ความเห็นหลังชม +–+[[ Dredd ]]+–+ ถึงเวลาพิพากษา

Posted: กันยายน 28, 2012 in ความเห็นหลังชม @ Cinema, หนังทริลเลอร์, หนังแอ๊กชั่น, หนังไซไฟ
ป้ายกำกับ:, , ,

ไม่เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ…

Dredd

Dredd

ช่วงนี้แทบจะหาเวลาว่างมาดูหนังซักเรื่องได้น้อยมากๆ พฤหัสที่ผ่านมาพอมีเวลาว่างผมเลยหาหนังดูซักเรื่อง ทีแรกจะดูหนังเข้าใหม่ซะหน่อย แต่เห็นว่าหนัง Dredd ได้คะแนนดีในเว็บมะเขือเน่า (Rottentomatoes.com) ก็เลยอยากจะพิสูจน์ว่าหนังแอ๊กชั่นไซไฟเรื่องนี้จะสนุกอย่างที่หลายคนว่ากันไว้หรือไม่…

เคยจำได้ว่าเมื่อก่อนมีหนังเรื่องหนึ่งชื่อว่า Judge Dredd เป็นหนังปี 1995 นำแสดงโดยซิลเวสเตอร์ สตอลโลน หน้ากากที่ใส่คล้ายๆกัน แต่ไม่รู้ว่าเนื้อเรื่องจะคล้ายกันด้วยหรือเปล่า เพราะผมยังไม่ได้ดู อยากจะไปหาแผ่นมาดูและจะเอามาเปรียบเทียบกัน ไม่รู้ว่าจะยังมีอยู่หรือเปล่า อย่างไรก็ตามคาดว่าทั้ง 2 เรื่องนี้จะแตกต่างกันพอสมควร เพราะเวอร์ชั่นใหม่นี้เทคนิคพิเศษตระการตากว่าเดิมเยอะ และเนื้อหาก็ค่อนข้างอึมครึม ส่วนภาพก็เน้นสีแดง-ดำทั้งเรื่อง

ต้องบอกไว้ก่อนว่าผมดูหนังเรื่องนี้ในระบบฟิล์ม 35 มม. เพราะว่าหนังเข้ามาได้ 7 วันแล้วเลยลดโรงฉาย 3 มิติไปเยอะ ส่วนระบบ 4DX ที่หนังเข้าฉายด้วยนั้น ครั้งนี้ก็ไม่ได้แอ้ม เพราะว่าแทบจะกินแกลบอยู่แล้ว ท้ายที่สุดก็ดูรอบปกตินี่แหละประหยัดเงินดี ตอนดูก็พยายามจินตนาการภาพให้มันเป็น 3 มิติเอาเอง ก็สนุกไปอีกแบบ

การดำเนินเรื่องและเนื้อหาของหนังค่อนข้างเครียดเล็กๆ และให้อารมณ์แบบหนังแบทแมนของผู้กำกับโนแลน เพียงแต่ว่าเนื้อหาโดยรวมอาจจะไม่หนักเท่า จุดเด่นของหนังก็อยู่ที่การดำเนินเรื่องนี่แหละครับ ประเด็นหลักก็คือการปราบปรามคนชั่ว และฉากหลักของเรื่องก็แค่ตึกสูงตึกเดียว วิ่งขึ้นวิ่งลง ยิงกันตู้มต้าม แต่ทั้งหมดก็แค่ในตึกนี้เท่านั้นแหละ

ตัวละครในหนัง ตัวหลักมีแค่ไม่กี่ตัว ได้แก่ พระเอกหมวกกันน็อคแดงนามว่า เดร็ด ทั้งเรื่องก็ใส่หมวกอยู่ตลอด ดูไปจนจบเรื่องก็ยังไม่รู้เลยว่าไอ้เนี่ยมันคือใคร ใครเล่นวะ? ต้องมาดูท้ายเครดิตถึงรู้ว่าเป็น คาร์ล เออร์บัน ถ้านึกหน้าไม่ออกก็ไปกูเกิ้ลเอา ส่วนนางเอกสาวสวยผมสั้นสีบลอนด์ สาวคนนี้ทำผมอย่างนี้ก็น่ารักไปอีกแบบนะ ชื่อเสียงเรียงนามก็คือ โอลิเวีย เธิร์ลบี้ ที่ผมจำได้ก็มาจากเรื่อง Juno เล่นเป็นเพื่อนสาวท้องป่อง และล่าสุดที่เห็นก็อยู่ใน The Darkest Hour กับบทนาตาลี ส่วนอีกตัวที่เด่นก็คือ มาม่า (ถ้ามีภาคต่อก็คงจะเป็น ยำยำ หุหุ..)

ประเด็นความสนุกของเรื่องมันอยู่ตรงการต้องต่อสู้ภายในสถานที่จำกัด และสถานที่จำกัดนั้นเป็นในแนวตั้ง คือต้องวิ่งขึ้นๆลงๆไปเรื่อยๆเพื่อตามฆ่ากัน ทำให้เกิดอารมณ์อึดอัด คับแคบ และตื่นเต้นปะปนกันไป เนื้อหาที่ชูขึ้นมาก็คือ ความยุติธรรม ดังนั้นก็เหมือนดูหนังแนวตำรวจจับผู้ร้ายทั่วไป เพียงแต่ว่าตำรวจในที่นี้มีความพิเศษด้วยเครื่องแต่งกายและอาวุธ โดยอาวุธของพระเอกและนางเอก (ซึ่งเป็นพวกผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ถ้าในหนังก็เรียกว่า ตุลาการ) ก็มีเพียงแค่ปืนกระบอกเดียว แต่ปืนกระบอกนี้ออพชั่นเยอะมาก สั่งงานด้วยเสียง และใช้ได้เฉพาะเจ้าของปืนเท่านั้น ส่วนนางเอกมีความพิเศษเฉพาะตัว เนื่องจากเป็นพวกกลายพันธุ์ มีพลังจิตที่สามารถอ่านใจคนได้ และที่เธอไม่ใส่หมวกก็เพราะจะบดบังความสามารถของเธอ (อย่างกะในเรื่อง X-Men เลย)

เดร็ด หรือพระเอกของเราก็เป็นประเภทที่ยุติธรรมจัด ตรงเผงทุกกรณี ใครผิดฆ่ามัน! ไม่เหมือนกับ แอนเดอร์สัน หรือนางเอก ที่มีความยุติธรรมเป็นหลัก แต่มีคุณธรรมเป็นตัวตัดสิน ซึ่งบางครั้งเธอก็ต้องเลือกว่าเชื่อพระเอก (ใครผิดฆ่ามัน!) หรือจะเชื่อใจตัวเอง (บางทีคนชั่วก็ไม่ได้ดูแค่การกระทำเพียงอย่างเดียว อาจจะโดนบังคับก็ได้) ในส่วนของตัวร้ายหลักอย่าง มาม่า ที่ปล่อยยาเสพติด สโลโม เพื่อหวังจะควบคุมอำนาจของเมืองให้แผ่ขยายออกไป ถ้าดูจากปูมหลังก็มีประเด็นที่น่าสนใจ อาจจะด้วยความผิดหวังส่วนตัว จึงหันมาทรยศบ้านเมืองซะเลย และถึงแม้เธอจะดูมีพลังเหลือล้น ไม่ว่าจะเป็นลูกน้องเป็นกองทัพ และอาวุธอีกมากมาย แต่สุดท้ายเธอก็เป็นแค่มนุษย์คนหนึ่ง ที่ซักวันก็ต้องถึงจุดจบ หนังจบเรื่องอย่างมีเหตุผล ตัวร้ายไม่ตายยากเกินไป เพราะผู้หญิงคนเดียวจะไปสู้พระเอกหมวกกันน็อคแดงตัวใหญ่ได้อย่างไรถ้าไม่มีอาวุธดีๆ

ในส่วนของภาพหนังทำได้ดีทีเดียว มีทั้งภาพปกติและภาพช้าสลับกันไป (ภาพช้าใช้ประกอบการเสพติดสโลโม ที่เมื่อเสพเข้าไปความรู้สึกรับรู้จะช้าลง) ถ้าดูในระบบ 3 มิติผมว่าภาพคงสวยมากทีเดียว เพราะดูแค่รอบธรรมดา ภาพออกมามันก็ดูสวยแล้ว

สุดท้ายนี้ต้องบอกว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังแอ๊กชั่นไซไฟเรื่องหนึ่งที่ทำออกมาได้ดี ถ้าเป็นในปีก่อนก็จะมีอย่าง Rise of the Planet of the Apes ที่เอากลับมาทำใหม่ได้เยี่ยมมาก ในส่วนของ Dredd นอกจากจะได้ดูความมันของการต่อสู้ตามแบบหนังแอ๊กชั่นทั่วไปแล้ว หนังยังกล่าวประเด็นความดีความชั่ว ที่ทำให้เราต้องกลับมาคิดว่าเราจะยึดเพียงความยุติธรรมอย่างเดียวหรือต้องนำคุณธรรมมาเป็นตัวตัดสิน น่าสนใจว่าถ้าหนังมีภาคต่อจะสามารถนำประเด็นเหล่านี้กลับมาเล่นอีกได้หรือไม่?

เรื่องนี้ผมให้เกรด B
★★★★
คะแนน 7.9 เต็ม 10

.

ตัวอย่างภาพยนตร์ Dredd

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s