สตูดิโอหลายเจ้าด้วยกันที่อยากจะลืมๆปี 2011 ไปซะ เพราะแม้จะมีหนังบล็อกบัสเตอร์ทำรายได้ถล่มทลายอยู่ในมือแล้วก็ตาม แต่ละสตูดิโอก็ยังหนีไม่พ้นความล้มเหลวของโปรเจคหนังของตัวเอง ที่อุตส่าห์ทุ่มทุน อุตส่าห์ดัน จนถึงขั้นถีบ เพื่อหวังให้หนังเรื่องนั้นๆ ทำรายได้เข้าสตูดิโออย่างที่ควรจะเป็น แต่ก็ดันไม่สำเร็จ บางสตูดิโอก็ยังโชคดีที่แม้หนังจะทำไม่ได้ตามเป้าแต่ก็ยังได้กำไรเล็กน้อยๆ บางเรื่องก็ได้เท่าทุน แต่บางเรื่องนี่สิขาดทุนย่อยยับ ไม่ใช่แค่ขาดทุนอย่างเดียว แต่หมดลุ้นในการเข็นภาคต่ออีกต่างหาก เรามาดูหนังที่ทำรายได้ตกต่ำประจำปี 2011 ทั้ง 15 เรื่องกันเลยดีกว่า เรียงตามวันเข้าฉายนะครับ

.
1. Mars Needs Moms

Mars Needs Moms

Mars Needs Moms

เปิดตัวตั้งแต่เดือนมีนาคมนู่น และก็พะยี่ห้อดิสนีย์เอาไว้บนหน้าอก แต่การพะยี่ห้อดังในครั้งนี้ กลับไม่ประสบความสำเร็จเอาซะเลย เพราะหนังทำรายได้รวมทั่วโลกไปแค่ 39 ล้านดอลลาร์เท่านั้น จากการลงทุนอันมโหฬารบานตะไทถึง 150 ล้านดอลลาร์!!!  ช่างเป็นความล้มเหลวที่ดิสนีย์ต้องระวังเอาไว้บ้างแล้วล่ะ

.
2. Sucker Punch

Sucker Punch

Sucker Punch

เป็นอีกเรื่องที่เปิดตัวตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา แถมยังขายชื่อผู้กำกับแซ็ค สไนเดอร์ไว้อย่างเต็มที่ แต่พอเปิดตัวและออกฉายเรื่อยมา หนังกลับทำรายได้รวมทั่วโลกไปเพียง 89.8 ล้านดอลลาร์เท่านั้น อุตส่าห์ได้ทุนสร้างจากวอร์เนอร์ตั้ง 82 ล้านดอลลาร์ ถึงแม้จะไม่ขาดทุน แต่วอร์เนอร์ก็คงคิดหนักหลังจากนี้ว่าจะอนุมัติทุนสร้างให้ผู้กำกับคนนี้เยอะดีมั้ย

.
3. Arthur

Arthur

Arthur

มาถึงหนังในเดือนเมษายนกันบ้าง ที่เป็นหนึ่งในหนังที่วอร์เนอร์ต้องช้ำใจอีกเรื่อง เพราะลงทุนลงแรงกับหนังเรื่องนี้ไปประมาณ 40 ล้านดอลลาร์กว่าๆ ท้ายที่สุดแล้วแม้หนังจะทำรายได้รวมทั่วโลกไป 45.7 ล้านดอลลาร์ แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะแก้อาการช้ำใจของวอร์เนอร์ลงได้ เนื่องจากวอร์เนอร์ก็เสียค่าใช้จ่ายนอกเหนือจากทุนสร้างไปอีกพอสมควร

.
4. Green Lantern

Green Lantern

Green Lantern

เอาอีกแล้ว วอร์เนอร์มีหนังที่น่าผิดหวังอยู่ในมืออีกเรื่องแล้ว ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะไม่ทำให้วอร์เนอร์ขาดทุนแต่อย่างใด แต่ด้วยรายได้รวมทั่วโลกที่กวาดไป 219.9 ล้านดอลลาร์ ก็ยังน้อยกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้อยู่ดี วอร์เนอร์หวังกับหนังยอดมนุษย์เรื่องนี้อย่างมาก เห็นได้จากการอนุมัติทุนสร้างที่เป็นจำนวนสูงถึง 200 ล้านดอลลาร์ และน่าจะเป็นการเริ่มต้นโปรเจคอันทรงคุณค่าเรื่องใหม่ เหมือนอย่างที่ Batman Begins ทำได้ ซึ่งสุดท้ายแล้วก็เป็นอย่างที่กล่าวมา โดยรวมแล้ววอร์เนอร์มีแค่โปรเจคแบทแมนเท่านั้นที่เป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ทำกำไรมหาศาล เพราะนอกจากนั้นก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเลย ทั้งมนุษย์โคมเขียวในที่นี่ และซีรีย์ซูเปอร์แมนอีกเรื่อง ต้องคอยดูว่า Man of Steel โปรเจคซูเปอร์แมนที่จะเอามาปัดฝุ่นใหม่ จะประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด

.
5. Cowboys & Aliens

Cowboys & Aliens

Cowboys & Aliens

เป็นหนังฮีโร่ที่แปลกแหวกแนว และท้าชนหลายโปรเจคในซัมเมอร์ที่ผ่านมา แม้ว่ารายได้รวมทั่วโลกที่ทำไป 178.8 ล้านดอลลาร์ จะไม่ทำให้บาดเจ็บมากเท่าไร แต่ก็ต้องพิจารณาว่าหนังคาวบอยปะทะเอเลี่ยนเรื่องนี้ ใช้เงินลงทุนไปกว่า 163 ล้านดอลลาร์ด้วยกัน ซึ่งก็แบ่งกันเจ็บระหว่างยูนิเวอร์แซล และดรีมเวิร์คส์ ถึงแม้จะยังได้กำไรบ้าง แต่ก็คิดหนักในการจะเข็นภาคต่อไปออกมา

.
6. Glee: The 3D Concert Movie

Glee: The 3D Concert Movie

Glee: The 3D Concert Movie

อุตส่าห์จับเอาซีรีย์ที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามบนจอทีวีมาขึ้นจอใหญ่แล้วเชียว แต่ก็ยังไม่สามารถดึงคนดูให้ตามมาอุดหนุนทั้งหมดได้ ซึ่งก็คงทราบกันดีแล้วว่าการจับเอาซีรีย์มาทำเป็นหนัง มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะวอร์เนอร์เองก็เคยพลาดมาแล้วจาก Sex and the City 2  (จากโปรดักชั่นของนิวไลน์บริษัทลูก)  ที่ภาคแรกทำรายได้สวยงามพอโม้ได้ แต่พอเข็นภาคต่อออกมากลับจมดิ่งลงดินไปทันที แต่ในที่นี้ ฟ็อกซ์กลับจมดิ่งตั้งแต่สเต็ปแรกเลยทีเดียว เพราะหนัง Glee ที่ลงทุนไป 9 ล้านดอลลาร์ ทำรายได้รวมทั่วโลกไปแค่ 18.7 ล้านดอลลาร์ เสียชื่อซีรีย์ฮิตทางจอแก้วหมด!

.
7. Conan the Barbarian

Conan the Barbarian

Conan the Barbarian

เห็นสตูดิโอใหญ่พลาดท่ากันมาแล้วซะเยอะ มาดูความผิดพลาดของสตูดิโอรองๆอย่างไลออนส์เกตกันบ้าง ด้วยความที่ไลออนส์เกตดึงดันจะทำหนังให้ออกฉายในรูปแบบ 3 มิติให้ได้ ซึ่งก็ส่งผลให้ทุนสร้างปาเข้าไปสูงถึง 90 ล้านดอลลาร์ แต่อุตส่าห์เพิ่มความพิเศษให้กับหนังทางด้านภาพ แต่ก็มาตกม้าตายในส่วนของเรื่องราว ซึ่งก็ทำให้หนังไม่มีสิ่งน่าดึงดูดใจเลย สุดท้ายก็ทำรายได้รวมทั่วโลกไปเพียง 48.8 ล้านดอลลาร์

.
8. I Don’t Know How She Does It

I Don't Know How She Does It

I Don't Know How She Does It

เป็นความน่าิผิดหวังอีกครั้งของสาวซาราห์ เจสสิก้า ปาร์คเกอร์ ที่เพิ่งจะเห็น Sex and the City 2  ทำรายได้แบบกระจุ๋มกระจิ๋มไปในปี 2010  พอถัดมาอีกเพียงปีเดียว เธอก็ผิดหวังอีกครั้ง เพราะ I Don’t Know How She Does It ทำรายได้รวมทั่วโลก 30.5 ล้านดอลลาร์ ก็ยังดีที่สตูดิโอไวน์สตีนลงทุนไปเพียง 24 ล้านดอลลาร์ แต่ก็ทำให้สาวซาราห์เริ่มนอยด์อีกครั้ง

.
9. The Thing

The Thing

The Thing

กลับมาให้สตูดิโอใหญ่ได้ผิดหวังกันอีก ครั้งนี้เป็นความผิดหวังของยูนิเวอร์แซล ที่ลงทุนลงแรงกับเรื่องนี้ไป 38 ล้านดอลลาร์ แต่ก็เก็บรายได้รวมทั่วโลกมาเพียง 27.4 ล้านดอลลาร์ เฮ้อ… อุตส่าห์ลงทุนน้อยแล้วนะ ยังจะขาดทุนอีกเหรอเนี่ย ปีนี้คงไม่ใช่ปีของยูนิเวอร์แซลซะแล้วจริงๆ หนังฮิตๆในมือก็ไม่ค่อยจะมี หนังธรรมดายังจะเจ๊งซะอีก!

.
10. The Big Year

The Big Year

The Big Year

เป็นหนังตลกแห่งปีที่ล้มเหลวอย่างรุนแรง เพราะหลังจากเปิดตัวอย่างเงียบๆกลางตุลาคม ก็ฉายต่อมาได้อีกเพียง 7 สัปดาห์ ก่อนจะโดนถีบออกจากผังไป ซึ่งถือเป็นเครดิตลบของผู้เกี่ยวข้องทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น โอเว่น วิลสัน, แจ๊ค แบล็ค, สตีฟ มาร์ติน รวมทั้งสตูดิโอชื่อดังอย่างฟ็อกซ์ หนังตลกเรื่องนี้ลงทุนไป 41 ล้านดอลลาร์ แต่รายได้ทั่วโลกได้กลับมาเพียง 7.4 ล้านดอลลาร์ ดูเหมือนจะไ่ม่ค่อยได้รับการต้อนรับซักเท่าไร

.
11. The Rum Diary

The Rum Diary

The Rum Diary

อุตส่าห์ได้ชื่อของจอห์นนี่ เดปป์ เป็นจุดขายหลักของหนัง แต่ชื่อของเดปป์ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลยในที่นี้ เพราะนอกจากหนังจะไม่ได้ฮือฮาอย่างที่คาดหมายไว้ รายได้รวมทั่วโลกที่ทำได้ก็ทำไปเพียง 21.6 ล้านดอลลาร์เท่านั้น แต่ก็น่าวิตกตรงที่สตูดิโอก็เป็นเพียงสตูดิโอเล็กๆที่ไม่ค่อยได้ยินชื่ออย่าง เจเค ฟิล์มส์ และสตูดิโอก็ออกเงินทุนไปถึง 45 ล้านดอลลาร์ ในเมื่อหนังไม่ได้ประสบความสำเร็จอย่างที่คาดไว้ เรื่องต่อไปของสตูดิโอก็ต้องระวังให้มากกว่านี้ล่ะ เพราะมีอาจจะเจ๊งโดยไม่รู้ตัว

.
12. Anonymous

Anonymous

Anonymous

เป็นหนึ่งเดียวของโซนี่ที่พบกับความล้มเหลว แม้ว่าหนังจะไม่ได้รับการคาดหมายว่าจะทำรายได้ให้สตูดิโอมากมาย แต่สตูดิโอก็หวังว่าจะได้กำไรจากโปรเจคนี้บ้าง แต่หลังจากเข้าฉายตั้งแต่ตุลาคมเป็นต้นมา รายได้รวมทั่วโลกสุดท้ายก็ได้เพียง 14.8 ล้านดอลลาร์ ทั้งๆที่ลงทุนไปกว่า 30 ล้านดอลลาร์ และก็ไม่ได้เป็นโปรเจคที่สร้างความคลาสสิคให้กับเรื่องราวของเช็คสเปียรส์ได้เลย

.
13. Tower Heist

Tower Heist

Tower Heist

ถึงแม้จะไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากจากโปรเจคนี้ แต่ยูนิเวอร์แซลก็คาดหมายว่าหนังจะทำรายได้ให้มากกว่านี้ เพราะอุตส่าห์ได้ดาราดังๆมาเล่นร่วมกันหลายคน แต่หนังตลกปีนยอดตึกเรื่องนี้ ก็ทำรายได้รวมทั่วโลกให้ยูนิเ้วอร์แซลไปเพียง 126.3 ล้านดอลลาร์ ซึ่งก็ได้กำไรพอสมควร จากทุนสร้างที่ลงไป 75 ล้านดอลลาร์ แต่เมื่อเรื่องนี้และ Cowboys & Aliens ไม่ได้สร้างรายได้ให้ยูนิเวอร์แซลมากอย่างที่ตั้งใจไว้ โอกาสในการติด 1 ใน 3 ส่วนแบ่งตลาดของสตูดิโอประจำปีก็หายไปทันที

.
14. Happy Feet Two

Happy Feet Two

Happy Feet Two

เป็นหนังอีกเรื่องที่น่าผิดหวังสำหรับวอร์เนอร์ แม้จะตามรอยความฮิตของอนิเมชั่นเพนกวินเท้าไฟที่สร้างรายได้ให้วอร์เนอร์ไว้เป็นกอบเป็นกำ แต่พอโปรเจคภาคต่อเรื่องนี้ขึ้นจอ วอร์เนอร์ก็เห็นแล้วว่านี่เป็นความล้มเหลวกลายๆที่ไม่น่าเกิดขึ้น หนังภาคต่อเรื่องนี้ทำรายได้รวมทั่วโลกไปแล้ว 115 ล้านดอลลาร์ จากการลงทุนของวอร์เนอร์ 135 ล้านดอลลาร์ ท้ายที่สุดแล้วก็อาจจะได้กำไรบ้าง แต่ก็เทียบไม่ได้กับภาคแรกที่ทำกำไรอย่างมโหฬาร

.
15. New Year’s Eve

New Year's Eve

New Year's Eve

แม้ว่าเรื่องนี้จะเพิ่งลงจอมาได้ไม่นานเท่าไร ประมาณไม่ถึง 2 สัปดาห์ดี แต่พอเห็นรายได้เปิดตัว และรายรับเฉลี่ยต่อโรงแล้ว วอร์เนอร์  (อีกแล้วหรือนี่)  ก็รู้ตัวดีว่าเรื่องนี้ต้องเป็นอีกเรื่องที่ได้กำไรไปไม่เท่าไร จนถึงตอนนี้หนังก็ทำรายได้รวมทั่วโลกไปแล้ว 56 ล้านดอลลาร์ ซึ่งก็ทำได้เท่ากับทุนสร้าง 56 ล้านดอลลาร์พอดี แต่รายรับเฉลี่ยต่อโรงที่ร่วงลงมาเรื่อยๆก็คงไม่ทำให้หนังได้กำไรไปมากกว่านี้ซักเท่าไร

.
สรุปโดยรวมทั้งปีแล้ว แม้ปี 2011 ที่กำลังจะผ่านไปนี้ จะมีหนังบล็อกบลัสเตอร์ทำรายได้มโหฬารมากมายหลายเรื่อง เช่น  Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2  หรือ  Transformers: Dark of the Moon  เป็นอาทิ แต่ก็ไม่ได้ทำให้รายได้รวมของปี 2011 นำหน้ารายได้รวมที่ปี 2010 ทำไว้ก่อนหน้าแต่อย่างใด โดยคร่าวๆแล้ว รายได้รวมของปี 2011 จะน้อยกว่าปี 2010 อยู่ประมาณ 4%

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้รายได้รวมน้อยกว่าก็คือ ความล้มเหลวของโปรเจคต่างๆในมือของแต่ละสตูดิโอนั่นเอง โดยสตูดิโอที่โดนหนักสุดก็คงหนีไม่พ้น วอร์เนอร์ยักษ์ใหญ่นั่นเอง แต่ถึงอย่างไรก็ตาม แม้วอร์เนอร์จะมีโปรเจคล้มเหลวมากมาย แต่ขณะนี้ (23 ธันวาคม 2011) วอร์เนอร์ก็ยังรั้งอันดับ 2 ส่วนแบ่งตลาดสตูดิโออยู่ โดยสตูดิโอที่มีแต่ได้กับได้ที่ยังรั้งอันดับ 1 อยู่ก็คือ พาราเมาท์ ที่โปรเจคทั้งหลาย ต่างช่วยกันโกยรายรับมากบ้างน้อยบ้างสลับกันไป ทั้งๆที่ทั้งปี พาราเมาท์มีโปรเจคในมือแค่ 20 กว่าเรื่อง ในขณะที่วอร์เนอร์มีเกือบ 40 เรื่องเลยทีเดียว

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก THR

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s