MoViE On ThE TrIp ^#^#^ Safe House ^#^#^ ร่วมเดินทางในทริปทรหด กับเรื่องราวอันขึงขังของเซฟเฮาส์ได้ที่นี่

Posted: มีนาคม 19, 2012 in หนังทริลเลอร์, หนังแอ๊กชั่น, MoViE On ThE TrIp
ป้ายกำกับ:, , , ,

ร่วมเดินทางไปจันทบุรีกับผมพร้อมรีวิวหนัง Safe House… เปิดเผยเนื้อหาสำคัญบางส่วน

Safe House

Safe House

หนัง Safe House ในที่นี้ผมก็ไปดูที่จังหวัดจันทบุรีมาเช่นกันครับ เป็นรอบหลังจากที่ดูหนัง This Means War เสร็จแล้ว แต่ไม่ได้ดูโรงหนังที่เดียวกัน ผมเดินทางไปโรงหนังอีกแห่งหนึ่ง เป็นโรงหนังเปิดใหม่ในจันทบุรียังไม่ถึงปี ว่าแล้วก็มาเริ่มการเดินทางใน Movie On The Trip กันได้ในย่อหน้าถัดไปเลยครับ…

หลังจากที่ผมออกจากโรง SF Cinema @ โรบินสันจันทบุรี ผมก็รีบลงบันไดเลื่อนลงไปชั้น 1 เพื่อออกจากโรบินสันทันที และมองหามอเตอร์ไซค์รับจ้าง เมื่อเห็นแล้วก็บึ่งไปหาทันที ค่ารถก็ 30 บาทเหมือนเมื่อครั้งที่มา ตอนนี้ผมไม่ค่อยรีบเท่าไร เพราะแค่ 6 โมงเย็นนิดๆเอง มีเวลาประมาณชั่วโมงนึงสำหรับหนังรอบต่อไปที่ผมวางแผนไว้ นั่นก็คือเรื่อง Safe House รอบเวลา 19.20 ที่ Major Cineplex @ บิ๊กซีจันทบุรี

บิ๊กซีกับโรบินสันอยู่คนละฟากเมืองครับ มีแม่น้ำจันทบุรีคั่นกลาง ในครั้งนี้พี่วินก็พาผมไปทางลัดเพื่อจะได้ถึงเร็วๆ ซึ่งมันก็เร็วจริงๆ เพียงแค่อึดใจก็มาถึงด้านหน้าห้างบิ๊กซีจันทบุรี พี่วินส่งผมซะหน้าประตูเข้าห้างเลยทีเดียว แต่ผมยังไม่เข้าห้างในตอนนี้ เพราะเริ่มจะมืดแล้ว ต้องเก็บภาพหน้าห้างก่อน ว่าแล้วก็หยิบกล้องคู่ใจมาแชะภาพ ไปดูภาพกันได้เลย

Big C Chantaburi

ป้ายหน้าห้างบิ๊กซีจันทบุรี ในห้างก็มีทั้งโรงหนัง และของกินอีกมากมาย

คลิกเพื่อดูภาพขนาดมาตรฐาน

จากมุมอีกฟากถนนครับ ตรงรถสีดำนั้นจะมีซอยเล็กๆเพื่อเข้าไปยังลานจอดรถของบิ๊กซี

ภาพแรกถ่ายหลังจากลงรถมอเตอร์ไซค์เลยครับ เป็นป้ายหน้าห้างบิ๊กซี ที่บ่งบอกว่าสาขานี้มีโรงหนัง Major Cineplex ข้างในด้วย ส่วนภาพที่ 2 ผมเดินข้ามถนนย้อนไปถ่ายมา ตอนแรกกะจะบอกพี่วินให้จอดริมถนนก็ได้ แต่บอกไม่ทัน เลยลงซะหน้าประตูห้าง

Big C Chantaburi

อีกด้านหนึ่งของป้ายหน้าห้างบิ๊กซี ถ่ายจากลานจอดรถด้านข้าง

พอได้ภาพที่ 2 แล้วก็เดินกลับมาถ่ายอีกมุมของป้าย เป็นทางเล็กๆข้างบิ๊กซีที่มุ่งไปสู่ลานจอดรถ ป้ายทั้ง 2 ด้านก็มีโลโก้ Major Cineplex อยู่ตลอด

คลิกเพื่อดูภาพขนาดมาตรฐาน

ณ ลานจอดรถด้านหน้าของห้างบิ๊กซี

คลิกเพื่อดูภาพขนาดมาตรฐาน

เอาภาพด้านหน้าห้างมาให้ดูกันแบบเต็มอีกที

หลังจากนั้นผมก็เดินมาด้านหน้าห้าง และเก็บภาพอีกนิด สาขานี้มีคนไม่มากเท่าไรครับ ช่วงเย็นๆอย่างนี้คนน่าจะเยอะแต่ก็ไม่เยอะ ก็ดีไปอีกอย่าง เพราะผมจะได้ไม่มีคนมาเดินรบกวน พอเห็นว่าเริ่มจะมืดแล้ว ผมก็ถ่ายอีกซักภาพ ก่อนจะเข้าตัวห้างครับ

คลิกเพื่อดูภาพขนาดมาตรฐาน

ก่อนจะเข้าห้างขอเพิ่มอีกซักช๊อต

เดินเข้ามาที่ประตูหน้าห้าง ก็เห็นบันไดเลื่อนขึ้น-ลงไปสู่ชั้น 2 ทันที ด้านซ้ายมือจะเป็นเคเอฟซี อยู่หน้าห้างตามเคย ส่วนด้านขวามือเป็นร้านหนังสือ จำไม่ได้ว่าร้านอะไร เมื่อมองไปที่ชั้น 2 ด้านขวามือของบันได้เลื่อนก็จะเห็นโลโก้ Major Cineplex ทันทีครับ ส่วนด้านซ้ายก็จะเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตของบิ๊กซี

ผมเดินขึ้นบันไดเลื่อน และไปหยุดอยู่ตรงรอบฉายหนัง มองอยู่ตั้งนาน หารอบหนัง Safe House เอ๊ะ! ทำไมไม่มีนะ แต่ในที่สุดก็เจอ เพราะหนังเหลือรอบฉายน้อยนั่นเอง ทำให้รอบฉายสั้นซะจนมองไม่เห็น พอดูเสร็จผมก็ไปซื้อตั๋วทันทีครับ รอบที่ผมซื้อก็คือ 19.20 ตามที่วางแผนไว้นั่นเอง ผมมองที่จอเลือกที่นั่ง เห็นพอมีคนดูบ้างประปราย ผมเลือกนั่งตรงกลางของแถว D เลยครับ ถ้าขึ้นจากแถว D ไปก็จะเพิ่มราคาไปอีก ไม่รู้จะเพิ่มทำไม ที่นั่งมันฝังทองหรือ?

หลายคนอาจจะยังไม่ทราบนะครับ จุดที่ดูหนังที่เหมาะสมที่สุดสำหรับโรงหนังในบ้านเราก็คือประมาณแถว C-E เพราะลำโพงที่โรงหนังฝังไว้กับผนังรอบๆ เสียงที่ได้จะมาตกกระทบกับที่นั่งในแถวเหล่านี้ดีที่สุด นั่นก็คือ เราจะได้เสียงที่กระหึ่มที่สุดเมื่อนั่งแถว C-E โดยแถว D จะได้รับอรรถรสแบบเต็มๆ ใครที่ชอบไปนั่งแถวบนๆ แถว A-B อะไรนั่น นอกจากจะต้องจ่ายค่าตั๋วแพงโดยใช่เหตุแล้ว ยังได้รับอรรถรสทางเสียงแบบไม่เต็มที่อีกต่างหาก เพราะนั่งซะใต้ลำโพง เสียงมันจะเลยหูเราไป ถ้านั่งเลยจากแถว E ไป นอกจากเสียงไม่กังวาลแล้ว ยังจะปวดตาอีกต่างหาก เพราะฉะนั้น ไม่ต้องไปสนใจว่าเราไม่ไฮโซเท่าคนนั่งบนๆ เรามาแค่ดูหนัง เราไม่ได้มาอวดความรวย!

พอซื้อตั๋วเสร็จแล้ว ก็ขอแชะภาพช่องขายตั๋วซักหน่อย กว่าจะเก็บภาพนี้มาได้ ก็ต้องใช้ความหน้าด้านเข้าช่วย เพราะคนน้อย เจ้าหน้าที่ก็ยืนมอง ค่อนข้างอาย!

Major Cineplex @ Big C Chantaburi

ช่องขายตั๋วของสาขานี้ครับ คิวไลน์เป็นแถบเลย

ถ่ายรูปเสร็จผมก็ลงไปชั้นล่าง ไม่รู้จะทำอะไร ไม่ค่อยหิวเท่าไร เลยไปนั่งรอที่ Food Court ของบิ๊กซี ซึ่งอยู่หลังบันไดเลื่อนนั่นแหละ นั่งจิ้มนั่งกดมือถือ จนใกล้ถึงเวลาก็ค่อยไปนั่งรอหน้าโรงหนังครับ และอีกซักครู่ก็ถึงเวลาเข้าโรงซักที ผมฝากกระเป๋าไว้กับเจ้าหน้าที่หน้าโรงหนังพร้อมกับบอกว่าในกระเป๋ามีกล้องตามเคย เพื่อจะได้สบายใจว่าผมไม่ได้แอบถ่าย

ตอนนี้ก็ถึงเวลาดูหนังของผมแล้ว แต่ผมจะเอาส่วนรีวิวหนังไปไว้ท้ายสุดแทนแล้วกัน เพราะเรื่องราวหลังจากดูหนังจบ ผมอยากจะเล่าให้ฟังด้วย เพราะมันผิดแผนไปค่อนข้างเยอะ! เป็นอย่างไรไปติดตามกันต่อ…

การดูหนัง Safe House ของผมที่ Major Cineplex @ บิ๊กซีจันทบุรี ในครั้งนี้ รู้สึกเหมือนได้รับสิทธิพิเศษมากกว่าครั้งใด เพราะทั้งโรงมีผมดูแค่คนเดียว! ตอนแรกก็นึกว่าจะมีคนอื่นเข้ามานั่งดูด้วย เพราะตอนจองตั๋วก็เห็นมีคนจองแล้ว แต่นั่งจนหนังจบเรื่องผมก็ออกจากโรงมาแค่คนเดียว อิอิ..รอบนี้ผมเหมาโรงดูคนเดียวล่ะ

ดูจบผมก็ไปเข้าห้องน้ำแล้วก็ขอเก็บภาพก่อนจะจากลากันไป ก่อนดูไม่ค่อยกล้าถ่ายภาพหน้าโรง แต่ตอนนี้จะไปแล้ว เอาซักภาพละกัน ว่าแล้วก็ไปดูกันดีกว่า

Major Cineplex @ Big C Chantaburi

ตรงกลางของภาพคือโรง 1 ที่ผมดูในครั้งนี้ครับ

จากภาพดูเหมือนจะเป็นโรงหนังร้างเลยทีเดียว แต่ก็พอมีคนมาดูหนังนะครับ และตอนที่ถ่ายก็ 3 ทุ่มจะครึ่งแล้ว พอได้ช๊อตนี้แล้ว ผมก็ลงบันไดเลื่อนออกจากห้างเลย เดินไปหามอเตอร์ไซค์ถามราคา แต่ว่าไม่มีซักคัน แต่มีคนบอกว่าเดี๋ยวมา ราคาอยู่ที่ 50 บาท พอได้ยินผมก็แบบ ตอนมาแค่ 30 เอง จากบิ๊กซีไปขนส่งก็พอๆกับโรบินสันมาบิ๊กซีเนี่ยแหละ เพิ่มราคา 20 บาทค่าความมืดหรือไง?  แล้วพอสว่างอีกทีต้องเพิ่มค่าความสว่างด้วยมั้ย?  ผมเลยบอกวลีฮิตของตัวเองไปว่า “เดี๋ยวผมเดินไปเองดีกว่า” แล้วผมก็เดินจากบิ๊กซีเพื่อไปขนส่ง โดยที่ไม่รู้ทางเลยด้วยซ้ำ และก็ไม่เปิดแผนที่ดูด้วย อาศัยจำทางคร่าวๆตอนขึ้นมอเตอร์ไซค์แล้วก็จับทิศเอาเอง

ผมเดินเลียบไปตามทางเท้า เดินไปแป๊บเดียวก็ถึงสวนสาธารณะสมเด็จพระเจ้าตากสิน แต่มันกว้างใหญ่เหลือเกิน ต้องเดินไปทิศไหนล่ะเนี่ย ผมก็มั่วๆเดินตรงไปเรื่อย ไปหยุดอยู่ตรงแผนที่แล้วก็ถ่ายรูปเอาไว้ดู

คลิกเพื่อดูภาพขนาดมาตรฐาน

แผนที่ตัวเมืองจันทบุรี

พอได้ดูแผนที่ก็พอจะจับทิศทางถูก แต่ก็ยังงงนิดๆ เพราะรูปในแผนที่มันแค่คร่าวๆ แต่ก็เอาวะเดี๋ยวก็เจอ จากในแผนที่จุดที่ผมเดินมาตอนแรกก็คือห้างบิ๊กซีซึ่งยังไม่มีในแผนที่ เพราะห้างเพิ่งเปิดใหม่ ประมาณสัญลักษณ์ดาวสีเหลืองล่างซ้ายของแผนที่ที่ผมทำไว้ให้ดูนั่นแหละ ส่วนโรบินสันจะอยู่อีกฟากของแม่น้ำจันทบุรี ตรงที่ผมวงกลมสีเหลืองล่างขวาของภาพนั่นแหละครับ ส่วนขนส่งที่ผมจะต้องเดินไปก็จะอยู่ตรงแสงจ้าๆของภาพด้านบน ตรงที่แฟลชมันสะท้อนกระจกพอดี

ในเมื่อผมได้โอกาสเดินท่องราตรี ก็เลยเก็บภาพอะไรซักเล็กน้อย ก็เอาใกล้ๆตัวแหละครับ ภาพแรกก็จะเป็นป้ายของสวนสาธารณะแห่งนี้ที่ผมเดินลัดเลาะอยู่นั่นเอง

คลิกเพื่อดูภาพขนาดมาตรฐาน

ถ่ายจากริมสวนครับ ถ้าไม่เปิดแฟลชก็จะเห็นแต่ความมืด

ตอนแรกใช้มือถือถ่าย แต่แฟลชมันแรงไม่พอ ภาพที่ได้ก็เลยมืดมากๆ เลยหยิบเอากล้องมาถ่ายแทน และก็เป็นอย่างที่เห็นครับ แม้จะมืดแล้วแต่ในสวนก็ยังมีคนเดินอยู่นะ สวนสาธารณะแห่งนี้ไม่มีรั้วกั้นด้วยล่ะ เปิดโล่งเต็มที่ ตอนเย็นๆบรรยากาศดีมากๆเลย

ผมเดินไปตามถนน 3146 ในแผนที่ เข้าถนนแคบๆตรงก่อนจะถึงธนาคารกรุงไทย ดูภาพในแผนที่ด้านบนประกอบนะครับ และก็เลี้ยวไปตามถนนถ้าดูจากรูปก็จะผ่านปลายดาบของพระเจ้าตากสินน่ะครับ ตอนนี้ก็เจอป้ายใหญ่อีกป้าย พร้อมกับเกาะลอยน้ำที่ดูสวยดี เลยถ่ายเก็บเอาไว้ด้วย ตามภาพด้านล่างเลย

คลิกเพื่อดูภาพขนาดมาตรฐาน

นี่เป็นป้ายอย่างเป็นทางการของสวนสาธารณะแห่งนี้ครับ ภาพนี้ปิดแฟลชถ่าย

คลิกเพื่อดูภาพขนาดมาตรฐาน

เกาะนี้ตั้งอยู่กลางน้ำในสวนเลยครับ เห็นว่าสวยดีก็เลยถ่ายเก็บมา

หลังจากเดินผ่านปลายดาบแล้ว ก็เดินไปจนถึงหัวมุมถนน ก่อนจะถึงหัวมุมก็จะเจอกับศาลาเฉลิมพระเกียรติก่อน อยู่ตรงข้ามกับสวนสาธารณะครับ ดูภาพจากรูปเลย

คลิกเพื่อดูภาพขนาดมาตรฐาน

ภาพนี้เห็นมีกระต่ายนั่งเรียงแถว น่ารักดีเลยถ่ายเก็บไว้

คลิกเพื่อดูภาพขนาดมาตรฐาน

ซูมเข้าไปอีกนิด ให้เห็นกันว่าอาคารหลังนี้มันคืออะไร

ก่อนถึงหัวมุมผมก็เจอป้ายบอกทาง โอ้! มีสถานีขนส่งอยู่ในป้ายด้วย อีกไม่ไกลแล้วล่ะครับ และผมก็เดินข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามของสวนสาธารณะ ก็ได้ภาพมาอีกภาพครับ

Let's go to the Terminal

กระต่ายน่ารักดี สถานที่แต่ละแห่งที่นี่มีแต่กระต่ายเต็มไปหมด เป็นสัตว์ประจำจังหวัดล่ะสิ

คลิกเพื่อดูภาพขนาดมาตรฐาน

อยู่ตรงหัวมุมถนนพอดี อ๊ะ! อย่าลืมนะ อีก 37 วันต้องไปเข้าคูหา… อิอิ

ถ้าดูจากแผนที่ด้านบน เริ่มจากห้างบิ๊กซีมา ผมเลือกเดินทางตามถนนสีแดง ซึ่งมันโคตรอ้อม ถ้าผมไปถนนสีเหลืองก็จะมุ่งสู่ขนส่งตรงจุดจ้าๆในแผนที่ได้เลยทันที ก็เลยรู้สึกว่าเสียเวลา แต่ก็ยังดีที่ได้ภาพมาเป็นที่ระทึกแทน!

ทางเดินไปขนส่งก็ผ่านสถานที่ราชการหลายแห่งเลยครับ เดินไปได้ซักพักก็เจออีกป้าย ผมหันหลังไปถ่ายป้ายนี้เก็บไว้ด้วยครับ ซึ่งมันก็บอกว่าสวนสาธารณะที่ผมเพิ่งเดินผ่านมา มันต้องเลี้ยวซ้ายไปนะ

Just past here

หันกลับมาถ่ายป้ายนี้ จะได้รู้ว่าเดินผ่านอะไรมา

เดินมาได้กว่า 20 นาทีก็มาถึงทางแยกไปขนส่งแล้วครับ ภาพด้านล่างที่ถ่ายมาอยู่ตรง 4 แยกพอดีครับ ทางที่ไปด้านซ้ายของภาพก็คือทางที่ผมเดินมา ทางที่ตรงไปด้านบนของภาพจะอยู่ตรงข้ามกับทางไปขนส่งพอดี สถานีขนส่งของจันทบุรีก็อยู่ไม่ไกลจาก 4 แยกนี้เท่าไรครับ เมื่อเดินผ่าน 4 แยกมาผมก็เห็นร้านข้าวมันไก่ตรงหัวมุม แต่ยังไม่กิน ผมต้องไปซื้อตั๋วก่อน และในที่สุดผมก็เดินถึงสถานีขนส่งจันทบุรีครับ

คลิกเพื่อดูภาพขนาดมาตรฐาน

ใกล้ถึงที่หมายก็ขอเก็บภาพอีกซักหน่อย

คลิกเพื่อดูภาพขนาดมาตรฐาน

และแล้วก็มาถึงจนได้ เดินยังไม่ทันเหนื่อยเลย

ตอนที่ผมมาถึงขนส่ง คนไม่ค่อยมีแล้วครับ มีช่องขายตั๋วเปิดไม่กี่ช่องแล้ว ผมเดินไปหาช่องที่ขายตั๋วเข้ากรุงเทพฯ เห็นมีอยู่ 2 ช่อง ผมก็เดินไปถามทันที ถามกันอยู่นาน ได้คำตอบว่า ไม่มีรถไปพัทยาแล้ว รถเที่ยวล่าสุดที่เพิ่งออกไปก็คือรอบ 21.30 นั่นเป็นเวลาที่ผมเพิ่งดูหนังจบมาไม่ถึง 10 นาที ถ้าผมรอมอเตอร์ไซค์แล้วบึ่งมาขนส่งก็อาจจะทันรอบ 21.30 แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ผมก็จะไม่ได้รูปต่างๆที่เพิ่งให้ดูไป

ความคิดตอนนั้นผมก็ไม่หวั่นใจเท่าไรหรอกครับ แม้จะเป็นครั้งแรกที่ตกรถ คนขายตั๋วบอกว่ารถจะเข้าระยองแล้วตัดเข้ามอเตอร์เวย์เลย ไม่ผ่านพัทยา ไปโผล่อีกทีก็อำเภอเมืองชลบุรีเลย ผมก็เอาวะ ซื้อตั๋วเข้ากรุงเทพฯนั่นแหละ รอบที่รถจะออกก็คือ 22.45 ซึ่งก็เหลืออีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ผมจะไปลงที่อำเภอเมืองชลบุรี แถวเฉลิมไทย ถึงประมาณตี 1 กว่าๆ กะว่าพอถึงแล้วน่าจะยังมีรถกลับพัทยา

ผมเห็นว่าเวลายังเหลือจึงเดินไปกินข้าวมันไก่ร้านที่เพิ่งเดินผ่านมานั่นแหละ อยู่ห่างจากขนส่งแค่นิดเดียวเอง พอกินเสร็จก็มารอรถที่ขนส่ง เข้าห้องน้ำ เยี่ยวเยิ่วเสร็จแล้ว รถก็มาพอดี ผมก็ยื่นตั๋วให้ แล้วพนักงานก็เดินนำผมขึ้นรถ ซึ่งต้องนั่งตามที่นั่งบนตั๋วอีกด้วยแน่ะ ผมได้นั่งซะหน้าเลยครับ เป็นที่นั่งแบบพิเศษอีกต่างหาก เพราะเป็นแบบ 3D ไปดูกันจากในภาพ

Ticket to Chonburi

ได้นั่งเก้าอี้พิเศษ 3D ด้วยครับ!

ที่จริงผมไปแค่ชลบุรีราคาไม่น่าจะเก็บเต็ม 187 บาทนะ เพราะ 187 บาทคือราคาไปถึงกรุงเทพฯ แต่เห็นว่าผมได้เก้าอี้แบบ 3D ก็เลยค่อยชื่นใจหน่อย แต่อุตส่าห์ได้เก้าอี้ 3D ทะลุเบ้าตา พนักงานที่แจกน้ำ แจกขนมบนรถดันไม่ยอมแจกให้ผม เดินเลยไปซะงั้น แจกให้คนอื่นๆ ทำไมลืมผมไปซะล่ะ! นี่มันเก้าอี้ 3D ปลอมชัดๆ!

แต่ผมก็ไม่ค่อยหิวเท่าไรหรอก น้ำและขนมที่แจกนั่นก็ราคาประมาณ 10 บาท เลยไม่ข้องใจอะไรมาก แถมมีเปิดหนังให้ดูอีกต่างหาก เปิดเรื่อง Fast Five ผมก็ไม่ค่อยได้ดูหรอก แต่พอได้ยินเสียง ก็แอบมองบ้างเหมือนกันแหละ

ผมนั่งครึ่งหลับครึ่งตื่น เพราะกลัวคนขับรถขับเลย หลับไปซักพักก็ตื่นมามองเวลา อากาศในรถก็เหมือนอยู่ขั้วโลกใต้ หนังที่เปิดก็จบแล้ว ไฟก็ดับหมดแล้ว โอย! หนาวจะตายห่าอยู่แล้ว ช่วยหรี่แอร์หน่อย! ขนาดหยิบผ้าห่มที่แขวนไว้บนเบาะมาห่มแล้วยังสั่นยิกๆเลย แต่เหมือนกระแสจิตของผมได้ผล หรืออาจเป็นเอฟเฟ็กต์จากเก้าอี้ 3D เพราะอยู่ดีๆแอร์ก็เบาลง ขอบคุณพระเจ้า!

เวลาตี 1 กว่าๆ รถก็เข้าตัวเมืองชลบุรี ผมลงรถตรงเซเว่นริมถนน เลยเฉลิมไทยไปนิดหน่อย พอลงรถแล้วก็เข้าเซเว่นหาอะไรกินก่อน หลังจากนั้นวินมอเตอร์ไซค์ก็ถามทันทีว่าจะไปไหน ผมบอกว่าจะไปพัทยา เค้าตอบกลับมาว่ารถไม่มีแล้วล่ะ ถ้าจะไปจริงๆต้องเหมาสองแถวไป ผมก็เลยเดินไปหาสองแถวถามราคาไปพัทยา แต่คำตอบที่ได้รับมันทะลุบ้องหู เหมือนยังนั่งเก้าอี้ 3D อยู่เลย เพราะเค้าบอกว่า “ไปพัทยา 1,800 บาทครับ!!!” — โอ้แม่เจ้า! ผมจะไปพัทยานะ ไม่ได้เลยไปปอยเปต ทำไมราคามันช่างบาดใจปานนี้! เค้าเลยถามผมกลับว่ามีเท่าไร ผมบอกว่า “มีไม่ถึง 500 เลยพี่” แล้วผมก็เดินจากไปทันที เพราะถ้า 500 บาทจริงๆ ผมก็ไม่ไปหรอก ปกติตอนกลางวันมันแค่ 60 บาทเอง เพิ่มค่าความมืดอีกแล้วหรือไง?

วินมอเตอร์ไซค์ที่เพิ่งคุยกับผมมาก็ขับรถมาบอกผม “ถ้าไม่ไปก็ต้องหาโรงแรมนอนค้างคืนแล้วล่ะ” — ผมก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน เลยเดินมองๆหาโรงแรมถูกๆแถวนั้น เผื่อจะพักค้างคืน น่าจะมีซัก 300 บาท ผมเดินไปก็เห็นโรงแรมถูกๆแล้วล่ะ แต่ผมเดินไปกินก๋วยจั๊บก่อน ที่จริงไม่ได้หิวอะไรหรอก แต่ว่ากะจะไปนั่งโต้รุ่ง โชคร้ายที่ร้านปิดตี 2 จะนั่งโต้รุ่งซะหน่อย เลยต้องไปเดินเร่ร่อนต่อ…

ผมเดินไปรอตรงที่รถทัวร์จอด ถามคนแถวนั้นว่ารถเที่ยวแรกออกกี่โมง คำตอบก็คือ รถเที่ยวแรกออกตี 5 ผมมองดูเวลา นี่มันก็ตี 2 กว่าแล้ว อีกแค่ 2 ชั่วโมงกว่าก็จะเช้าแล้ว รอก็ได้วะ และผมก็นั่งรอที่เก้าอี้ตัวหนึ่ง

คลิกเพื่อดูภาพขนาดมาตรฐาน

เก้าอี้ตัวนี่แหละที่ผมนั่งรอ อยู่บนทางเท้าริมถนน

นั่งรอยุงกัด แต่ก็ยังดีที่ใส่กางเกงขายาว และก็เสื้อแขนยาว ยุงเลยหาที่กัดไม่เจอ 555+ สมน้ำหน้า… นั่งรอในความมืดก็กลัวๆเหมือนกัน มีรถผ่านไปมาก็เป็นพวกเด็กแว๊นซ์ แล้วก็มีใครไม่รู้เดินผ่านมาบ้างบางครั้ง กลัวจะเป็นโจร โชคดีที่มีหมาน้อยสีดำตัวหนึ่งคอยมานั่งเป็นเพื่อน ต้องขอบคุณหมาน้อยตัวนี้มาก เพราะเมื่อมีคนผ่านมา มันก็จะเห่า แต่มันไม่เห่าผม ขอบคุณมากเจ้าหมาน้อยเอ๋ย ถ้ามีโอกาสเมื่อไรจะเอาไก่เคเอฟซีไปฝาก!

Cute dog

หมาน้อยที่นั่งเป็นเพื่อนผม ขอบคุณแกมากนะ ^-^

ผมนั่งเบื่อๆไม่มีอะไรทำ มือถือแบตก็ใกล้หมด ไม่กล้าเล่น เผื่อฉุกเฉินเอาไว้โทร เลยออกเดินไปเซเว่น แต่ก่อนอื่นหันไปบอกหมาน้อยว่า “เดี๋ยวมานะ ไปเซเว่นก่อน จะเอาอะไรป่ะ” — แต่มันไม่ตอบ ซึ่งก็ถูกต้องแล้วล่ะ ผมเลยเดินไปเซเว่นทันที

ในระหว่างเดินไปเซเว่น ตาก็เหลือบไปเห็นร้านเน็ต เอ๊ะ! ร้านเน็ตยังเปิดอยู่อีกรึนี่?  ผมเดินไปซื้อน้ำกับของกินมานิดหน่อย และก็เดินเข้าร้านเน็ตตรงหัวมุม 4 แยกนั้นทันที โอ้! ร้านนี้เปิด 24 ชั่วโมง ขอบคุณสวรรค์ ผมไม่ต้องเป็นเหยื่อของยุงแล้ว

ผมเล่นเน็ตในร้านนั้นตอนตี 3 ผมซื้อไว้ 2 ชั่วโมง อัพเดตบล็อก เล่นเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ และก็เข้าเว็บอื่นไปเรื่อยๆ พอครบ 2 ชั่วโมงก็ตี 5 พอดี และผมก็ออกมายืนรอรถ ซึ่งก็เริ่มมีมาให้เห็นแล้ว พอรถตู้คันหนึ่งมาจอด ผมรีบเปิดประตูถามว่า “ไปพัทยาป่ะพี่”  พอได้คำตอบว่าไปก็กระโจนขึ้นรถทันที และนอนหลับคารถนั่นแหละ แต่หลับไม่ค่อยสนิท เพราะกลัวเลย เดี๋ยวไปโผล่ปอยเปต!

ผมมาถึงทางเข้าที่พักตอน 6 โมงเช้าพอดี กว่าจะถึงห้อง เก็บของ อาบน้ำ ก็ 6 โมงครึ่งแล้ว ผมก็นอนทันที และตั้งนาฬิกาปลุก 8 โมงเช้า เพราะต้องไปเข้าทำงานให้ทัน 8 โมงครึ่ง ซึ่งที่ทำงานก็อยู่ตรงข้ามถนนนั่นแหละ วันศุกร์ทั้งวันผมถ่างตาทำงานจนถึงเย็น พอเลิกงานรีบกลับห้อง อาบน้ำ กระโจนขึ้นเตียงทันที ได้เวลาเข้าฌานแล้ว…

และเรื่องราวทั้งหมดนั่นก็เป็นทริปเดินทางของผมอีกวันหนึ่งที่ทรหดข้ามวันข้ามคืน หลังจากนี้คงต้องวางแผนให้รอบคอบแล้วล่ะ เอาล่ะครับ ไปว่ากันเรื่องรีวิวหนัง Safe House กันต่อเลยตามสัญญา…

Safe House @ Major Cineplex บิ๊กซีจันทบุรี

Passport สำหรับหนัง Safe House @ Major Cineplex บิ๊กซีจันทบุรี

แค่มองหน้าหนังจากนักแสดงที่เล่นก็รู้เลยว่าหนังจะต้องออกแนวขึงขัง ตื่นเต้น อะไรประมาณนี้ เพราะนักแสดงนำในหนังอย่างเดนเซล วอชิงตัน เป็นตัวพ่อที่เล่นหนังดราม่าทริลเลอร์แนวอาชญากรรมเป็นประจำ จนเป็นสัญลักษณ์ติดตัวไปแล้ว หนังดังๆของเขาในแนวเดียวกันนี้ก็อย่างเช่น Training Day เรื่องนี้คว้าออสการ์นำชาย, Man on Fire, Inside Man และ American Gangster นี่เลือกมาแค่หนังดังๆในเครดิตนะ แนวเดียวกันนี้ยังมีอีกหลายเรื่องเหมือนกัน และก่อนที่จะได้ออสการ์นำชายจาก Training Day เขายังได้สมทบชายจาก Glory อีกด้วย เรียกได้ว่าความสามารถล้นมือเลยทีเดียว

ส่วนนักแสดงที่มาประกบบทกับเดนเซล วอชิงตัน ก็คือไรอัน เรย์โนลด์ ที่เล่นหนังมาแล้วหลายหลายแนว และเป็นหนึ่งในแถวหน้าของนักแสดงนำชายยุคปัจจุบัน ด้วยความที่ทั้งหล่อ เซ็กซี่ และความสามารถรอบตัว

เนื้อหาในหนังเรื่องนี้ออกจะงงๆในระยะเริ่มแรก เพราะยังไม่รู้เหตุผลว่าแมทท์ (ไรอัน เรย์โนลด์) มันทำอาชีพอะไรกันแน่ นั่งเฝ้าบ้านเฉยๆ แล้วบ้านนั้นเอาไว้ทำอะไร แล้วไปเกี่ยวกับโทบิน ฟรอสต์ (เดนเซล วอชิงตัน) และเค้าคือใคร แต่พอหนังดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆ ก็พอจะจับต้นชนปลายถูก

ซึ่งก็ซับซ้อนตามแบบฉบับหนังอาชญากรรมทั่วไป ดูไปก็งงไป ถ้าไม่งงสิแปลก! ดูจบถึงจะค่อยเข้าใจ หรืออาจเข้าใจเมื่อดูรอบสอง แต่ผมดูแค่รอบเดียว เลยเข้าใจด้วย และก็งงด้วย!

เซฟเฮาส์ในความหมายของหนัง เป็นสถานที่เอาไว้คุมตัวผู้ต้องหาเพื่อสอบปากคำ โดยจะมีพ่อบ้าน 1 คนเพื่อคอยดูแลความเรียบร้อย และประสานงานเมื่อมีแขกมาเยี่ยมเยียน โดยตัวละครแมทท์ในเรื่องก็เป็นพ่อบ้านของเซฟเฮาส์แห่งหนึ่งที่อยู่ในเมือง การทำหน้าที่พ่อบ้านเป็นงานที่ค่อนข้างน่าเบื่อ และไม่มีความก้าวหน้า จนดูเหมือนว่าการที่แมทท์ได้ทำหน้าที่นี้ เพราะถูกปรามาทว่าไม่มีความสามารถพอที่จะเลื่อนขั้นเป็นสายลับได้

แต่แล้ววันหนึ่งแมทท์ก็ต้องต้อนรับแขกที่ทางการต้องการตัวมากที่สุดอย่างโทบิน ฟรอสต์ ซึ่งถูกคุมตัวมาสอบปากคำที่เซฟเฮาส์แห่งนี้ แต่เนื่องจากฟรอสต์ถูกตามล่าจากทั้งทางการ และมือที่สาม นั่นทำให้การมาเซฟเฮาส์ของฟรอสต์ในครั้งนี้ ออกจะไม่เซฟเท่าไรสำหรับชีวิตของแมทท์

กฎข้อหนึ่งของการเป็นพ่อบ้านก็คือ ต้องดูแลแขกให้ถึงที่สุด ดังนั้นเมื่อเซฟเฮาส์ถูกถล่มจากมือที่สาม และเจ้าหน้าที่ที่ควบคุมตัวฟรอสต์มาก็ถูกฆ่าตายหมดแล้ว พ่อบ้านอย่างแมทท์จึงต้องรับหน้าที่ที่เหลือ คือการพาตัวแขกไปยังเซฟเฮาส์อื่นที่ใกล้ที่สุด และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวอันซับซ้อนครั้งนี้

แมทท์ได้รับคำสั่งจากทางการให้พาตัวฟรอสต์ไปยังเซฟเฮาส์อีกแห่ง โดยแมทท์ก็ทำตามคำสั่งนั้น แต่ก็ค่อนข้างฉุกละหุก เนื่องจากความเจ้าเล่ห์ของฟรอสต์ และความลังเลของแมทท์เอง ที่โดนฟรอสต์เป่าหูอยู่เสมอเรื่องราวฉ้อโกงของทางการ และให้เขาเลิกทำตามคำสั่งซะ

นั่นทำให้ฟรอสต์เริ่ม 2 จิต 2 ใจ ไม่รู้จะเชื่อฝ่ายไหนดี จะเชื่อทางการที่เขาเฝ้ารอวันเลื่อนขั้น แต่ก็ไม่เคยได้รับโอกาสนั้นซักที หรือจะเชื่อฟรอสต์ ซึ่งเป็นอดีตสายลับที่มีความสามารถอันเก่งกาจที่สุด เมื่อเรื่องราวดำเนินไปถึงเหตุการณ์ที่ฟรอสต์หลบหนีจากการจับกุมของแมทท์ได้ ทางการก็ให้แมทท์ล้มเลิกภารกิจ แต่เขาก็ไม่ฟังคำสั่งนั้น ยังคงทำตามความต้องการเดิม นั่นก็คือควบคุมตัวฟรอสต์ไปยังเซฟเฮาส์ที่ใกล้ที่สุดให้ได้

เรื่องราวเริ่มซับซ้อนมากขึ้น เมื่อแมทท์ได้รู้ความลับเล็กน้อยๆจากปากของฟรอสต์ ว่าจะเชื่อใจใครไม่ได้ ทุกคนล้วนแต่มีความลับปิดบังกันทั้งนั้น นั่นทำให้แมทท์เลือกจะเชื่อคนจากความคิดของตัวเอง มากกว่าที่จะถูกบังคับให้เชื่อ

หลังจากที่แมทท์พาฟรอสต์มาจนถึงเซฟเฮาส์อีกแห่งที่ตั้งอยู่ห่างไกลผู้คน ทั้ง 2 ก็เริ่มที่จะเข้าใจกันมากขึ้น และหนังก็เปิดเผยว่าตัวร้ายที่แท้จริงของเรื่องคือใครกันแน่ ซึ่งก็เป็นหนึ่งในทีมของทางการนั่นเอง จนมาถึงฉากเผชิญหน้าระหว่างตัวร้ายที่แท้จริง, ฟรอสต์ และแมทท์ ซึ่งแมทท์ก็เลือกที่จะยิงตัวร้ายเพื่อช่วยฟรอสต์ แต่ก็สายไปแล้ว เพราะฟรอสต์ก็เสียชีวิตหลังจากนั้นไม่นาน

เรื่องราวจบลงด้วยการเปิดเผยข้อมูลที่แมทท์ได้มาจากฟรอสต์ เป็นข้อมูลความชั่วที่ฟรอสต์เก็บเอาไว้มานาน การที่โดนตามล่าก็เนื่องมาจากข้อมูลตัวนี้นั่นแหละ ข้อมูลที่เปิดเผยก็บอกได้เลยว่า คนชั่วจริงๆแล้วก็ไม่ใช่ใคร กลับเป็นฝ่ายทางการนั่นเอง เพราะฉะนั้นก็เชื่อใจใครไม่ได้เลย!

เนื้อหาของหนังสนุกสนานตามแบบหนังอาชญากรรม ตื่นเต้นบ้าง มีเรื่องหักมุมเล็กน้อย ที่เด่นจริงๆก็คือนักแสดงเดนเซล วอชิงตัน เพราะแค่เสนอหน้าเข้าฉากมา ก็เปล่งรังสีอำมหิตออกมาทันที ไม่ต้องแสดงท่าทางอะไรมากเลย ในขณะที่ไรอัน เรย์โนลด์ต้องแสดงสีหน้าแทบตายกว่าจะรู้สึกตามอารมณ์นั้น

บทสรุปสำหรับรีวิวสั้นๆในครั้งนี้ ผมขอสรุปว่า Safe House เป็นหนังอาชญากรรมที่เข้มข้น แต่ก็ไม่มากเกินไป มีเรื่องราวหักมุมที่น่าสนใจ ตื่นเต้นกับการแสดงอันขึงขังตามแบบฉบับเดนเซล วอชิงตัน ถ้าจะมาดูเรื่องนี้ก็เตรียมใจไว้ว่าอาจจะงงนิดๆ แต่ก็จะเข้าใจได้เองเมื่อผ่านไปเรื่อยๆ

เรื่องนี้ผมให้เกรด B-
★★★1/2
คะแนน 7.1 เต็ม 10

.

ตัวอย่างภาพยนตร์ Safe House

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s