ผลรางวัลออสการ์ ^_^ Academy Awards ครั้งที่ 84 ประจำปี 2011 ^_^ ใครถือรางวัลกลับบ้าน ใครกลับบ้านมือเปล่า มาซุ่มดูกัน

Posted: กุมภาพันธ์ 29, 2012 in Entertainment News
ป้ายกำกับ:, , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

กลับมาอีกครั้งกับงานประกาศรางวัลอันทรงเกียรติแห่งโลกภาพยตร์ ที่เพิ่งประกาศผลรางวัลไปอย่างสดๆร้อนๆเมื่อเช้าวันที่ 27 ตามเวลาในประเทศไทยนี้เองครับ มาครั้งนี้จะเข้าเรื่องกันเลยทันทีครับว่าหนังเรื่องไหนได้รางวัลอะไรกันบ้าง และหนังเรื่องไหนที่อุตส่าห์เข้าชิง แต่ไม่ได้ซักรางวัลติดมือกลับบ้าน ไปติดตามกันต่อได้ในย่อหน้าถัดไปเลย…

เริ่มกันที่รางวัลแรกของงานในครั้งนี้กับรางวัลกำกับภาพยอดเยี่ยม รายชื่อผู้เข้าชิงทั้ง 5 มีดังนี้

  • The Artist
  • The Girl with the Dragon Tattoo
  • Hugo
  • The Tree of Life
  • War Horse

และรางวัลแรกของงานก็มอบให้กับ โรเบิร์ต ริชาร์ดสัน มือกำกับภาพจากหนัง Hugo ที่เล่าเรื่องราวเด็กน้อยกับหุ่นกล โดยก่อนหน้านี้เขาเคยได้ออสการ์สาขากำกับภาพมาแล้วจากเรื่อง JFK ในปี 1991 และ The Aviator ในปี 2004 และครั้งนี้ก็เป็นการครองรางวัลออสการ์เป็นครั้งที่ 3 แล้ว

รางวัลต่อมาคือรางวัลกำกับศิลป์ยอดเยี่ยม รายชื่อผู้เข้าชิงทั้ง 5 เรื่องมีดังนี้

  • The Artist
  • Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2
  • Hugo
  • Midnight in Paris
  • War Horse

รางวัลกำกับศิลป์ตกเป็นของหนังเรื่อง Hugo อีกรางวัล โดยมี ดันเต้ ฟาเร็ตติ และฟรานเชสก้า โล ชิอาโว ขึ้นรับรางวัล ทั้ง 2 คนนี้ได้รับรางวัลออกสาร์ 3 ครั้งติดกันจากการเข้าชิง 3 ครั้งหลังสุด โดย 2 เรื่องก่อนหน้านี้ที่ได้รางวัลก็คือ The Aviator ในปี 2004 และ Sweeney Todd: The Demon Barber of Fleet Street ในปี 2007

ต่อกันด้วยรางวัลออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม 5 รายชื่อผู้เข้าชิงมีดังนี้

  • Anonymous
  • The Artist
  • Hugo
  • Jane Eyre
  • W.E.

นี่เป็นอีกสาขาที่หนัง Hugo เข้าชิง แต่เป็นรางวัลแรกที่พลาดไป โดยเรื่องที่คว้ารางวัลนี้ไปได้แก่ The Artist หนังปลุกกระแสหนังขาวดำให้กลับมาบูมอีกครั้ง และนี่ก็เป็นรางวัลแรกในงานของหนัง The Artist

เมื่อเจอการออกแบบเสื้อผ้าไปแล้ว ก็ต้องมาแต่งหน้ากันต่อ กับรางวัลแต่งหน้ายอดเยี่ยม สาขานี้มีผู้เข้าขิงเพียง 3 เรื่อง

  • Albert Nobbs
  • Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2
  • The Iron Lady

และจากการวิเคราะห์ของกรรมการออสการ์ การแต่งหน้าที่ถูกยกย่องมากที่สุดจนได้รับรางวัลไปครองได้แก่หนังเรื่อง The Iron Lady โดยรางวัลตกเป็นของ มาร์ค คูลิเยร์ และเจ รอย เฮลแลนด์ รายแรกมีชื่อในฐานะทีมแต่งหน้าของหนัง Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2 ด้วย แต่ไม่ปรากฎในรายชื่อเข้าชิง ส่วนรายหลังเข้าชิงรางวัลจากหลายสถาบันแค่เพียง 3 ครั้ง และคว้าไปทั้ง 3 ครั้ง ซึ่งได้แก่ รางวัลเอ็มมี่ สาขาแต่งหน้ายอดเยี่ยม จากทีวีซีรีย์ Angels in America ในปี 2003 ส่วนอีก 2 รางวัลมาจากเรื่อง The Iron Lady รางวัลบาฟต้า สาขาแต่งหน้าทำผมยอดเยี่ยม และก็รางวัลออสการ์ในที่นี้

ต่อกันด้วยรางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม คัดหนังเด็ดเข้าชิงทั้งหมด 5 เรื่องได้แก่

  • Bullhead (เบลเยี่ยม)
  • Footnote (อิสราเอล)
  • In Darkness (โปแลนด์)
  • Monsieur Lazhar (แคนาดา)
  • A Separation (อิหร่าน)
A Seperation

ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม A Seperation จากประเทศอิหร่าน

และก็ไม่ผิดโผแต่อย่างใดสำหรับหนังอิหร่าน A Separation ที่กวาดรางวัลมาจากหลายสถาบัน และติด 1 ใน 250 หนังยอดเยี่ยมแห่งโลกภาพยนตร์จากเว็บ IMDb โดยติดอยู่ในอันดับ 69 เป็นอันดับที่สูงสุดจากหนังปี 2011 ทั้งหมด โดยหนังปี 2011 ในอันดับถัดไปก็คือ The Artist ซึ่งติดในอันดับ 116

มาถึงรางวัลแรกในสาขานักแสดง ประเดิมด้วยรางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม รายชื่อผู้เข้าชิงทั้ง 5 ได้แก่

  • เจเน็ต แม็คเทียร์ จาก Albert Nobbs
  • เบเรนีซ เบโจ จาก The Artist
  • เมลิสซา แม็คคาร์ธีย์ จาก Bridesmaids
  • เจสสิก้า เชสเทน จาก The Help
  • ออคตาเวีย สเปนเซอร์ จาก The Help
Octavia Spencer

นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม ออคตาเวีย สเปนเซอร์ จาก The Help

ตัวเต็งสำหรับสาขานี้ได้แก่ ออคตาเวีย สเปนเซอร์ เพราะกวาดรางวัลสมทบหญิงจากหลายสถาบันไปมากกว่าใคร และท้ายที่สุดออสการ์ก็มอบรางวัลให้กับเธอ จากการแสดงอันโดดเด่นในหนัง The Help ซึ่งเป็นการเข้าชิงครั้งแรกของเธอ

ต่อกันด้วยรางวัลตัดต่อภาพยอดเยี่ยม ผู้เข้าชิงทั้ง 5 เรื่องได้แก่

  • The Artist
  • The Descendants
  • The Girl With the Dragon Tattoo
  • Hugo
  • Moneyball

สำหรับในสาขานี้รางวัลตกเป็นของแองกัส วอลล์ และเคิร์ก แบ็กซ์เตอร์ จาก The Girl With the Dragon Tattoo ซึ่งเป็นการคว้าออสการ์ 2 ครั้งติด โดยปีที่แล้วทั้งสองคนได้รับรางวัลเดียวกันนี้จากหนัง The Social Network

รางวัลถัดไปเป็นรางวัลที่เกี่ยวกับเสียง นั่นคือรางวัลกำกับเสียงยอดเยี่ยม ผู้เข้าชิงทั้ง 5 เรื่องได้แก่

  • Drive
  • The Girl With the Dragon Tattoo
  • Hugo
  • Transformers: Dark of the Moon
  • War Horse

สาขานี้รางวัลตกเป็นของหนัง Hugo อีกครั้ง เป็นรางวัลที่ 3 แล้วสำหรับหนังเรื่องนี้ โดยรางวัลตกเป็นของฟิลิป สต๊อคตัน และยูจีน เกียร์ตี้ มือกำกับเสียงของหนัง

ต่อกันด้วยรางวัลทางด้านเสียงอีกรางวัล กับรางวัลบันทึกเสียงยอดเยี่ยม รายชื่อผู้เข้าชิงทั้ง 5 คือ

  • The Girl With the Dragon Tattoo
  • Hugo
  • Moneyball
  • Transformers: Dark of the Moon
  • War Horse

และรางวัลก็ตกเป็นของทอม เฟลียชแมน และจอห์น มิดกลีย์ จากหนัง Hugo  รายหลังเคยทำงานด้านเสียงมาแล้วในหนังแฮร์รี่ภาค 1-3 ส่วนรายแรกกำลังทำงานด้านเสียงให้กับหนังใหม่ MIB 3 ที่กำลังรอเข้าฉายซัมเมอร์ปีนี้

สำหรับรางวัลต่อไปเป็นรางวัลภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม จากผู้เข้าชิงทั้งหมด 5 เรื่องนี้

  • Hell and Back Again
  • If a Tree Falls: A Story of the Earth Liberation Front
  • Paradise Lost 3: Purgatory
  • Pina
  • Undefeated

ผู้ชนะได้แก่หนัง Undefeated ที่ว่าด้วยเรื่องราวของทีมอเมริกันฟุตบอล โดยผู้รับรางวัลคือ แดเนียล ลินด์เซย์, ที เจ มาร์ติน และริช มิดเดิ้ลมาส โดย 2 รายแรกยังทำหน้าที่เป็นผู้กำกับ, กำกับภาพ และตัดต่อด้วย

มาถึงรางวัลภาพยนตร์การ์ตูนยอดเยี่ยม ที่ปีนี้ไม่มีหนังจากค่ายดิสนีย์-พิกซาร์ติดเข้ามาใน 5 รายชื่อผู้เข้าชิง

  • A Cat in Paris
  • Chico & Rita
  • Kung Fu Panda 2
  • Puss in Boots
  • Rango
Rango

ภาพยนตร์การ์ตูนยอดเยี่ยม Rango

ในเมื่อไม่มีหนังจากค่ายดังอย่างดิสนีย์-พิกซาร์ติดเข้ามา หนังทุกเรื่องที่เหลือจึงมีโอกาสเต็มที่ในการคว้ารางวัลไป แต่ท้ายที่สุดแล้ว รางวัลภาพยนตร์การ์ตูนยอดเยี่ยมก็ตกเป็นของ Rango จากพาราเมาท์ ที่เอาชนะการ์ตูนอีก 4 เรื่องที่เหลือไป โดยอีก 4 เรื่องที่พลาดรางวัลไป 2 เรื่องเป็นการ์ตูนจากพาราเมาท์ ได้แก่ Kung Fu Panda 2 และ Puss in Boots

ต่อกันที่รางวัลเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม ที่จะมอบให้กับหนังที่มีความโดดเด่นทางเอฟเฟ็กต์ โดย 5 รายชื่อที่เข้ารอบมาคือ

  • Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2
  • Hugo
  • Real Steel
  • Rise of the Planet of the Apes
  • Transformers: Dark Side of the Moon

จาก 5 รายชื่อด้านบน ล้วนแต่เป็นหนังที่นำเสนอความอลังการทางด้านเทคนิคพิเศษทั้งสิ้น และรางวัลนี้ก็ตกเป็นของ Hugo ที่นอกจากจะมีเนื้อเรื่องที่เข้มข้นแล้ว ยังโดดเด่นทางด้านภาพอีกด้วย จึงเอาชนะคู่แข่งที่เหลือไปได้

มาสู่รางวัลทางด้านนักแสดงรางวัลที่ 2 ของงาน นั่นคือรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม ผู้เข้าชิงทั้ง 5 ได้แก่

  • เคนเน็ธ บรานาห์ จาก My Week With Marilyn
  • โจนาห์ ฮิลล์ จาก Moneyball
  • นิค โนลเต้ จาก Warrior
  • คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ จาก Beginners
  • แม็กซ์ วอน ไซโดว์ จาก Extremely Loud & Incredibly Close
Christopher Plummer

นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ จาก Beginners

เป็นไปตามคาดอีกรางวัล สำหรับสมทบชายยอดเยี่ยมที่ตกเป็นของ คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ จากหนังเรื่อง Beginners เพราะกวาดรางวัลมาแล้วแทบทุกสถาบัน โดยคริสโตเฟอร์ได้รางวัลจากการเข้าชิงแค่ครั้งที่ 2 โดยครั้งแรกที่ได้เข้าชิงมาจากหนังเรื่อง The Last Station ในสาขาสมทบชายเช่นกัน ส่วนผู้เข้าชิงที่พลาด โจนาห์ ฮิลล์เป็นการเข้าชิงครั้งแรก อีก 3 คนที่เหลือคือ แม็กซ์ วอน ไซโดว์, นิค โนลเต้ และเคนเน็ธ บรานาห์ เข้าชิงมาแล้ว 2, 3 และ 5 ครั้งตามลำดับ ซึ่งยังไม่ได้ออสการ์ไปครองซักที

ต่อไปเป็นรางวัลทางด้านเสียงอีกครั้ง กับรางวัลดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้เข้าชิงทั้ง 5 เรื่องได้แก่

  • The Adventures of Tintin
  • The Artist
  • Hugo
  • Tinker Tailor Soldier Spy
  • War Horse

เป็นอีกรางวัลที่ไม่ผิดโผ สำหรับดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมที่ตกเป็นของ ลูโดวิค บอร์ช จาก The Artist ที่เข้าชิงทั้งสิ้น 10 สถาบันรวมรางวัลออสการ์ และพลาดไปเพียงแค่ 2 สถาบัน ซึ่งได้แก่ สมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์ซานดิเอโก (SDFCS Award) และสมาคมวิจารณ์ภาพยนตร์ชิคาโก (CFCA Award)

ตามมาด้วยรางวัลเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ปีนี้ผู้เข้าชิงแข่งกันเพียง 2 เรื่องเท่านั้น ดังนี้

  • “Man or Muppet” จากเรื่อง The Muppets
  • “Real in Rio” จากเรื่อง Rio

“Man or Muppet” จากเรื่อง The Muppets

.

“Real in Rio” จากเรื่อง Rio

และจากการแข่งกันอย่างดุเดือดเลือดพล่าน ผลการประกาศรางวัลก็ตกเป็นของเพลง “Man or Muppet” จากหนังเรื่อง The Muppets ไปชมมิวสิควีดิโอจากทั้ง 2 ผู้เข้าชิงจากยูทูปด้านบนได้เลยครับ สำหรับผู้ได้รับรางวัลนี้ได้แก่มิวสิคซูเปอร์ไวเซอร์ เบร็ท แม็คเคนซีย์

มาสู่รางวัลบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม สาขานี้มีผู้เข้าชิงทั้งหมด 5 เรื่องดังนี้

  • The Descendants
  • Hugo
  • The Ides of March
  • Moneyball
  • Tinker Tailor Soldier Spy

สำหรับรางวัลบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยมในครั้งนี้ตกเป็นของ อเล็กซานเดอร์ เพย์น, แนท แฟ็กสัน และจิม แรช จากหนังเรื่อง The Descendants โดยรายแรกได้รางวัลออสการ์เป็นครั้งที่ 2 แล้ว ส่วนสองรายที่เหลือได้ออสการ์ครั้งนี้เป็นครั้งแรก

ต่อกันด้วยรางวัลบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยมเลยทันที ซึ่งก็มีผู้เข้าชิง 5 รายเช่นกัน

  • The Artist
  • Bridesmaids
  • Midnight in Paris
  • Margin Call
  • A Separation

สาขานี้ได้หนังอิหร่านที่เพิ่งคว้ารางวัลภาพยนตร์สาขาต่างประเทศยอดเยี่ยมเข้ามาชิงด้วย แต่รางวัลตกเป็นของ Midnight in Paris โดยมีวู้ดดี้ อัลเลนเป็นผู้รับรางวัล ซึ่งยังควบหน้าทีกำกับอีกตำแหน่ง การได้รางวัลออสการ์ครั้งนี้ของวู้ดดี้ อัลเลน นับเป็นรางวัลที่ 4 แล้ว โดย 3 รางวัลก่อนหน้านี้ ออสการ์ 2 ตัวแรกได้มาจาก Annie Hall ในปี 1977 ที่คว้าทั้งผู้กำกับยอดเยี่ยม และบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม จากการเข้าชิง 3 รางวัลในปีเดียว อีกรางวัลที่พลาดไปคือ นำชายยอดเยี่ยมจากหนังเรื่องเดียวกัน ซึ่งทั้งหมดนี้ยังเป็นการเข้าชิงครั้งแรกอีกด้วย และได้ออสการ์ตัวที่ 3 จากหนัง Hannah and Her Sisters ในปี 1986 ในสาขาบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม พลาดสาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมไป การได้รับรางวัลออสการ์จาก Midnight in Paris นี้เป็นการคว้ารางวัลจากสาขาบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยมเป็นครั้งที่ 3 แล้ว

ตามมาติดๆกับรางวัลภาพยนตร์ขนาดสั้นยอดเยี่ยม จากรายชื่อผู้เข้าชิงทั้งหมด 5 เรื่องดังนี้

  • Pentecost
  • Raju
  • The Shore
  • Time Freak
  • Tuba Atlantic

รางวัลในสาขานี้ตกเป็นของหนัง The Shore ความยาว 29 นาที เรื่องราวการกลับมารวมกลุ่มกันอีกครั้งของเพื่อนรักวัยเด็ก หลังจากที่เจอปัญหารุมเร้าและหายหน้าหายตากันไปเกือบ 25 ปี รางวัลนี้ตกเป็นของเทอร์รี่ จอร์จ และออร์ลัช จอร์จ คู่พ่อลูกที่คว้าออสการ์เป็นครั้งแรก จากการเข้าชิงครั้งที่ 3 ของเทอร์รี่ผู้เป็นพ่อ และครั้งแรกของออร์ลัชลูกสาว

ต่อกันด้วยรางวัลภาพยนตร์สารคดีขนาดสั้นยอดเยี่ยม ผู้เข้าชิงทั้ง 5 เรื่องมีดังนี้

  • The Barber of Birmingham: Foot Soldier of the Civil Rights Movement
  • God Is the Bigger Elvis
  • Incident in New Baghdad
  • Saving Face
  • The Tsunami and the Cherry Blossom

สำหรับผู้ชนะของสาขานี้ได้แก่หนังสารคดีสั้นความยาว 40 นาทีเรื่อง Saving Face ที่กล่าวถึงความพยายามในการปกป้องใบหน้าจากการถูกน้ำกรดสาดของสาวปากีสถานด้วยการทำศัลยกรรม รางวัลตกเป็นของแดเนียล จันจ์ และชาร์มีน โอเบด-ชินอย

รางวัลสุดท้ายของความสั้น กับรางวัลภาพยนตร์การ์ตูนขนาดสั้นยอดเยี่ยม มีผู้เข้าชิงทั้งสิ้น 5 สาขาดังนี้

  • Dimanche/Sunday
  • The Fantastic Flying Books of Mr. Morris Lessmore
  • La Luna
  • A Morning Stroll
  • Wild Life

ผู้ชนะของสาขานี้ได้แก่ The Fantastic Flying Books of Mr. Morris Lessmore หนังการ์ตูนสั้นความยาว 15 นาที ที่รวมความล้าสมัยและนำสมัยเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ผู้รับรางวัลคือ วิลเลียมส์ จอยซ์ และแบรนดอน โอลเดนเบิร์ก

เข้ามาสู่รางวัลใหญ่ 4 รางวัลสุดท้ายแล้ว เริ่มมาก่อนก็คือ รางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากรายชื่อทั้ง 5 ต่อไปนี้

  • มิเชล ฮาซานาวิเชียส จาก The Artist
  • อเล็กซานเดอร์ เพย์น จาก The Descendants
  • มาร์ติน สกอร์เซซี จาก Hugo
  • วู้ดดี้ อัลเลน จาก Midnight in Paris
  • เทอร์เรนซ์ มาลิค จาก The Tree of Life
Michel Hazanavicius

ผู้กำกับยอดเยี่ยม มิเชล ฮาซานาวิเชียส จาก The Artist

ผลรางวัลประกาศออกมาว่าผู้ชนะเลิศเป็น มิเชล ฮาซานาวิเชียส จากหนังเรื่อง The Artist เป็นการเข้าชิงออสการ์ครั้งแรก ส่วนคู่แข่งที่เหลืออีก 4 เรื่อง เทอร์เรนซ์ มาลิค และอเล็กซานเดอร์ เพย์น เข้าชิงผู้กำกับยอดเยี่ยมมาแล้ว 2 ครั้ง ยังไม่ได้ออสการ์จากสาขานี้มาครอง, มาร์ติน สกอร์เซซี เข้าชิงผู้กำกับยอดเยี่ยมเป็นครั้งที่ 7 ได้ออสการ์มาครอง 1 ตัวจาก The Departed ในปี 2006 ส่วนคนสุดท้ายวู้ดดี้ อัลเลนเข้าชิงผู้กำกับยอดเยี่ยมเป็นครั้งที่ 7 ได้ออสการ์มาครอง 1 ตัวจาก Annie Hall ในปี 1977

ต่อกันด้วยรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม รายชื่อผู้เข้าชิงทั้ง 5 มีดังนี้

  • เดเมียน บิเชอร์ จาก A Better Life
  • จอร์จ คลุูนีย์ จาก The Descendants
  • ฌอง ดูฌาร์แดง จาก The Artist
  • แกรี่ โอลด์แมน จาก Tinker Tailor Soldier Spy
  • แบรด พิตต์ จาก Moneyball
Jean Dujardin

นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ฌอง ดูฌาร์แดง จาก The Artist

ผลรางวัลประกาศออกมาว่า ฌอง ดูฌาร์แดง จากหนัเรื่อง The Artist เป็นผู้ชนะ โดยเป็นการเข้าชิงเพียงครั้งแรกของเขา ซึ่งกวาดรางวัลมาแล้วจากหลายสถาบัน ส่วนผู้เข้าชิงรายอื่นที่เหลือ เดเมียน บิเชอร์ และแกรี่ โอลด์แมน เข้าชิงเป็นครั้งแรก, แบรด พิตต์ เข้าชิงรางวัลสาขานักแสดงเป็นครั้งที่ 3 โดย 2 เรื่องก่อนหน้านี้คือ Twelve Monkeys ในปี 1995 เข้าชิงสมทบชาย และ The Curious Case of Benjamin Button ในปี 2008 เข้าชิงนำชาย และคนสุดท้าย จอร์จ คลูนีย์ เข้าชิงรางวัลสาขานักแสดงเป็นครั้งที่ 4 ได้ออสการ์มาครอง 1 ตัวจาก Syriana ในปี 2005 สาขาสมทบชาย

มาถึงรางวัลที่ตื่นเต้นที่สุดรองจากรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม นั่นคือรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม 5 ผู้เข้าชิงคือ

  • เกลน โคลส  จาก Albert Nobbs
  • รูนีย์ มาร่า จาก The Girl With the Dragon Tattoo
  • วิโอลา เดวิส จาก The Help
  • เมอรีล สตรีพ จาก The Iron Lady
  • มิเชล วิลเลียมส์ จาก My Week With Marilyn
Meryl Streep

นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม เมอรีล สตรีพ จาก The Iron Lady

และรางวัลก็ตกเป็นของ เมอรีล สตรีพ จากหนังเรื่อง The Iron Lady ซึ่งเป็นคว้ารางวัลสาขานักแสดงเป็นตัวที่ 3 แล้ว อีกเพียงตัวเดียวก็จะไปยืนเคียงข้างสถิติสูงสุดที่ แคทธารีน เฮ็พเบิร์น ทำไว้ 4 ออสการ์ซึ่งได้จากนำหญิงทั้ง 4 เรื่อง แต่ถ้านับการเข้าชิง เมอรีล สตรีพ จะครองสถิติสูงสุดรวมทั้งสิ้น 17 ครั้ง จากรายชื่อหนังต่อไปนี้ ดอกจันต่อท้าย และขีดเส้นใต้คือเรื่องที่ได้รับรางวัลออสการ์

  1. The Deer Hunter (1978) สมทบหญิง
  2. Kramer vs. Kramer (1979) สมทบหญิง *
  3. The French Lieutenant’s Woman (1981) นำหญิง
  4. Sophie’s Choice (1982) นำหญิง *
  5. Silkwood (1983) นำหญิง
  6. Out of Africa (1985) นำหญิง
  7. Ironweed (1987) นำหญิง
  8. Evil Angels (1988) นำหญิง
  9. Postcards from the Edge (1990) นำหญิง
  10. The Bridges of Madison County (1995) นำหญิง
  11. One True Thing (1998) นำหญิง
  12. Music of the Heart (1999) นำหญิง
  13. Adaptation. (2002) สมทบหญิง
  14. The Devil Wears Prada (2006) นำหญิง
  15. Doubt (2008) นำหญิง
  16. Julie & Julia (2009) นำหญิง
  17. The Iron Lady (2011) นำหญิง *

.
ปิดท้ายกันด้วยรางวัลใหญ่ที่สุดในงานอย่าง รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม รายชื่อผู้เข้าชิงทั้ง 9 เรื่องมีดังนี้

  • The Artist
  • The Descendants
  • Extremely Loud & Incredibly Close
  • The Help
  • Hugo
  • Midnight in Paris
  • Moneyball
  • The Tree of Life
  • War Horse
The Artist

ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม The Artist

และหนังตัวเต็งในเวทีรางวัลที่กวาดมาแล้วจากหลายสถาบันอย่าง The Artist ก็คว้ารางวัลใหญ่สุดของออสการ์ไปได้ โดยคว้าไปทั้งสิ้น 5 รางวัลจากการเข้าชิงทั้งหมด 10 รางวัล

สรุปผลรางวัล Academy Awards 2012 (Oscar) ครั้งที่ 84

• ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม The Artist
• ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม มิเชล ฮาซานาวิเชียส จาก The Artist
• นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ฌอง ดูฌาร์แดง จาก The Artist
• นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม เมอรีล สตรีพ จาก The Iron Lady
• บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม Midnight in Paris
• บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม The Descendants
• นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ จาก Beginners
• นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม ออคตาเวีย สเปนเซอร์ จาก The Help
• ตัดต่อภาพยอดเยี่ยม The Girl With the Dragon Tattoo
• กำกับภาพยอดเยี่ยม Hugo
• กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม Hugo
• ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม The Artist
• แต่งหน้ายอดเยี่ยม The Iron Lady
• เพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม “Man or Muppet” จากเรื่อง The Muppets
• ดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม The Artist
• กำกับเสียงยอดเยี่ยม Hugo
• บันทึกเสียงยอดเยี่ยม Hugo
• เทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม Hugo
• ภาพยนตร์ขนาดสั้นยอดเยี่ยม The Shore
• ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม A Separation จากประเทศอิหร่าน
• ภาพยนตร์การ์ตูนยอดเยี่ยม Rango
• ภาพยนตร์การ์ตูนขนาดสั้นยอดเยี่ยม The Fantastic Flying Books of Mr. Morris Lessmore
• ภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม Undefeated
• ภาพยนตร์สารคดีขนาดสั้นยอดเยี่ยม Saving Face

ภาพยนตร์ที่เข้าชิงรางวัลสูงสุดเรียงตามลำดับดังนี้

• เข้าชิง 11 รางวัล Hugo
• เข้าชิง 10 รางวัล The Artist
• เข้าชิง 6 รางวัล Moneyball และ War Horse
• เข้าชิง 5 รางวัล The Girl with the Dragon Tattoo และ The Descendants
• เข้าชิง 4 รางวัล Midnight in Paris และ The Help
• เข้าชิง 3 รางวัล Albert Nobbs, Tinker Tailor Soldier Spy, The Tree of Life, Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2 และ Transformers: Dark of the Moon
• เข้าชิง 2 รางวัล The Iron Lady, A Separation, Bridesmaids, My Week with Marilyn และ Extremely Loud & Incredibly Close
นอกนั้นเข้าชิงรางวัลเดียว

ภาพยนตร์ที่ได้รางวัลไปมากที่สุดเรียงตามลำดับดังนี้

• ได้ไป 5 รางวัล Hugo และ The Artist
• ได้ไป 2 รางวัล The Iron Lady
• ได้ไป 1 รางวัล Midnight in Paris, The Descendants, Beginners, The Help, The Girl With the Dragon Tattoo, The Muppets, The Shore, Rango, The Fantastic Flying Books of Mr. Morris Lessmore, Undefeated และ Saving Face

เปอร์เซ็นต์ชนะสูงสุดตามลำดับ เทียบระหว่างการเข้าชิงกับการได้รับรางวัล

100% เข้าชิง 2 ได้รับ 2 ได้แก่เรื่อง The Iron Lady
100% เข้าชิง 1 ได้รับ 1 ได้แก่เรื่อง Rango, Beginners, The Muppets, Undefeated, The Shore, Saving Face และ The Fantastic Flying Books of Mr. Morris Lessmore
50% เข้าชิง 10 ได้รับ 5 ได้แก่เรื่อง The Artist
50% เข้าชิง 2 ได้รับ 1 ได้แก่เรื่อง A Separation
45.5% เข้าชิง 11 ได้รับ 5 ได้แก่เรื่อง Hugo
25% เข้าชิง 4 ได้รับ 1 ได้แก่เรื่อง Midnight in Paris และ The Help
20% เข้าชิง 5 ได้รับ 1 ได้แก่เรื่อง The Girl with the Dragon Tattoo และ The Descendants

ภาพยนตร์ที่เข้าชิงสูงแต่พลาด ไม่ได้แม้แต่รางวัลเดียว

Moneyball และ War Horse เข้าชิงถึง 6 รางวัล
Albert Nobbs, Tinker Tailor Soldier Spy, The Tree of Life, Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2 และ Transformers: Dark of the Moon เข้าชิง 3 รางวัล
Bridesmaids, My Week with Marilyn และ Extremely Loud & Incredibly Close เข้าชิง 2 รางวัล

สตูดิโอที่เป็นเจ้าของภาพยนตร์ที่เข้าชิงรางวัลมากที่สุดแบ่งตามลำดับดังนี้

Sony (รวม Columbia และ Sony Classics) เข้าชิง 21 รางวัล
Paramount (รวม DreamWorks) เข้าชิง 18 รางวัล
Weinstein Company เข้าชิง 16 รางวัล
Buena Vista เข้าชิง 12 รางวัล
Fox Searchlight เข้าชิง 8 รางวัล
Focus Features และ Warner Bros. เข้าชิง 5 รางวัล
Roadside Attractions เข้าชิง 4 รางวัล
20th Century Fox และ Universal เข้าชิง 2 รางวัล

สตูดิโอที่เป็นเจ้าของภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลมากที่สุดแบ่งตามลำดับดังนี้

Weinstein Company ได้ไป 8 รางวัล
Paramount ได้ไป 6 รางวัล
Sony (รวม Columbia และ Sony Classics) ได้ไป 3 รางวัล
Buena Vista ได้ไป 2 รางวัล

ภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลที่ได้รายได้รวมในอเมริกามากที่สุด

The Help รายได้รวม 169.7 ล้านดอลลาร์

ภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลที่ได้รายได้รวมในอเมริกาน้อยที่สุด (ที่เข้าฉายแล้ว)

Undefeated ได้รายได้รวม 7 หมื่นดอลลาร์

ขอขอบคุณที่ติดตามอ่านบทความ แล้วพบกันอีกครั้งกับงานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งต่อไปครับ

<< งานประกาศผลรางวัลปีที่แล้ว

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s