Movie Review –[ REAL STEEL ]– ความภูมิใจที่ไม่ได้มาจากชัยชนะ

Posted: มกราคม 2, 2012 in หนังดราม่า, หนังแอ๊กชั่น, Movie Review @ Cinema
ป้ายกำกับ:, , , , , , , , , , , , , ,

เปิดเผยเนื้อหาสำคัญทั้งหมด…

Real Steel

Real Steel – ศึกกำปั้นถล่มปฐพี

หลังจากที่เคยเห็นแต่ผลงานตลก หรือไม่ก็ตลกแอ๊กชั่นมาซะหลายเรื่อง ผู้กำกับ ชอว์น เลวี่ ที่มีผลงานในมืออย่าง Cheaper by the Dozen, The Pink Panther, Night at the Museum ทั้ง 2 ภาค และ Date Night เป็นอาทิ ก็หันมาจับหนังที่ให้อารมณ์ดราม่ามากกว่าตลกขบขัน ด้วยการรับหน้าที่เป็นผู้กำกับเรื่อง Real Steel ที่มีสตีเว่น สปีลเบิร์ก เป็นหนึ่งในผู้อำนวยการสร้างบริหาร และได้ผู้เขียนบทภาพยนตร์เป็น จอห์น เกตินส์ ซึ่งทางด้านของจอห์น เกตินส์ นอกจากจะเขียนบทเรื่องนี้แล้ว ยังแสดงบทเล็กๆในหนังด้วย นั่นก็คือบท คิงพิน ชายหัวแหลมที่บังคับหุ่นเดอะเมโทร

ทางด้านของตัวละครในหนังก็จะมีอยู่ด้วยกันหลายตัว แต่ที่โดดเด่นก็จะหนีไม่พ้น ชาร์ลี เคนตัน และแม็กซ์ เคนตัน ซึ่งทั้่งสองตัวละครนี้รับบทโดย ฮิวจ์ แจ๊คแมน และหนุ่มน้อย ดาโกต้า โกโย อีกทั้งยังได้ดาราสาว อีแวนเจลิน ลิลลี่ ที่คุ้นหน้าคุ้นตาจากซีรีย์ชื่อดัง Lost โดยในเรื่องนี้สาวลิลลี่รับบท เบลีย์ สาวคนรักผู้คอยให้การสนับสนุนชาร์ลีในเรื่อง

สำหรับฮิวจ์ แจ๊คแมนแล้ว ก็คงไม่มีใครไม่รู้จักเขา เพราะเราก็เห็นหน้าเขาในหนังดังหลายๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นซีรีย์หนังบล็อกบลัสเตอร์อย่าง X-Men ในบทวูฟเวอรีน หรือไม่ก็หนังกล่องอย่าง The Prestige ส่วนอีแวนเจลิน ลิลลี่ ก็อย่างที่บอก เราคุ้นหน้าเธอจากซีรีย์ Lost และเธอยังก็เล่นในหนังกล่องเรื่อง The Hurt Locker รวมทั้งผลงานใหม่ที่กำลังถ่ายทำอย่าง The Hobbit: An Unexpected Journey และ The Hobbit: There and Back Again แต่ก็ยังมีดาราอีกคนที่เล่นในเรื่องนี้ได้ดีเช่นกัน แต่ก็ยังไม่คุ้นหน้าเท่าไร นั่นก็คือน้องดาโกต้า โกโย หนุ่มน้อยผู้เคยรับบทเป็นเทพเจ้าสายฟ้าธอร์ตอนเด็กในหนังเรื่อง Thor

มากล่าวถึงในส่วนของเนื้อเรื่อง หนังเรื่องนี้กล่าวถึงเรื่องราวการต่อสู้ในสังเวียนที่เหมือนกับหนังแอ๊กชั่นทั่วๆไป แต่ที่มาเหนือกว่าและไม่เหมือนใคร นั่นคือมันไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างมนุษย์ด้วยกัน แต่เป็นการต่อสู้่ที่ใช้หุ่นยนต์เป็นตัวแทน โดยมีมนุษย์ทำหน้าที่บังคับการเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นไอเดียที่ดี และหนังยังคุมโทนของเรื่องให้ไม่หลุดกรอบนี้ นับว่าเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงสำหรับหนังของผู้กำกับชอว์น เลวี่ซักเรื่อง ที่หนังของเขาส่วนใหญ่มักจะบ๊องๆ ต๊องๆ อะไรก็ไม่รู้

ขอชมเลยว่าเรื่องนี้นอกจากจะได้ความมันส์ไปกับการต่อสู้แบบถึงลูกถึงคน ถึงไส้ถึงพุง (แต่พอเห็นต่อๆกันหลายฉาก ก็เริ่มจะเฉยๆแล้วนะ) ก็ยังอบอวลไปด้วยอารมณ์ดราม่า เรื่องราวระหว่างลูกผู้ชาย 2 คน ก็คือพ่อและลูก ที่นอกจากจะดูไม่น่าเบื่อแล้ว บทสนทนายังสร้างความซึ้งจนน้ำตาคลอ เนื่องด้วยความอินเกินไป! อินมาตั้งแต่ฟังเพลงสรรเสริญพระบารมีแล้วคิดตามก่อนหนังจะเริ่มแล้ว!

ในเมื่อเรื่องราวมันน่าสนใจและไม่น่าเบื่อผมก็จะขอเล่ารายละเอียดตั้งแต่แรก โดยจะแทรกสิ่งที่น่าสนใจเป็นระยะๆนะครับ มาเริ่มกันเลย

เริ่มเรื่องมาหนังก็ใช้เพลง All My Days ของ Alexi Murdoch เป็นตัวเล่าเรื่อง ไปกับฉากขับรถไปตามทุ่งนากว้างๆของชาร์ลี เคนตัน (ฮิวจ์ แจ๊กแมน) หนังให้ฟังซะจนจบเพลงเลยทีเดียว ซึ่งก็ให้อารมณ์สบายๆ เพื่อเตรียมตัวก่อนจะเข้าเรื่องราวจริงๆ ลองไปฟังเพลงกันในคลิปข้างล่างเลยครับ

Real Steel Intro   [All My Days – Alexi Murdoch]

ฉากแรกของหนังก็คือฉากการรับโทรศัพท์ของชาร์ลีในรถบรรทุกที่ปรับให้เป็นที่พักในตัว ซึ่งปลายสายก็คือ บิล แพนเนอร์ (เกรกอรี่ ซิมส์) ที่โทรมาทวงหนี้ แต่ก็โดนชาร์ลี แกล้งทำเป็นเสียงขาดๆหายๆ และตัดสายทิ้งไป ซึ่งหนังก็เกริ่นนำให้เห็นว่า ตัวละครชาร์ลี ติดหนี้คนนู้นคนนี้หลายคน และก็ยังไม่ใช้หนี้ใครซักคน

ต่อมาก็มีเด็กสาวตัวน้อยๆ 3 คนมาขอดูตัวหุ่นยนต์แอมบุช และทำท่าจะถ่ายรูปเก็บไว้ แต่ชาร์ลีก็บอกไปว่า ถ้าจะถ่ายรูปต้องเสียเงิน 5 ดอลลาร์นะ ซึ่งทำให้เด็กสาวทั้ง 3 คนเดินหนีไปทันที ทำให้ทราบได้แน่ชัดยิ่งขึ้นว่าตัวละครตัวนี้กระหายเงินจริงๆ แค่ถ่ายรูปยังเก็บตั้ง 5 ดอลลาร์แน่ะ เกือบ 160 บาทเลยนะ!

ในเมื่อชาร์ลีกระหายเงินมากจริงๆ ก็ต้องหาเงินล่ะ เขาจึงไปพนันแข่งการต่อสู้กับริคกี้ (เควิน ดูแรนด์) โดยจะใช้หุ่นยนต์แอมบุชเพื่อต่อสู้กับวัวกระทิงหนัก 800 ปอนด์ แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ต้องสู้กับวัวกระทิงที่หนักเกือบ 2,000 ปอนด์ แต่ก็เอาล่ะวะ ชาร์ลีไม่เคยยอมแพ้ใครอยู่แล้ว เรื่องนี้จิ๊บจ๊อย เลยเพิ่มเงินเดิมพันจาก 3 หมื่นไปถึง 2 แสนดอลลาร์ ทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่มีเงินในมือตามที่อ้างไว้ แต่ก็ยังดันทุรังเพิ่มเงินพนัน ช่างเป็นคนที่กล้าได้กล้าเสียจริงๆ

Ambush

หุ่นแอมบุช

เมื่อการต่อสู้ระหว่างหุ่นแอมบุช ที่มีชาร์ลีถือรีโมทบังคับอยู่ริมสนาม กับวัวกระทิงอารมณ์ร้ายของริคกี้เริ่มขึ้น ก็ดูเหมือนว่าทั้ง 2 ฝ่ายดูจะสูสีกันทีเดียว แต่ด้วยความอวดตัวที่มากเกินไปของชาร์ลี ที่คิดเอาว่ายังไงซะ หุ่นแอมบุชก็ชนะอยู่แล้ว จึงมัวแต่หันไปเฮ้วๆกับคนดูในสนาม ขณะเดียวกับที่วัวกระทิงก้มหัวเพื่อเอาเขาบนหัวเข้าเสียบหุ่นแอมบุชจนขาขวาขาด เมื่อเห็นดังนั้นชาร์ลีก็ยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ตะโกนให้ริคกี้หยุดการแข่งขันนี้ ไอ้ริคกี้ก็เลว ทำเป็นไม่ได้ยิน จนหุ่นแอมบุชโดนอัดซะเละ ซึ่งเป็นการยุติการแข่งขันนี้โดยทันที

เมื่อเห็นว่าแพ้ซะหมดรูปอย่างนี้ ชาร์ลีที่ไม่มีเงินจ่ายค่าพนันจึงรีบไปเก็บของที่รถบรรทุก ในเวลาเดียวกับที่มีบุรุษนิรนาม 2 คนวิ่งเข้ามาหาเขา นึกว่าจะเป็นคนมาทวงหนี้ซะอีก แต่ที่ไหนได้ พวกเขามาเพื่อบอกว่า แคโรลิน ภรรยาของเขาเสียชีวิตแล้ว และแม็กซ์ ลูกชายของเขากำลังถูกพิจารณาว่าจะให้ไปอยู่กับใคร ระหว่างชาร์ลี พ่อแท้ๆของแม็กซ์ หรือเดบรา (โฮป เดวิส) พี่สาวของแคโรลิน ป้าของแม็กซ์ ชาร์ลีจึงต้องไปขึ้นศาล และปล่อยให้ริคกี้ที่วิ่งมาทีหลัง อารมณ์เสียที่เก็บเงินค่าพนันจากชาร์ลีไม่ได้

ด้วยนิสัยของชาร์ลีที่มุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว ซึ่งน่าจะเป็นข้อดี แต่เขากลับไปมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยวกับการต่อสู้ด้วยหุ่นเหล็กมากเกินไป จนมองข้ามสิ่งที่สำคัญกว่า ซึ่งก็คือลูกตัวเอง ทำให้การมาศาลของชาร์ลี ก็มาเพียงเพื่อจัดการปัญหาให้ผ่านพ้นไปเท่านั้น เพียงแค่เซ็นยินยอมสิทธิ์ในการเลี้ยงดูให้กับเดบรา แค่นั้นก็บรรลุเป้าหมาย และพร้อมที่จะกลับไปใช้ชีวิตในแบบเดิมๆ แต่ความคิดหนึ่งก็เข้ามาในหัวเขาเมื่อเห็นว่าสามีของเดบรามีฐานะดี ชาร์ลีวางแผนเพื่อแอบคุยกับมาร์วิน (เจมส์ เร็บฮอร์น) สามีของเดบรา โดยเขาจะมอบสิทธิ์การเลี้ยงดูแต่โดยดีและกับเงิน 1 แสนดอลลาร์ ซึ่งก็ได้รับการตกลงจากมาร์วิน ด้วยข้อเสนอที่ว่าชาร์ลีจะเลี้ยงดูแม็กซ์ในช่วงซัมเมอร์และจะได้เงินครึ่งหนึ่งไปก่อน ส่วนเงินที่เหลือจะได้เมื่อนำตัวแม็กซ์กลับมาคืนปลายเดือนสิงหาคม เมื่อเงินกำลังลอยมาเห็นๆ ชาร์ลีก็ทำอีหรอบเดิม คือไปซื้อหุ่นตัวใหม่เพื่อเข้าแข่งขันหวังเงินพนันตามเคย

ข้อตกลงระหว่างชาร์ลีกับมาร์วินในครั้งนี้ดูไปก็คล้ายๆกับการขายลูกกิน ซึ่งเมื่อแม็กซ์รู้ว่าชาร์ลียอมดูแลเขาเพื่อเงิน 5 หมื่นดอลลาร์ ก็คงคิดว่าพ่อห่าไรฟะ ทำไมขายลูกกินอย่างนี้? แต่นั่นไม่ทำให้ชาร์ลีสลดใจซักเท่าไร และเตรียมลงแข่งขันครั้งต่อไป กับหุ่นที่สั่งนำเข้ามาจากต่างประเทศอย่าง น้อยซี่บอย โดยทั้งชาร์ลี, เบลีย์ (อีแวนเจลิน ลิลลี่) และแม็กซ์ เมื่อเห็นหุ่นแล้วก็ตื่นตาตื่นใจกันยกใหญ่

ในฉากนี้ก็จะทำให้รู้ว่าแม็กซ์ ตัวละครหนุ่มน้อย ก็ไม่ใช่เล่นๆเหมือนกัน เพราะเขาก็รู้รายละเอียดของน้อยซี่บอยเป็นอย่างดี รวมทั้งยังรู้ภาษาญี่ปุ่นอย่างคร่าวๆจากการเล่นเกมด้วย ก็แสดงให้เห็นว่าแม็กซ์ก็สามารถบังคับหุ่นเองได้ ไม่ต่างไปจากพ่อของเขา

หลังจากที่ลองบังคับเล็กๆน้อยๆ ชาร์ลีก็รีบนำหุ่นออกไปแข่งขันทันที โดยมีแม็กซ์ขอตามไปด้วย และก็แกล้งแหย่เล่นโดยการจะทิ้งกุญแจลงท่อระบายน้ำถ้าชาร์ลีไม่ยอมให้ไปด้วย ชาร์ลีจึงต้องยอมลูกชายแต่โดยดี ซึ่งก็ทำให้เราเห็นว่า พ่อ-ลูกกวนตีนกันทั้งคู่ ไม่มีใครยอมใคร

Noisy Boy Fighting

เดินเข้าสนามด้วยความมั่นใจ

พอมาถึงสนามแข่ง ชาร์ลีก็เอานิสัยเดิมของตัวเองมาใช้อีกครั้ง ด้วยการขอให้ฟินน์ (แอนโธนี่ แม็คกี้) จัดคู่ต่อสู้เด็ดให้เขา ทั้งที่ตัวเองก็เพิ่งจะได้หุ่นน้อยซี่บอยมาสดๆร้อนๆ ยังบังคับได้ไม่ชำนาญ เมื่อโดนขอร้อง ฟินน์จึงได้จัดให้หุ่นน้อยซี่บอยของชาร์ลี ต่อสู้กับหุ่นไมดัส โดยถ้าใครชนะก็จะได้เงินพนัน 5 หมื่นดอลลาร์ไป ชาร์ลีจึงรับข้อเสนอนี้ทันที โดยไม่สนใจกับคำพูดของแม็กซ์ที่อยากให้ลงแข่งในคู่ล่างๆเพื่อเก็บเงินเล็กๆน้อยๆไปก่อน มาดูคลิปต่อสู้ระหว่างน้อยซี่บอยและไมดัสคร่าวๆกันดีกว่าครับ

Noisy Boy VS Midas   [One Man Army – Prodigy & Tom Morello]

Noisy Boy Vs Midas

น้อยซี่บอย ปะทะ ไมดัส

และก็สมน้ำหน้าจริงๆ เพราะผลการแข่งขันในครั้งนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับเอาหมูขึ้นเขียง แม้ว่าหุ่นน้อยซี่บอยของชาร์ลีจะมีรูปลักษณ์ที่สวยงามและชื่อเสียงความเก่งกาจที่สั่งสมมา แต่ด้วยความที่ชาร์ลีไม่เคยได้ซ้อมกับหุ่นตัวนี้มาก่อนเลยซักครั้ง ทำให้เขายังไม่ชำนาญกับเมนูต่อสู้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งเสียงที่เอาไว้สั่งให้หุ่นทำท่าต่อสู้ หรือการผสมผสานท่าต่อสู้ต่างๆเข้าด้วยกัน ก็เลยแพ้อย่างราบคาบ แถมยังโดนลูกด่าส่งท้าย! และทำให้เกิดบทสนทนาระหว่างพ่อลูกที่น่าสนใจดังนี้

Max Kenton:     You never should have taken that fight.
แม็กซ์ เคนตัน:     คุณไม่น่าเข้าร่วมต่อสู้ในครั้งนี้เลย

Charlie Kenton:     Oh, really? Really? Thanks, genius!
ชาร์ลี เคนตัน:     โอ้..จริงหรอ?  ขอบคุณมาก  พ่ออัจฉริยะ!

Max Kenton:     Do you even think about the stuff you do before you do it? You had no idea how to fight that fight! Those combination codes, you didn’t even know what half of them even meant. You just threw him in there cocky and half-assed! Of course you lost, you didn’t even give him a chance.
แม็กซ์ เคนตัน:     คุณเคยคิดก่อนที่จะทำไรลงไปบ้างหรือเปล่า?  คุณไม่รู้เลยว่าจะต่อสู้ในครั้งนี้ได้อย่างไร!  การผสมผสานท่าต่อสู้ คุณก็ไม่รู้เลยว่ามันมีความหมายว่าอะไรแม้ซักครึ่งนึงก็เถอะ คุณเพียงแค่โยนมันลงสนามด้วยความอวดทระนงตนโดยที่ไม่มีแผนการอะไรเลย แน่นอนล่ะที่คุณแพ้ คุณไม่ได้ให้โอกาสมันเลยด้วยซ้ำ

Charlie Kenton:     He wasn’t that good.
ชาร์ลี เคนตัน:     มันไม่ได้ดีอย่างนั้นหรอก

Max Kenton:     Noisy Boy was a great robot.
แม็กซ์ เคนตัน:     น้อยซี่บอยเคยเป็นหุ่นที่เก่งมาก

Charlie Kenton:     Was! Was a great robot! Back in the league, back in the day. But look around you, kid. This place, this place is where once great robots go to die,
ชาร์ลี เคนตัน:     เคย..เคยเป็นหุ่นที่เก่งมาก ย้อนกลับไปในลีกนู่น มันผ่านไปนานแล้ว แต่ตอนนี้ลองดูรอบๆตัวสิ ที่ตรงนี้..ที่ตรงนี้เป็นที่ีที่หุ่นเก่งๆจะต้องมาจบชีวิตลง

Max Kenton:     So throw him away. That’s what you do, right? Anything you don’t need, you just throw away?
แม็กซ์ เคนตัน:     อย่างนั้นก็จะทิ้งมันไปเหรอ นั่นเป็นสิ่งที่คุณทำใช่มั้ย?  ทุกสิ่งที่คุณไม่ต้องการ คุณก็เพียงแค่ทิ้งมันไปใช่มั้ย?

Charlie Kenton:     Wow. It’s been a long night, alright? You wanna sleep in doors? Now shut up and get in the truck.
ชาร์ลี เคนตัน:     เอิ่ม..นั่นมันก็ผ่านมานานแล้วนะ  เอาล่ะถ้าอยากจะนอนก็หุบปากซะและขึ้นรถไป

Charlie Kenton:     Don’t look at me like that. Get in the truck!
ชาร์ลี เคนตัน:     อย่ามองแบบนั้นนะ ขึ้นรถไปซะ!

บทสนทนาระหว่างพ่อ-ลูกคู่นี้ก็แสดงถึงความห่างเหินที่จากกันตั้งแต่เด็ก และแสดงถึงความไร้การวางแผนของชาร์ลี ที่จะทำอะไรก็ทำ ทั้งที่ยังไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของสิ่งนั้นเท่าไร พอทำอะไรไปแล้วไม่เป็นอย่างที่ตั้งใจไว้ก็ยกเลิกมันซะ ทิ้งมันไปซะ จนโดนแม็กซ์ถามกลับว่า พ่อจะทิ้งหุ่นนี้ไปเหมือนกับที่พ่อเคยทิ้งผมใช่มั้ย?  ซึ่งก็ทำให้ชาร์ลีอึ้งไปชั่วครู่และเบนไปเรื่องอื่นทันที

หลังจากฉากโดนลูกด่า พ่ออย่างชาร์ลีก็เริ่มที่จะคิดได้เล็กๆ และเราก็จะได้เห็นกันในฉากต่อจากนี้ ที่ชาร์ลีพาแม็กซ์ไปเก็บซากหุ่นเก่าๆเพื่อมาประกอบหุ่นตัวใหม่ ทั้งสองก็เดินหลบสปอตไลท์ไปเรื่อย จนถึงฉากที่แม็กซ์ยืนคุยกับชาร์ลี และพลัดร่วงตกหน้าผาไป ทำให้ชาร์ลีตกใจมากและรีบวิ่งไปช่วยลูกชาย โชคดีที่เสื้อของแม็กซ์ถูกเกี่ยวด้วยแขนของหุ่นยนต์ตัวหนึ่งที่ฝังอยู่ในโคลน จึงไม่ร่วงลงไปในน้ำเน่า ขณะเดียวกับที่ชาร์ลีรีบปีนบันไดลงไปช่วยลูก พร้อมกับคำปลอบใจที่บอกว่าเขาจะไม่ยอมปล่อยแม็กซ์ไปง่ายๆ เพราะเค้าคว้าลูกไว้ในอ้อมกอดได้แล้ว

แม็กซ์มองไปที่ซากหุ่นตัวนั้น และอยากนำมันไปด้วยเพราะมันช่วยชีวิตเข้าไว้ เขาจึงขอให้ชาร์ลีช่วยเก็บหุ่นนี้ไปด้วย แต่ชาร์ลีก็ไม่ยอมช่วยและเดินหนีไป ซึ่งแม็กซ์ก็ไม่ย่อท้อ เขาก็ขุดหุ่นตัวนั้นออกมาจากโคลนด้วยตัวเองจนถึงเช้า และเดินไปหาชาร์ลีที่รออยู่ข้างรถบรรทุกริมถนน พร้อมกับอาการที่น่ารักระหว่างพ่อและลูก นั่นคือแม็กซ์เข้าไปทุบตัวชาร์ลีไม่ยั้ง โทษฐานที่ไม่ยอมช่วยขุดหุ่นขึ้นจากโคลน

หลังจากนั้นชาร์ลีก็พาแม็กซ์ไปยิมของเบลีย์ เมื่อเบลีย์เห็นว่าชาร์ลีมาก็เริ่มบทสนทนาทันที เธอบอกชาร์ลีว่าเธอเริ่มจะเหนื่อยล้าแล้ว เธอไม่แน่ใจว่ามันจะดีกว่านี้ได้อีกแล้ว เธอช่วยชาร์ลีมาตลอด แต่การต่อสู้ในทุกครั้งที่ผ่านมาก็ไม่เคยประสบความสำเร็จ ด้วยเพราะปัญหาหลักก็คือตัวชาร์ลี เธอจึงขอให้ชาร์ลีเลิกสิ่งที่เขาคิดจะทำอยู่ได้แล้ว และหันมาวางแผนอนาคตในชีวิตของตัวเองซักที เมื่อชาร์ลีได้ยินดังนั้น เขาก็เริ่มจะคิดได้เล็กๆ แต่ก็ยังไม่วายขอให้เบลีย์ช่วยดูหุ่นที่แม็กซ์เก็บมาจากกองขยะ เบลีย์ก็เริ่มปลงๆ จึงช่วยดูหุ่นให้

Atom

สวัสดี.. นายใช่มั้ยที่เก็บฉันมาจากกองขยะ

เบลีย์ช่วยดูหุ่นที่แม็กซ์เก็บมา และบอกว่าหุ่นตัวนี้เป็นหุ่นรุ่น 2 ซึ่งสามารถบังคับได้ด้วยรีโมท แต่นอกนั้นก็ไม่มีอะไรใช้การได้ แต่หลังจากเธอเปิดสวิตช์แล้ว ก็พบกว่าหุ่นตัวนี้มีฟังก์ชั่นเงาที่หาได้ยาก หุ่นจะลอกเลียนแบบท่าืทางของมนุษย์และเก็บไว้ในหน่วยความจำ ทำให้เราสามารถบังคับหุ่นได้ง่ายๆด้วยการเคลื่อนไหวร่างกาย

หลังจากที่แม็กซ์ล้างทำความสะอาดหุ่นเป็นที่เรียบร้อย เขาพบข้อความที่สลักอยู่บริเวณอกข้างซ้ายว่า ATOM เขาจึงเรียกหุ่นตัวนี้ว่า อะตอม และพาหุ่นเข้าไปในยิมเพื่อขอความเห็นเรื่องที่เขาจะพาอะตอมขึ้นชก ซึ่งทั้งเบลีย์และชาร์ลี ก็บอกว่าหุ่นรุ่น 2 ประเภทนี้เป็นหุ่นลงนวม ไม่ได้เอาไว้ต่อสู้ แต่เอาไว้เป็นหุ่นซ้อม แต่แม็กซ์ก็ตื้อถามต่อไปว่าเขาจะเอาไปขึ้นชกได้มั้ย ชาร์ลีก็บอกว่ายังไม่กลัวอีกใช่มั้ยที่เห็นน้อยซี่บอยแหลกเป็นชิ้นๆในเวทีแครชพาเลซเมื่อคืน แต่ยังไงแม็กซ์ก็ยังตอบกลับไปว่า ตกลงผมจะพาอะตอมขึ้นชก นี่ก็เป็นอีกนิสัยที่ตกทอดมาจากพ่อของเขา นั่นก็คือความดื้อรั้น เอาแต่ใจตัวเอง อยากจะทำอะไรก็ทำ แต่ต่างกันตรงที่ว่า ชาร์ลีทำไปโดยไม่ได้วางแผน แต่แม็กซ์จะทำเมื่อเขาเห็นว่าทำได้

หลังจากนั้นเป็นต้นมา แม็กซ์ก็ทำความคุ้นเคยกับอะตอมทุกวัน พาอะตอมไปวิ่งเล่น ราวกับว่าอะตอมมีชีวิตจริงๆ พร้อมกับคำพูดน่ารักๆของแม็กซ์ที่ถามอะตอมว่าเข้าใจที่เขาพูดมั้ย?  เมื่ออะตอมที่มองกลับไปที่แม็กซ์ด้วยความสามารถของฟังก์ชั่นเงา แม็กซ์ที่คิดเอาเล่นๆว่าอะตอมมีชีวิตจริงๆจึงพูดไปว่า ไม่ต้องเป็นห่วงความลับนี้รู้กันเีพียงเราสองคน ฉากนี้ก็ออกจะซึ้งเล็กๆ และเราก็อยากให้หุ่นอะตอมสามารถพูดจาตอบโต้กับแม็กซ์ได้จริงๆ โดยที่ไม่ได้มาจากความสามารถของฟังก์ชั่นเงา

เมื่อเห็นว่ายังไงอะตอมก็เป็นเพียงหุ่นตัวหนึ่ง ที่คงจะตอบโต้อะไรไม่ได้อย่างที่คิดไว้ แม็กซ์เด็กน้อยที่โหยหาความรัก จึงไปถามเบลีย์ว่าพ่อของเขาเป็นคนยังไง เบลีย์ที่เติบโตมากับชาร์ลีตั้งแต่เด็กก็ตอบไปว่า ชาร์ลีเป็นคนประเภทดื้อรั้น จะทำอะไรก็ต้องทำให้ได้ เป็นคนเข็มแข็ง แข็งแกร่ง ไม่ยอมแพ้ และไม่กลัวสิ่งใดๆ เธอยังให้แม็กซ์ดูภาพในหนังสือพิมพ์ที่กล่าวถึงการต่อสู้ระหว่างชาร์ลีกับนิโก คู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งเป็นอันดับ 2 ของโลก แต่แม้ว่าความเก่งจะห่างชั้นกันเยอะ แต่ชาร์ลีก็ทำให้บุรุษอันดับ 2 ของโลกคนนี้ตกอยู่ในความกลัว เพราะเขาสู้ไม่ถอย แม้จะสู้ไม่ไหว แต่ก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ สู้กันไปจนถึงยก 12 และแม้ว่าชาร์ลีจะคะแนนนำมาทุกยก แต่เขาก็มาแพ้น๊อคในยกสุดท้ายนี้เอง

ชาร์ลีพาแม็กซ์ไปยังสนามแข่งที่แอตแลนต้า เพื่อจะมาขอยืมเงินฟินน์ โดยให้แม็กซ์ยืนรอ เมื่อชาร์ลีไปคุยกับฟินน์ ฟินน์ก็กล่าวถามว่าได้อะไรจากกองขยะบ้าง ชาร์ลีก็บอกว่าได้หุ่นรุ่น 2 มาตัวนึง ฟินน์จึงบอกให้เขาพาหุ่นไปแข่งในสวนสัตว์ในวันพรุ่งนี้ซะ และเขาก็ขอยืมเงินฟินน์ แต่ฟินน์ก็ไม่ให้ยืม เพราะรู้นิสัยว่าชาร์ลีเป็นจอมเบี้ยวเงิน ส่วนแม็กซ์ที่ยืนรอ ก็ได้เห็นการทำข่าวของหุ่นซุสของทัค มาชิโดะ (คาร์ล ยุน) ที่กำลังจะลงแข่งในสนาม แม็กซ์จึงเข้าไปดู และปล่อยให้ชาร์ลียืนรอ ก่อนที่แม็กซ์จะออกมาจากสนามและโม้ให้ฟังถึงความเก่งกาจของหุ่นซุส ที่อัดหุ่นแอ๊คเซิลร๊อบซะตัวขาดเป็นสองท่อน เมื่อฟังลูกพล่ามจบ ชาร์ลีก็บอกให้แม็กซ์เตรียมตัวขึ้นชกในวันรุ่งขึ้น พร้อมกับยื่นถุงอาหารให้ แม็กซ์ก็โวยทันทีและบอกว่า ผมเคยบอกแล้วไงว่าไม่ชอบเบอร์เกอร์ เมื่อชาร์ลีได้ยินก็แกะถุงออกทันทีและบอกแม็กซ์ว่า นี่มันไม่ใช่เบอร์เกอร์ นี่มันเบอร์ริโต้ ซึ่งก็แสดงให้เห็นว่าชาร์ลีเริ่มเอาใจใส่ในตัวแม็กซ์มากขึ้น จากการที่จำได้แล้วว่าลูกไม่ชอบอะไร ก็เลยเปลี่ยนเมนูอื่นมาให้แทน

เช้าวันรุ่งขึ้นชาร์ลีก็ตื่นขึ้นมาเห็นแม็กซ์กำลังซ้อมกับอะตอม ซึ่งแม็กซ์ก็ไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลยทั้งคืน เพราะมัวแต่ทำความสะอาดและรีโปรแกรมอะตอมใหม่ พร้อมกับทำความคุ้นเคยกับระบบต่อสู้ทั้งหมด และทั้งสองก็ไปทานอาหารเช้า ก่อนจะเดินทางไปสวนสัตว์เพื่อเข้าแข่งขัน

เมื่อมาถึงสวนสัตว์ ทั้งสองก็พบกับ คิงพิน (จอห์น เกตินส์) แม็กซ์ก็ท้าทันทีว่าจะขอต่อสู้ด้วย ซึ่งฉากนี้ก็ทำให้เห็นได้ว่า แม็กซ์เองก็ดื้อรั้นไม่ต่างจากชาร์ลีเลย ย้อนกลับไปตอนที่ชาร์ลีขอฟินน์ให้หาคู่ต่อสู้ที่เก่งๆให้ จนได้สู้กับไมดัสและแพ้ราบคาบ แม็กซ์ในตอนนี้ ที่ต่อรองกับคิงพินว่า ถ้าเขาสามารถรอดในยกแรกไปได้ล่ะ จะได้เงินเท่าไร ทำให้ฝ่ายคิงพินหัวเราะเป็นการใหญ่ ก็เป็นความอวดทระนงตนเหมือนกับชาร์ลี แต่จะต่างกันตรงที่ ชาร์ลีไม่รู้ว่าอะไรคือลิมิตของตัวเอง พนันไปทั้งๆที่ไม่รู้ว่าจะสู้ได้หรือเปล่า แต่แม็กซ์ที่วางแผนและทดลองซ้อมมาตลอดทั้งคืน ดังนั้นแม็กซ์จึงน่าจะรู้ลิมิตของตัวเองว่าทำได้ถึงไหน ในเมื่อมั่นใจและพร้อมที่จะสู้แล้ว ถึงแม้จะแพ้ แต่ก็ไม่เสียใจ เพราะได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว

การต่อสู้ก็เป็นไปได้ดี ตามมาด้วยความหดหู่เล็กน้อยเพราะอะตอมพลาดท่าโดนหุ่นเมโทรซัดซะล้ม แต่ยังไงก็ตามแม็กซ์ก็ยังไม่ยอมแพ้ เขาตะโกนให้อะตอมลุกขึ้น ราวกับว่าอะตอมจะได้ยินเขาจริง จนเกือบจะหมดเวลายกแรก แม็กซ์ก็บังคับให้อะตอมลุกยืนขึ้นมาได้ พร้อมกับความดีใจของชาร์ลีที่ผ่านรอบแรกมาได้ และหวังจะเคลมเงิน 1 พันดอลลาร์ที่พนันไว้ว่าเมื่อผ่านยกแรกมาโดยไม่โดนน๊อค แต่ด้วยความเจ้าเล่ห์ของคิงพินที่มาพูดกับเด็กน้อยว่าจะได้เพิ่มเป็น 2 เท่าถ้าเอาชนะอีกยกได้ แม็กซ์ที่มั่นใจว่าตัวเองทำได้จึงตอบตกลงข้อเสนอนี้ เป็นความกล้าได้กล้าเสียที่ไม่ทิ้งลายจากชาร์ลีเลย จนในที่สุดในยก 2 หลังจากที่ชาร์ลีเห็นจุดอ่อนของเมโทรก็บอกให้แม็กซ์ซัดไปตรงนั้น และนั่นก็ทำให้การต่อสู้ยุติลงด้วยชัยชนะของแม็กซ์ พร้อมกับการได้รับเชิญจากคนดูในสนามคนนึงที่เชิญให้ไปขึ้นชกในสนามอื่น

หลังจากชัยชนะในครั้งแรกด้วยฝีมือของตัวเอง แม็กซ์ก็พยายามฝึกฝนฝีมือขึ้นเรื่อยๆ และยังปรับปรุงหุ่นอะตอมให้ดีขึ้น แม็กซ์เริ่มสนุกกับการบังคับหุ่นด้วยตัวเอง และนึกสนุกด้วยการเปิดเพลงและเต้นตามไปกับหุ่น เพลงที่เปิดในที่นี้ก็คือเพลง Give It A Go ของ Timbaland Feat. Veronica Gardner ไปดูกันในคลิปข้างล่างนี้เลยครับ

Dancing Robot Atom with Max   [Give It A Go – Timbaland Feat. Veronica Gardner]

หลังจากที่ชาร์ลีเห็นแม็กซ์เต้นไปตามจังหวะเพลงกับหุ่นอะตอม เขาก็อยากเห็นแม็กซ์นำการเต้นไปขึ้นบนเวทีเพื่อสร้างจุดเด่นให้กับตัวเอง โดยพยายามอ้างอิงจากนักชกคนอื่นๆที่มีจุดเด่นเป็นของตัวเอง แต่แม็กซ์ก็ให้ข้อเสนอกับชาร์ลีว่า เขาจะเต้นโชว์ก็ต่อเมื่อชาร์ลีสอนท่าการต่อสู้เป็นตัวอย่างให้กับอะตอม ซึ่งชาร์ลีก็ตกลงแต่โดยดี

หลังจากนั้นชาร์ลีก็ตื่นแต่เช้าเพื่อสอนถ้าต่อสู้ให้กับอะตอม ท่าทางของฮิวจ์ แจ๊คแมนฉากนี้ดูขึงขังดี หน่วยก้านก็ใช้ได้ ดูเหมือนกับนักชกจริงๆ แต่เสียอย่างนึง สอนอะตอมชกอยู่ท่าเดียว ตั้งการ์ด ย่อเข่า เสยคาง!

Charlie & Atom

ย่อเข่า เอ้าฮึบ!

Charlie & Atom

เอ้ายกหมัดขึ้นสูงๆหน่อย

หลังจากที่ฝึกซ้อมกันจนเชี่ยวชำนาญแล้ว สองพ่อลูกก็พร้อมสำหรับการแข่งในสนามต่อไป นั่นคือการแข่งขันในลีก นับว่าเป็นการต่อสู้ก้าวสำคัญที่ทำให้ ที่ทำให้เกิดฉากชาร์ลีพล่ามไม่หยุดเพื่อเตือนแม็กซ์ไม่ให้ตื่นหนก แต่เขาเองนั่นแหละตื่นตระหนกเพราะลุกลี้ลุกลน ฉากนี้มาเพื่อสร้างความตลก แต่ดูแล้วไม่ค่อยตลกเท่าไร เพราะไอ้การที่ฮิวจ์ แจ็คแมนพูดเร็วๆ พล่ามไม่หยุด มันไม่เหมือนอาการตื่นตระหนกเท่าไร มันเหมือนการบ่นไปเรื่อยๆมากกว่า

ก่อนขึ้นชกในครั้งนี้สาวไฮโซ เฟอร์ร่า เล็มโคว่า (โอลก้า ฟอนด้า) ที่เป็นผู้จัดการของทัค มาชิโดะกับหุ่นซุสอันแข็งแกร่ง ได้เชิญให้สองพ่อลูกไปเพื่อขอให้พวกเขาขายหุ่นนี้ซะ โดยจะให้เงินถึง 2 แสนดอลลาร์ เมื่อชาร์ลีได้ยินก็ตอบตกลงทันที ในขณะที่แม็กซ์สวนขึ้นมาทันควันว่าหุ่นนี้ไม่ได้มีไว้ขาย และจะไม่มีวันขายเป็นอันขาด ถึงแม้ชาร์ลีจะตื๊อให้ขายอย่างไรก็ไม่เป็นผล เพราะแม็กซ์ตั้งใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าจะลงแข่งขันในครั้งนี้ให้ได้

สำหรับโอลก้าในบทเฟอร์ร่าในที่นี้ก็เข้าทางเธอซะเหลือเกิน เพราะตัวจริงเธอก็มีเชื้อสายรัสเซีย ตัวละครในเรื่องของเธอก็คนรัสเซีย การได้ยินภาษาอังกฤษสำเนียงรัสเซียของเธอจึงน่าสนใจ เพราะเป็นสิ่งที่เธอถนัด

ในเมื่อแม็กซ์ไม่ยอมขายอะตอมให้กับเฟอร์ร่า ชาร์ลีจึงต้องพาแม็กซ์และอะตอมขึ้นชกตามเดิม ด้วยการเปิดตัวในแบบที่ชาร์ลีขอไว้ นั่นคือเต้นโชว์ ไปดูการเต้นเท่ห์ๆ ในคลิปข้างล่างเลยครับ

Dance Before The Fight Against Twin Cities   [Give It A Go – Timbaland Feat. Veronica Gardner]

เมื่อเปิดตัวแบบสร้างความน่าสนใจได้ผลสำเร็จ ก็ตามมาด้วยการต่อสู้ที่ทุกคนรอคอย ด้านทวินซิตี้ส์ดูท่าจะมาเหนือเมฆกว่า เพราะเพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์การบังคับที่สุดแสนจะไฮโซ ในขณะที่อะตอม มีเพียงแค่ชาร์ลีกับหูฟังเพื่อควบคุมและแม็กซ์ที่ยืนให้กำลังใจข้างๆแค่นั้น แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ มาดูกันต่อในคลิปเลยดีกว่าครับ

Twin Cities And Atom Fight

Twin Cities

หุ่นทวินซิตี้ส์

การต่อสู้ครั้งนี้ของชาร์ลีเริ่มดีขึ้นตามลำดับ นั่นเป็นสาเหตุจากการเตรียมพร้อมที่ดี ทำให้เขารู้ทางหนีทีไล่ และใช้ท่าการต่อสู้ได้อย่างเหมาะสม จากคลิปด้านบนที่ดูมา จะเห็นได้ว่าฉากนี้ดูจริงจัง จากการเห็นตัวละครทั้งสองเอาจริงเอาจังกับการต่อสู้ในครั้งนี้ โดยหลังจากที่ชาร์ลีเห็นจุดอ่อนของทวินซิตี้ส์ก็เริ่มเพิ่มระดับความตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่รู้แน่ว่ายังไงก็ชนะ แต่ก็มันไปกับหนังจริงๆ จนในที่สุดทวินซิตี้ส์เริ่มหัวหมุนเคว้ง ก่อนจะโดนซัดซะหมอบด้วยหมัดขวาเสยคาง (ไรท์อัพเปอร์คัท) ลงไปนอนหมอบกับพื้น และหลังจากการต่อสู้จบลง กรรมการก็ประกาศชัยชนะกับอะตอม แม็กซ์ก็ได้ดึงไมค์มาพูด เขาท้าไปถึงสาวไฮโซเฟอร์ร่า ว่าอะตอมและเขาพร้อมเสมอที่จะเจอกับซุส ไม่ว่าจะตอนไหน ที่ไหนก็ตาม ซึ่งแม้จะโดนชาร์ลีปรามไว้ แต่ก็ไม่เป็นผล นี่ก็เป็นนิสัยเสียเล็กๆอีกอย่างของแม็กซ์ ที่ชาร์ลีก็เคยเป็น ไปท้าทายกับสิ่งที่ยังไม่รู้เลยว่าจะทำได้อย่างที่พูดหรือไม่ แต่มันก็เพียงอารมณ์ชั่ววูบ เพราะแม็กซ์เองก็ไม่ละความพยายามเหมือนกัน การจะเอาชนะซุสให้ได้ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

หลังจากฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่กับการขึ้นชกในลีกของอะตอม หนังก็ตัดฉับไปฉากหดหู่ทันที ด้วยการนำเสนอฉากบีบอารมณ์เล็กๆ กับฉากทวงหนี้ของริคกี้ ที่นอกจากจะซัดชาร์ลีจนหงายเงิบไปกองกับพื้น ทั้งๆที่ชาร์ลีบอกว่ามีเด็กอยู่ด้วย ริคกี้ยังเอาเงินที่ทั้งสองคนเพิ่งได้จากการชนะการชกในลีกไปทั้งหมด ฉากนี้เริ่มให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกที่ดีขึ้น จากการที่ชาร์ลีช่วยปกป้องแม็กซ์ให้หนีไป และจากคำพูดของแม็กซ์ที่ยอมรับแล้วว่าชาร์ลีเป็นพ่อ

[หลังจากชาร์ลีโดนซัดหมอบไปกองกับพื้น]
Ricky:     Take all his money! Take it all. Wooh!
ริคกี้:     เอาเงินมันไปให้หมด เอาไปหมดเลย ฮ่าๆ

[ริคกี้หันไปมองแม็กซ์]
Ricky:     Hey, your friend’s a real dirt bag, kid.
ริคกี้:     เฮ้..เพื่อนของนายดูเหมือนถุงดินโสโครกเลยว่ะ เด็กน้อยเอ๊ย

Max Kenton:     He’s my father!
แม็กซ์ เคนตัน:     เขาเป็นพ่อของผม!

และฉากหลังจากนี้ หนังก็บีบเค้นอารมณ์ให้ตึงเครียดขึ้นไปอีกระดับ ในฉากที่ชาร์ลีส่งตัวแม็กซ์กลับคืนให้เดบรา ด้วยเหตุผลที่ว่าเขาอาจจะไม่สามารถดูแลความปลอดภัยให้กับลูกได้เพียงพอ แม้ว่าแม็กซ์จะอ้อนวอนให้เขาคิดดูใหม่ แต่ชาร์ลีก็ไม่ล้มเลิกความคิดนี้ แม้ว่าในใจก็ไม่อยากจะทำอย่างนี้ก็ตาม แต่เขาห่วงลูกมากกว่า โดยอ้างกับแม็กซ์เพียงแค่ว่า ป้าเดบรามีสิทธิ์ในการเลี้ยงดู แต่เขาไม่มี เขาจึงทำอะไรไม่ได้ เมื่อแม็กซ์ได้ยินก็รีบวิ่งไปเก็บของบนรถบรรทุกทันที โดยมีเดบราตามไปติดๆ มาร์วินก็กำลังจะมอบเงินที่เหลืออีก 5 หมื่นดอลลาร์ตามที่เคยสัญญาไว้ แต่มาถึงขั้นนี้ ชาร์ลีก็ไม่ต้องการเงินอีกต่อไปแล้ว และชาร์ลีก็วิ่งไปหาแม็กซ์ทันที เพื่อกล่าวลาและอธิบายเหตุผลที่เขาต้องทำอย่างนี้ ซึ่งก็มีบทสนทนาที่ให้แง่คิดเล็กๆน้อยด้วย ดังนี้

[ในขณะที่แม็กซ์กำลังเก็บของอยู่บนรถ]
Charlie Kenton:     Alright, you don’t wanna talk, fine! I’ll talk. What do you want me to say? I’m sorry? No, you knew. You knew from day one what this was. You decided to take the ride. I mean, what? You actually thought me, you and the little robot from the junk heap were gonna ride off into the sunset? Come on! No, you…you forgot who I was. You deserve better…than me. Will you say something, please?
ชาร์ลี เคนตัน:     เอาล่ะ ลูกจะไม่พูดใช่มั้ย ได้ พ่อพูดเอง อยากให้พ่อพูดอะไรล่ะ?  พูดขอโทษเหรอ?  ไม่หรอก เพราะลูกรู้ ลูกรู้มาตั้งแต่วันแรกว่ามันเป็นยังไง ลูกตัดสินใจที่จะร่วมวงด้วย พ่อหมายถึง ลูกคิดจริงๆเหรอว่าพ่อ ลูก และไอ้หุ่นตัวเล็กที่ขุดออกมาจากกองดินนั่นจะทำให้เราเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อย่างมีความสุขน่ะ ไม่เอาน่า ลูก..ลูกลืมไปแล้วว่าพ่อเป็นยังไง ลูกสมควรได้รับสิ่งที่ดีกว่าพ่อ นี่พูดอะไรซักอย่างได้มั้ย ขอร้องล่ะ?

[แม็กซ์ไม่สนใจเขา แบกกระเป๋าบนบ่าและกระโดดลงจากรถ]
Charlie Kenton:     I tried, okay? I mean, what do you want from me?
ชาร์ลี เคนตัน:     พ่อรู้สึกอ่อนล้า เอาเถอะ เอ่อ..พ่อหมายถึง ลูกต้องการอะไรจากพ่อกันแน่?

[แม็กซ์ที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา หันหลังมาหาชาร์ลี]
Max Kenton:     I want you to fight for me! That’s all I ever wanted!
แม็กซ์ เคนตัน:     ผมอยากให้พ่อสู้เพื่อผม!   นั่นเป็นทั้งหมดที่ผมต้องการ
[แม็กซ์หันหลังกลับ และเดินจากไป]

พอฉากนี้จบไปแล้วผมก็เริ่มน้ำตาคลอทันที เพราะเริ่มอินไปกับความสัมพันธ์พ่อ-ลูก เหมือนกับละครน้ำเน่าจริงๆ ดูก็รู้ว่าพ่อลูกคู่นี้รักกัน แต่ก็ยังตัดใจเพื่อให้ลูกได้เจอกับสิ่งที่ดีกว่า ไม่ต้องมาเจอกับชีวิตแบบอยู่ไปวันๆอย่างที่เขาเป็น

หลังจากฉากซึ้งๆผ่านไป ก็ตามมาด้วยฉากเริ่มคิดได้ หลังจากที่โง่อยู่นาน ซึ่งเป็นการสนทนาระหว่างเบลีย์กับชาร์ลี ที่เบลีย์ช่วยเตือนสติให้รู้ว่าแม็กซ์รักเขาแค่ไหน จากสายตายของแม็กซ์ที่มองไปยังเขา ทำให้ชาร์ลีคิดได้ และรีบบึ่งรถไปหาแม็กซ์ทันที

ในเมื่อปล่อยให้สิ่งมีค่าหลุดลอยไป ชาร์ลีก็ไม่รีรอที่จะนำกลับคืน เขามาหาแม็กซ์ที่บ้านของเดบราทันที และประตูก็เปิดหลังจากที่เขาเคาะ ปรากฎร่างแม็กซ์ยืนต่อหน้าเขา พร้อมกับเดบราที่ตามมาทีหลัง เป็นฉากแห่งการสารภาพผิดของชาร์ลี ที่บอกกับแม็กซ์ว่า แม้พ่อจะความรู้สึกช้า แต่พอก็เข้าใจแล้ว พ่อมาที่นี่เพื่อลูก เพื่อสานต่อสิ่งที่เราเคยทำด้วยกัน ตามบทสนทนาที่ตัดมาบางช่วงดังนี้

Max Kenton:     That’s why you came? To say you’re sorry?
แม็กซ์ เคนตัน:     นั่นเป็นเหตุผลที่พ่อมาหาผม?  มาเพื่อกล่าวคำขอโทษ?

Charlie Kenton:     No! I mean, yes.
ชาร์ลี เคนตัน:     ไม่ใช่ เอ่อ..พ่อหมายถึง ใช่

[มองไปที่เดบรา]
Charlie Kenton:     Yes!
ชาร์ลี เคนตัน:     ใช่!

[มองไปที่แม็กซ์]
Charlie Kenton:     But no. No, I came to tell you that I heard you, I got it. I’m a little slow, but I got it. And I know you had a bum ride, Max and I wasn’t there when I should have been. I should have been. Your mom was…
ชาร์ลี เคนตัน:     แต่มันไม่..ไม่ใช่ พ่อมาที่นี่ก็เพื่อจะบอกลูกว่าพ่อเข้าใจแล้ว พ่อเข้าใจมันแล้ว แม้ว่าจะช้าไปหน่อย แต่ก็เข้าใจแล้ว และพ่อก็รู้ว่าลูกเคยใช้ชีวิตอย่างลำบาก เพราะพ่อไม่ได้อยู่ในเวลาที่ลูกต้องการ ที่ๆพ่อควรจะอยู่ แม่ของลูกช่าง…

Max Kenton:     She was cool, wasn’t she?
แม็กซ์ เคนตัน:     แม่เจ๋ง ใช่มั้ยฮะ?

Charlie Kenton:     She was.
ชาร์ลี เคนตัน:     ใช่ เธอเจ๋ง

Max Kenton:     She was the coolest.
แม็กซ์ เคนตัน:     แม่เจ๋งที่สุดแล้ว

Charlie Kenton:     Yeah, she was. I’m sorry about, you know, about what happened with her. And…and I can’t get those yeas back, Max. But I’m here right now, and if you’re up for it, I’m ready to fight.
ชาร์ลี เคนตัน:     ใช่ เธอเจ๋งที่สุด เอ่อ..พ่อขอโทษเรื่อง อืม..ลูกก็รู้ล่ะนะ เรื่องที่เกิดขึ้นกับแม่ และ…และพ่อก็ไม่สามารถเอาวันเวลาเหล่านั้นกลับคืนมาได้ แต่แม็กซ์ พ่ออยู่ตรงนี้แล้ว และถ้าลูกยังอยากจะสู้ต่อ พ่อก็พร้อมที่จะสู้!

เป็นบทสนทนาที่สร้างกำลังใจ ทำให้รู้สึกฮึกเหิม และจะต้องมีการต่อสู้อันเด็ดดวงตามมาแน่นอน ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะหลังจากที่ชาร์ลีขออนุญาตจากเดบราเพื่อขอตัวแม็กซ์ไป ทั้งสองก็ได้เข้าร่วมการต่อสู้ในศึกครั้งสำคัญกับซุส หุ่นนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ฉากการต่อสู้ในครั้งนี้เป็นฉากที่สร้างความฮึกเหิมมากที่สุดในหนัง เพราะหนังสร้างอารมณ์มาตั้งแต่จบการต่อสู้กับหุ่นทวินซิตี้ส์แล้ว แถมยังจัดเต็มในทุกองค์ประกอบ ทั้งเสียงเพลงอันเร้าใจ การเลื่อนภาพเพื่อให้เห็นความยิ่งใหญ่ของการต่อสู้ และอารมณ์ที่ถูกดึงขึ้นมาเพื่อให้ลุ้นไปกับการต่อสู้ครั้งนี้แบบสุดๆ ขอนำคลิปก่อนการต่อสู้ครั้งนี้มาให้ชมแบบคร่าวๆนะครับ

Are you ready for REAL STEEL?

Zeus

หุ่นซุสกระโดดขึ้นเวทีด้วยความแข็งแกร่ง

Zeus and Atom

เสยคางซะหน่อยเป็นไง

สำหรับฉากเต็มๆก็จะได้เห็นการต่อสู้อันยาวนานระหว่างอะตอมกับซุส เป็นครั้งแรกที่ซุสไม่สามารถล้มคู่ต่อสู้ในยกแรกได้ เพราะอะตอมสามารถยืนหยัดต่อสู้มาทุกยก แม้ว่าในแต่ละยก อะตอมจะล้มซักกี่ครั้ง แต่ก็ลุกกลับขึ้นมายืนได้ทุกครั้ง เหมือนกับชาร์ลีและแม็กซ์ที่ไม่ยอมแพ้ หมดแต่ละยกเมื่อไร พวกเขาก็แก้ปัญหา ปรับปรุงหุ่นอะตอมให้พร้อมสู้ในยกต่อๆไป จนมาถึงยกสุดท้าย ยกที่ 12 ที่ระบบสั่งงานด้วยเสียงเกิดเสียเอาดื้อๆ นั่นทำให้แม็กซ์ขอร้องให้ชาร์ลีใช้ฟังก์ชั่นเงาเพื่อควบคุมหุ่น ทีแรกชาร์ลีก็บอกปฎิเสธไป แต่ด้วยใจที่ไม่ย่อท้อ ประกอบกับความหวังของเขาและแม็กซ์ที่อุตส่าห์มาถึงขั้นนี้แล้ว จะยอมแพ้ง่ายๆได้อย่างไร ชาร์ลีจึงตกลงที่จะเป็นคนชกเอง โดยเขาจะออกท่าทางควบคุมอะตอมอยู่ข้างเวที ดังบทสนทนาก่อนการต่อสู้ครั้งสุดท้ายนี้

[ชาร์ลีพูดกับอะตอมที่ถูกตั้งค่าเป็นฟังก์ชั่นเงา]
Charlie Kenton:     I know you’re in there! I’m not sure if you’re getting this or what, but I know you’re in there.
ชาร์ลี เคนตัน:     ฉันรู้ว่าแกอยู่ในนั้น!  ฉันไม่รู้ว่าแกเข้าใจเข้าใจสิ่งที่ฉันพูดหรือไม่ แต่ฉันรู้ว่าแกอยู่ในนั้น

Bing Arena Ref:     Come on Kenton, you’re up.
กรรมการตัดสิน:     เคนตัน ได้เวลาแล้วนะ

Charlie Kenton:     Yeah, give me a minute!
ชาร์ลี เคนตัน:     เออน่า ขอเวลาซักนาทีเถอะ!

[หันไปหาอะตอม]
Charlie Kenton:     I know you can’t hear me but you can see me. So watch me. Watch me.
ชาร์ลี เคนตัน:     ฉันรู้ว่าแกไม่ได้ยิน แต่แกเห็นฉันใช่มั้ย เอาล่ะ มองมาที่ฉัน มองฉันไว้

Charlie, Max & Atom

ฟังนะ! มองที่ฉันเอาไว้

Max Kenton:     You know you’re talking to a robot.
แม็กซ์ เคนตัน:     พ่อรู้ตัวรึเปล่าว่ากำลังพูดอยู่กับหุ่นยนต์น่ะ

Charlie Kenton:     I know. Shut up!
ชาร์ลี เคนตัน:     รู้สิ เงียบไปเถอะน่า!

[หันกลับไปหาอะตอม]
Charlie Kenton:     Watch me!
ชาร์ลี เคนตัน:     มองฉันไว้!

Atom in a shadow of Charlie

กระโดดซัดซะป๊าบนึง เป็นไงล่ะ มึนมั้ย?

และยกนี้ก็จะเป็นยกสุดท้ายของการต่อสู้ ชาร์ลีออกท่าทางเต็มที่ข้างเวที เพื่อบังคับอะตอมให้ชกกับซุส แม็กซ์เห็นว่าพ่อไม่ยอมชกกลับเลย จึงคะยั้นคะยอให้พ่อออกหมัดกลับไปบ้าง แต่เขาก็ตอบว่ามันยังไม่ถึงเวลา ซึ่งก็เห็นตรงกับเบลีย์ที่ดูการถ่ายทอดสดครั้งนี้ในผับแห่งหนึ่ง ว่ายังไม่ถึงเวลาจะออกอาวุธ ชาร์ลีรอให้ซุสต่อยหมัดรัวๆหลายครั้ง เพื่อให้พลังงานใกล้ถึงจุดดับ จนในที่สุดพลังงานของซุสก็หมดจริงๆ และชาร์ลีก็สวนหมัดใส่ไม่ยั้งทันที จนผู้ควบคุมหุ่นซุสถึงกับร้องกันระงม ทัค มาชิโดะที่อยู่ข้างสนามเครียดจัด จึงโดดมาควบคุมซุสเองด้วยมือ ซุสต้านทานแรงของอะตอมไม่ไหวจริง แต่ทั้ง 2 ฝ่ายก็สู้กันจนระฆังลั่นหมดเวลา นั่นหมายความว่าต้องตัดสินกันด้วยคะแนนจากกรรมการ และคะแนนก็ออกมาว่าซุสเป็นฝ่ายชนะไป ด้วยเสียงโห่คัดค้านของคนดูทั้งสนาม พิธีกรก็สัมภาษณ์ผู้ชนะทันที เฟอร์ร่าก็ตอบไปว่าผลการตัดสินเป็นไปอย่างที่คาด แม้จะเหนื่อยไปมาก ส่วนทัคไม่ตอบคำถามใดและเดินหนีไป กรรมการถามกลับไปยังฝ่ายแพ้ว่าถึงจะแพ้คะแนน แต่ก็ชนะในสายตาของคนดู ซึ่งให้ข้อคิดที่ว่า แม้ผลลัพท์จะออกมาเป็นอย่างไรก็ตาม จงยอมรับมัน เพราะเราได้พยายามทำอย่างถึงที่สุดแล้ว

หนังจบลงด้วยความชื่นมื่น ที่แม้จะไม่มาด้วยชัยชนะ แต่การแพ้อย่างมีศักดิ์ศรี แพ้อย่างมีเกียรติ ก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่จะพึงมี ก่อนที่จะไปชื่นชมกับความพ่ายแพ้อย่างมีเกียรติ ชาร์ลีก็หันมาพูดกับแม็กซ์ว่า พ่อต้องการให้ลูกรู้ ไม่สิ พ่ออยากให้ลูกรู้ และยังไม่ทันปริปากเอ่ยคำใดออกมา แม็กซ์ก็ตอบกลับไปว่า ไม่ต้องเป็นห่่วงครับพ่อ…ความลับนี้รู้กันเีพียงเราสองคน ซึ่งเป็นการย้อนกลับไปใช้คำเดิมๆที่แม็กซ์เคยพูดกับอะตอมไว้ และเป็นหนึ่งในหลายๆคำที่หนังมักจะนำกลับมาใช้ซ้ำเพื่อสร้างความเก๋

สำหรับในส่วนของเพลงที่มีในหนังเรื่องนี้ นอกจากที่กล่าวไปข้างต้นแล้วยังมีอีกหลายเพลง เช่น ในฉากต่อสู้กับหุ่นเมโทรก็จะมีเพลงประกอบเป็น Here’s A Little Something For Ya ของ Beastie Boys โดยมีเพลง ‘Till I Collapse ของ Eminem เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์หลัก มาดูรายชื่อเพลงทั้งหมดในอัลบั้มซาวด์แทร็คของหนังเรื่องนี้กันดีกว่า

  1. Fast Lane  ร้องโดย  Bad Meets Evil
  2. Here’s a Little Something for Ya  ร้องโดย  Beastie Boys
  3. Miss the Misery  ร้องโดย  Foo Fighters
  4. The Enforcer  ร้องโดย  50 Cent
  5. Make Some Noise  ร้องโดย  The Crystal Method Feat. Yelawolf
  6. ‘Till I Collapse  ร้องโดย  Eminem Feat. Nate Dogg
  7. One Man Army  ร้องโดย  The Prodigy & Tom Morello
  8. Give It a Go  ร้องโดย  Timbaland Feat. Veronica Gardner
  9. The Midas Touch  ร้องโดย  Tom Morello
  10. Why Try  ร้องโดย  Limp Bizkit
  11. Torture  ร้องโดย  Rival Sons
  12. All My Days  ร้องโดย  Alexi Murdoch
  13. Kenton  ร้องโดย  Danny Elfman

เพลงประกอบภาพยนตร์ Real Steel
เพลง ‘Till I Collapse  ร้องโดย  Eminem Feat. Nate Dogg

เอาล่ะเป็นอย่างไรกันบ้างครับ หวังว่าคงจะจุใจไปกับเนื้อหาที่นำมาเสนอกันในบทความนี้นะครับ สรุปแล้วหนังเรื่องนี้สื่อถึงอารมณ์ของตัวละครได้ดี ทั้งการแสดงสีหน้าและการแสดงของนักแสดง และสร้างอารมณ์ร่วมไปกับหนังด้วยเสียงดนตรีประกอบ เพลงประกอบ และฉากการต่อสู้อันตระการตา ไม่ว่าหนังเรื่องนี้จะดี จะัสนุก หรือจะคุ้มค่าแก่การเสียเวลาดูหรือไม่ คุณ…ต้องเป็นคนตัดสินเองแล้วล่ะครับ

เรื่องนี้ผมให้เกรด B+
★★★★1/4
คะแนน 8.3 เต็ม 10

.

ตัวอย่างภาพยนตร์ Real Steel

.

เบื้องหลังภาพยนตร์ บทสัมภาษณ์จาก Real Steel (ซับไทย)

ความเห็น
  1. yoopy พูดว่า:

    ครบเลยทุกรายละเอียด

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s