ความเห็นหลังชม –[ The Darkest Hour ]– ชั่วโมงแห่งความมืดมน

Posted: มกราคม 9, 2012 in ความเห็นหลังชม @ Cinema, หนังสยอง
ป้ายกำกับ:, , , , , ,

เปิดเผยเนื้อหาสำคัญเล็กน้อย…

The Darkest Hour

The Darkest Hour

The Darkest Hour  เป็นหนังอีกเรื่องในหลายๆเรื่อง ที่กล่าวถึงความสว่าง-ความมืด จากในปีที่แล้วก็จะมีัหนังอย่าง  Vanishing on 7th Street  และ  Don’t Be Afraid of the Dark  ที่กล่าวในเรื่องราวเดียวกัน โดยทั้ง 2 เรื่องหลังนี้ตัวละครจะต้องอยู่ในที่ที่มีแสงสว่าง เพราะถ้าถูกความมืดครอบคลุมเมื่อใด ก็จะเกิดอันตรายทันที แต่ในหนังที่กำลังจะกล่าวต่อไปนี้อย่าง  The Darkest Hour  กลับเป็นในทางตรงกันข้าม คือตัวละครต้องหลีกหนีจากแสงสว่าง และเข้าไปหลบในความมืด เพราะถ้ามีแสงสว่างมาเมื่อใด นั่นหมายถึงอันตรายกำลังจะมาถึงตัว!

เรื่องการหลีกหนีความมืด และใช้แสงสว่างเป็นเกราะกำบังภัยในหนัง 2 เรื่องที่เกริ่นมาข้างต้น ดูจะเข้าใจได้ง่าย เพราะโดยส่วนใหญ่ คนเราก็กลัวความมืดกันอยู่แล้ว ในขณะที่คอนเซปต์ของหนัง  The Darkest Hour  กลับมองต่างมุม ตัวละครต้องพยายามหนีให้ห่างจากแสงไฟ เนื่องจากอสูรกายเป็นมวลพลังงานไฟฟ้า ซึ่งมันจะส่งผ่านพลังงานไฟฟ้าไป-มา ทำให้เมื่อใดก็ตามที่มันเคลื่อนที่ สถานที่ตรงนั้นไฟฟ้าจะถูกส่งผ่าน คือ ไฟจะติดเอง รถเครื่องจะสตาร์ตเอง หรืออื่นๆก็ตามแต่ ทำให้ตัวละครในหนังใช้ประโยชน์ในจุดนี้ นำหลอดไฟมาคล้องคอ ถ้าหลอดไฟติดเมื่อใด ก็แสดงว่ามันกำลังจะมา

ถึงแม้ว่าคอนเซปต์ของหนังดูจะเข้าท่าเมื่อเรื่องราวดำเนินไปตอนกลางคืน แต่เมื่อหนังกล่าวถึงในเวลากลางวัน กลับดูไม่ค่อยจะเข้าท่าเท่าไร ด้วยเหตุที่ว่าความสว่างไม่ได้สร้างความน่ากลัวให้กับเรื่องราวที่ดำเนินมา นั่นจึงทำให้หนังมีฉากต่อสู้ตอนกลางวันแค่ตอนท้ายๆเรื่องๆ และนั่นก็ทำให้เรื่องราวดูซอฟท์ ไม่ค่อยน่ากลัว ความตื่นเต้นก็มีบ้างเล็กน้อย

ในส่วนของการดำเนินเรื่องของหนังนับว่าหนังดำเนินเรื่องได้อย่างรวดเร็ว เกริ่นนำตัวละครซักเล็กน้อย แล้วก็เริ่มฆ่าตัวละครแต่ละตัวทันที ไม่ต้องไปรู้รายละเอียดตัวละครกันมากนักหรอก เพราะเดี๋ยวมันก็จะโดนฆ่าแล้ว ดังนั้นประเด็นหลักของเรื่องจึงมาให้เห็นกันตั้งแต่เริ่มเรื่องไปไม่กี่นาที ซึ่งก็เหมาะสมดี เพราะถ้ามัวแต่เล่ารายละเอียดกันมากไป คงจะต้องมีคนง่วงนอนบ้างล่ะ

The Darkest Hour

นี่เป็นมุมมองที่อสูรมองเห็นเรา ในขณะที่เรามองไม่เห็นมัน

เนื้อหาในหนังเรื่องนี้ก็เข้าใจได้ไม่ยาก เริ่มเรื่องมาเล็กน้อยก็มีละอองไฟคล้ายหิ่งห้อยร่วงลงมาจากฟ้า ซึ่งไอ้ละอองนี้ก็คืออสูรกาย เป็นมวลพลังงานชนิดหนึ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า จะพอมีเห็นบ้่างแว๊บๆเมื่อปล่อยพลังงานออกมาในรูปของประกายไฟ และพอเราได้เห็นประจุพลังงานตัวนี้ร่วงมาจนถึงพื้นดิน หนังก็ปล่อยให้มันออกล่าเหยื่อทันที ในการกินเหยื่อของมัน มันจะกลืนกินร่างกายของเราไปหมด และทิ้งเศษขี้เถ้าเหลือไว้แทนที่ ถ้าจะให้เปรียบก็จะเหมือนร่างกายโดนไฟเผาอย่างรวดเร็วแล้วเปลี่ยนสภาพเป็นขี้เถ้า

พอเหยื่อแรกโดนกินท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่เฝ้ามองอยู่ หลังจากนั้นตัวละครต่างๆก็วิ่งหนีกันพล่านทันที และก็จะเห็นร่างกลายเป็นขี้เถ้าไปเป็นระยะๆ โดยหนังโฟกัสไปยังตัวละครหลัก 5 ตัวว่าหนีกันยังไง วิ่งไปตรงไหน ไปหลบกันที่ใด และแต่ละคนในทีมเป็นยังไงกันบ้าง ซึ่งตัวละครหลักที่หนังกล่าวถึงก็จะมี ฌอน  (เอมิล เฮิร์ช), เบน  (แม็กซ์ มิงเกลล่า)  เพื่อนรักของฌอน, นาตาลี  (โอลิเวีย เธิร์ลบี้), แอนน์  (ราเชล เทย์เลอร์)  เพื่อนรักของนาตาลี และสุดท้ายสกายเลอร์  (โจเอล คินนาแมน)  ตัวละครหลังสุดนี้นับว่าจะต้องใส่เข้ามาในหนังหนีตายแทบทุกเรื่อง เพื่อสร้างความขัดแย้ง สร้างปัญหา และจะมีความเห็นแก่ตัวสูง ซึ่งถ้ามีตัวละครแบบนี้ทีไร เราก็มักจะทำนายได้เลยว่า มันจะต้องตายก่อนใครเพื่อน หรือถ้ามีคนอื่นตายก่อน ไอ้ตัวละครนี้ก็จะต้องตายแบบเป็นเอกลักษณ์ ตายแบบสะใจ คือเราจะจำได้เลยว่าไอ้นี่มันตายยังไง พอตายแล้วก็จะพูดประมาณว่า “เออ..ตายไปได้ซะที”

The Darkest Hour

ฆาตกรรมรายแรกท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ ที่กำลังสงสัยว่ามันคืออะไร

จากที่กล่าวไว้ว่าตัวละครสกายเลอร์เป็นพวกเห็นแ่ก่ตัว แต่สำหรับหนัง  The Darkest Hour  ไม่ได้สร้างปมให้เห็นได้เด่นชัดนัก เริ่มเรื่องมาก็กล่าวเพียงแค่ว่า สกายเลอร์ไปขโมยงานวิจัยของเบนและฌอน เอามาเป็นของตัวเอง และก็เข้าสู่ฉากละอองไฟล่าเหยื่อ ซึ่งก็ได้เห็นสกายเลอร์เห็นแ่ก่ตัวอีกครั้ง ตอนที่ปล่อยให้แฟนสาวโดนลากไปฆ่า แต่เรื่องราวหลังจากนี้ ในระหว่างการหนี ตัวละครนี้ก็ไม่ค่อยได้สร้างปัญหาเท่าไร จนฉากสุดท้ายของชีวิต เขาก็ออกจะเสียสละอีกต่างหาก ก็เลยทำให้หนังมีความขัดแย้งน้อย ซึ่งก็ทำให้ไม่ค่อยได้ลุ้นด้วย

และความเข้มข้นของการหนีก็ลดน้อยถอยลงไปอีก เมื่อหนังดำเนินเรื่องแบบให้เวลาผ่านไปเฉยๆ ประมาณว่ามีตัวหนังสือขึ้นหน้าจอเพื่อบอกว่าเวลาผ่านไปแล้วกี่วัน วันไหนบ้าง ตัวละครทำอะไรกันอยู่ เมื่อดูไปแล้วก็รู้สึกว่า มันทนรออะไรกันนานขนาดนั้นนะ ไม่มีแอบออกไปดูข้างนอกเลยหรือไง ก็เข้าใจว่าถ้าแอบออกไปดูก็คงกลายเป็นขี้เถ้าล่ะ แต่หนังน่าจะให้เวลาผ่านไปซักวันเดียวหรือสองวันแค่นั้นพอ นี่เล่นผ่านไปเป็นอาทิตย์ แล้วยังมาตามหาว่ามีใครเหลือรอดบ้างหรือเปล่า จะบ้าหรอ! ตายห่ากันหมดแล้ว นานซะขนาดนั้น ซึ่งถ้าซักวันสองวันน่าจะมีคนรอดมากกว่านี้ และหนังก็จะให้อารมณ์สยองกว่านี้

อีกอย่างที่เห็นแล้วขัดใจก็คือ ฉากที่ตัวละครฌอนกับเบนหลบอยู่หลังรถตำรวจในตอนกลางวัน และมีอสูรร้ายกำลังจะมา ทั้งที่ไอ้อสูรร้ายมันก็เห็นว่ามีอะไรซักอย่างหลบอยู่หลังรถ แต่พอเข้ามาใกล้ๆ แม้จะไม่พบ แต่มันจะไม่หาต่อเลยหรือไง รถมีแค่นั้น จะหลบไปที่ไหนอีกได้ นอกจากใต้ตัวรถ หาให้ทั่วสิ หนังจะได้ตื่นเต้นขึ้น! เพราะถ้ามันหาเจอ ก็จะต้องมีฉากวิ่งหนีกันล่ะ

ส่วนในด้านความสัมพันธ์ของตัวละครดูจะไม่ค่อยแข็งแรง ก็รู้ล่ะนะว่าเกริ่นมาแค่เพียงเล็กน้อย เพราะจะได้ลงไปในประเด็นหลักของเรื่องได้เลยทันที แต่หลังจากมุ่งเข้าประเด็นแล้ว ความสัมพันธ์ก็ไม่กระเตื้อง เห็นได้จากการปิ๊งๆกันของฌอนและนาตาลี ที่รักกันรวดเร็ว จนพระเอกฌอนยอมเสียสละเพื่อเข้าไปในช่วยนางเองนาตาลีในเมือง ดูเหมือนว่าจะรักกันมานานแล้วยังไงยังงั้น ทั้งที่มันเพิ่งจะเจอกันไม่นาน

แต่เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน ทั้งฌอนกับเบน และนาตาลีกับแอนน์ ดูแล้วน่าเชื่ออยู่บ้าง โดยไม่ต้องเกริ่นว่าเป็นมายังไง แต่เข้าใจว่ารักกันดี พอถึงในฉากการตายของตัวละคร 2 ตัวจาก 4 ตัวละครข้างต้น ก็ดูแล้วเศร้านิดๆเหมือนกัน และนี่ก็คงเป็นแรงส่งให้พระเอกรักนางเอกมากขึ้นจากที่กล่าวในย่อหน้าที่แล้ว เพราะทั้งคู่ไม่มีอะไรจะเหลือกันแล้ว ก็เลยรักๆกันเลยดีกว่า ไม่มีไรทำ  เออ…คงเดากันออกนะว่าใน 4 คนใครตายบ้า่ง

The Darkest Hour

โฉมหน้าของอสูรปรากฎเมื่อยิงคลื่นไมโครเวฟเข้าใส่

สำหรับตัวร้ายของเรื่องมีลักษณะเป็นละอองไฟในตอนแรกๆ แต่หลังจากลงมาที่พื้นดินแล้ว ก็จะมองไม่เห็นทันที จะมีเห็นเพียงประกายไฟแว๊บๆ และคล้ายกับมีโซ่ไฟฟ้าที่ใช้ดึงวัตถุเข้าไปหาตัว การมองไม่เห็นอสูรร้ายตัวนี้ น่าจะขนลุกไม่น้อย พิจารณาว่าอยู่ในเืมืองร้างที่ไร้ผู้คน แถมยังต้องหลบอันตรายจากสิ่งที่มองไม่เห็นอีก แต่เมื่อดูในหนังแล้ว กลับไม่ค่อยขนลุก สาเหตุก็น่าจะมาจากหนังไม่ได้มีฉากหนีที่น่าตื่นเต้น และบางฉากก็เกิดในเวลากลางวัน สว่างโร่อย่างนั้น ดูไม่ค่อยจะน่ากลัว แต่ในตอนท้ายๆของเรื่องที่หนังเผยให้เห็นร่างของอสูร ก็ดูน่ากลัวเหมือนกันนะ แต่มันก็ตายง่ายไปหน่อย ถ้าจะตายง่ายอย่างนี้ น่าจะมีมาเยอะๆ แต่นี่มากันตัวสองตัว พอตายแล้ว พวกใหม่ก็มากันตัวสองตัวเหมือนเดิม แสดงให้เห็นว่า อสูรตัวนี้จะไม่ออกล่าเหยื่อกันเป็นฝูงหรือเปล่า?  รึยังไง?

ประเด็นที่หนังเรื่องนี้ใส่เข้ามาก็คือ อสูรพวกนี้  (จะบอกว่าเป็นเอเลี่ยนพวกหนึ่งก็ได้)  ลงมายังโลกเพื่อเอาทรัพยากรกลับไปยังบ้านเกิดตัวเอง นั่นหมายความว่าดาวที่มันจากมา คงจะผลาญแร่ธาตุกันเหี้ยนเตียนแล้วล่ะสิ ถึงมาขโมยในโลกของเราเนี่ย?  ซึ่งไอ้แร่ธาตุที่มันมาขโมยเราไปเนี่ยก็เป็นพวกเหล็ก ทองแดง เงิน อลูมิเนียม อะไรประมาณนี้ เป็นแร่ธาตุจำพวกนำไฟฟ้า และไอ้การที่หนังดำเนินเรื่องในรัสเซีย ก็คงน่าจะเป็นเพราะว่าประเทศรัสเซียเป็นประเทศที่มีแร่ธาตุสำคัญๆอยู่เยอะ ซึ่งเราจะรู้ว่าหนังมันพูดถึงรัสเซียจากเครดิตตอนต้นเรื่องที่ใช้ตัวอักษรรัสเซียและพลิกกลับมาเป็นตัวอักษรอังกฤษ หรือไม่ก็สถานที่สำคัญในหนัง และเด่นชัดที่สุดก็บทสนทนาของตัวละครที่กล่าวว่าอยู่ในมอสโคว เมืองหลวงของรัสเซีย

The Darkest Hour

โปสเตอร์เวอร์ชั่นรัสเซีย

ประเด็นที่เอเลี่ยนนอกโลกมาขโมยแร่ธาตุกลับไปยังบ้านเกิด หนังก็เหมือนจะเตือนเราเป็นนัยๆว่า ทรัพยากรที่มีอยู่ก็จงพยายามใช้อย่างประหยัด และไม่ฟุ่มเฟือย เพราะถ้ามันหมดขึ้นมาจริงๆ เราก็คงจะต้องตระเวณไปนอกโลกเพื่อไปหาแร่ธาตุในดาวดวงอื่นๆ เหมือนอย่างที่กลุ่มเอเลี่ยนพวกนี้บุกโลกของเราเพื่อขโมยแร่ธาตุไปใช้ในดาวของมันเป็นแน่แท้  แล้วเราอยากจะเร่ร่อนไปอย่างนั้นหรือ?  ดังนั้นก็จงใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อันน้อยนิดกันอย่างมีค่านะครับ

สรุปแล้วหนังเรื่องนี้ดูได้เพื่อความบันเทิง แต่แฝงไปด้วยข้อคิดอย่างที่ผมว่า ซึ่งคนอื่นอาจจะตีความเป็นแบบอื่น อันนี้ก็แล้วแต่คนจะคิดล่ะนะครับ ถ้าจะมาดูเพราะคิดว่าหนังมันจะต้องตื่นเต้นมากแน่ๆ ก็บอกได้ว่าหนังมันก็ตื่นเต้น แต่ไม่มากเท่าไรนะ แต่ข้อดีของมันก็คือการดำเนินเรื่องที่รวดเร็วและกล่าวถึงประเด็นหลักของเรื่องในทันที ถึงแม้จะมีจุดที่ไม่สมเหตุผลอยู่บ้าง แต่นี่ก็เป็นหนังที่ดูแล้วเพลิดเพลินเรื่องหนึ่งครับ

เรื่องนี้ผมให้เกรด D+
★★
คะแนน 5.4 เต็ม 10

.

ตัวอย่างภาพยนตร์ The Darkest Hour (ซับไทย)

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s