เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ…

Thor

Thor – เทพบุตรค้อนเบิ้ม

ใกล้จะสิ้นปีแล้ว แต่ผมก็ยังทำงานแทบไม่ได้หยุดพัก เลยหาโอกาสพักผ่อนตอนกลางคืน ด้วยการหยิบหนังซักเรื่องมาดู โดยในครั้งนี้เลือกหยิบหนัง Thor ที่ผมไม่ได้ดูตอนเข้าฉายโรง ที่เลือกเรื่องนี้มาก็เพราะอยากดู และเพื่อให้เข้าใจเนื้อเรื่องมากขึ้นก่อนที่ยอดมนุษย์มาร์เวลทั้งหลายจะไปรวมหัวกันสู้ใน The Avengers ที่จะออกฉายปี 2012 ก่อนจะไปลงรายละเอียดในส่วนของตัวหนัง มาทราบเรื่องราวคร่าวๆของซูเปอร์ฮีโร่นามว่าธอร์กันก่อนดีกว่า

ธอร์ เป็นตำนานในเทพนิยายโบราณของนอร์ส (นอร์เวย์) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในเทพนิยายโบราณของอินโดยูโรเปียน (ซึ่งแพร่หลายในประเทศที่ใช้ภาษาตระกูลอินโดยูโรเปียน ได้แก่ เยอรมัน, สวีเดน, นอร์เวย์, ไอซ์แลนด์, เดนมาร์ก และหมู่เกาะฟาโร) จากตำนานโบราณได้กล่าวไว้ว่า ธอร์เป็นเทพเจ้าถนัดการต่อสู้ด้วยค้อน และเกี่ยวข้องกับสายฟ้าฟาด, ฟ้าผ่า, พายุ และความแข็งแกร่ง เป็นเทพที่คอยปกป้องและรักษามวลมนุษย์เพื่อให้อยู่กันอย่างอุดมสมบูรณ์

ประวัติของเทพเจ้าธอร์ปรากฎอยู่ในหลายตำนานในกลุ่มประเทศอินโดยูโรเปียน จากการยึดครองดินแดนของโรมัน, การขยายชนเผ่าในสมัยการโยกย้ายถิ่นฐาน ไปจนถึงการได้รับความนิยมอย่างสูงในยุคไวกิ้ง รวมทั้งการเผชิญหน้ากับกระบวนการเผยแผ่ศาสนาคริสต์เข้าไปในสแกนดิเนเวีย สัญลักษณ์ค้อนโยลเนียร์ (Mjölnir) ของธอร์ ก็ได้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย ซึ่งแสดงถึงความนิยมในเทพเจ้าตนนี้ จนกระทั่งปัจจุบันก็ยังมีให้พบเห็น ซึ่งคำว่าธอร์ถูกใช้เรียกสถานที่ต่างๆหลายแห่ง แต่ที่เห็นเด่นชัดที่สุดคือถูกใช้เรียกวันในสัปดาห์ ได้แก่ Thursday หรือ Thor’s Day ซึ่งเป็นคำที่แตกมาจากศัพท์ภาษาละตินที่หมายถึง Day of Jupiter

เรื่องราวตำนานธอร์ปรากฎตั้งแต่อยู่ในยุคสมัยโรมัน และไวกิ้ง ในที่นี้ผมขอไม่เจาะลึกมากจะขอกล่าวแบบคร่าวๆ เพื่ออ้างอิงกับในเนื้อเรื่องละกัน โดยในหนังสือการ์ตูนมาร์เวลที่ถูกสร้างออกมาเป็นหนัง Thor ในที่นี้ ก็ได้อ้างอิงเรื่องราวมาจากเทพนิยายโบราณนี้ ซึ่งตัวละครอย่าง เทพโอดิน, ลาฟฟี่, โลกิ, ไฮม์ดัล, ซิฟ ได้มีกล่าวถึงในตำนานโบราณด้วยดังนี้

  • โอดิน (Odin มาจากคำดั้งเดิมว่า Wodanaz ถูกใช้ในคำ Wednesday ในความหมายของ Day of Mercury) เป็นพ่อของธอร์ และเป็นเทพที่ยิ่งใหญ่แห่งแอสการ์ด
  • ลาฟฟี่ (Laufey หรือ Nál ให้ความหมาย Needle เนื่องจากลาฟฟี่มีร่างกายบอบบางและอ่อนแอ) ตามตำนานแล้วเป็นผู้หญิง เป็นแม่ของโลกิ โดยมีฟาร์โบติ (Fárbauti) เป็นพ่อ แต่ในหนังลาฟฟี่เป็นผู้ชายและเป็นพ่อของโลกิ
  • โลกิ (Loki) เป็นลูกของลาฟฟี่และฟาร์โบติ ตามตำนานแล้วโลกิเป็นพวกเชฟชิฟเตอร์หรือเปลี่ยนร่างได้ แต่ในหนังกล่าวไว้เพียงโลกิสามารถแยกร่างได้
  • ไฮม์ดัล (Heimdall) เทพรักษาประตูผู้สามารถมองเห็นและได้ยินเสียงจากที่ห่างไกลประมาณ 300 ไมล์
  • ซิฟ (Sif) เทพีผู้มีผมสีบลอนด์ทอง เป็นหนึ่งในภรรยาของธอร์ โดยทั้งสองมีลูกสาวชื่อว่า ธรัด (Þrúðr) แต่ในหนังกล่าวไว้เพียงเป็นว่าเติบโตมาพร้อมกับธอร์ตั้งแต่สมัยเด็ก

ส่วนตัวละครในโลกมนุษย์ทั้ง 3 อันได้แก่ เจน ฟอสเตอร์, อีริค เซลวิก และดาร์ซีย์ ลูอิส เป็นตัวละครที่มาร์เวลคิดขึ้นมาเพื่อผูกเรื่องให้เข้ากับตำนานโบราณของธอร์

ส่วนเมืองแอสการ์ด และโยธันไฮม์ก็มีในตำนานด้วยเหมือนกัน โดยทั้งแอสการ์ด และโยธันไฮม์ เป็นหนึ่งใน 9 โลกที่หนังกล่าวถึง โดยทั้ง 9 โลกนี้ก็จะประกอบไปด้วย

  1. มิดการ์ด (Miðgarðr) โลกมนุษย์
  2. แอสการ์ด (Ásgarðr) โลกแห่งทวยเทพ
  3. วาเนไฮม์ (Vanaheimr) โลกแห่งทวยเทพ
  4. โยธันไฮม์ (Jötunheimr) โลกยักษ์
  5. อัลฟ์ไฮม์ (Álfheimr) โลกเอลฟ์
  6. เฮล (Hel) โลกแห่งซากศพ
  7. สวาทัลฟ์ไฮม์ (Svartálfheimr) โลกแห่งคนแคระ
  8. นิฟเฟิลไฮม์ (Niflheimr) โลกแห่งน้ำแข็งและหมอก
  9. มูสเปลช์ไฮม์ (Muspellsheimr) โลกแห่งไฟ

โดยโลกทั้ง 9 นี้เชื่อมเข้าด้วยกันด้วยต้นไม้ยักษ์อิกดราซิล  (Yggdrasil)  มีแอสการ์ดอยู่บนยอด และมีรากเป็นนิฟเฟิลไฮม์ ทางเข้าของเมืองแอสการ์ดจะมีไบฟรอสต์ (Bifrost) หรือสะพานสายรุ้ง ไว้ใช้เดินทางเพื่อไปยังโลกมนุษย์ โดยมีไฮม์ดัลคอยเฝ้า

ในหนัง Thor เริ่มต้นมาก็กล่าวถึงตัวละคร 3 ตัวบนโลกมนุษย์ ซึ่งได้แก่ เจน ฟอสเตอร์ (นาตาลี พอร์ตแมน), อีริค เซลวิก (สเตลแลน สการ์สการ์ด) และดาร์ซีย์ ลูอิส (แคท เดนนิงส์) ที่กำลังขับรถมุ่งหน้าเพื่อไปดูแสงออโรร่าบนท้องฟ้า แต่ในขณะที่กำลังซิ่งรถเพื่อไปมองใกล้ ฟ้าก็เกิดพายุหมุนแปรปรวน จนดาร์ซีย์ขับรถไปชนผู้ชายคนหนึ่งที่ตกลงมาจากฟากฟ้า และหนังก็ตัดไปเล่าเรื่องราวในอดีต

Natalie Portman

นาตาลี พอร์ตแมน เป็น เจน ฟอสเตอร์

คริสตศักราช 965  โอดิน (แอนโธนี่ ฮอพกินส์) กษัตริย์แห่งแอสการ์ดทำสงครามต่อต้านยักษ์น้ำแข็งแห่งโยธันไฮม์ ซึ่งมีลาฟฟี่ (คอลัม ฟิออร์) เป็นหัวหน้า เพื่อไม่ให้ลาฟฟี่ทำลายโลกหนึ่งใน 9 อาณาจักร เหล่านักรบแห่งแอสการ์ดสามารถล้มยักษ์น้ำแข็งลงได้ และช่วงชิงขุมพลังอำนาจจากยักษ์น้ำแข็งมาเก็บไว้ได้

Anthony Hopkins

แอนโธนี่ ฮอพกินส์ เป็น โอดิน

ธอร์ (คริส เฮ็มส์เวิร์ธ) และโลกิ (ทอม ฮิดเดิลส์ตัน) ลูกทั้งสองของกษัตริย์โอดินเติบโตขึ้นด้วยความหวังที่ได้เป็นกษัตริย์คนต่อไปแห่งเมืองแอสการ์ด แต่ในระหว่างการมอบตำแหน่งกษัตริย์คนต่อไปให้กับธอร์ ยักษ์น้ำแข็งส่วนหนึ่งก็บุกเข้ามาในแอสการ์ด เพื่อช่วงชิงหีบศักดิ์สิทธิ์คืน แต่ก็โดนหุ่นยักษ์หลังม่านเหล็ก (The Destroyer) สังหารทั้งหมด

ด้วยการขัดคำสั่งของโอดิน ธอร์และพรรคพวกที่ประกอบไปด้วย โลกิ, ซิฟ (เจมี่ อเล็กซานเดอร์) เพื่อนสาวตั้งแต่สมัยยังเด็ก และสามนักรบ ซึ่งได้แก่ โวลสแต็ก (เรย์ สตีเว่นสัน), แฟนดรัล (โจชัว ดัลลัส) และโฮกัน (ทาดาโนบุ อาซาโน่) ได้ไปหาไฮม์ดัล (ไอดริส เอลบา) นายทวารประตู ผู้เฝ้าไบฟรอสต์ เพื่อเดินทางไปยังโยธันไฮม์

การต่อสู้ระหว่างธอร์และพรรคพวก กับเหล่ายักษ์น้ำแข็งทั้งหลายดำเนินไปจนกระทั่งฝ่ายของธอร์กำลังถอยหนี และกำลังโดนอสูรยักษ์เล่นงาน แต่ธอร์ก็กำราบลงได้ ขณะเดียวกันที่โอดินตามมาจนถึงโยธันไฮม์ และนำทั้งหมดกลับแอสการ์ด โดยหลังจากกลับมาถึงแอสการ์ดแล้ว โอดินก็ล้มเลิกการมอบตำแหน่งกษัตริย์ให้กับธอร์ และเนรเทศเขาให้ลงไปใช้ชีวิตเยี่ยงมนุษย์ รวมทั้งยังโยนค้อนโยลเนียร์แหล่งพลังงานของธอร์ทิ้งเพื่อรอผู้ที่เหมาะสมมารับไป ซึ่งการตกลงมายังโลกมนุษย์ก็เป็นเวลาเดียวกับที่ 3 ตัวละครบนโลกมนุษย์กำลังซิ่งรถเข้าพายุหมุนพอดี และทำให้รถพุ่งเข้าชนธอร์จนสลบ

Chris Hemsworth

คริส เฮ็มส์เวิร์ธ เป็น ธอร์

ทั้ง 3 จึงพาธอร์ไปยังโรงพยาบาล แต่เมื่อธอร์ตื่น เขาก็อาละวาด ทำข้าวของพังเสียหาย และหลบหนีออกไป ส่วนทางด้านของเจน หลังจากที่เห็นภาพเงาของคนในภาพที่ถ่ายเหตุการณ์พายุหมุนมาได้ เธอก็กลับไปหาธอร์ที่โรงพยาบาล แต่ก็ไม่พบ จึงจะขับรถตระเวณหา ซึ่งขณะจะเอารถออก ก็ดันไปชนธอร์เข้าอีกครั้ง เธอจึงพาเขากลับไปพักที่บ้าน

หลังจากที่ธอร์ตื่น ก็บ่นหิว ทั้ง 3 จึงพาเขาไปกินอาหารในร้าน ซึ่งธอร์ก็ยัดไปซะเยอะ พร้อมกิริยาแบบดิบๆ ขว้างแก้วลงบนพื้น เพื่อขอเพิ่ม ในเวลานั้นเองเขาก็ได้ยินคนในร้านพูดถึงวัตถุที่ตกลงมาจากท้องฟ้า ที่ไม่มีใครดึงออกมาจากหินได้เลยซักคน เขาจึงคิดว่าต้องเป็นค้อนคู่ใจแน่ๆ จึงจะเดินทางไปยังสถานที่แห่งนั้น โดยขอความช่วยเหลือจากเจน แต่เจนก็โดนห้ามจากอีริค ซึ่งทำให้ธอร์ต้องเดินไปเอง

ในบริเวณที่ค้อนของธอร์ตกลงมา ได้ถูกองค์กรนามว่า ชีลด์ (S.H.I.E.L.D.) เข้าตั้งค่ายทำการศึกษาสิ่งแปลกปลอม และองค์กรนี้ก็ยึดงานวิจัยทั้งหมดที่เจน, อีริค และดาร์ซีย์ศึกษามาหลายปีไป ทำให้เจนเหลือทางเลือกอยู่อย่างเดียวคือหาธอร์ให้เจอเพื่อถามว่าเขาเกี่ยวข้องอะไรกับพายุหมุน

เจนได้ช่วยธอร์ให้ไปนำค้อนโยลเนียร์กลับมา แต่หลังจากที่ธอร์ฝ่าวงล้อมของชีลด์เข้าไปจนถึงตัวค้อนได้สำเร็จ เขากลับไม่สามารถดึงค้อนออกจากหินได้ ทั้งๆที่เป็นค้อนของตัวเอง เขาจึงโดนจับกุมโดยชีลด์ ซึ่งในระหว่างนั้นโลกิก็ลงมายังโลก และแจ้งแก่ธอร์ว่า โอดินเสียชีวิตแล้ว

Jaimie Alexander

เจมี่ อเล็กซานเดอร์ เป็น ซิฟ

ทางด้านของเมืองแอสการ์ด หลังจากที่โลกิรู้แล้วว่าโอดินไม่ใช่พ่อที่แท้จริง โลกิเป็นลูกของลาฟฟี่ที่โอดินเก็บมาเลี้ยงหลังจากที่โอดินพบเด็กน้อยที่น่าสงสารถูกทิ้งในสงคราม โอดินก็นอนสลบเป็นเจ้าชายนิทรา ส่วนโลกิก็สถาปนาตนเองเป็นกษัตริย์แห่งแอสการ์ด สร้างความไม่พอใจกับเพื่อนของธอร์อย่าง ซิฟ, โวลสแต็ก, แฟนดรัล และโฮกัน ทั้งหมดจึงหาทางลงหาธอร์ยังโลกมนุษย์ด้วยความช่วยเหลือจากไฮม์ดัล ในส่วนของโลกิ เขาก็วางแผนให้ลาฟฟี่นำพรรคพวกบุกเข้ามายังแอสการ์ดเพื่อฆ่าโอดินที่นอนสลบอยู่

หลังจากที่ธอร์ได้พบกับซิฟ, โวลสแต็ก, แฟนดรัล และโฮกัน — โลกิก็ส่งหุ่นยักษ์ลงมายังโลกมนุษย์เพื่อกำจัด ทั้งหมดจึงหาทางช่วยเหลือชาวเมืองให้รอดจากหุ่นยักษ์ ซึ่งทำให้เจน, อีริค และดาร์ซีย์เริ่มจะเชื่อในสิ่งที่ธอร์เคยพูดมาตลอดว่าเกี่ยวกับโยลเนียร์, ไบฟรอสต์ และเมืองแอสการ์ด หลังจากที่ทั้งหมดสู้กับหุ่นยักษ์ไม่ไหว และธอร์ก็โดนซัดจนสลบไป ในระหว่างนั้น ค้อนโยลเนียร์ก็หลุดออกจากพันธนาการ และตรงดิ่งมาสู่มือธอร์ ทำให้อำนาจทั้งมวลกลับมาหาเขา สร้างความประหลาดใจแก่เจน, อีริค และดาร์ซีย์ ทั้ง 3 คนเชื่อในทันทีว่าเทพเจ้ามีอยู่จริง

หลังจากที่ธอร์จัดการกับหุ่นยักษ์สำเร็จ เขาก็เรียกไฮม์ดัลเพื่อให้พาตัวพรรคพวกกลับไปยังเมืองแอสการ์ด แต่ไฮม์ดัลโดนแช่แข็งจากฝีมือของโลกิ เพื่อพาลาฟฟี่บุกรุกเข้าเมือง แต่ไม่นานไฮม์ดัลก็ละลายน้ำแข็งและพาธอร์กับพรรคพวกกลับมายังแอสการ์ดได้สำเร็จ

Idris Elba

ไอดริส เอลบา เป็น ไฮม์ดัล

ลาฟฟี่กำลังจะสังหารโอดินก็ถูกโลกิฆ่าตาย ซึ่งเป็นไปตามแผนของโลกิ ที่หลอกใช้ลาฟฟี่เพื่อฆ่าเขาต่อหน้าพ่อ เพื่อให้พ่อเห็นว่าเขาก็สามารถขึ้นเป็นกษัตริย์ได้ และโลกิก็ใช้พลังจากไบฟรอสต์เพื่อทำลายโยธันไฮม์ ธอร์รีบเข้ามาขัดขวางการทำลายในครั้งนี้ โดยการทำลายสะพานสายรุ้งเพื่อหยุดไบฟรอสต์ไม่ให้ทำลายโยธันไฮม์ จนสะพานสายรุ้งแตกเป็นเสี่ยง ทั้งธอร์และโลกิร่วงลงไปสู่เบื้องล่าง แต่โอดินก็ตื่นจากนิทรายื่นมือไปคว้าธอร์ได้ทันเวลา โดยธอร์ก็คว้ามือของโลกิไว้ โลกิบอกแก่โอดินว่าเขาก็มีพลังอำนาจเทียบเท่ากับธอร์ แต่พ่อก็เสียใจ โลกิจึงปล่อยมือออกจากธอร์และร่วงลงสู่เบื้องล่าง ท่ามกลางความเสียใจของธอร์และโอดิน ธอร์ก็บอกกับโอดินว่าเขายังไม่พร้อมที่จะเป็นกษัตริย์ เพราะกษัตริย์ที่เหมาะสมที่สุดก็คือพ่อ

หลังจากเหตุการณ์ผ่านไป ธอร์ไม่สามารถกลับไปยังโลกได้ เพราะสะพานสายรุ้งพังทลายไปแล้ว ในขณะที่บนโลก ทั้ง 3 คนก็กำลังหาทางเพื่อมายังแอสการ์ด

เรื่องราวหลังจากเรื่องจบลงในท้ายเครดิต หนังกล่าวถึงองค์การชีลด์ ที่จับตัวอีริคมาเพื่อขอให้เขาร่วมงานด้วย โดยนิค ฟิวรี่ (แซมมวล แอล แจ็คสัน) เปิดกระเป๋าเอกสารและขอให้เขาศึกษาวัตถุลึกลับที่นิครู้ว่ามันเก็บพลังไว้ภายใน อีริคเห็นภาพของโลกิในกระจกที่ต้องการให้เขารับงานนี้ อีริคจึงตอบตกลงข้อเสนอ

เรื่องราวของหนัง Thor ที่มาร์เวลร่างเอาไว้ เป็นการเอาโครงเรื่องจากตำนานโบราณมาดัดแปลงให้มีสีสันขึ้นมาอีกเยอะ โดยในหนังก็ยังให้เครดิตเมืองในนอร์เวย์เจ้าของตำนานที่ปรากฎตอนต้นเรื่อง ส่วนคนเขียนบทหนังเรื่องนี้ก็นำเรื่องขึ้นจอได้มีพลังดี แต่ก็ยังมีจุดบกพร่องในหลายๆจุด นั่นก็คือบทยังไม่หนักแน่นพอในหลายประเด็น เช่น การที่โอดินถีบธอร์หล่นมายังโลกก็ดูยังไม่มีปูมหลังที่แน่นพอ หรือธอร์ที่โดนถีบร่วงลงมายังโลก ก็ปรับตัวเข้ากับความแปลกใหม่ได้เร็วเกินไป ดูไม่ค่อยแปลกใจกับสิ่งรอบตัวเท่าไร หรือเรื่องความโรแมนติกระหว่างธอร์กับเจน ก็ดูไม่น่าจะรักกันได้เร็วปานนั้น หรือเพียงแค่ธอร์ลงมาอยู่บนโลกไม่นานเท่าไร ก็สามารถเปลี่ยนจากคนเจ้าอารมณ์ ยโสโอหัง กลายเป็นคนเห็นใจผู้อื่นและคิดรอบคอบได้อย่างรวดเร็วมาก แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงประเด็นเล็กๆที่มองผ่านไปได้

ในส่วนของฉากเอฟเฟ็กต์ต่างก็นับว่าอลังการตามแบบฉบับหนังการ์ตูนมาร์เวลขึ้นจอ แต่เรื่องนี้เน้นภาพความอลังการของสถาปัตยกรรมในมุมกว้าง ไม่ว่าจะเป็นเมืองแอสการ์ด เมืองโยธันไฮม์ ซึ่งภาพที่ออกมาก็ดูสวยดีมาก ส่วนฉากแอ๊กชั่นก็มันส์ไปอีกแบบ แม้ว่าจะไม่ได้เน้นท่าทางอะไรมากมาย แต่ก็ดูสนุก เพราะอาศัยภาพที่ออกมาสวย ดนตรีประกอบที่เร้าใจ แต่ถ้าเทียบกับ Iron Man แล้ว เรื่องตัวบทจะห่างกันพอสมควร เพราะใน Iron Man ให้เนื้อหาที่จับต้องได้มากกว่า ในเมื่อบทของ Thor ยังไม่หนักแน่นพอจึงยังไม่มีฉากที่มีเนื้อหากินใจเท่าไร แต่ก็ยังมีบทสนทนาในหนังที่พอให้ข้อคิดได้บ้าง  เช่น  “A wise king never seeks out war, but he must always be ready for it.”  —-  “การเป็นกษัตริย์ที่ดีต้องไม่ก่อสงคราม แต่ต้องพร้อมเสมอเมื่อมีภัย”

ในหนังเรื่อง Thor นี้ก็มีกล่าวถึงตัวละครใน The Avengers อยู่หลายตัวด้วยกัน ก็คือ กล่าวถึงโทนี่ สตาร์ค หรือไอร่อนแมน ในฉากบทสนทนาขององค์กรชีลด์ที่เห็นหุ่นยักษ์  (The Destroyer)  ลงมาบนโลก,  ตัวละครคลินท์ บาร์ตัน หรือฮอว์คอาย ปรากฎในฉากตอนที่ธอร์ฝ่าองค์กรชีลด์เข้าไปเอาค้อนคืน คนที่กำลังง้างธนูจะยิงธอร์นั่นแหละ รับบทโดยเจเรมี่ เรนเนอร์, นิค ฟิวรี่ ปรากฎอยู่ในฉากหลังเครดิต รับบทโดยแซมมวล แอล แจ๊คสัน

สรุปโดยรวมแล้วหนังเรื่องนี้ให้ความสนุกไปด้วยฉากอลังการมากมาย ด้วยเนื้อหาที่เข้าใจง่ายแต่ไม่หนักแน่นพอ แต่ก็ทำให้เราเข้าใจรายละเอียดในตัวธอร์คร่าวๆ ก่อนที่จะนำธอร์ไปรวมกับอเวนเจอร์สทั้งหลายในปีหน้า ส่วนทางด้านข้อคิดซึ้งต่างๆก็ไม่ค่อยมีเท่าไร แต่ยอมรับเลยว่าดูแล้วจะสนุกและตื่นเต้นไปตลอดทั้งเรื่อง

ระดับคะแนน


.

ตัวอย่างภาพยนตร์ Thor

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s