีหลายส่วนที่ค่อนข้างคล้ายคลึงกับหนังเรื่องอื่นๆ จนทำให้คิดไปได้ว่าอาจจะมีเอี่ยวในการลอกๆกันมา แต่อย่างไรก็ตาม Skyfall เองก็มีจุดดีที่สร้างความกลมกล่อมให้กับเรื่อง ด้วยการเล่าปูมหลังสลับกับฉากแอ๊กชั่นที่พอเหมาะ หลายคนอาจจะบอกว่าทำไมฉากแอ๊กชั่นน้อยจัง ก็อย่าลืมว่า ประเด็นหลักของเรื่องนี้ เน้นเล่าปูมหลังของบอนด์และเอ็ม มากกว่าที่จะขายแอ๊กชั่นเป็นหลัก นั่นจึงทำให้เนื้อหาดูลึกลับน่าติดตาม คลาสสิคอย่างที่หนังสายลับควรจะเป็น

.
อันดับ 9
Battleship
Battleship

Battleship

ถ้าจะวัดตามอย่างนักวิจารณ์ทั่วไปแล้ว Battleship จะได้ประมาณ C แต่ที่ผมให้หนังเรื่องนี้ถึง B- สาเหตุก็มาจากความสนุกของตัวหนัง ถึงแม้ว่าเนื้อเรื่องจะไม่แข็งแรง พอๆกับหนังอย่าง Transformers หรือ Battle LA แต่ที่ไม่น่าเชื่อก็คือ Battleship สนุกมากๆ จนแทบจะลุกออกจากเก้าอี้แล้วไปกระโดดบันจี้จัมพ์เล่น หนังวางโครงเรื่องในแบบที่เดาได้ ว่าเหตุการณ์ต่อไปจะเป็นอย่างไร แต่ด้วยเสียงดนตรีประกอบแบบกระหน่ำ ความยิ่งใหญ่ของเรือ ฉากแอ๊กชั่นสุดเหวี่ยง ก็สามารถทำให้ Battleship ติดท็อปเท็นประจำปีของผมได้

.
อันดับ 8
The Impossible
The Impossible

The Impossible

เป็นหนังดราม่าเรียกน้ำตาที่แสดงความรู้สึกผิดหวังและเสียใจของมนุษย์ได้ดีเยี่ยม The Impossible ไม่เพียงแต่สร้างกำลังใจสำหรับผู้ที่ตกอยู่ในเหตุการณ์คับขัน แต่หนังยังเผยให้เห็นความหวังของมนุษย์ธรรมดาๆอย่างเราๆ ที่ไม่ว่าจะตกระกำลำบากขนาดไหน แต่ก็ยังมีความหวัง เช่นเดียวกับความช่วยเหลือจากเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง ทางด้านของนักแสดงก็สามารถเรียกความรู้สึกร่วมจากคนดูได้อยู่หมัด แม้ว่าเหตุการณ์ในหนังจะเป็นเพียงการจำลองภาพให้คนดู แต่มันเหมือนกับว่าเราตกอยู่ในเหตุการณ์นั้นซะเอง

.
อันดับ 7
Dredd
Dredd

Dredd

ผลงานแอ๊กชั่นไซไฟของผู้กำกับ พีท ทราวิส ซึ่งคนเดียวกันนี้เองก็เคยทำให้เรางงอย่างสนุกมาแล้วจากหนังหลายมุมมอง Vantage Point เนื้อหาใน Dredd ค่อนข้างดำมืดและเครียดเล็กๆ เนื่องจากกล่าวถึงอาชญากรรมและการกระทำผิด Dredd ทำให้เราเห็นว่า หนังดูสนุก เรื่องราวไม่ต้องซับซ้อนมากก็ได้ แค่ประเด็นเล็กๆ บวกกับฉากแอ๊กชั่นพอเหมาะ ก็ดึงความสนใจได้อยู่หมัดแล้ว ฮีโร่และตัวร้ายใน Dredd ดูดีและเลวในแบบที่พอเหมาะ ประกอบกับเนื้อหาที่แน่นตรงประเด็น ดนตรีประกอบไปกันได้กับเรื่องราว Dredd จึงเป็นอีกเรื่องที่น่าดูสำหรับคอหนังแนวอาชญากรรม

.
อันดับ 6
The Hunger Games
The Hunger Games

The Hunger Games

ผลงานดราม่าไซไฟที่สร้างกระแสให้กับบล็อกเล็กๆของผมได้เยอะมาก จากบทความ “50 ประเด็นน่ารู้ก่อนไปดู The Hunger Games” ทั้ง 2 ตอน นี่เป็นหนังวัยรุ่นที่ตีแผ่ปัญหาสังคมได้ดีมาก เล่าถึงโทษของสงคราม การเอารัดเอาเปรียบ เสียดสีประเด็นการเมือง และแสดงให้เห็นความยากลำบากในการเอาชีวิตรอด หนังนำเสนอประเด็นเหล่านี้ผ่านการแสดงของนักแสดงวัยรุ่นมากฝีมือ โดยเฉพาะเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ นำหญิงของเรื่องที่คุมเรื่องได้อยู่หมัดทุกฉาก ทุกตอน ความสามารถของเธอไม่เป็นสองรองใคร และถ้าบทเยี่ยมๆจากการเข้าชิงออสการ์ครั้งที่ 2 จากบทนำหญิงในหนัง Silver Linings Playbook ทำให้เธอคว้ารางวัลมาครองได้ล่ะก็ ภาคต่อของหนังเกมล่าชีวิตอย่าง The Hunger Games: Catching Fire จะต้องลุกเป็นไฟอีกครั้งแน่!

.
อันดับ 5
Life of Pi
Life of Pi

Life of Pi

ผลงานสุดประทับใจของผู้กำกับอังลี ที่ถึงแม้หนังจะมีฉากหลักของเรื่องเพียงแค่เรือล่องอยู่ในมหาสมุทร แต่เพียงเท่านี้ก็สร้างความสนุก ความตื่นเต้น และให้แง่คิดต่างๆมากมาย เป็นอีกครั้งที่อังลีแสดงฝีมือให้ชาวโลกเห็นว่า เขาไม่เพียงมีลูกเล่นในการนำเสนอที่ดีเท่านั้น แต่งานทางด้านภาพก็ยอดเยี่ยมไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เคยมีคนปรามาสเอาไว้ว่า การนำหนังสือเล่มนี้มาขึ้นจออาจจะใส่รายละเอียดได้ไม่ครบ หรือขาดความคมคายตามฉบับหนังสือไป แต่ผลงานที่ออกมาก็พิสูจน์แล้ว ว่าหนังไม่เพียงแต่เก็บรายละเอียดได้ครบ แต่มันยังแฝงข้อคิดได้หลากหลายมุมมองอีกด้วย

.
อันดับ 4
Looper
Looper

Looper

นับว่า Looper เป็นหนังแอ๊กชั่นไซไฟที่เจ๋งมากๆ เจ๋งแรกคือการเล่าเรื่องราวย้อนไปย้อนมาแบบไม่ทำให้คนดูงงหรือเบื่อ เจ๋งสองก็คือเรื่องราวดำเนินด้วยความรวดเร็วสร้างความตื่นเต้นได้สุดๆ และเจ๋งสุดท้ายก็คือนักแสดงของเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นนักแสดงนำหลักทั้งสอง โจเซฟ กอร์ดอน-เลวิตต์ และบรูซ วิลลิส ซึ่งทำหน้าที่ของตัวเองดี รวมทั้งสมทบชาย น้องเพียร์ซ แก๊กน่อน ที่แย่งซีนผู้ใหญ่ได้เกือบทุกฉาก นอกจากนี้กำกับภาพ และดนตรีประกอบยังเลิศ ทำให้แอ๊กชั่นไซไฟเรื่องนี้ กลายเป็นความเยี่ยมที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง!!!

.
อันดับ 3
The Avengers
The Avengers

The Avengers

ไม่น่าเชื่อว่าหนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องนี้จะสนุกและเยี่ยมขนาดนี้ เห็นได้ชัดว่าในระยะหลังๆ หนังซูเปอร์ฮีโร่ก็ไม่ใช่แค่หนังดาษๆอีกต่อไป ตั้งแต่ความเลิศใน Iron Man ภาคแรกเป็นต้นมา ระยะหลังๆจึงเห็นซูเปอร์ฮีโร่เยี่ยมๆตามมาเป็นพรวน สำหรับ The Avengers เป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่เยี่ยมในเรื่องการเฉลี่ยบทตัวละคร ทุกฮีโร่จะสำคัญเท่าๆกัน โดยอาจมีบางตัวเหนือกว่าในรูปแบบของการแย่งซีน เช่น ฮัลค์ นอกนั้นความเยี่ยมปรากฎในส่วนของเทคนิคพิเศษ เนื้อหาที่ไม่เครียด มีตลกเข้ามาแทรกเสมอ เป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่แห่งยุคที่ดูสนุก ตลก และเลิศ จริงๆ

.
อันดับ 2
Cloud Atlas
Cloud Atlas

Cloud Atlas

เป็นสุดยอดจินตนาการอีกเรื่องที่ผมทึ่งในส่วนของการแต่งหน้า และลำดับภาพ หนังสามารถนำเรื่องราวในหลายชาติหลายภพมาเล่าซ้อนกันโดยที่ยังคงธีมหลักของเรื่องไว้ได้ อีกทั้งการแต่งหน้าที่สามารถเปลี่ยนลุคส์ของนักแสดงได้อย่างน่าทึ่ง เป็นผลงานของสองพี่น้องวาชอว์สกี้ ที่ผมชอบมากสุด มากกว่า The Matrix ซะอีก ถึงแม้หนังจะยาวเกือบ 3 ชั่วโมง แต่ด้วยเรื่องราวที่สอดคล้องกันไปมาแบบนี้ หนังดูสนุก และไม่น่าเบื่อเลย ตลอดเวลาที่ดู ถ้าชอบเรื่องราวที่ซับซ้อน รับรองว่าเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่เยี่ยม!!!

.
อันดับ 1
The Dark Knight Rises
The Dark Knight Rises

The Dark Knight Rises

สุดยอดหนังแห่งปีสำหรับผมต้องยกให้ The Dark Knight Rises มันไม่เพียงแต่สานต่อความเยี่ยมยอดของ The Dark Knight ที่สร้างให้แบทแมนกลายเป็นหนึ่งในฮีโร่ที่จับต้องได้มากที่สุด แต่ยังเป็นหนังอาชญากรรมชั้นยอดที่เสียดสีประเด็นปัญหาสังคมได้อย่างมีสีสัน เรื่องราวสุดขึงขัง ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว บวกด้วยดนตรีประกอบที่สร้างความอึดอัด ตื่นเต้น และเร้าใจ หนัง 2 ภาคหลังนี้ (The Dark Knight และ The Dark Knight Rises) กลายเป็นสุดยอดของหนังฮีโร่ที่หลายเรื่องในแนวเดียวกันต้องเหลียวมอง (แม้กระทั่งออสการ์ยังส่งให้ The Dark Knight เข้าชิงหลายสาขา และก็ได้สมทบชายสุดเยี่ยมยอดไปครอง) ถ้าจะบอกว่าหนังฮีโร่เรื่องไหนสนุกที่สุดก็ต้อง The Avengers แต่หนังฮีโร่เรื่องไหนให้ข้อคิดได้มากที่สุด ก็ต้อง The Dark Knight และ The Dark Knight Rises แน่นอน!!!

.
ก็ครบถ้วนกระบวนความสำหรับ 10 หนังโดนใจประจำปี 2012 ของผม หวังว่าจะมีบางเรื่องติดอันดับใจผู้อ่านบ้างนะครับ แต่อย่าลืมว่า หนังจะดีหรือไม่ดีก็ขึ้นอยู่กับความคิดเห็นของแต่ละคน สำหรับครั้งนี้ขอลาไปก่อน แล้วกลับมาพบกันอีกครั้งกับหนังโดนใจในครั้งต่อไป…

อ่าน 10 หนังโดนใจประจำปี 2013 ได้ที่นี่เลยครับ http://mckario.com/Feature-detail/2013-favorite-movies/

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s