อ่านรายละเอียด 25 ประเด็นแรกไปแล้วนะครับ ก็พอจะรู้ความเป็นมาอย่างคร่าวๆกันแล้ว ซึ่งผมไม่ได้เจาะลึกในรายละเอียดเลย เพราะรีบเขียนมากเหลือเกิน แต่ละวันมีเวลาว่างนั่งหน้าคอมน้อยจริงๆ พรุ่งนี้ก็จะไปดูเรื่องนี้แล้ว เอาเป็นว่าเรามาอ่านประเด็นที่เหลือกันเลยดีกว่า…

.
26. เรดสกัลมีโอกาสที่จะปรากฎตัวในหนังหรือเปล่า?
เรดสกัลมีโอกาสที่จะปรากฎตัวในหนังหรือเปล่า?

เรดสกัลมีโอกาสที่จะปรากฎตัวในหนังหรือเปล่า?

ก็อาจจะนะ เพราะข่าวลือที่เปิดเผยออกมาเร็วๆนี้เกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการปรากฎตัวของตัวร้ายใน Captain America หลังจากที่บริษัทสร้างของเล่นอย่าง HeroClix ได้รวมเอาเรดสกัลเข้าไปในชุดหุ่นโมเดลของสะสมด้วย ถ้าไม่ปรากฎในภาคนี้ ก็อาจจะเป็นภาคต่อจากนี้ เพราะชุดหุ่นโมเดลของ HeroClix มีทั้งกัปตันอเมริกา, ธอร์ กำลังต่อสู้กับตัวร้ายอย่าง เรดสกัล และโลกิ นั่นเป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก

.
27. ฮัลค์เป็นตัวอันตราย
ฮัลค์เป็นตัวอันตราย

ฮัลค์เป็นตัวอันตราย

นอกจากจะเป็นสมาชิกในทีมอเวนเจอร์สแล้ว ฮัลค์ยังมีบางสิ่งที่เป็นอันตรายในตัวเอง และถูกจ้องมองจากเพื่อนในทีม โดยเฉพาะฮอล์คอาย ที่จับตามองอสูรกายตัวยักษ์สีเขียวนี้อยู่ตลอดเวลา ตามคำกล่าวของนักแสดงอย่างเจเรมี่ เรนเนอร์  “เขาเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถสยบฮัลค์ลงได้ ด้วยธนูยาสลบ”

“ไม่มีใครต้องการให้เขากลายเป็นฮัลค์ยกเว้นไอรอนแมน ที่ต้องการให้เห็นเขาโมโห”  มาร์ค รัฟฟาโล่เปิดเผย  “มันตลกมาก มีพลังที่เกี่ยวข้องกันระหว่างสตาร์คและแบนเนอร์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทั้งคู่เป็นเหมือนกับนักวิทยาศาสตร์ที่ทำอะไรก็ตามที่ตรงข้ามกับคนอื่น อย่างในแบนเนอร์ เขาก็ทดลองอะไรก็ไม่รู้กับตัวเอง ดังนั้นจึงมีการขัดขืนในตัวเองอยู่เสมอ”

.
28. กัปตันอเมริกาจะต้องเรียนรู้ในการปรับตัว
กัปตันอเมริกาจะต้องเรียนรู้ในการปรับตัว

กัปตันอเมริกาจะต้องเรียนรู้ในการปรับตัว

ฉากจบหลังเครดิตในหนัง Captain America: The First Avenger เราจะเห็นสตีฟ โรเจอร์ส หลุดเข้ามาอยู่ในเมืองนิวยอร์คยุคปัจจุบัน หลังจากที่พบว่าตัวเองหลับไหลมานานถึง 70 ปี ไม่เพียงแต่ทีมอเวนเจอร์สจะเห็นเขากระโจนเข้าสู่การต่อสู้กับโลกิ แต่เขายังจะต้องเรียนรู้การดำเนินชีวิตในยุคใหม่

“และนั่นก็เป็นที่ที่ทำให้เขาเริ่มมีความขัดแย้ง”  คริส อีวานส์เห็นด้วยกับข้อนี้  “มันจะไม่เป็นเพียงแค่การปรับตัวกับความจริงที่ว่าทุกชีวิตที่เขารู้จักได้ตายไปแล้ว แต่ยังต้องปรับตัวกับวิวัฒนาการของสังคม และค่านิยมหรือจริยธรรมสมัยใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป แต่เขาก็ไม่ใช่คนขี้บ่น เขาจึงไม่ท้อแท้กับสิ่งที่เกิดขึ้น ดังนั้นมันจะเป็นการค้นหาความขัดแย้งที่ไม่มีการโอดครวญใดๆ”

.
29. กัปตันอเมริกาและไอรอนแมนเขม่นกันตลอด
กัปตันอเมริกาและไอรอนแมนเขม่นกันตลอด

กัปตันอเมริกาและไอรอนแมนเขม่นกันตลอด

จากเทรเลอร์ตัวแรก เราจะเห็นถึงความตึงเครียดเล็กน้อยระหว่างโทนี่ สตาร์คและสตีฟ โรเจอร์ส ด้วยบทสนทนาที่กระแนะกระแหนกัน

“มันมีความตึงเครียดที่เห็นได้ชัดเจน”  คริส เฮล์มเวิร์ธกล่าว  “คุณจะเห็นถึงอีโก้ในตัวพวกเขา ทั้งหมดในทีมไม่ต้องการที่จะรู้ว่าการรวมกันเป็นทีมมันมีความหมายอะไร ในหนังสือการ์ตูนคุณจะเห็นว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย แต่นั่นมันก็เกิดขึ้นแล้ว และแน่นอนในหนังเรื่องนี้ด้วย”

.
30. แต่ดาวนีย์และอีวานส์เป็นเพื่อนสนิทกันมาก
แต่ดาวนีย์และอีวานส์เป็นเพื่อนสนิทกันมาก

แต่ดาวนีย์และอีวานส์เป็นเพื่อนสนิทกันมาก

แม้ว่าในจอความสัมพันธ์ของไอรอนแมนและกัปตันอเมริกาจะตึงเครียดมาก แต่เมื่อหลุดจากการถ่ายทำไปแล้ว โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ และคริส อีวานส์ไม่มีอะไรที่โกรธเคืองกันเลย ต่างฝ่ายต่างเคารพซึ่งกันและกัน

“เขาเป็นคนที่ตลกมาก ความคิดสร้างสรรค์เต็มเปี่ยมจริงๆ เป็นอะไรที่เหมาะกับบทสตีฟ โรเจอร์สมากๆ”  ดาวนีย์พูดถึงเพื่อนร่วมงานของเขา  “ผมหมายถึง บทกัปตันอเมริกาเป็นนักเลงดั้งเดิมของ Marvel universe ทีมอเวนเจอร์สจะไม่ทำงาน ถ้าเขาไม่ทำ ผมยกให้เขาเป็นหัวหน้าทีมเลย”

อีวานส์กล่าวอะไรเล็กน้อยเกี่ยวกับดาวนีย์ อธิบายเกี่ยวกับความพยายามให้คำแนะนำเวลาสปอตไลท์สาดแสงเข้ามา และการรับบทบาทเป็นซูเปอร์ฮีโร่

“เขาแค่เป็นคนดีคนหนึ่ง”  อีวานส์กล่าว  “เขาเจ๋งมากๆ ผมทำตัวไม่ค่อยถูกเวลาออกต่อหน้าสื่อ ซึ่งเขาก็ให้คำปรึกษาผมเสมอไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร เขากล่าวชื่นชมผมตลอดว่าผมเป็นนักแสดงที่สุดยอด นั่นทำให้ผมประทับใจมาก”

.
31. ธอร์ก็ยังเขม่นกับไอรอนแมนด้วย
ธอร์ก็ยังเขม่นกับไอรอนแมนด้วย

ธอร์ก็ยังเขม่นกับไอรอนแมนด้วย

“มันไม่เพียงแค่กัปตันอเมริกาเท่านั้นที่อยู่คนละข้างกับโทนี่ สตาร์ค แต่ธอร์ก็ยังร่วมอยู่ในสมาคมนี้ด้วย”  ดาวนีย์ให้ข้อสังเกต  “เมื่อผมอ่านสคริปครั้งแรก ผมก็ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมธอร์จะต้องมาเตะก้นผมอยู่บ่อยครั้ง แต่ตอนนี้ผมก็รู้สาเหตุแล้วล่ะ”

แม้ว่าเขาจะไม่ได้เข้าใจในความหมายเพิ่มขึ้น แต่ถ้าดูจากในเทรเลอร์ ในฉากที่ธอร์ปล่อยค้อนไปที่โล่ของกัปตันอเมริกา ธอร์ค่อนข้างมีความขัดแย้งระหว่าง ความจงรักภักดีต่อสมาชิกในทีมกับการกระทำที่เขาต้องทำต่อน้องชายตัวเอง

“ผมคิดว่าแรงจูงใจของธอร์มันมากกว่าที่จะเก็บไว้คนเดียว”  เฮล์มเวิร์ธอธิบาย  “ในความรู้สึกที่ว่า โลกิคือน้องชายของเขาที่ก่อเรื่องทั้งหมดนี้ขึ้น ในขณะที่คนอื่นๆเห็นว่า โลกิคือคนชั่วคนหนึ่งที่ต้องกำราบให้อยู่หมัด มันเป็นการปฏิบัติที่แตกต่างกันสำหรับผมหรือสำหรับธอร์มาก ผมผิดหวังในการกระทำของน้องหลายครั้ง แต่ผมก็เป็นเพียงคนเดียวที่รับรู้ความรู้สึกนั้น”

.
32. เหนือขึ้นไปในอวกาศ
เหนือขึ้นไปในอวกาศ

เหนือขึ้นไปในอวกาศ

แหล่าแฟนคลับทั้งหลายคงพอใจเมื่อเห็นว่าสัญลักษณ์เหรียญตราขององค์กร SHIELD จะปรากฎอยู่ในหนังด้วย นอกนั้นยังรวมไปถึง Helicarrier ซึ่งเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินขององค์กร และใช้สำหรับเป็นหน่วยบัญชาการหลัก สร้างโดยสตาร์คอินดัสทรีส์ และออกแบบโดยโทนี่ สตาร์ค, ดร.รีด ริชาร์ดส์ และฟอร์จ

Helicarrier

Helicarrier

นอกจากนี้ยังมี Quinjet เครื่องบินลำแรกที่ทีมอเวนเจอร์สใช้งาน และยังเป็นพาหนะของฮีโร่อีกหลายคนในอวกาศ โดยมีแบล็คแพนเธอร์เป็นหัวหน้ายาน และถ้าดูจากเนื้อหาในเรื่องแล้ว ดูเหมือนว่าฮอลค์อายจะเป็นตัวละครที่โชคดีที่ได้มีส่วนร่วมกับยานนี้

Quinjet

Quinjet

.
33. ธีมหลักของเรื่องนี้คือการทำงานเป็นทีม
ธีมหลักของเรื่องนี้คือการทำงานเป็นทีม

ธีมหลักของเรื่องนี้คือการทำงานเป็นทีม

ตามคำกล่าวของรัฟฟาโล่ ธีมสำคัญของหนัง The Avengers คือการทำงานร่วมกันเป็นทีม และความพยายามในการวางอีโก้ของตัวเองเอาไว้ก่อนเพื่อหันมาร่วมมือกันก็เป็นสิ่งที่เยี่ยมยอดมากๆ

“แต่ละคนก็ต่างมีอีโก้ของตัวเอง แต่พวกเขาก็ยินยอมที่จะยกเลิกบทบาทใดๆของแต่ละคนเพื่อที่จะเสริมความแข็งแกร่งของทีม”  รัฟฟาโล่กล่าว  “นั่นเป็นสิ่งที่หนังทั้งเรื่องกล่าวถึง ละทิ้งความสำคัญของตัวเอง เพื่อความสำคัญที่ยิ่งใหญ่กว่าของทีม”

.
34. นักแสดงก็ยังทำงานเป็นทีม
นักแสดงก็ยังทำงานเป็นทีม

นักแสดงก็ยังทำงานเป็นทีม

ตามคำกล่าวของจอสส์ วีดอน นักแสดงทุกคนต่างก็มีอีโก้ของตัวเองเช่นกัน แต่ทุกคนก็ละทิ้งมันไว้เพื่อทำงานใน The Avengers ให้สำเร็จ นั่นเป็นสิ่งที่เขาเห็นได้อย่างชัดเจน  “สิ่งที่ผมเห็นคือนักแสดงแต่ละคนต่างทำงานร่วมกันได้อย่างยอดเยี่ยม”  ผู้กำกับเปิดเผย  “และพวกเขาก็เป็นทีมแสดงที่ดียิ่งกว่าการรวมกันของทีมอเวนเจอร์สเสียอีก”

นอกจากนั้นวีดอนยังชอบทำงานร่วมกับโรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ เพราะวีดอนให้อิสระแก่ดาวนีย์ในการเปลี่ยนแปลงการแสดงบทบาทได้ตามใจ

“ผมบอกบางอย่างให้เขาพูด และเขาก็จะพูดมัน”  วีดอนกล่าวอย่างเหน็บแนมเล็กน้อย  “แต่บางครั้งที่เขาแสดงไปแล้วและไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไป เขาก็หันกลับมาถามว่า ‘ผมทำอย่างอื่นนอกเหนือจากบทได้มั้ย’ และผมก็ให้ทางเลือกเขาอีกมากมาย ซึ่งเป็นการทำงานที่สนุกมาก เพราะมีอะไรใหม่ให้เห็นเสมอ”

.
35. ความสมดุลของตัวละคร
ความสมดุลของตัวละคร

ความสมดุลของตัวละคร

หนึ่งในความท้าทายของการทำงานในหนังอย่าง The Avengers ก็คือความยากลำบากในการกระจายบทของตัวละครแต่ละตัวให้ทั่วถึง มันยากมากที่จะเฉลี่ยบทตัวละครทั้ง 6 ให้เท่าเทียมกัน แต่วีดอนก็รู้สึกว่าเขาทำมันได้สำเร็จในระดับหนึ่ง

“ในตอนท้ายของการทำงานแต่ละวัน ตัวละครที่ถือคันศรและลูกธนูเป็นตัวละครที่จะเขียนมุกตลกเข้าไปได้ง่ายที่สุด”  วีดอนยอมรับ  “แต่เราก็ได้สร้างสถานการณ์ที่ทำให้ทุกคนมีความสำคัญ และทุกคนอยู่ในอันตราย ทั้งหมดทำงานเป็นทีม แม้ว่าอย่างที่เราเคยเห็นในหนังสือการ์ตูน ไม่มีเหตุผลใดเลยที่จะทำให้คนเหล่านี้มาทำงานร่วมกันได้”

.
36. การถ่ายทำฉากแอ๊กชั่นสุดท้าทาย
การถ่ายทำฉากแอ๊กชั่นสุดท้าทาย

การถ่ายทำฉากแอ๊กชั่นสุดท้าทาย

ในขณะที่วีดอนต้องจัดการกับตัวละครมากมายใน The Avengers แต่สิ่งที่ท้าทายที่สุดก็คือการสร้างฉากแอ๊กชั่นอันมโหฬารในหนัง

“ผมมีเวลาหนึ่งสัปดาห์ในการถ่ายทำฉากความขัดแย้งของตัวละคร”  วีดอนกล่าว  “ผมรู้สึกประมาณว่า ‘ถ้าผมผ่านสัปดาห์นี้ไปได้ ก็จะไม่มีกระสุนลูกไหนทำอันตรายแก่ผมได้อีก’ และสัปดาห์นั้นเป็นช่วงเวลาที่ยุ่งยากจริงๆ แต่ก็ผ่านไปได้อย่างดี ดีมากๆ หลังจากนั้นก็มาถึงในฉากระเบิดรถ และผมก็รู้ว่า ‘โอ้..มันเป็นฉากที่ยากกว่าอีก'”

“และสิ่งที่ยากสำหรับมันก็คือ การพยายามทำให้ฉากแอ๊กชั่นดูสมจริง ผ่านไปฉากแล้วฉากเล่า มันยากมากๆ เพราะว่ามันต้องมีความต่อเนื่อง ทั้งฉากระเบิดรถและผลลัพธ์หลังจากนั้น รวมทั้งสภาพแวดล้อมที่อยู่ในเหตุการณ์ และความแตกต่างของพลังของแต่ละตัวละครอีก มันจะยากไปไหนเนี่ย”

.
37. ความโกลาหล
ความโกลาหล

ความโกลาหล

ฉากไคลแม็กซ์ต่อเนื่องของหนังในเมืองแมนฮัตตันเป็นฉากที่ใหญ่มากๆ เป็นฉากที่แต่ละตัวละครต้องระแวดระวังกับหลากหลายสิ่งที่อยู่รอบตัว

“บางคนก็ลอยอยู่ในอากาศ”  เจเรมี่ เรนเนอร์อธิบาย  “ผมยืนอยู่บนพื้นและกำลังยิงธนู มีสิ่งต่างๆมากมายเกิดขึ้นรอบตัว ผมไม่รู้เลยว่าหนังจะออกมาเป็นอย่างไร แต่หลายครั้งผมก็พยายามที่จะคิดว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง เพราะผมก็ผ่านมาหลายฉากแล้ว แต่ท้ายที่สุดแล้วผมก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าหนังมันจะออกมาอย่างไร ให้ตายเถอะ”

และผลลัพธ์ที่ออกมาก็ทำให้เรนเนอร์ประทับใจในความสามารถวีดอนมาก ที่สามารถรับมือกับทุกสิ่งทุกอย่างได้  “มันเป็นความท้าทายสูงสุดสำหรับจอสส์ วีดอน ที่รู้เรื่องราวพวกนี้ได้ทะลุปรุโปร่ง”  เรนเนอร์กล่าวต่อไป  “ไม่มีใครที่เยี่ยมพอจะเขียนมันได้แล้ว เขาสุดยอดมากในการเขียนบทและกำกับเรื่องราวทั้งหมดนี้ ถ้าเป็นผมคงไม่รู้เลยว่าจะบรรยายตัวละครทั้งหลายนี้ได้อย่างไร มันซับซ้อนจริงๆ”

.
38. การเขียนบทตัวละครไอรอนแมน
การเขียนบทตัวละครไอรอนแมน

การเขียนบทตัวละครไอรอนแมน

เมื่อวีดอนต้องเขียนเรื่องราวของโทนี่ สตาร์ค เขารู้สึกปลดปล่อยอย่างมากที่ได้เขียนเรื่องราวภูมิหลัง เพราะว่าไอรอนแมนเป็นตัวละครที่ทุกคนรู้จักกันดี แต่มันก็ยังเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับเขาอยู่ดี

“ผมคิดว่าบทพูดประเภทนี้ ‘โทนี่ไปมุดหัวอยู่ที่ไหน’ มันเจ๋งมาก”  วีดอนกล่าว  “โทนี่เป็นตัวละครที่ถูกอธิบายเอาไว้ดีมาก นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดคำถามประมาณว่า ‘เราจะเน้นไปที่อะไรดี บทพูดจะเป็นอย่างไรดี’ แต่เราก็ทำสำเร็จแล้ว และนั่นเป็นสิ่งที่จะได้เห็นกันในหนัง”

“เขาเป็นตัวละครที่โดดเดี่ยว เขาไม่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของอะไรที่ ‘ถูกเหมารวมไปกับบางสิ่ง และก็ไม่คิดถึงคนอื่นเลย’ เขาไม่ต้องการเป็นคนที่ทุกข์ทรมานเพียงคนเดียว ซึ่งนั่นผมเข้าใจดี และมันก็ง่ายมากที่จะทำให้ตัวละครนี้มีสีสันมากขึ้น มันมีบางสิ่งที่ขาดหายไป บางสิ่งที่ทำให้เขาเข้าร่วมอยู่ในทีมได้”  วีดอนกล่าวทิ้งท้าย

.
39. การเขียนบทตัวละครฮัลค์
การเขียนบทตัวละครฮัลค์

การเขียนบทตัวละครฮัลค์

เมื่อวีดอนต้องเขียนตัวละครบรู๊ซ แบนเนอร์ เขาชอบที่จะเริ่มใหม่อีกครั้ง ด้วยการนำเรื่องราวจากซีรีย์ทีวีมาเขียนต่อยอด โดยไม่ได้นำมาจากหนังจอใหญ่ที่ฉายไปแล้ว 2 ครั้ง

“ใช่ครับ มาร์คและผมสร้างตัวละครตัวนี้ขึ้นมาใหม่”  วีดอนกล่าว  “เพราะว่าเราเริ่มกันใหม่ตั้งแต่ต้น แต่มันก็เป็นสิ่งที่ถูกกล่าวมาหลายครั้งแล้ว และเราทั้งสองคนก็เห็นด้วยที่จะทำให้ตัวละครตัวนี้เป็นตัวละครที่ช่วยเหลือผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา”

“นั่นเป็นสิ่งที่น่าสนใจกว่าหนังฮัลค์ทั้ง 2 ครั้งก่อน ที่มัวแต่กล่าวถึงการเยียวยารักษาตัวเอง แต่เรามุ่งประเด็นไปที่อะไรที่จะทำให้กลายเป็นฮัลค์ได้ ธรรมชาติของความโกรธ และความรู้สึกของมัน”

.
40. การเขียนบทตัวละครกัปตันอเมริกา
การเขียนบทตัวละครกัปตันอเมริกา

การเขียนบทตัวละครกัปตันอเมริกา

ในหนังสือ บทของกัปตันอเมริกาอาจจะไม่ใช่ตัวละครที่สนุกในการเขียนมากนัก เพราะว่าเขาเป็นตัวละครที่มีปมของตัวเองท่ามกลางตัวละครที่มีสีสันอื่นๆในทีม แต่วีดอนก็ทำให้ตัวละครตัวนี้เป็นที่รักใคร่ได้อย่างง่ายๆ

“ผมชอบตัวละครไซคล็อปส์ใน X-Men เพราะว่าเขาเป็นคนตรงไปตรงมา”  วีดอนยอมรับ  “กัปตันอเมริกาก็ตรงไปตรงมาบ้างเล็กน้อย และเขาก็รู้ในจุดนั้นดี รวมทั้งยังรู้ว่าเขาอยู่ในโลกที่แตกต่าง ต่างจากยุคเขาถึง 70 ปี ผมคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่มีมนต์เสน่ห์มากๆ ผมเข้าใจในความรู้สึกของเขา นั่นทำให้ผมเขียนบทตัวละครนี้ออกมาได้อย่างง่ายดาย”

“มีบางตอนในบทสนทนาของคริสที่เป็นประมาณนี้ ‘โอเค ตอนนี้ผมเหมือนกับพวกปัญญาอ่อน'”  วีดอนกล่าวต่อ  “และผมก็คิดว่ามันดูเหมาะสมดีแล้ว เขารู้สึกในความมีเกียรติของตัวเอง แต่ในเวลาเดียวกันก็เข้าใจว่าทำไมผมถึงต้องการอารมณ์ขันสำหรับใครบางคนที่หาไม่ค่อยได้ด้วยล่ะ”

.
41. การเขียนบทตัวละครนิค ฟิวรี่
การเขียนบทตัวละครนิค ฟิวรี่

การเขียนบทตัวละครนิค ฟิวรี่

เมื่อวีดอนต้องเขียนบทผู้อำนวยการขององค์กร SHIELD อย่างนิค ฟิวรี่ เขาชอบที่จะเขียนให้นิคเป็นตัวละครที่กำกวมมากเท่าที่จะเป็นไปได้  “เขาอยู่ในสถานการณ์ที่อึมครึมแต่ยังต้องตัดสินใจบางสิ่ง เขาเป็นคนที่สามารถจัดการสิ่งต่างๆนี้ได้ดีที่สุดหรือเปล่า?”  วีดอนพูด  “เขาเป็นคนดีหรือเปล่า?  หรือเขาเป็นคนเหลี่ยมจัดกันแน่ หรือทั้ง  8สองอย่างเลย? นั่นเป็นสิ่งที่ผมอยากรู้เหมือนกัน”

“ผมรู้สึกว่าจะเป็นใครไม่ได้แล้วนอกจากแซม แจ็คสัน (แซมมวล แอล แจ็คสัน) ที่จะมารับบทนี้”  วีดอนกล่าว  “และผมบอกแก่แซมว่า ผมอยากเห็นใครบางคนที่สามารถควบคุมองค์กรใหญ่อย่างนี้ได้ และผมก็เห็นว่าแซมสามารถทำมันให้เกิดขึ้นได้”

.
42. โปสเตอร์แรก
โปสเตอร์แรก

โปสเตอร์แรก

โปสเตอร์แรกของหนัง The Avengers ปล่อยออกมาในงาน Comic-Con ปี 2011 ตามภาพด้านบน ซึ่งไม่ได้บ่งบอกอะไรมากมาย เป็นเพียงแค่ชื่อเรื่องตัวใหญ่ๆ และคำจำกัดความอีกเล็กน้อยเท่านั้น

.
43. คอนเซปต์อาร์ต
คอนเซปต์อาร์ต

คอนเซปต์อาร์ต

นอกจากจะเปิดเผยโปสเตอร์แรกของหนังแล้ว ในงาน Comic-Con ปี 2011 ยังเปิดตัวชุดภาพคอนเซปต์อาร์ตตามภาพด้านล่าง

กัปตันอเมริกา

กัปตันอเมริกา

ธอร์

ธอร์

ฮัลค์

ฮัลค์

นิค ฟิวรี่

นิค ฟิวรี่

ไอรอนแมน

ไอรอนแมน

แบล็ควิโดว์

แบล็ควิโดว์

ฮอลค์อาย

ฮอลค์อาย

.
44. แบนเนอร์
แบนเนอร์ 1

แบนเนอร์ 1

นอกจากนั้นยังเปิดเผยแบนเนอร์ของหนังที่ประกอบไปด้วยตัวละคร 2 กลุ่ม กลุ่มละ 4 คน ซึ่งทำให้เราได้เห็นว่ามีตัวละครที่น่าสนใจตัวไหนบ้าง

แบนเนอร์ 2

แบนเนอร์ 2

.
45. เทรเลอร์
เทรเลอร์

เทรเลอร์

ถ้ายังไม่รู้สึกถึงความตื่นเต้นในการรวมตัวกันของเหล่าซูเปอร์ฮีโร่เด็ดๆของมาร์เวลแล้วล่ะก็ จงไปยลโฉมความเด็ดกันในเทรเลอร์ซะ ซึ่งด้านล่างนี้เป็นเทรเลอร์ตัวแรกๆ หลังจากนั้นก็มีการเปิดเผยเทรเลอร์อีกหลายตัว

.
46. เทรเลอร์เวอร์ชั่นรัสเซีย
เทรเลอร์เวอร์ชั่นรัสเซีย

เทรเลอร์เวอร์ชั่นรัสเซีย

และถ้าใครอยากจะเห็นอะไรเพิ่มเติมอีกซักเล็กน้อยล่ะก็ จงมาดูในเทรเลอร์เวอร์ชั่นรัสเซียด้านล่างนี้ ซึ่งจะเปิดเผยอะไรที่มากกว่าการดูเวอร์ชั่นสากล แต่น่าเสียดายที่เป็นภาษารัสเซีย ดังนั้นก็ไม่รู้ว่าตัวละครพูดอะไรกันอยู่

.
47. จัดจำหน่ายโดยดิสนีย์
จัดจำหน่ายโดยดิสนีย์

จัดจำหน่ายโดยดิสนีย์

ความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้คือพาราเมาท์ขายสิทธิ์ในการจัดจำหน่ายหนังฮีโร่ของมาร์เวลทั้ง The Avengers และ Iron Man 3 ให้กับดิสนีย์ ซึ่งดิสนีย์ได้ลงทุนล่วงหน้าไปแล้ว 115 ล้านดอลลาร์

มันเป็นสิ่งที่สมควรอยู่แล้ว หลังจากที่ดิสนีย์ได้ซื้อบริษัทในครอบครองเดิมของตัวเองอย่างมาร์เวลเอนเตอร์เทนเมนท์กลับคืนมาในปี 2009 ด้วยมูลค่ากว่า 4 พันล้านดอลลาร์

“เราภูมิใจที่พาราเมาท์ได้สร้างเอกลักษณ์ให้กับตัวละครของมาร์เวลไว้อย่างมากมาย”  ริค รอสส์ ประธานของดิสนีย์กล่าว  “และในหลายปีต่อจากนี้ แบรนด์มาร์เวลก็จะขับเคลื่อนต่อไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง”

.
48. ภาคต่อ
ภาคต่อ

ภาคต่อ

ในตอนนี้มาร์เวลวางแผนเอาไว้ทั้งหมด 3 หนังภาคต่อซึ่งได้แก่ Iron Man 3 และ Thor 2 ที่คาดหมายไว้ว่าจะเปิดตัวในปี 2013 และตามมาด้วย Captain America 2 ในปี 2014

ในระหว่างนั้น เควิน ฟีจก็บอกถึงความเป็นไปได้ของภาคต่อ The Avengers ด้วยการพูดคุยกับเชน แบล็ค ผู้กำกับของ Iron Man 3 (ซึ่งอยู่ในช่วงเริ่มการสร้าง) ในงาน Comic-Con ที่นิวยอร์ก  “Iron Man 3 จะเป็นหนังเรื่องแรกที่เราจะกล่าวถึงความเป็นไปของภาคต่อ Avengers ที่กำลังจะมาถึง”

มาร์ค รัฟฟาโล่ก็คิดว่า The Avengers ยังมีเรื่องราวให้เล่าต่อได้อีกมาก  “มาร์เวลสร้างหนังหลายเรื่องในหลายปีมานี้ และก็อาจจะมีหนัง Hulk ตามมาด้วย”  เขาเปิดเผย  “และมีความเป็นไปได้สูงที่จะมี Avengers ตามมาอีกหลายภาค ซึ่งมันจะต้องสนุกมากแน่ๆ”

.
49. ภาคแยก
ภาคแยก

ภาคแยก

มีการพูดคุยต่างๆนานาเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของภาคแยก ฮอลค์อายและแบล็ควิโดว์ ซึ่งตัวละครทั้ง 2 ตัวนี้อาจจะถูกจับออกมาฉายแพ็คคู่หลังการผจญภัยใน The Avengers และตามคำกล่าวของเควิน ฟีจ ความคิดนี้เป็นสิ่งที่มาร์เวลกำลังคิดอยู่

“ไม่มีแผนการที่แน่นอนนัก”  ฟีจบอก  “แต่เราก็เริ่มพูดคุยกับสการ์เล็ตเกี่ยวกับหนังภาคแยกแบล็ควิโดว์ว่าควรจะเป็นอย่างไร และนอกจากนั้นเรายังเริ่มคิดถึงภาคแยกฮอลค์อาย รวมทั้งการเปิดเผยว่าองค์กร SHIELD เริ่มต้นมาได้อย่างไร”

“ฉันชอบแสดงบทแบล็ควิโดว์มาก”  สการ์เล็ต โจแฮนส์สันกล่าว  “ฉันคิดว่าเธอมีอดีตที่น่าสนใจ ยังมีเรื่องที่น่ารู้อีกเยอะ และแน่นอนว่า เควินรักตัวละครตัวนี้ด้วย ฉันคิดว่าถ้าแฟนคลับและคนดูทั้งหลายรักเธอ ก็ไม่มีสิ่งใดที่เป็นไปไม่ได้”

เรนเนอร์ก็กล่าวถึงความเป็นไปได้นี้ด้วย  “ผมคิดว่า มีความเป็นไปได้ในหลายๆสิ่ง”  เขากล่าวกับ MTV  “ผมมีความสุขมากกับการได้ร่วมงานในโปรเจคนี้ เป็นตัวละครที่ยอดเยี่ยม สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับการทำงานคือการได้รู้จักผู้คนมากมายนั่นแหละ”

.
50. เปิดฉายในเดือนเมษายน
เปิดฉายในเดือนเมษายน

เปิดฉายในเดือนเมษายน

The Avengers จะเปิดฉายในอังกฤษในวันที่ 27 เมษายน 2012 ซึ่งทำให้แฟนๆที่รอดูหนังซูเปอร์ฮีโร่ตื่นเต้นขึ้นมาหน่อย ก่อนจะไปดูต่อใน The Amazing Spider-Man และ The Dark Knight Rises ที่จะเข้าฉาย 4 กรกฎาคม และ 20 กรกฎาคมตามลำดับ

มาดูกันว่าพอเข้าฉายแล้ว จะสนุกอย่างในหนังสือการ์ตูนหรือไม่

.
และก็จบกันไปแล้วครับสำหรับข้อมูลเล็กน้อยๆที่เกี่ยวกับหนัง The Avengers หวังว่าคงจะอ่านกันรู้เรื่องนะครับ ถึงตอนนี้อยากดูหนังเรื่องนี้กันแล้วหรือยัง? ถ้าสนใจก็ไปดูแล้วมาแสดงความคิดเห็นกันครับ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก TotalFilm ครับ

.

ติดตามอ่านบทความตอนแรกได้ที่ลิงค์ข้างล่างครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s