ความเห็นหลังชม +–+[[ The Hobbit: An Unexpected Journey ]]+–+ ผจญภัยครั้งใหม่ กับความสวยงามที่เพิ่มขึ้นในระบบ HFR 3D

Posted: ธันวาคม 14, 2012 in ความเห็นหลังชม @ Cinema, หนังผจญภัย, หนังแฟนตาซี
ป้ายกำกับ:, , ,

ไม่เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ…

The Hobbit: An Unexpected Journey

The Hobbit: An Unexpected Journey

หลังจากที่สร้างความยิ่งใหญ่และความประทับใจ ให้กับคนดูทั่วโลกมาแล้วในไตรภาค The Lord of the Rings ผู้กำกับมากฝีมืออย่างปีเตอร์ แจ็คสัน ที่คลุกคลีอยู่กับเรื่องราวนี้มานาน ก็ได้นำเรื่องราวการผจญภัยที่ยิ่งใหญ่ใน The Hobbit: An Unexpected Journey มามอบให้กับคนดูได้อึ้งและทึ่งกันอีกครั้ง โดยครั้งนี้มาพร้อมกับเทคโนโลยีการถ่ายทำรุ่นใหม่ ที่ให้ความคมชัดสมจริง และสวยสดงดงามยิ่งกว่าเดิม นอกจากนั้นยังมอบประสบการณ์การรับชมแบบ 3 มิติ ที่คนดูจะรู้สึกถึงความสนุกมากกว่าที่เคย

เรื่องราวในไตรภาค The Hobbit เป็นการใช้สูตรเดิมจากไตรภาค The Lord of the Rings ที่เนื้อหาจะไม่จบแบบเป็นตอนๆเหมือนอย่างเช่นในหนังแฟรนไชส์ Harry Potter, แฟรนไชส์ James Bond หรืออื่นๆ โดยจะเป็นการแบ่งเรื่องราวออกเป็น 3 ส่วน นำมาฉายในแต่ละภาค ซึ่งหมายความว่าการผจญภัยจากทั้ง 3 ภาคมีเพียงแค่หนึ่งเดียว แต่ค่อยๆแบ่งเล่าอยู่ในแต่ละภาค ซึ่งเราก็จะได้เห็นจากตอนจบของ An Unexpected Journey ที่เรื่องราวผ่านไปเพียงแค่ 1 ส่วนจาก 3 ส่วนเท่านั้น การทำอย่างนี้ได้ผลมาแล้วใน The Lord of the Rings เพราะเมื่อภาคแรกจบ คนดูก็ต้องไปดูภาคต่อเพื่อจะได้รู้ว่า เหตุการณ์จะดำเนินต่อไปอย่างไร เหมือนเป็นการบังคับคนดูไปในตัวให้ดูต่อเนื่องไปทั้ง 3 ภาค

The Hobbit: An Unexpected Journey เป็นเรื่องราวประสบการณ์ของบิลโบ แบ็กกินส์ในสมัยหนุ่ม ก่อนที่โฟรโด แบ็กกินส์จะได้ไปผจญภัยในไตรภาค The Lord of the Rings เนื้อหากล่าวถึงการผจญภัยของบิลโบ, เหล่าคนแคระทั้งสิบสาม และความช่วยเหลือจากพ่อมดเทาแกนดาล์ฟ ในภารกิจทวงแผ่นดินเกิด ที่ถูกครอบครองโดยมังกรไฟกำลังมหาศาลอย่าง สม็อก การผจญภัยในครั้งนี้ต้องเจอกับอุปสรรคต่างๆมากมาย ทั้งจากพวกออร์ค ศัตรูที่เข่นฆ่าพี่น้องคนแคระและตัดศีรษะของกษัตริย์ธราอิน ผู้ครองอาณาจักรเอเรบอร์, จากพวกก็อบลิน ที่หมายจะจับตัวเหล่าคนแคระเพื่อหวังของรางวัลจากออร์ค, จากพวกโทรลล์ป่าที่คณะเดินทางไปพบโดยบังเอิญ ในระหว่างหยุดพักแรม และจากกอลลัม ที่บิลโบหลงไปเจอเข้า จนเกือบจะหนีกลับมาไม่ได้

การเล่าเรื่องใน An Unexpected Journey คล้ายคลึงกับการเล่าเรื่องในไตรภาค The Lord of the Rings คือเป็นการกล่าวถึงการผจญภัยไปทีละสเต็ป คนดูจะรู้สึกสนุกไปกับตัวละครใหม่ๆที่คณะเดินทางได้ไปพบเจอ แต่สิ่งที่ An Unexpected Journey แตกต่างจากไตรภาค The Lord of the Rings ก็คือ An Unexpected Journey มีเบื้องหลังการผจญภัยที่ดูซอฟท์กว่า ไม่หนักอึ้งกับภารกิจอันยิ่งใหญ่เหมือนในไตรภาค The Lord of the Rings นอกจากนี้เรื่องราวยังเต็มไปด้วยอารมณ์ขัน และภาพสีสันสดใส ไม่แปลกใจเลยที่หนังทำออกมาเป็นแบบนี้ เพราะตอนเป็นฉบับหนังสือ ได้ถูกเขียนไว้สำหรับเด็ก

จุดเด่นใน An Unexpected Journey อยู่ตรงเทคนิคพิเศษ และความสามารถในการนำภาพที่คมชัดมามอบให้กับผู้ชม (จากการถ่ายทำด้วยกล้อง Red Epic ชนิดพิเศษ) เนื่องด้วยเหตุผลข้อนี้ ผมจึงไปดูหนังเรื่องนี้ในระบบใหม่ HFR 3D ที่มีความละเอียดมากกว่าเดิม ในหนังทั่วไปโดยปกติใน 1 วินาทีจะมีภาพซ้อนกันอยู่ 24 เฟรม แต่สำหรับหนังเรื่องนี้เนื่องจากถ่ายทำด้วยกล้องชนิดพิเศษ จึงสามารถให้ความคมชัดที่มากขึ้น ใน 1 วินาทีมีภาพซ้อนกันอยู่ถึง 48 เฟรม นั่นทำให้การเคลื่อนไหว ภาพมุมกว้าง ภาพมุมอับ มีความละเอียดที่เพิ่มขึ้น และเหมาะอย่างยิ่งกับหนังที่มีฉากยิ่งใหญ่และสวยงามอย่างเรื่องนี้

ระบบ 3 มิติของหนังก็ทำออกมาได้สวยงามพอสมควร แต่สิ่งที่ดีขึ้นก็อย่างที่บอก ภาพคมชัดขึ้น เห็นกันชัดถึงรูขุมขนของนักแสดง ถ้าดูผ่านๆอาจจะไม่ทันสังเกต แต่ผมมัวแต่จ้องรายละเอียด จึงอิ่มเอมไปกับความคมชัดของภาพมาก นอกจากนี้ถ้าได้ดูในระบบ IMAX จะรู้สึกถึงความอลังการมากขึ้น แต่อาจจะลดความคมชัดลงเล็กน้อย เพราะ IMAX ในบ้านเรายังไม่ได้ฉายในระบบ HFR หรือ High Frame Rate แต่ก็ไม่แตกต่างอะไรมากนัก เพราะระบบ Digital ก็สวยงามอยู่แล้ว ตาของเราอาจจะแยกความแตกต่างไม่ออกด้วยซ้ำ

ความสนุกสนานในหนัง นอกจากอิ่มเอมไปกับภาพที่สวยงาม ไม่ว่าจะเป็นภาพทุ่งนาในมุมกว้างที่สวยงามสุดๆ สิ่งก่อสร้างต่างๆ ดูยิ่งใหญ่อลังการ หนังยังมีฉากต่อสู้ให้คนดูตื่นเต้นในหลายๆส่วน ซึ่งฉากต่อสู้เหล่านี้ก็จะมอบทั้งความตื่นเต้นจากเรื่องราว ความมีมิติของภาพ (ความลึก ความนูน) ในระบบ 3 มิติ และการแพนกล้องให้เห็นในองค์ประกอบของฉากแบบซูมเข้า-ซูมออก ทำให้ฉากต่อสู้หลายครั้งสร้างความสนุกและตื่นเต้นไปพร้อมๆกัน นอกจากนี้หนังยังใส่ความตลกเพื่อสร้างเสียงหัวเราะให้กับคนดูเป็นระยะๆอีกด้วย

ฉากที่น่าสนใจในหนังผมจะไม่พูดถึงในรายละเอียด เพราะอาจจะทำให้เสียอรรถรสในการรับชมไป ฉากที่ผมชอบมากที่สุดในหนัง คือฉากการสนทนากันระหว่างบิลโบ แบ็กกินส์ กับกอลลัม ในระหว่างการทายปริศนา ฉากนี้สร้างเสียงหัวเราะ, ขนลุก, ทึ่ง และน่ารักไปพร้อมๆกัน เพราะกอลลัมดูค่อนข้างน่าสงสาร น่ารัก น่าเอ็นดู แต่ในอีกมุมหนึ่งก็ดูน่ากลัวและอันตราย เป็นการแสดงที่น่าทึ่งสำหรับแอนดี้ เซอร์คิส ผู้ที่ใส่ชุดโมแคป (Motion Capture) เพื่อแสดงกิริยาท่าทางในแบบของกอลลัม นอกจากนี้ฉากการต่อสู้ทั้งหลายก็ทำออกมาได้ยิ่งใหญ่ ตั้งแต่ต้นเรื่องกับฉากมังกรสม็อกพ่นไฟ, กลางเรื่องฉากออร์คไล่ล่าเหล่าคนแคระในทุ่งกว้าง ไปจนถึงฉากท้ายเรื่อง คือฉากการต่อสู้ในถ้ำของก็อบลิน และการได้รับความช่วยเหลือจากพญาเหยี่ยว จากการไล่ล่าของเหล่าออร์คบนหุบเขาแห่งหมอก (Misty Mountain)

สรุปแล้วหนัง The Hobbit: An Unexpected Journey ให้ความบันเทิงแก่คนดูอย่างครบครัน ทั้งความสนุกสนาน ตื่นเต้น และเสียงหัวเราะ คะแนนที่ผมให้สำหรับเรื่องนี้ เน้นไปที่เรื่องของเทคนิคเป็นพิเศษ เพราะถ้าพูดในส่วนของเนื้อเรื่อง ความสมบูรณ์ยังดูอ่อนกว่าหนังไตรภาค

ระดับคะแนน


.

ตัวอย่างภาพยนตร์ The Hobbit: An Unexpected Journey

ความเห็น
  1. คนชอบดูหนัง พูดว่า:

    เรื่องนี้ผมดูเพลินดีนะครับ มีความรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังเล่นเกมส์ออนไลน์แนว RPG อยู่เลยแหละ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s