Movie @ Home +++ The Green Hornet +++ ขำกลิ้งลิงกับหมา

Posted: ธันวาคม 22, 2011 in ความเห็นหลังชม @ Home, หนังตลก, หนังแอ๊กชั่น
ป้ายกำกับ:, , , , , , , , ,

เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ…

The Green Hornet

หน้ากากแตนอาละวาด

เคยคิดอยากจะเป็นฮีโร่ซักครั้งบ้างมั้ย? … ก็ได้แต่คิดล่ะเนอะ เพราะพอเอาเข้าจริงๆ แมร่งก็กลับกลายเป็นคนผิดซะเฉยเลย เอาวะยังไงก็ร้ายซะเลยละกัน แต่ก็ไม่ได้ร้ายแบบสุดขั้ว ชั่วแบบสุดขีดนะ ขอร้ายแบบนิดๆ น่ารักเล็กๆ ขำหน่อยๆ พอเป็นพิธี เหมือนกับฮีโร่หน้ากากแตนที่นำมาพล่ามต่อจากนี้

วันนี้อยู่ว่างๆ ก็เลยหยิบหนังเก่าเข้าโรงตั้งแต่ต้นปี แต่ยังไม่ได้ดู มาดูซะตอนว่างๆเลยละกัน พอให้ความเป็นฮีโร่มันได้ซึมซับเข้าไปในจิตวิญญาณซะหน่อย จะได้ลองเลียนแบบดูว่า เป็นฮีโร่มันยากหรือเปล่า ทำไมไม่มีใครอยากเป็นกัน? … รึเป็นฮีโร่กันแล้ว แต่แอบไม่ให้ใครรู้ — ทำไมอะ…จะทำดีทั้งที ทำไมไม่อยากเปิดเผยกันฮึ!

ก่อนลงลึกไปที่เรื่องราวในหนัง มาดูส่วนประกอบกันก่อนดีกว่า หนังเรื่องนี้ได้ผู้กำกับเป็น มิเชล กงดรี้ พอได้ยินชื่อแล้ว ก็อย่าคิดว่าเค้าเป็นผู้หญิงนะ เพราะตัวจริงแล้วเค้าเป็นผู้ชายนะ เป็นผู้กำกับชาวฝรั่งเศสที่เติบโตในแวร์ซาย (ไม่ได้โตในพระราชวังนะ อย่าเข้าใจผิด) และเคยกำกับหนังให้กับฮอลลีวู้ดมาแล้ว ซึ่งก็มีอยู่แค่ไม่กี่เรื่องหรอก ที่ดังๆก็จะมีอย่าง Eternal Sunshine of the Spotless Mind หรือไม่ก็ Be Kind Rewind และแต่ละเรื่องก็ทำรายได้แบบถล่มทลายในระดับ เิ่อิ่ม..เกือบเจ๊งล่ะนะ เพราะอะไรรู้ป่ะ — เพราะว่ามันไม่มีเนื้อหาที่น่าสนใจเลยน่ะสิ ยกตัวอย่างจากเรื่อง Be Kind Rewind ละกันเพราะเฮียกงดรี้แกเขียนบทเองด้วย หนังอะไรก็ไม่รู้ ประเด็นหลักมันคืออะไรหรอ ดูไปดูมาชักเพี้ยนไปตามบท ไอ้ขำมันก็ขำอยู่หรอก แต่หาสาระไม่เจอเนี่ยสิ เครียด!

ไม่รู้เป็นเพราะเฮียกงดรี้เขียนบทไม่ค่อยเข้มข้นหรือเปล่า เรื่อง The Green Hornet นี้ แกเลยได้แต่กำกับอย่างเดียวและไม่ได้ทำหน้าที่อื่นอีกเลย! แต่ถึงจะยังงั้นก็เถอะ คนเขียนบทก็ยังได้ เซ็ธ โรเก้น หนุ่มท้วมหน้าทะเล้น ที่นอกจากจะร่วมเป็นหนึ่งในผู้เขียนบทแล้ว ยังเล่นบทนำ และเหมาหน้าที่อำนวยการสร้างด้วยอีกตำแหน่งด้วย ใครก็รู้ว่าหนุ่มโรเก้นชอบเล่นหนังประเภทขำกลิ้งลิงกับหมา เรื่องนี้ก็ร่วมเขียนบทเองด้วย หนังเลยออกจะเอนเอียงไปทางตลกซะมากกว่าแอ๊กชั่น และแอ๊กชั่นที่เหลือก็ไม่ถึงกับมันส์จนเยี่ยวราดอะไรอย่างนั้นเลย เพราะหน้าที่แอ๊กชั่นดันไปตกอยู่กับพ่อหนุ่มมากความสามารถอย่าง เจย์ โชว ที่เสมอต้นเสมอปลายมาก ทุกอารมณ์ในโลกนี้สามารถแสดงได้ด้วยสีหน้าแบบเดียว!  เล่นเอาซะความอินเนอร์หมดไปทันใด เมื่อมองไปที่หน้าหนุ่มเจย์ โชว!

แต่ก็ยังดีที่หนังไม่ได้เลวร้ายอะไรมากนัก เพราะได้นักแสดงสาวสวย คาเมรอน ดิอาซ ที่ยืนเฉยๆก็สวยอยู่หรอก แต่พอเธอยิ้ม กลายเป็นคนสูงวัยไปซะนี่ แต่ก็เอาเถอะ ก็ยังดีกว่าดูแต่ขำกลิ้งลิงกับหมาอย่างเดียวไปทั้งเรื่อง!  แต่ถึงยังงั้น เรื่องนี้สาวดิอาซก็ดูน่ามองดีนะ เพราะอะไรน่ะหรอ ก็เพราะเธอเป็นตัวละครหญิงตัวหลักคนเดียวของเรื่องนะสิ แต่ถ้าพูดถึงรอยยิ้มแล้ว หนุ่มโรเก้นดูมีเสน่ห์กว่า เพราะหนุ่มโรเก้นยิ้มแล้วดูเด็กลง ในขณะที่สาวดิอาซยิ้มแล้ว เอิ่ม..ป้าไปนิดส์นึง!

แต่ที่ต้องชื่นชมเล็กๆ ก็ต้องตัวละครนี้เลย ‘ชัดนอฟสกี้’ ซึ่งรับบทโดย คริสตอฟ วอลทซ์ ที่มาในมาดตัวร้ายตกยุค ที่ต้องการก็แค่บารมีและความน่าเกรงขามกลับคืนมา — ชอบเฮียแกจริงๆในตอนต้นๆของเรื่องที่ปะทะบทสนทนากับ ‘แดนนี่ คริสตัล เคลียร์’ ตัวละครหัวหน้าแก๊งสมัยใหม่ ที่รับบทโดย เจมส์ ฟรังโก้ — ตอนที่แดนนี่ พูดปะทะกับ ชัดนอฟสกี้ จนฝ่ายหลังแสดงอาการเหมือนหมาหางตก หมดเรี่ยวแรง เฮียวอลทซ์แกทำให้รู้สึกอย่างนั้นได้จริงๆ เหมือนกับว่า  “โอ๊ย..นี่กรูตกยุกแล้วใช่มั้ยเนี่ย”  แต่ไอ้เรื่องความโหดเหี้ยมที่ใส่เข้ามาทีหลังนี่ดูไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไรนะ อาจจะเป็นเพราะโทนหนังมันออกแนวขำๆซะมากกว่า เลยดูว่าตัวละคร ชัดนอฟสกี้ ไม่ค่อยมีความน่าเกรงขามมั้ง

มาพูดกันถึงเนื้อเรื่องกันบ้างดีกว่า เนื้อหาเรื่องนี้อุตส่าห์กลั่นกรองมาจากหัวสมองของหนุ่มโรเก้นและคณะเชียวนะ หนังมันก็เลยออกแนว ขำกลิ้งลิงกับหมา อย่างที่เกริ่นไว้ตั้งแต่ต้น โดยเนื้อหาหลักของเรื่องก็คือ

เจมส์ รี้ด (ทอม วิลคินสัน) พ่อของ บริท รี้ด (เซ็ธ โรเก้น) ซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจสิ่งพิมพ์ เดอะ เดลี่ เซ็นติเนล ได้ตายจากเขาไป ปล่อยให้เขาต้องรับช่วงต่อในการดูแลกิจการสื่อสิ่งพิมพ์นี้ทั้งหมด ซึ่งก็จะเป็นไปได้อย่างไรล่ะ เพราะวันๆ บริทก็เอาแต่เที่ยวเล่น สังสรรค์เฮฮา จีบสาว จะไปรู้ได้อย่างไรว่าชีวิตจะต้องทำอะไรบ้าง และเมื่อพ่อเขาได้ม่องเท่งไปแล้ว ก็เลยต้องหาไรทำแก้เซ็ง ด้วยการวางแผนไปเป็นฮีโร่ กับลูกน้องที่เคยชงกาแฟให้เขาทุกๆวันอย่าง เคโต้ (เจย์ โชว) และขอแหวกแนวหน่อยนึง ฮีโร่ที่จะทำนี้ ไม่ได้ไปช่วยคนซักเท่าไรหรอก เพราะไปทำร้ายคนซะมากกว่า แต่ก็ไปทำร้ายเฉพาะคนเลวๆเท่านั้นนะ โดยบริทเองก็ใช้อำนาจในการเป็นประธานใหญ่ของบริษัท สั่งให้ลูกน้องทำข่าวของฮีโร่ผู้ร้ายนามว่า ‘กรีนฮอร์เน็ต’ รายนี้ให้มากๆ และตัวเองก็ไปแท่ดๆกับผู้ร้ายทุกวัน

เนื้อหาก็มีคร่าวๆประมาณนี้ และต่อจากนั้นก็เป็นการสานต่อจากประเด็นหลักไปเรื่อยๆ โดยส่วนใหญ่แล้วจากที่ดู ก็รู้สึกขัดๆอยู่หลายๆตอน เพราะตัวละคร 2 ตัวหลัก ของเซ็ธ โรเก้น และเจย์ โชว ดูจะไม่ค่อยเข้ากันซักเท่าไร เหมือนต่างคนต่างพูดบทของตัวเอง ดูเหมือนตัวละครไม่สนิทกันตามที่บทบอกไว้ ทางด้านโรเก้นเองก็พูดจาออกจะโอเวอร์ไปนิด ท่าทีการพูดบางครั้งก็ดูสมจริงบ้าง แต่บางครั้งก็ดูเกินจริง ส่วนทางด้านของเจย์ โชว รายนี้สีหน้าไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆเท่าไรเลย ฉากตื่นเต้น ฉากจีบสาว หรือฉากอื่นๆ รูปหน้าก็ยังเป็นแบบเดิมๆซะส่วนมาก เหมือนท่องบทเอามาพูด แต่ไม่ได้ออกมาจากอินเนอร์ ไม่มีความเป็นธรรมชาติ

เมื่อเรื่องราวดำเนินไปกลางๆเรื่อง ก็เปิดตัวละครเลขาสาวคนใหม่ เลนอร์ เคส (คาเมรอน ดิอาซ) เพื่อให้สาวคนนี้เป็นคนวางแผนการของฮีโร่หน้ากากแตน แต่การวางแผนของเลนอร์ในครั้งนี้ เป็นเพียงการทำตามหน้าที่เลขา หัวหน้าสั่งมายังไง ก็ประเคนไปอย่างนั้น — บริท ซึ่งเป็นหัวหน้าของเลนอร์ จึงมักจะขอความเห็นจากเลขาสาวคนนี้ ในการไปทำภารกิจปราบผู้ร้าย (ซึ่งมีเคโต้ เป็นผู้ประดิษฐ์เครื่องมือและอาวุธ ที่ใช้ปราบ) โดยเธอไม่รู้เลยว่า หัวหน้านั่นเองที่เป็นกรีนฮอร์เน็ตซะเอง

สำหรับเรื่องฉากแอ๊กชั่นต่างๆ ที่ 2 ฮีโร่อวดให้เราชมในเรื่องนี้นั้น ออกจะดูเป็นการเล่นภาพซะมากกว่า ไม่ค่อยได้ลงแรง ลงกำลัง หรือเล่นท่ากระโดดตีลัง 360 องศา กันซักเท่าไร โดยเฉพาะหนุ่มท้วม โรเก้น เขาก็ไม่ได้โหนเสาตีลังกาอะไรหรอกนะ เพราะคงจะติดพุง เลยได้แค่ถือปืนยาสลบ ยิงปิ๊วๆ แค่นั้น ส่วนหนุ่มเจย์ โชว แม้รายนี้จะจัดเต็มมาพร้อมกับท่ากระโดดตีลังกาอันแสนอลังการ แต่ด้วยการเล่นภาพที่เหมือนกับดูหนังการ์ตูนเบ็นเท็น เลยออกจะหน่อมแน้มไปหน่อย ดูไม่มาดแมนซักเท่าไร บวกกับการเล่นแอ๊กชั่นที่ดูตั้งใจเกินไปของเจย์ โชว ฉากแอ๊กชั่นที่ต้องลงไม้ลงมือส่วนใหญ่ ก็เลยออกมาแบบขาดๆเกินๆ จะตื่นเต้นก็ตรงขับรถผาดโผนนี่แหละ เพราะเจย์ โชวเคยเล่นในหนังดริฟท์รถมาแล้ว

เมื่อ 2 ฮีโร่ได้ไปป่วนเมืองเพื่อปราบผู้ร้ายซะเยอะแยะ จนเจ้าใหญ่ในวงการวายร้ายอย่าง ชัดนอฟสกี้ (คริสตอฟ วอลทซ์) ชักจะหมดความอดทน เลยหาทางกำจัดฮีโร่ป่วนเมืองคู่นี้ จึงต้องนัดมาฆ่า แต่การนัดมาฆ่าก็ไม่สามารถกำจัด 2 ฮีโร่นี้ได้ ด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์อันไฮเทคของเคโต้ที่ช่วยชีวิตเอาไว้ และหลังจากเหตุการณ์นี้ ฮีโร่ทั้ง 2 ก็มีเรื่องราวจนถึงขั้นแตกหัก เพราะดันไปรักเลขาสาว เลนอร์ ด้วยกันทั้งคู่ ในเมื่อต้องวางมือจากฮีโร่ บริทก็เลยกลับเข้ามาทำงาน และก็ล่วงรู้ความลับที่พ่อได้ปกปิดเอาไว้เสมอมา ความลับที่จะบอกว่าแท้จริงแล้วใครกันแน่เป็นวายร้าย ระหว่างพ่อของเขา หรืออัยการรัฐ แฟรงค์ สแกลลอน (เดวิด ฮาร์เบอร์) ที่หลังจากรับตำแหน่งแล้ว อาชญากรรมในเมืองลดลงอย่างน่าประหลาดใจ?

ก็เหมือนกับหนังฮีโร่เรื่องอื่นๆหน่อย ตรงที่ต้องมีประเด็นหดหู่แทรกเข้ามาบ้าง เพราะถ้าฮีโร่มันจะชนะใสๆอย่างเดียว ก็ไม่ต้องดูมันแล้ว นั่งเดาเองก็ได้ เรื่องนี้ก็แทรกเรื่องราวหดหู่เข้ามาหน่อย ด้วยการสร้างประเด็นให้ 2 คู่หูแตกหักกัน แต่ไอ้ฉากทะเลาะกันฉากนั้น มันก็ติดตลกไปอีก ก็เลยไม่รู้ว่าจะหดหู่ หรือว่าจะขำ ส่วนประเด็นความลับที่เข้าใจผิดพ่อตั้งแต่เด็กนี่ก็เป็นประเด็นที่ดีนะ แต่ดูไม่ค่อยน่าสงสารพ่อที่ม่องไปแล้วเท่าไร เพราะแต่ละฉากก็อบอวลไปด้วยประเด็นอ่อนๆ เสริมกับคู่ขำกลิ้งลิงกับหมาเข้าไป เลยฮาซะมากกว่าจะดราม่า

ในท้ายที่สุด เคโต้ถูกจ้างวานจากแฟรงค์เพื่อให้ไปฆ่าบริท เจ้าของสื่อสิ่งพิมพ์ ที่อาจไปล่วงรู้ความลับดำมืดเมื่อครั้งก่อนลงชิงตำแหน่งอัยการรัฐที่ได้ร่วมมือกับชัดนอฟสกี้ เพื่อกำจัดผู้ที่จะมาขัดขวางความสำเร็จ แม้กระทั่งพ่อของบริทเองก็เคยตกเป็นเหยื่อมาแล้ว แต่ด้วยความที่เคโต้เป็นหนึ่งในกรีนฮอร์เน็ต ฮีโร่ที่ร่วมคิดกันขึ้นมากับบริท การวานฆ่าในครั้งนี้ก็ลงเอยด้วยการไปช่วยคู่หู และเป็นกำลังหลักที่ปราบทั้งแฟรงค์ และชัดนอฟสกี้ได้ และเรื่องราวก็ลงเอยว่า กรีนฮอร์เน็ต เป็นฮีโร่วายร้ายที่ทางการต้องการตัวมากที่สุด

เนื้อหาตอนท้ายๆของเรื่อง ถ้าทำให้ซึ้งก็ทำได้เลย แต่อารมณ์ช่วยเพื่อนเก่าในหนังเรื่องนี้ ดูจะไม่อินเท่าไร และตัวร้ายต่างๆก็ตายง่ายไปนิดนึง แต่ก็ต้องขอชมในฉากการทำลายตึก เอารถขึ้นลิฟท์ กระจกแตกกระจายเละเทะ ซึ่งก็คงใช้ซีจีช่วยซะเยอะล่ะนะ แต่ก็ทำให้รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาได้บ้าง เพราะดูมาทั้งเรื่องยังไม่มีฉากที่มันส์จริงๆซักฉาก

สุดท้ายนี้ต้องขอชมซักหน่อย (หลังจากที่ด่าไปซะเยอะ) ว่าหนุ่มโรเก้น แม้จะมาเขียนบทหนังแอ๊กชั่นก็สามารถทำให้หนังออกมาดูรู้เรื่องได้ แต่ถ้าจะดี กลับไปอยู่กับหนังตลกจะดีกว่า เพราะนั่นเป็นแนวถนัด ส่วนเจย์ โชว ก็กลับไปร้องเพลง หรือเล่นดนตรีซะ เพราะถ้าจะเล่นหนังทั้งเรื่อง และมีสีหน้าแค่แบบเดียวอย่างนี้ ไปทำแนวถนัดน่าจะเหมาะกว่า แต่นี่ก็เป็นแค่การเริ่มต้นล่ะนะ เรื่องต่อไปอาจจะเข้าชิงออสการ์ก็ได้ ใครจะไปรู้

สรุปแล้วหนังเรื่องนี้ดูเอาสนุก ดูเอาฮา แม้จะไม่ฮามากมาย แต่ก็อมยิ้มบ้างล่ะ ฉากแอ๊กชั่นก็ไม่ต้องไปหวังอะไรมาก เพราะมาแบบทั่วๆไป ทางด้านแง่คิดที่พอจะบีบคั้นออกมาได้ หนังก็ให้แง่คิดในเรื่องของมิตรภาพที่ยังไงเพื่อนกันก็ไม่ทิ้งกัน หรืออย่ามองแค่เปลือกนอก เพราะเปลือกนอกไม่สามารถบ่งบอกถึงสิ่งที่อยู่ภายในได้ เปรียบกับบริทที่มองพ่อในแง่ลบมาตลอด ซึ่งแท้จริงแล้วการที่พ่อทำนั้น ก็เพื่อไม่ให้คนชั่วพรากความดีที่อยู่ภายในไป..เท่านั้น!

เรื่องนี้ผมให้เกรด D+
★★
คะแนน 5.3 เต็ม 10

.

ตัวอย่างภาพยนตร์ The Green Hornet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s