MoViE On ThE TrIp ^#^#^ Chronicle ^#^#^ ฮีโร่พลังชั่ว

Posted: มีนาคม 5, 2012 in หนังซูเปอร์ฮีโร่, หนังทริลเลอร์, หนังไซไฟ, MoViE On ThE TrIp
ป้ายกำกับ:, ,

ไปเที่ยวกันป่ะครับ ไปกับรีวิวนี้เลย… เปิดเผยเนื้อหาสำคัญบางส่วน

Chronicle

Chronicle – ฮีโร่พลังชั่ว

อันที่จริงหนัง Chronicle ผมดูวันเดียวกับหนัง Act of Valor และดูโรงหนังที่เดียวกันอีกต่างหาก แต่ผมเลือกที่จะรีวิว Act of Valor แบบธรรมดา ก่อนที่มากล่าวรายละเอียดการเดินทางในรีวิวนี้ ขอเชิญพบกับ Movie On The Trip กับหนัง Chronicle ฮีโร่พลังชั่ว ได้ในย่อหน้าถัดไปครับ…

เนื่องด้วยวันเสาร์เป็นวันหยุดพักผ่อนของผม จึงเดินทางออกต่างจังหวัดเพื่อไปดูหนังซะเลย แต่ไม่ได้ไปไหนไกลครับ ผมเดินทางไประยองซึ่งอยู่ไม่ไกลจากพัทยาเท่าไร และก็วางแผนตั้งแต่วันศุกร์แล้วว่าวันเสาร์จะต้องตื่นกี่โมง ทำอะไรบ้าง ไปถึงโรงหนังกี่โมง เพราะกะจะดูหนัง 2 เรื่องเลย คืนวันศุกร์ผมก็ไม่ได้นอนเร็วเท่าไรนัก นั่งทำงานจนเลยเที่ยงคืนแล้วค่อยนอน ซึ่งก็เป็นอย่างนี้มาหลายสัปดาห์แล้ว

เช้าวันเสาร์ผมตื่นตั้งแต่ 6 โมงนิดๆ เพื่อมาซักผ้า ซักด้วยเครื่องนะ ไม่ได้ซักมือ ใช้เวลาประมาณชั่วโมงนึง ช่วงที่ปล่อยให้เครื่องซักผ้ามันหมุนๆทำความสะอาด ผมก็เปิดคอมเขียนบทความไปด้วย เขียนตอนเช้าๆเพลินดีเหมือนกัน พอซักผ้าเสร็จก็นำผ้าไปตาก และก็อาบน้ำต่อ หลังจากนั้นก็แต่งตัว และไปรอรถเพื่อไประยองครับ

รอรถเฉยๆมันก็เริ่มเบื่อ เลยหยิบมือถือมาเปิดเน็ตเล่นฆ่าเวลา ไอ้ตอนยืนเฉยๆรถก็ไม่ยักกะมา แต่พอหยิบมือถือขึ้นมา ก็ได้ยินเสียงแตรดัง ปี๊นๆ พอมองไปรถก็ผ่านไปแล้ว ดันเป็นรถกรุงเทพฯ-ระยองอีกนะ ผมจึงเก็บมือถือลงกระเป๋ากางเกง เพราะเดี๋ยวพลาดอีก

แต่พอรอไปนานๆ มันก็เริ่มเบื่ออีกแล้ว เอาวะ! หยิบมือถือมาเล่นเน็ตอีกรอบดีกว่า โดยตาก็มองดูรถที่วิ่งผ่านตลอด แต่มันก็เกิดขึ้นอีกรอบจนได้ เพราะในขณะที่เพลิดเพลินกับมือถืออยู่ ก็ได้ยินเสียงแตรดัง ปี๊นๆ ผมรีบมองทันที มันเป็นรถตู้ ไประยองด้วยครับ แต่รถมันก็อยู่ซะเลนกลางถนน และแป๊บเดียวก็เลยไปไกลแล้ว โหย! พลาดไปอีกครั้งแล้ว ไม่เอาแล้ว ไม่มัวเล่นมือถือแล้ว เดี๋ยวไปสาย ผมเลยตั้งสมาธิดูรถอย่างแน่วแน่หลังจากนั้น จะไม่มีทางพลาดอีกเป็นครั้งที่ 3 ให้ตายสิ!

หลังจากนั้นก็รอรถอีกนานมาก ผ่านไปเกือบชั่วโมงได้ กว่าจะได้ขึ้นรถตู้ไประยองก็เกือบจะ 10 โมงเช้าแล้ว เสียเวลาจริงๆ ผมต้องไปแวะโลตัสระยองก่อนที่จะไปดูหนังด้วยนะเนี่ย สงสัยต้องกลับห้องดึกแน่เลย

ระหว่างที่ผมนั่งอยู่บนรถตู้ ก็ผ่านสถานที่สำคัญมากมายของพัทยา ไม่ว่าจะเป็นเมืองจำลองหรือ Mini Siam ที่อยู่ตรงข้ามกับโรงพยาบาลกรุงเทพ-พัทยา และเยื้องๆกับพิพิธภัณฑ์ศิลปะในขวดแก้ว บริเวณพัทยาเหนือ หลังจากนั้นรถก็ผ่านพัทยากลาง พัทยาใต้ และวิ่งออกนอกเขตพัทยา อีกไม่นานก็ผ่าน สวนนงนุชพัทยา หลังจากนั้นก็ไม่รู้ว่าผ่านอะไรอีกมั่ง เพราะผมหลับ!

พอตื่นมาอีกทีก็ถึงสัตหีบ และผมก็หลับๆตื่นๆ จนเลยเขตจังหวัดชลบุรี เข้าเขตจังหวัดระยอง ผมก็ตาสว่าง นั่งมองวิวริมทางไปเรื่อยๆ และก็หยิบมือถือมาดูแผนที่ เพื่อจะต้องบอกคนขับรถตู้ให้จอดได้ถูก เพราะผมไม่ได้บอกเค้าว่าไปลงที่ไหน บอกเพียงแค่ว่าไประยอง ซึ่งค่าโดยสารรถตู้จากพัทยาก็ 80 บาท ไม่แพงมากนัก ยังพอรับได้อยู่

เวลาผ่านไปซักพักรถก็ขับผ่านย่านนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งก็ตั้งเรียงรายเป็นแถบ นิคมดังๆที่รู้จักก็คือ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด นอกนั้นไม่ค่อยรู้จักเท่าไร เมื่อผมหยิบมือถือมาดูอีกรอบ ก็เห็นว่าใกล้จะถึงที่หมายแล้ว โดยห้างที่ผมจะไปดูหนังจะถึงก่อน โลตัสระยอง แต่ผมจะไปโลตัสก่อน ดังนั้นต้องลงโลตัสระยอง แล้วค่อยย้อนกลับมาดูหนัง

แต่ก่อนหน้านั้น รถตู้แวะเข้าสถานีขนส่งของระยองก่อน ซึ่งอยู่ริมทาง หาได้ง่าย ดีกว่าที่ชลบุรีที่ปลีกวิเวก เข้าป่าเข้าดง พอแวะสถานีขนส่งแล้ว อีกไม่นานก็ผ่านห้างที่ผมจะดูหนัง และหลังจากนั้นก็มาถึงโลตัสระยองแล้ว โห! เกือบจะเที่ยงแล้ว เสียเวลาจริงๆ หนังรอบแรกที่กะจะดูก็คือ Act of Valor รอบ 11.10 แต่มันเลยมานานแล้ว เลยต้องเปลี่ยนเป็น Chronicle รอบ 11.50 แทน เมื่อดูนาฬิกา ผมเหลือเวลาอีกประมาณ 20 กว่านาทีในการทำธุระที่โลตัสระยอง แล้วต้องรีบไปให้ทันดูหนัง ดังนั้นผมจึงรีบเข้าโลตัสทันทีไม่รอช้า

ผมทำธุระในโลตัสระยองเสร็จก็ออกจากห้างทันที เหลือเวลาอีกประมาณ 10 กว่านาที ผมรีบเดินไปอย่างเร็วๆ แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นพี่วินมอไซค์ จึงถามราคาไปว่า “ไปแหลมทอง เท่าไรครับ” คำตอบที่ได้กลับมาไม่ปลื้มเลย เพราะตั้ง 40 บาท ครึ่งนึงของรถตู้ที่มาระยองเลย ทั้งที่ห้างมันห่างกันแค่ไม่เท่าไร ผมจึงบอกวินไปว่า “งั้นเดี๋ยวผมเดินไปเองดีกว่า” และผมก็รีบจ้ำอ้าวทันที

ถ้าเป็นคนอื่นก็อาจจะเลือกขึ้นมอไซค์ไปแล้วนะ แต่ผมไม่เลือก เพราะมันไม่สมราคาเท่าไร เดินเอาเองก็ได้ เดินข้ามอำเภอเกือบร้อยโลผมก็เคยเดินมาแล้ว นี่เพียงแค่ 2-3 กิโล จิ๊บจ๊อยมาก!

คลิกเพื่อดูภาพขนาดมาตรฐาน

ด้านหน้าห้างแหลมทองระยองครับ ใหญ่ที่สุดในแถบนี้แล้ว เลยไปอีกไม่ไกลก็เป็นโลตัสระยอง

Laemtong Rayong

ก่อนเข้าห้างมองป้ายก่อนว่ามีโรงหนังรึป่าว? พอเห็นป้ายนี้ อ้อ..มีโรง SF

แต่เล่นเอาผมเหงื่อแตกพลั่กเลย แถมปวดขาอีกต่างหาก แต่เพื่อความประหยัด ต้องอดทน เพราะเสียค่ารถมาเยอะแล้ว 555+ ผมใช้เวลาเดินถึงห้างแหลมทองระยองประมาณเกือบ 20 นาที เป็นการเดินที่ช้าพอสมควร เพราะเคยทำเวลาได้ดีกว่านี้ แต่เอาเถอะ วันนี้ปวดขา พอถึงห้างก็เที่ยงนิดๆแล้ว จึงรีบเดินไปหาโรงหนังทันที ซึ่งมันก็อยู่ชั้นบนๆตามเคย

คลิกเพื่อดูภาพขนาดมาตรฐาน

คนเยอะมากเลยนะครับ แต่จากในภาพที่เห็นไม่ค่อยมี เพราะผมรอจังหวะคนน้อยแล้วค่อยถ่าย รอนานมากกกก…

ผมมาถึง SF Cinema ที่อยู่ชั้นบนสุด ก็รีบบึ่งไปซื้อตั๋วทันที แต่พอเห็นคน โหย! ทำไมคนเยอะอย่างนี้นะ นี่มันเพิ่งรอบแรกๆของวันเองนะ คนยั๊วเยี๊ยมาก กว่าจะถึงคิวซื้อตั๋วก็เที่ยงจะสิบนาทีแล้ว พอถามคนขายตั๋วเค้าก็บอกว่าหนัง Chronicle รอบ 11.50 เข้าเรื่องไปได้ 5 นาทีกว่าๆแล้ว ผมจึงเลือกที่จะเปลี่ยนรอบ และซื้อบัตร Act of Valor รอบ 13.15 แทน เพื่อจะได้ดูตัวอย่างหนังและไม่พลาดตอนต้นๆของหนัง และอีกอย่างเพื่อหาอะไรกินด้วย

เมื่อซื้อบัตรเสร็จผมก็ดูรอบต่อไปที่กะจะดู ซึ่งก็คือ Chronicle รอบ 15.50 ผมไม่รู้ว่าหนัง 2 เรื่องเวลามันคาบเกี่ยวกันรึป่าว ถามคนขายตั๋วไว้เค้าบอกว่าเวลาไม่คาบเกี่ยวกัน แต่ผมเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง จึงยังไม่ซื้อตั๋วรอ ดูหนังเรื่องแรกจบเดี๋ยวค่อยซื้อก็ได้ หลังจากนั้นก็ลงไปหาอะไรกิน

คลิกเพื่อดูภาพขนาดมาตรฐาน

ก่อนดูหนังออกมาถ่ายรูปเล่นซักหน่อย นี่เป็นทางเข้าห้างครับ ถ่ายตรงขั้นบันได จะเห็นเกล็ดปลาของตัวอาคาร

คลิกเพื่อดูภาพขนาดมาตรฐาน

ลงทุนนั่งถ่ายเลยนะเนี่ย เอามันตรงนี้แหละ! อยู่หน้าประตูทางเข้าที่เปิดไปเจอแม็คโดนัลด์และเคเอฟซี

คลิกเพื่อดูภาพขนาดมาตรฐาน

นี่ก็ข้ามสะพานลอยมาถ่ายอีกด้านเลยทีเดียว

คลิกเพื่อดูภาพขนาดมาตรฐาน

แชะอีกซักภาพ เพื่อให้รู้ว่าห้างนี้มีบิ๊กซีด้วยนะ

ผมมีเวลาประมาณชั่วโมงนิดๆ อย่างแรกก็เดินมาที่ KFC แต่เห็นคนเยอะมาก เลยเบนไป McDonald’s แทน ซึ่งมันก็อยู่ตรงข้ามกัน และอยู่หน้าห้างอีกด้วย สงสัยมานานแล้วว่า 2 ร้านนี้มันอยู่หน้าห้างตลอดเลย เกือบทุกห้างที่ไปจะต้องตั้งอยู่หน้าๆเสมอ อยู่ติดประตูนั่นแหละ ไม่ว่าจะหน้าหรือหลัง ตอนซื้อที่คงมาเจ้าแรกๆหรือเปล่า ส่วน Chester’s Grilled, Pizza Hut, The Pizza Company นี่มาไม่ค่อยจะทันหรือไง เพราะตั้งอยู่ที่แปลกๆตลอด ร้านอื่นๆก็ด้วยเหมือนกัน

วันนี้ผมซื้อข้าวกระเพราไก่กรอบพร้อมเป๊ปซี่ และก็ชีสเบอร์เกอร์อีกอัน เป็นอิ่มเล็กๆที่ประหยัดดีเหมือนกัน เสียไป 101 บาทพอดี ที่จริงมันก็แพงแหละ แต่เพราะมันเป็นฟาสต์ฟู้ดมันก็เลยสะดวก เพราะผมรีบอยู่!

คลิกเพื่อดูภาพขนาดมาตรฐาน

อิ่มเล็กๆ พอประทังความหิว

ก่อนกินก็แชะภาพตามเดิม และก็ถึงเวลายัด ซึ่งก็ใช้เวลาไม่นาน ประมาณไม่ถึง 20 นาทีก็หมดแล้ว เพราะจะไปแชะภาพที่อื่นต่อ ผมเดินร่อนทั่วห้าง เพื่อดูว่าห้างนี้มีอะไรบ้าง ห้างนี้มีอะไรเยอะเหมือนกัน คนก็เยอะมาก ต่างจากแหลมทองบางแสนที่มีคนพอประมาณ แต่แหลมทองระยองที่นี่ เหมือนบ้านน้ำท่วมแล้วรีบมาซื้อของเข้าบ้านเลย เดินกันเต็มไปหมด

ผมตระเวนขึ้นๆลงๆหลายชั้น ทั้งโซนมือถือ โซนบิ๊กซีที่มีทางเชื่อมสะพานลอยหน้าห้างด้วย โซนร้านรวงต่างๆ และก็โซนแหลมทองซึ่งเป็นโซนของแพง คล้ายๆกับห้างเซ็นทรัลที่จะมีโซนเซ็นทรัลน่ะแหละ โซนของแพงนี่คนจะเดินน้อย พอจะสรุปได้ว่า มันเป็นโซนเกินความจำเป็น คนจึงไม่ค่อยเดิน เลือกอะไรที่ประหยัดและพอเพียงดีกว่า อะไรที่เกินความจำเป็นเอาไว้ทีหลัง

เดินไปเดินมาเริ่มเมื่อยขา จึงขึ้นไปชั้นโรงหนังเพื่อนั่งรอเข้าโรงดีกว่า พอได้ยินเสียงนกหวีด ไม่ใช่สิ! พอได้ยินเสียงพนักงานประกาศว่าหนัง Act of Valor จะฉายแล้ว รีบเข้าโรงซะ ผมก็ลุกเดินไปหาพนักงานฉีกตั๋วทันที และก็ไม่ลืมที่จะฝากกล้อง และสัมภาระไว้ด้วย แต่สาขานี้ให้ฝากไว้แค่ แบตเตอรี่กับการ์ด นอกนั้นให้แบกเข้าโรงไปได้ เฮ้อ! อุตส่าห์จะฝาก แบกไปก็ได้ฟระ!

Act of Valor @ SF Cinema Laemtong Rayong

Passport สำหรับหนังเรื่อง Act of Valor @ SF Cinema แหลมทองระยอง

ผมเดินเข้าไปดูหนัง Act of Valor ที่โรง 4 จากทั้งหมดที่อยู่ 7 โรง รอบที่ผมดูมีคนเยอะเหมือนกัน พอผมเดินเข้าไปถึงคนก็นั่งกันยั๊วเยี๊ยแล้ว ผมจองที่นั่ง E15 ไว้ แต่พอเห็นคนนั่งกันเยอะแล้ว จึงไม่อยากรบกวนเค้า เพราะถ้าผมเดินไปก็จะไปบังตัวอย่างหนังที่เค้ากำลังดูอยู่ ผมจึงอ้อมเดินไปอีกทาง และไปนั่ง E1 แทน และกะว่าจะลุกไปนั่ง E15 ขณะลุกช่วงเพลงสรรเสริญพระบารมี แต่พอถึงช่วงนั้นจริงๆ ก็ไม่กล้าเดินไป เพราะกลัวเสียมารยาท เลยเขยิบไปนั่ง E3 แทน และก็นั่งตรงนั้นจนจบเรื่อง ตอนแรกก็ลุ้นๆอยู่ว่าจะมีเจ้าของที่มาหรือเปล่า แต่นั่งไปครึ่งเรื่องก็ไม่มีใครมา เลยรอดตัวไป

พอดู Act of Valor จบผมก็ดูเวลา อื้ม…ยังทันดูรอบต่อไป ผมจึงเดินไปซื้อตั๋วหนัง Chronicle รอบเวลา 15.50 และนั่งรอหน้าโรง นั่งเล่นว่างๆก็แชะรูปซักหน่อย คนเยอะอ่ะ ก็เลยได้ภาพนิดเดียว

คลิกเพื่อดูภาพขนาดมาตรฐาน

นี่ช่องขายตั๋วของสาขานี้ รอช่วงคนน้อยๆแล้วรีบแชะ

คลิกเพื่อดูภาพขนาดมาตรฐาน

ส่วนนี่เป็นจุดขายป๊อบคอร์นและเครื่องดื่ม ที่เห็นคิวไลน์ล่างขวานั่นเป็นทางเข้าโรง 3-4, 6-7 ส่วนตรงที่เห็นคนนั่งริมภาพด้านขวาจะมีทางเข้าโรง 5 อยู่ และทางเข้าโรง 1-2 จะอยู่ด้านซ้ายเลยจุดขายขนมไป

พอใกล้เวลา พนักงานก็ประกาศว่าหนังจะเข้าแล้วนะ ให้รีบๆมาผมเดินไปหาพนักงานรับฝากของบอกว่าฝากแบตเตอรี่และการ์ดไว้ก่อนนะ เดี๋ยวมารับตอนหนังจบ หนัง Chronicle ที่ผมดูฉายโรง 2 ซึ่งอยู่อีกด้านของโรง 4 ที่เพิ่งดูจบไป หนังรอบใกล้ๆกันก็คือ ตำนานรัก แม่นาค 3D ยืนรอแถวเข้าโรงกันเยอะมากๆ ส่วนหนัง Chronicle ที่ผมกำลังจะเข้าไป ไม่เห็นมีต่อแถวกันเลย พอผมเดินเข้าไปในโรงเพื่อนั่ง D8 มีคนพอสมควร น้อยกว่ารอบที่ดู Act of Valor นิดหน่อย

ผมดูตัวอย่างหนังตั้งแต่ต้น มีหนังน่าดูอยู่หลายเรื่อง และหนังที่เคยดูตัวอย่างแล้ว ก็ออกตัวอย่างใหม่มาได้อย่างน่าสนใจ ดูไปเพลินไป จนถึงเวลาหนังฉาย ถึงตอนนี้ก็ถึงช่วงเวลารีวิวหนัง Chronicle กันแล้วครับ

Chronicle @ SF Cinema Laemtong Rayong

Passport สำหรับหนัง Chronicle @ SF Cinema แหลมทองระยอง

สำหรับหนัง Chronicle ผมก็รู้มาคร่าวๆก่อนดูหนังว่าจะเป็นประมาณ เด็กวัยรุ่นได้พลังพิเศษมา และนำไปใช้ในทางที่ผิด ซึ่งก็คงจะไม่มีอะไรมาก แต่พอได้ดูไปเรื่อยๆ ผมเริ่มไม่ค่อยชอบใจตัวนำของเรื่อง แม้จะเห็นสาเหตุที่ว่าทำไมถึงต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ แต่มันก็ดูจะเกินไปหน่อยรึป่าว?

ตัวนำของเรื่องคือแอนดรูว์ เป็นวัยรุ่นคนหนึ่งที่มักจะโดนรังแกจากคนรอบข้างอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่น คนแถวบ้าน หรือแม้กระทั่งพ่อบังเกิดเกล้าที่วันๆเอาแต่กินเหล้าและปล่อยให้เมียป่วยนอนอยู่แต่บนเตียง แต่ถึงแม้คนรอบข้างจะมีแต่พวกนี้ แอนดรูว์ก็ยังมีเพื่อนรักอย่างแมทท์ เพื่อที่พูดคุยกันอยู่เสมอ และเป็นห่วงเป็นใยกันและกัน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้แอนดรูว์กลายเป็นคนดีได้

ในคืนวันหนึ่งที่แอนดรูว์ไปร่วมปาร์ตี้กับแมทท์ ระหว่างที่แอนดรูว์เริ่มเบื่อๆกับงานเลี้ยงจึงเดินออกมาปลีกตัวอยู่นอกงาน และเจอกับสตีฟที่เรียกให้เขาไปเก็บภาพสิ่งประหลาดที่พบอยู่ในหลุมลึกลับ และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นมิตรภาพ 3 หนุ่มที่มีทั้งดีและร้ายผสมปนเปกันไป

เดาเรื่องเอาเองก็พอจะรู้แล้วว่า หลังจากที่แอนดรูว์ได้พลังพิเศษมาก็จะต้องนำมันมาใช้เพื่อลบจุดด้อยของตัวเองที่มีมานาน นั่นก็คือความอ่อนแอ โดยเพื่อนอีก 2 คนอย่างแมทท์และสตีฟ ก็ใช้พลังพิเศษนี้ด้วย แต่ 2 คนนี้ไม่ได้มีความอ่อนแอเป็นจุดด้อย ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้คิดในแบบที่แอนดรูว์คิด

แรกๆก็ดีใจเหมือนกันที่แอนดรูว์ลบจุดด้อยของตัวเองได้แล้ว แต่เมื่อพลังของแอนดรูว์แข็งกล้าขึ้นเรื่อยๆ เขากลับนำมันไปใช้ในทางที่ผิด จนแมทท์เริ่มปรามๆและออกกฎการใช้พลังพิเศษนี้ แต่ดูเหมือนแอนดรูว์จะไม่ค่อยใส่ใจเท่าไร

ก่อนที่จะได้พลังพิเศษมาแอนดรูว์เคยเอาแต่เก็บตัว พอได้มาปรากฏตัวต่อสาธารณชนด้วยการเชื้อเชิญของสตีฟ ทำให้เขากระหยิ่มยิ้มย่องที่กลายเป็นจุดสนใจของใครหลายๆคน นั่นเป็นสิ่งที่เขาเฝ้ารอมานาน และแมทท์ก็ดีใจที่เห็นแอนดรูว์มีความสุข แต่ความสุขนี้ก็เกิดขึ้นเพียงชั่วอึดใจและอยู่กับแอนดรูว์ได้ไม่นาน เพราะหลังเหตุการณ์บนเตียงที่ทำให้แอนดรูว์เสียความมั่นใจ มันก็ทำให้เขาเริ่มที่จะคิดว่า เขาจะต้องเป็นที่ 1 เท่านั้น และจะไม่มีใครหน้าไหนมาหยุดเขาได้

การที่เก็บกดและถูกรังแกมาตลอดตั้งแต่เด็ก เมื่อได้พลังพิเศษนี้มา ทำให้แอนดรูว์ที่เคยเป็นเหยื่อ กลับบอกตัวเองว่า เขาจะต้องกลายมาเป็นผู้ล่าให้ได้ และไม่ใช่แค่ผู้ล่าธรรมดา แต่ต้องเป็นผู้ล่าลำดับสูงสุดเท่านั้น!

นั่นทำให้เกิดเรื่องราวร้ายๆตามมาเรื่อยๆ และเริ่มที่จะปลีกตัวเองออกจากแมทท์และสตีฟ จนถึงขนาดฆ่าสตีฟตาย และฆ่าผู้บริสุทธิ์อีกหลายรายตามมา แต่สิ่งดีๆที่ยังอยู่ในตัวของแอนดรูว์ก็คือ เขายังรักแม่ เขาทนเห็นแม่ป่วยไม่ได้ แต่นั่นเป็นข้อดีข้อเดียวที่เขามี

หนังให้ตัวละครแอนดรูว์เป็นตัวร้าย ซึ่งก็ทำให้หดหู่เล็กน้อย เพราะต้องดูพฤติกรรมก้าวร้าวต่างๆนานาของแอนดรูว์ แต่หนังก็ให้ตัวละครแมทท์ คอยปรามการกระทำของหนึ่ง ซึ่งก็เปรียบเสมือนว่าแอนดรูว์เป็นตัวร้าย โดยมีแมทท์เป็นฮีโร่ และก็ดำเนินอย่างนี้ไปจนกระทั่งจบเรื่อง

ในฉากท้ายๆของเรื่อง เราจะเห็นด้านมืดของแอนดรูว์อย่างเต็มที่ จนถึงขนาดฆ่าพ่อบังเกิดเกล้าด้วยการปล่อยให้ร่วงลงจากตึกสูง แต่แมทท์ก็มาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้แอนดรูว์โมโหมาก และอาละวาดกับแมทท์หมายจะเอาชีวิต เมื่อแอนดรูว์กับแมทท์สู้กันไปเรื่อยๆ และไม่มีทีท่าว่าใครจะเหนือกว่าใคร แมทท์ที่เรียกสติให้แอนดรูว์เลิกทำร้ายคนอื่นทนไม่ไหว จึงฆ่าแอนดรูว์ด้วยตัวเอง และเรื่องราวก็ยุติลงแต่เพียงเท่านั้น

การดำเนินเรื่องของหนังเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นเรื่อง จะใช้มุมกล้องของตัวละครเอง เหมือนกับในหนังถ่ายเองอีกหลายๆเรื่อง แต่มุมกล้องของหนังเรื่องนี้ไม่ค่อยเวียนหัวเท่าไร และมีไม่ครบทั้งเรื่อง เพราะช่วงท้ายๆเรื่องก็กลายเป็นมุมกล้องปกติแล้ว นั่นทำให้การดูหนังเรื่องนี้ ดูได้เรื่อยๆไม่ปวดหัวกับภาพ

ในส่วนของเทคนิคพิเศษก็ไม่ได้ตระการตาอะไรนัก แต่ก็ตื่นเต้นบ้างในช่วงที่แอนดรูว์ต่อสู้กับแมทท์ตอนท้ายๆเรื่อง นอกนั้นก็ดูธรรมดาตามแบบหนังแอ๊กชั่นทั่วๆไป

ทางด้านความสนุกของหนังเรื่องนี้ ถ้าใครชอบตัวละครนำแบบร้ายๆ ดูแล้วสะใจ ก็น่าจะชอบหนังเรื่องนี้และดูหนังสนุก แต่ถ้าไม่ชอบที่จะเห็นตัวนำทำอะไรที่มันเลวๆ ก็จะดูหนังเรื่องนี้แบบอึดอัดเล็กๆ จนถึงอาจจะไม่ชอบและดูไม่สนุกเลย นั่นก็เป็นความคิดเห็นของแต่ละคน

สิ่งที่ดูแล้วเป็นส่วนที่ดีของหนังเรื่องนี้ก็คือมิตรภาพระหว่างแอนดรูว์และแมทท์ ที่แม้ว่าแอนดรูว์จะทำแต่สิ่งเลวๆ แต่แมทท์ก็ยังคิดว่าเขาสามารถกลับมาเป็นคนดีได้ เพราะเขายังมีความดีหลงเหลืออยู่ในตัว ในขณะที่แอนดรูว์กลับคิดว่า ความดีที่เขามีนั้นไม่เพียงพอที่จะทำให้เขามีความสุขได้ นั่นทำให้เขาทำแต่เรื่องร้ายๆ และสะใจกับสิ่งที่ตัวเองทำ

คลิกเพื่อดูภาพขนาดมาตรฐาน

ก่อนกลับขอแชะภาพระยะไกลซักหน่อย

บทสรุปสำหรับการรีวิวหนังเรื่องนี้ ขอสรุปว่า Chronicle ดำเนินเรื่องโดยใช้มุมกล้องของตัวละครที่ไม่ค่อยเวียนหัวเท่าไร นำเสนอเรื่องราวฮีโร่ด้านมืดที่ยังค้นหาจุดหมายในชีวิตไม่เจอ จึงทำแต่สิ่งร้ายๆ ซึ่งดูไปก็สะใจในช่วงแรกๆ แต่พอนานๆเข้าก็เริ่มอึดอัด แต่ก็ยังได้ฮีโร่ด้านสว่างมาคอยปราม ทำให้เห็นมิตรภาพระหว่างเพื่อน ที่ไม่ว่าจะนานเท่าไร มันก็จะยังคงอยู่เสมอ! เป็นหนังที่ดูได้เรื่อยๆ และแทรกข้อคิดเข้ามาด้วย

เรื่องนี้ผมให้เกรด C+
★★★1/4
คะแนน 6.9 เต็ม 10

.

ตัวอย่างภาพยนตร์ Chronicle

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s