ความเห็นหลังชม –[ Immortals ]– อลังการงานศิลป์ กับเรื่องราวเดิมๆที่คุ้นเคย

Posted: ธันวาคม 17, 2011 in ความเห็นหลังชม @ Cinema, หนังแฟนตาซี, หนังแอ๊กชั่น
ป้ายกำกับ:, , , , , , , , , , , , , , , , , ,

เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ…

Immortals

Immortals – เทพเจ้าธนูอมตะ

ด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจของ Immortals ทำให้ผมตัดสินใจเข้าไปดูหนังเรื่องนี้ในโรง แต่เสียดายที่ตอนนี้ผมพักอยู่ที่ชลบุรี จึงหมดโอกาสที่จะได้เห็นความยิ่งใหญ่ของหนังเรื่องนี้ในแบบ 4 มิติ และด้วยเวลาว่างที่ไม่เหมาะสม จึงทำให้ผมได้ดูหนังเรื่องนี้แบบฟิล์มธรรมดาพากย์ไทย แต่ยังไงก็ไม่น่าผิดหวังซะทีเดียว เพราะหนังยังได้จุดเด่นของทีมพากย์มืออาชีพอย่าง “พันธมิตร” ที่มักคุ้นเคยในหนังจีนซะเป็นส่วนมาก และด้วยการให้เสียงพากย์ของทีมพันธมิตรในครั้งนี้ก็เสริมความสนุกสนานเฮฮาเข้าไปในตัวหนังได้อย่างกลมกลืนทีเดียว

เรื่องราวในหนัง Immortals อ้างอิงถึงตำนานกรีกโบราณที่ว่าด้วยเรื่องราวของเทพเจ้าทั้งหลาย โดยเหล่าทวยเทพที่ในหนังกล่าวถึงก็จะมี ซุส, โพไซดอน, อพอลโล, แอรีสเฮราเคิลส์, แอทธีน่าและเธซีอุส ซึ่งรายหลังสุดนี้เป็นตัวเด่นที่สุดของเรื่อง โดยนำเอาตำนานอันเก่าแก่ของกรีกมาเล่าในมุมมองใหม่ ปรับเปลี่ยนเนื้อหาและเรื่องราวให้มีความน่าสนใจ โดยหนังมีประเด็นหลักของเรื่องกล่าวถึง  “คันศรแห่งเอพิรุส

ซึ่งดินแดน  “เอพิรุส”  นั้นก็มีอยู่จริง โดยเป็นชื่อของดินแดนทางประวัติศาสตร์ที่อยู่ระหว่างแนวของเทือกเขาพินดุสและทะเลไอโอเนีียน อยู่ทางตอนเหนือของประเทศกรีซและตอนใต้ของประเทศแอลเบเนีย แต่ก็ไม่มีตำนานใดกล่าวถึงคันศรในดินแดนนี้

ส่วนตัวร้ายของเรื่องอย่าง ไฮพีเรียน กษัตริย์ผู้ไร้ซึ่งศรัทธาในเทพเจ้าและพลิกแผ่นดินตามหาคันศรแห่งเอพิรุสเพื่อปลดปล่อยกองกำลังของไททันที่ถูกจองจำอยู่ภายในหุบเขาทาร์ทารัส ก็เป็นชื่อที่มีอยู่จริงในตำนานกรีกโบราณ แต่ไฮพีเรียนในตำนานกรีกโบราณเป็นสมาชิก 1 ใน 12 ไททันที่ประกอบไปด้วย โอเชียนัส, ธีธัส, ธีอา, คีออส, ฟีบี้, โครนัส, รีอา, นีโมซีนี, เธมีส, ครีอุส และยาเพตัส

สำหรับตัวเอกของเรื่องอย่าง เธซีอุส หนังก็ให้ข้อมูลอ้างอิงตามตำนานกรีกโบราณที่กล่าวว่าเธซีอุสเป็นบุตรของ อีธรา แต่ไม่ได้กล่าวว่าใครเป็นพ่อ ซึ่งตามตำนานแล้ว พ่อของเธซีอุสจะเป็น อีกิอัส และ โพไซดอน ซึ่งทั้ง 2 คนนี้อีธราได้หลับนอนด้วย ซึ่งทำให้เธซีอุสเป็นลูกผสมระหว่างมนุษย์ผู้เฝ้ารอความตาย (ได้มาจากอีกิอัส) และเทพผู้เป็นอมตะ (ได้มาจากโพไซดอน)

ในส่วนของเทพเจ้าที่ก็จะมี ซุส ผู้มีอำนาจสูงสุดแห่งทวยเทพ ซึ่งเป็นบุตรของโครนัส และรีอา (สมาชิกใน 12 ไททัน) และมีผลผลิตในการสมรสกับเทพและมนุษย์มากมาย โดยในหนังที่กล่าวถึงก็จะมี ลูกที่เกิดจากเทพด้วยกันเองคือ แอทธีน่า ลูกกับเมทิส, แอรีส ลูกกับเฮร่า, อพอลโล ลูกกับลีโต้ ส่วนลูกที่เกิดจากมนุษย์คือ เฮราเคิลส์ ลูกกับอัลค์เมเน่ นอกจากนี้หนังยังกล่าวถึงพี่น้องของซุสอย่าง โพไซดอน ที่เป็นบุตรของโครนัส และรีอาเช่นเดียวกัน

มาว่ากันด้วยเรื่องของนักแสดงกันต่อ บทนำของเรื่องอย่างเธซีอุส ได้พระเอกหนุ่มตัวใหญ่ที่โด่งดังจากบทชาร์ลส์ แบรนดอน ในซีรีย์ติดเรต The Tudors นั่นคือ เฮนรี่ คาวิลล์ โดยนอกจากจะเล่นในซีรีย์ทางโทรทัศน์ รวมทั้งเรื่องอื่นๆที่ผ่านมาอย่าง Stardust เป็นอาทิ เขายังได้รับบทสำคัญในการรีบู๊ทหนังซูเปอร์ฮีโร่กางเกงลิงแดงอย่าง Man of Steel ซึ่งเป็นภาคใหม่ของซูเปอร์แมนอีกด้วย และสำหรับในหนัง Immortals นี้ เขาก็ไม่ต้องเปลืองเครื่องแต่งกายมากเท่าไร เพราะส่วนใหญ่ก็ถอดเสื้อเดินไปเดินมา

Theseus

เฮนรี่ คาวิลล์ รับบท เธซีอุส

สำหรับนางเอกของเรื่อง มาในบทของเทพพยากรณ์ เฟดร้า โดยตัวจริงก็ชื่อคล้ายๆในเรื่อง สาวคนนี้ก็คือ ฟรีด้า พินโต หรือนางปิ่นโตของเรานี่เอง ที่เพิ่งโด่งดังมาจากการเล่นหนังออสการ์อารมณ์อินเดียเรื่อง Slumdog Millionaire ในปี 2008 และเพิ่งเจอกันหมาดๆในหนังลิงโหนเสาไฟ Rise of the Planet of the Apes กลางปีนี้ มาในเรื่องนี้ลงทุนเปลือยก้นให้ชมกันด้วย แต่ทำไมไม่ถอดเสื้อเดินไปเดินมาเหมือนพระเอกนะ ไม่เข้าใจ?

Phaedra

ฟรีด้า พินโต รับบท เทพพยากรณ์เฟดร้า

ตามตำนานแล้วก็มีกล่าวถึง เฟดร้า ด้วย และเธอก็เป็นภรรยาของเธซีอุสด้วย แต่ไม่ใช่ภรรยาคนแรก ผู้หญิงคนแรกของเธซีอุสคือ เฮเลน แต่ทั้งสองยังไม่ได้แต่งงานกัน ผู้หญิงคนต่อมาคือ ฮิปโปไลต้า ซึ่งถือเป็นภรรยาคนแรกของเธซีอุสเพราะแต่งงานกันเรียบร้อย ส่วนคนต่อมาก็คือ เฟดร้า ถือเป็นผู้หญิงคนที่ 3 แต่เป็นภรรยาคนที่ 2

King Hyperion

มิคกี้ รู้ก รับบท กษัตริย์ไฮพีเรียน

ทางด้านตัวร้ายอันโหดเหี้ยมของเรื่อง ก็ได้นักแสดงเข้าชิงออสการ์จากหนังมวยปล้ำ The Wrestler อย่าง มิคกี้ รู้ค มาเล่นเป็นกษัตริย์ไฮพีเรียนแห่งอาณาจักรครีต หลังๆมาชักจะเอาดีทางด้านบทร้ายนะเนี่ย ร้ายก่อนหน้าก็ใน Iron Man 2 กับบทแส้ฟาดกลางสนามแข่งรถ หลังจากนี้ก็คงร้ายต่อไปอีกเรื่อยๆ แต่ใน Immortals นี้เฮียแกก็โคตรเหี้ยมแล้วนะ จะเหี้ยมกว่านี้อีกเรอะ?

ตามตำนานกรีกก็อย่างที่บอก ไฮพีเรียนเป็น 1 ใน 12 ไททัน เป็นบุตรของเกย่า และอูรานอส และเป็นพี่น้องกับโครนัส (บิดาของซุสและโพไซดอน) ลูกทั้ง 3 ของไฮพีเรียนคือ อีออส, ฮีลีออส (เป็นหนึ่งในตัวละครในหนังด้วย) และเซลีนี่

Zeus

ลุค อีวานส์ รับบท ซุส

ในส่วนของตัวละครสมทบอื่นๆ ก็ได้แก่เหล่าทวยเทพชุดทองคำ นำมาด้วยเทพซุส นำแสดงโดยลุค อีวานส์ รายนี้เพิ่งเคยเล่นเป็นเทพ อพอลโล ในหนัง Clash of the Titans เมื่อปีที่แล้วนี้เอง เล่นบทเทพมาถึง 2 ครั้ง และผลงานต่อจากนี้ก็จะมีอีกหลายเรื่องที่น่าสนใจ ซึ่งรวมถึงโปรเจคยักษ์อย่าง The Hobbit: An Unexpected Journey และ The Hobbit: There and Back Again ที่จะตามมาในปี 2012 และ 2013 ตามลำดับ

Athena

อิซาเบล ลูคัส รับบท แอทธีน่า

ต่อมาตามมาด้วยเทพี แอทธีน่า เทพีแห่งสติปัญญา ลูกของซุส รับบทโดยสาวงาม อิซาเบล ลูคัส รายนี้เพิ่งมีผลงานผ่านมาไม่กี่เรื่อง หนังฟอร์มใหญ่ที่สุดที่เคยเล่นก็จะเป็นเรื่อง Transformers: Revenge of the Fallen ในบท อลิซ

Poseidon

เคลลัน ลูทซ์ รับบท โพไซดอน

ตามมาด้วยเทพ โพไซดอน เทพแห่งท้องทะเล พี่น้องของซุส บทนี้ได้ เคลลัน ลูทซ์ ดาราชายที่โด่งดังจากบท เอ็มเม็ต คัลเลน ในหนังซีรีย์แวมไพร์ Twilight มารับบท ส่วน แอรีส เทพแห่งสงคราม ได้ดาราหนุ่ม แดเนียล ชาร์แมน มารับบท ด้วยเครื่องสวมศีรษะดาบ 9 แฉกที่เป็นเอกลักษณ์ ส่วนตัวละครอื่นๆที่ยังไม่ได้กล่าวถึงก็จะมีดังนี้

Ares

เดวิน ชาร์แมน รับบท แอรีส

  • ฮีลีออส เทพแห่งดวงอาทิตย์ และเป็นเหล่าทหารแห่งแอทธีเนียน รับบทโดย ปีเตอร์ สเต็บบิ้งส์
  • อพอลโล เทพแห่งแสงสว่าง รับบทโดย โครีย์ ซีเวียร์
  • เฮราเคิลส์ ครึ่งเทพครึ่งมนุษย์ ลูกของซุสกับอัลค์เมเน่ รับบทโดย สตีฟ ไบเออร์ส
  • มิโนทอร์ ครึ่งมนุษย์ครึ่งกระทิง ผู้ที่สวมหน้ากากกระทิงและต่อสู้กับเธซีอุสในเขาวงกต รับบทโดย โรเบิร์ต เมลเล็ต
  • ไลแซนเดอร์ ทหารแอทธีเนียนผู้ทรยศ โดยไปสวามิภักดิ์ต่อกษัตริย์ไฮพีเรียน รับบทโดย โจเซฟ มอร์แกน
  • อีธรา มารดาของเธซีอุส ผู้ถูกสังหารโดยกษัตริย์ไฮพีเรียนต่อหน้าต่อตาเธซีอุส รับบทโดย แอนน์ เดย์โจนส์
  • สตาฟรอส ไพร่ผู้แสนเจ้าเล่ห์ ผู้ซึ่งรวมเดินทางไปกับเธซีอุส รับบทโดย สตีเฟ่น ดอร์ฟ
  • แดริออส ไพร่อีกคนที่ร่วมเดินทางไปกับเธซีอุส ภายหลังถูกสังหารในครีต รับบทโดย อลัน แวน สแปรง
  • ไนโครเมเดส นักบวชที่ตัดลิ้นตนเองเพื่อปิดบังความลับแก่กษัตริย์ไฮพีเรียน ได้ร่วมเดินทางกับเธซีอุส ภายหลังถูกสังหารในเหตุการณ์ก่อนที่แอรีสจะลงมาช่วยกู้สถานการณ์ รับบทโดย เกร็ก บริค
  • อาจารย์เฒ่า ซุสที่ปลอมตัวมาเป็นอาจารย์ เพื่อสอนการต่อสู้ให้กับเธซีอุส รับบทโดย จอห์น เฮิร์ท
Stavros

สตีเฟ่น ดอร์ฟ รับบท สตาฟรอส

เรื่องราวใน Immortals กล่าวถึงความแค้นของกษัตริย์ไฮพีเรียนผู้ครองอาณาจักรครีต ที่สูญสิ้นศรัทธาต่อทวยเทพที่ไม่ยอมช่วยเหลือต่อคำวิงวอนของเขา เพื่อช่วยรักษาเมียและลูกอันเป็นที่รักจากความเจ็บป่วย ไฮพีเรียนจึงประกาศสงครามบนดินแดนโอลิมปัส และเฝ้าตามหาคันศรแห่งเอพิรุส มหาศาสตราวุธที่ถูกสร้างโดยแอรีส เทพแห่งสงคราม เพื่อใช้คันศรอันทรงพลังปลดปล่อยเหล่าไททันที่ถูกจองจำอยู่ในหุบเขาทาร์ทารัส และทำลายล้างอำนาจของเทพให้หมดสิ้น

King Hyperion

ฮือๆ แกฆ่าลูกเมียช้านนน!!!

ไฮพีเรียนโจมตีเมืองศักดิ์สิทธิ์มากมาย เพื่อตามหาคันศรแห่งเอพิรุสที่หายสาบสูญอยู่บนโลกในสงครามครั้งสุดท้ายระหว่างทวยเทพและเหล่าไททัน แม้จะตามหาอยู่เนิ่นนานแต่ก็ยังไม่มีร่องรอย จนไฮพีเรียนต้องตามตัวเทพพยากรณ์เพื่อทำนายที่ซ่อนแห่งคันศร ในขณะเดียวกันเมืองที่อยู่ไม่ไกลจากกองทัพไฮพีเรียน ก็ได้เตรียมตัวย้ายไปอยู่หลังกำแพงยักษ์ข้างหุบเขาแห่งทาร์ทารัส แต่กองกำลังได้ถูกแบ่งแยก เหล่าทหารแอทธีเนียนจะได้เดินทางไปก่อน ส่วนพวกไพร่ ทาส บริวารจะตามไปทีหลัง ซึ่งแสดงความไม่พอใจแก่เธซีอุส หลังจากที่ไลแซนเดอร์หนึ่งในทหารแอทธีเนียนเหยียดหยามในความเป็นไพร่ ทำให้ไลแซนเดอร์ถูกปลดจากกองทัพ จึงคิดทรยศและไปสมทบกับกองทัพของไฮพีเรียน

อาจารย์เฒ่า ผู้ฝึกสอนการต่อสู้ให้กับเธซีอุส ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นเทพซุสปลอมตัวมา ได้กลับไปยังยอดเขาโอลิมปัสในแดนสวรรค์ และหารือกับ โพไซดอน, แอรีส, แอทธีน่า, อพอลโล และเฮราเคิลส์ ว่าไม่มีอะไรน่าวิตกกังวลจนกว่าเหล่าไททันจะถูกปลดปล่อยออกจากหุบเขา โดยสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ ห้ามเทพตนใดให้ความช่วยเหลือแก่มนุษย์เป็นอันขาด และถ้าใครผิดคำสั่ง ซุสจะลงโทษผู้นั้นถึงแก่ชีวิต

หลังจากค่ำคืนการอพยพของทหารแอทธีเนียนได้ผ่านพ้นไป วันรุ่งขึ้นเธซีอุสก็พบว่า เมืองทั้งเมืองกำลังถูกโจมตีจากกองทัพไฮพีเรียน ซึ่งรวมถึงมารดาของเขา อีธรา ที่ถูกสังหารต่อหน้าต่อตา และตัวเขาก็ถูกจับไปเป็นทาสในเหมือง ที่ซึ่งเขาได้พบกับเหล่าหัวขโมยทั้งหลาย รวมทั้ง สตาฟรอส และแดริออส

Theseus

กรูโกรธแล้วน้า… ย๊ากกกกกส์!!!

ในวันหนึ่งที่เหล่าเทพพยากรณ์ทั้ง 4 เดินทางเพื่อเข้าพบกษัตริย์ไฮพีเรียน เฟดร้า หนึ่งในเทพพยากรณ์ได้เกิดมโนภาพในขณะที่เธอเกิดสัมผัสถูกตัวเธซีอุสโดยบังเอิญ เธอเห็นอัสนีบาตฟาดลงใจกลางมหาสมุทรทำให้เกิดคลื่นน้ำขนาดยักษ์ และเห็นเธซีอุสยืนอยู่เคียงข้างกับไฮพีเรียนในมือถือคันศรแห่งเอพิรุส เธอบอก สตาฟรอส เพื่อให้แน่ใจว่าเธซีอุสจะอยู่ข้างเดียวกับเธอ ก่อนที่เธอจะวางแผนกับเหล่าเทพพยากรณ์ตัวปลอมที่เหลือทั้ง 3 คน (เทพพยากรณ์มี 4 คน, มีตัวจริงเพียงคนเดียวคือ เฟดร้า นอกนั้นเป็นตัวล่อ) ถึงแผนการที่จะหลบหนี ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ผู้ที่รอดจากการหลบหนีในครั้งนี้ก็มี เธซีอุส, เฟดร้า, สตาฟรอส, แดริออส และนักบวช ไนโครเมเดส

หลังจากที่หลบหนีเป็นผลสำเร็จ เธซีอุส ตัดสินใจที่จะตามกองทัพไฮพีเรียนไปเพื่อล้างแค้น โดยคนที่เหลือก็จะตามเขาไปด้วย พวกเขาต่อสู้กับเหล่าทหารของไฮพีเรียนที่ถูกส่งมาเพื่อจับกุมตัว แต่ฝ่ายของเธซีอุสดูจะพ่ายแพ้อย่างแน่นอน เหล่าเทพจึงปรึกษากันและขัดขืนคำสั่งของซุส โดยโพไซดอนเสนอตัวลงมาช่วย ในขณะที่เหล่าทหารกำลังจะโจมตีพวกของเธซีอุส ก็เกิดสายฟ้าฟาดที่ใจกลางท้องน้ำอันกว้างใหญ่ สร้างคลื่นยักษ์ลูกมหึมาถาโถมเข้าใส่เรือของทหารไฮพีเรียนและกลืนกินลงมหาสมุทรไป หลังจากที่พวกเธซีอุสรอดพ้นจากการถูกโจมตี เฟดร้าก็นิมิตเห็น ร่างกายที่ถูกห่ม เธอให้ความหมายว่า เธซีอุสจะต้องเดินทางกลับไปยังเมือง เพื่อฝังศพของแม่ของตัวเอง

Theseus

ลองธนูซะหน่อย สวยดีนะเนี่ย

ในระหว่างการฝังศพของแม่ในเขาวงกต เธซีอุสก็พบกับคันศรแ่ห่งเอพิรุสโดยบังเอิญ แต่เขาก็ถูกโจมตีโดย มิโนทอร์ ทหารเอกของกองทัพไฮพีเรียน ส่วนเฟดร้า, สตราฟรอส, แดริออส และไนโครเมเดส ก็ถูกโจมตีนอกเขาวงกต ในการต่อสู้ระหว่างเธซีอุสและมิโนทอร์ ทั้งสองฝ่ายมีกำลังสูสีกันมาก แต่ในที่สุดเธซีอุสก็สามารถจัดการกับมิโนทอร์ได้ด้วยการตัดศีรษะทิ้ง เขาออกมาจากเขาวงกตและพบว่าพรรคพวกกำลังถูกฆ่า เขาจึงง้างคันศร ปรากฎลูกธนูสีทอง พุ่งทะยานไปกำจัดเหล่าทหารของไฮพีเรียนได้สำเร็จ แต่ท้ายที่สุดพรรคพวกของเขาก็ขาดสมาชิกไป นั่นคือ แดริออส และด้วยการต่อสู้กับมิโนทอร์ ก็ทำให้เธซีอุสบาดเจ็บ ในคืนนั้น เฟดร้าจึงทำแผลให้เขา และทั้งสองก็ร่วมรักกัน ซึ่งเป็นผลให้ความสามารถในการหยั่งรู้เหตุการณ์ในอนาคตของ เฟดร้า จบสิ้นลงทันที

Phaedra

เราจะยอมเป็นของเค้าดีมั้ยน้า…

Phaedra & Theseus

เฟดร้า: เอาวะ…เป็นไงเป็นกัน! —- เธซีอุส: มาแล้วเหรอจ๊ะที่รัก ❤

Stavros, Theseus, Phaedra & Nycomedes

สตาฟรอส: นี่แก..เมื่อคืนเป็นไงมั่ง เพลียเลยป่ะ? —- เธซีอุส: เพลียไร ไม่เพลียเล้ยยย —- เฟดร้า: นี่..ทำไมต้องขึ้นเสียงสูง เดี๋ยวเค้าจับได้หรอก —- นักบวช: แบ๊ะๆๆ

เธซีอุสและพรรคพวกกลับไปยังวิหารของ เฟดร้า แต่กลับพบกองทัพมากมายของไฮพีเรียน ทั้งหมดจึงถูกจับตัวและโดนขโมยคันศรแห่งเอพิรุส ซึ่งทำให้ แอรีส ผู้สร้างอาวุธอันทรงพลานุภาพ และแอทธีน่า ดิ่งลงมาช่วยเธซีอุสและพรรคพวกไว้ แต่หลังจากที่ทั้ง 2 เทพจัดการธุระเสร็จสิ้น ซุส เจ้าแห่งทวยเทพก็ลงมา และเห็นการขัดขืนคำสั่ง ซุสกำลังจะสังหารแอทธีน่า แต่เขาก็ปล่อยเธอไว้ ในขณะที่แอรีส ยอมรับในการกระทำของตน และคิดว่าเขาทำสิ่งที่เหมาะสมแล้ว ในการนี้ ซุสในอารมณ์โกรธ จับแส้ไฟฟาดไปยังแอรีส ทำให้เขากระแทกไปกับกำแพงหินอ่อนและหมดความเป็นอมตะลงทันที ภายหลังแอทธีน่าก็ได้มอบม้าวิเศษให้กับพวกของเธซีอุสเพื่อเดินทางไปยังหุบเขาแห่งทาร์ทารัส

Zeus & Ares

แอรีส: อ๊ะ!.. เด็จพ่อ จะทำอะไรลูกน่ะ —- ซุส: ฆ่าแกไง ไอ้หัวแหลม —- แอทธีน่า: เร็วๆ สิคะเด็จพ่อ หนูหิวจนปวดท้องแล้ว!

Poseidon

เฮอะ! ตายซะได้ก็ดี หัวแกมันเด่นเกินโหนกของชั้น…

ไม่นานหลังจากที่เธซีอุสและพรรคพวกมาถึงเมือง กองกำลังนับแสนของไฮพีเรียนก็ดาหน้ามาประชิดเมือง และเข้าโจมตีเมือง กองทัพหยิบมือที่มีเธซีอุสเป็นผู้ปลุกระดมก็ไม่ย่อท้อ ทั้งสองฝ่ายเดินหน้าเข้าต่อสู้กัน หลังจากที่ไฮพีเรียนได้ยิงลูกธนูจากคันศรแห่งเอพิรุสเพื่อทำลายกำแพงได้แล้ว

ไฮพีเรียนมุ่งหน้าไปยังหุบเขาทาร์ทารัสที่อยู่ข้างกำแพงยักษ์ของเมือง ทำให้เธซีอุส และสตาฟรอสต้องตามไป แต่ทั้งสองก็ตามไปไม่ทัน เพราะไฮพีเรียนได้ง้างคันศร ยิงลูกธนูออกไปเพื่อปลดปล่อยไททันจากการถูกจองจำได้สำเร็จ ส่งผลให้เทพทั้งหลายต้องลงมาจัดการเหล่าไททัน และปล่อยให้ไฮพีเรียนเป็นหน้าที่ของเธซีอุส

Gods & Goddess

ซุส: คาเมนไรเดอร์ส..มาแล้วววววว 555+ —- แอทธีน่า: เด็จพ่อคะ เราเป็นเทพกรีกนะเพคะ —- โพไซดอน: เร็วๆหน่อยสิ ถือหอกเมื่อยมือหมดแล้วนะ —- เฮราเคิลส์: นั่นสิ กำหมัดจนเหน็บกินมือหมดและ!

Gods & Goddess

อพอลโล: ถึงคราวที่อพอลโลสุดหล่อต้องออกโรงแล้วเหรอเนี่ย 555+ —- แอทธีน่า: เชอะ!!.. หล่อตรงไหนมิทราบ —- โพไซดอน: อย่ามัวเถียงกัน เยี่ยวจะแตกแล้ว เร็วๆ

เหล่าไททันที่ถูกปล่อยออกมาได้ฆ่าสตาฟรอส และต่อสู้กับเทพอย่างดุเดือด ในอีกทางหนึ่ง เธซีอุสก็ต่อสู้กับไฮพีเรียนอย่างดุเดือดเช่นกัน และท้ายที่สุดเธซีอุสก็เสียบคอหอยไฮพีเรียน ล้างแค้นให้อีธราได้สำเร็จ แต่อีกด้าน เทพหลายตนกลับพลาดท่าให้กับไททัน และถูกสังหาร ซึ่งประกอบไปด้วย อพอลโล, เฮราเคิลส์ และโพไซดอน รวมทั้งแอทธีน่า โดยก่อนที่โพไซดอนจะถูกสังหาร เขาได้บอกให้ซุสถล่มหุบเขานี้ลงเืพื่อฝังไททันทั้งเป็น ในขณะที่หุบเขากำลังถล่มลง ซุสได้อุ้มร่างของแอทธีน่ามุ่งหน้าไปยังยอดเขาโอลิมปัส และร่างของเธซีอุสก็มุ่งหน้าไปยังโอลิมปัสเช่นกัน และได้รับการต้อนรับแห่งทวยเทพ ด้วยความที่มีความกล้าหาญและเสียสละ

เทพได้มอบของขวัญแก่เธซีอุส เป็นลูกชายที่เกิดกับเฟดร้า นามว่า อคามัส ซึ่งลูกชายคนนี้ก็ได้สืบทอดความสามารถการหยั่งรู้เหตุการณ์ในอนาคตจากเฟดร้ามาด้วย เขามีนิมิต เห็นสงครามระหว่างทวยเทพกับเหล่าไททัน ที่มีเธซีอุสเป็นหัวหน้าเหล่าเทพ อาจารย์เฒ่าคนหนึ่งได้กระซิบข้างหู บอกแก่อคามัสว่า เวลาแห่งสงครามและชัยชนะของเขากำลังจะมาถึงในไม่ช้า

Theseus & Minotaur

รูปปั้นแห่งชัยชนะของเธซีอุสที่มีต่อมิโนทอร์

สำหรับจุดเด่นในหนังเรื่องนี้ก็คือ ความสวยงามของภาพ ที่แม้จะไม่ได้ตื่นตาตื่นใจมากนักเพราะดูแบบธรรมดา แต่ก็ดูยิ่งใหญ่ดี ส่วนสิ่งที่เด่นจริงๆเห็นจะเป็นดนตรีประกอบ เพราะเพิ่มอารมณ์ให้กับตัวหนังได้เยอะทีเดียว นอกจากนี้โรงหนังที่ผมไปดูก็ให้เสียงกระหึ่มเลยยิ่งเพิ่มความมันส์เข้าไปมากขึ้น แต่ก็ยังไม่เท่ากับโรงหนังที่ผมไปดูเรื่อง Puss in Boots เพราะโรงนั้นกระหึ่มมากจริงๆ

ส่วนจุดด้อยของหนังเรื่องนี้ก็เป็นที่บทไม่ได้กล่าวปูมหลังของตัวละครเท่าไร อาจจะเป็นเพราะเป็นตำนานกรีกที่คุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว เพราะมีกล่าวในหนังหลายๆเรื่อง ซึ่งบทวิจารณ์หลายแห่งของต่างประเทศก็กล่าวไว้ว่า เนื้อเรื่องเป็นอะไรที่เดิมๆ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ ก็เห็นจะจริงเพราะมันก็เรื่องเดิมๆ ส่วนที่จะแปลกใหม่เห็นจะเป็นในการนำเสนอภาพที่แปลกตา หรือเครื่องแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์

ในด้านของความสวยงามของภาพ มีอยู่หลายฉากเหมือนกันที่ให้อารมณ์ 3 มิติ ถ้าดูแบบ 3 มิติแล้วคงจะเห็นความลึกของภาพได้ชัดเจน เช่น ฉากที่เธซีอุสยิงธนูเพื่อช่วยเฟดร้า, สตาฟรอส และแดริออส ก่อนที่จะโดนปาดคอ ส่วนฉากที่ให้อารมณ์ความมันส์ที่สุดของหนังก็จะเป็นฉากที่มีเทพมาปรากฎกาย เพราะหนังจะสโลวภาพให้ช้าเพื่อให้เห็นรายละเอียดการเคลื่อนไหว ภาพสั่นๆเล็กน้อย และใช้ดนตรีประกอบอย่างขึงขัง เพื่อแสดงถึงความแข็งแรง และแรงกระแทกจากพละกำลังอันมหาศาลของเหล่าทวยเทพ ซึ่งฉากแบบนี้ก็เคยมีในหนังมาแล้วหลายเรื่อง เช่นใน Resident Evil: Afterlife

แต่ถึงแม้หนังเรื่องนี้จะเน้นฉากแอ๊กชั่นมากมาย แต่ฉากแอ๊กชั่นส่วนมากก็มาพร้อมความรุนแรงทางด้านภาพ เช่น เอาค้อนทุบหัวเลือดสาดกระจาย เอามีดปาดคอเลือดไหล ฟันกันจนเหวอะเละเทะ ตัดลิ้นจนเลือดพุ่ง หรือฉากที่สื่อถึงความรุนแรงแต่ไม่เห็นอย่างชัดเจน เช่น ฉากเอาค้อนทุบหว่างขาของไลแซนเดอร์ หรือฉากย่างสดเทพพยากรณ์ในท้องวัว ทำให้หนังได้เรต R ตอนเข้าฉายในอเมริกา แต่ถ้ามีความรุนแรงสุดๆแค่ 2 ฉากหลังที่กล่าวมา หนังก็น่าจะได้เรต PG-13 และเพิ่มกลุ่มคนดูให้มากขึ้น

และสิ่งที่ขาดไม่ได้ในหนังต่อสู้ทั้งหลาย ก็จะต้องเป็นฉากอีโรติก ที่เรื่องนี้ก็ไม่ละเว้น เพราะมีฉากเธซีอุส ร่วมรักกับเฟดร้า โดยที่เราจะได้เห็นก็คือ ก้นของนางปิ่นโต และหน้าอกแบบไกลๆ ก่อนที่ทั้งสองจะซั่มกัน แค่นั้นแหละ ไม่มีอะไรนอกจากนั้น แต่สงสัยอยู่นิดนึง ว่าหลังจากซั่มกันแล้ว ความสามารถพยากรณ์อนาคตของเฟดร้า ตกลงยังอยู่รึป่าว?  เพราะเห็นว่าจะยังมีอยู่นะ หรือว่ายังไง?

สิ่งที่ผมชอบในหนังเรื่องนี้นอกจากชุดแต่งกายที่ดูเท่ห์ ฉากต่อสู้ที่สนุกสนาน ดนตรีประกอบที่สร้างอารมณ์ร่วมแล้ว ผมยังชอบการให้เสียงพากย์ของทีมพันธมิตร ที่เสริมความฮาเข้ามาในเนื้อเรื่องในหลายๆฉาก แม้จะเป็นเพียงจุดเล็กๆ แต่ก็สร้างเสียงหัวเราะได้เป็นอย่างดี แต่นอกเหนือจากนี้ก็ไม่มีอะไรที่เป็นจุดเด่น ทั้งตัวบทที่เล่าเรื่องราวเดิมๆ และเล่าแบบไม่ค่อยน่าสนใจ จึงต้องอาศัยดนตรีประกอบและการเล่นภาพมาเป็นตัวเดินเรื่องแทน ซึ่งน่าเสียดาย เพราะถ้าเนื้อเรื่องแข็งกว่านี้ เน้นถึงความพยายามของตัวละคร ใส่อารมณ์ดิบๆเข้าไปมากกว่านี้ จบเรื่องราวด้วยอารมณ์ประทับใจและพร้อมสานต่อเรื่องราวในภาคใหม่ ไม่ใช่จบเรื่องราวด้วยฉากแปลกๆ ลอยสู้กันบนอากาศ ดูตลกมากกว่าดูยิ่งใหญ่ซะอีก

และสิ่งที่ผิดพลาดของหนังเรื่องนี้ยังรวมไปถึง

  • ฉากที่ไฮพีเรียนถือช่อมะกอกมาขอเจรจากับเธซีอุส เขาถือช่อมะกอกโบกไปมาด้วยมือขวา แต่เมื่อภาพตัดกลับมาที่ไฮพีเรียนอีกครั้ง เขากลับถือช่อมะกอกด้วยมือซ้าย   (เมื่อยมือหรือเปล่า เลยเปลี่ยนฝั่ง?)
  • ฉากที่เธซีอุสอุ้มศพแม่ของตนเข้าไปในเขาวงกตเพื่อทำการฝัง เขาเดินเข้าไปด้วยเท้าเปล่า แต่หลังจากต่อสู้กับมิโนทอร์และใช้ค้อนฟาดจนมิโนทอร์แน่นิ่งไปแล้ว ที่เท้าของเขามีรองเท้านักรบสวมอยู่   (ไปสวมรองเท้าตั้งแต่เมื่อไร?)
  • ตาซ้ายของกษัตริย์ไฮพีเรียนจะดูออกเป็นสีเทาๆขุ่นๆเนื่องจากบาดแผล ส่วนตาขวาจะเป็นสีตาปกติ แต่ในฉากการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของไฮพีเรียนกับเธซีอุส ตาทั้งสองข้างของไฮพีเรียนกลับมีสีเดียวกัน นั่นคือปกติทั้งสองข้าง   (แอบใส่บิ๊กอายส์ใช่ม้า..?)
  • ฉากต่อสู้ครั้งสุดท้ายเช่นกัน ในตอนที่เธซีอุสทิ่มคอหอยของไฮพีเรียนจนเลือดทะลักออกจากปาก และพบเลือดทั้งในปากและข้างแก้ม แต่ฉากต่อไปไม่มีร่อยรอยของเลือดบนหน้า และเมื่อตัดภาพกลับมาที่หน้าของไฮพีเรียนอีกครั้ง เลือดก็กลับมาตามปกติ   (เลือดผลุบๆโผล่เร็วชิส์!)

ในส่วนของรายได้ที่หนังทำได้ ก็ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว และถ้าเทียบกับหนังที่กล่าวถึงเทพกรีกด้วยกัน เช่น Clash of the Titans / Percy Jackson & the Olympians: The Lightning Thief หรือหนังการ์ตูนอย่าง Hercules เรื่อง Immortals นี้ก็จะมีรายได้รวมในอเมริกาที่ใกล้เคียงกับ 2 เรื่องหลัง ซึ่งทั้ง 4 เรื่องมีรายได้รวมในอเมริกา นอกอเมริกา และรวมทั่วโลกดังนี้

  1. Clash of the Titans   ในอเมริกา 163.2 ล้านดอลลาร์ นอกอเมริกา 330 ล้านดอลลาร์ รวมทั่วโลก 493.2 ล้านดอลลาร์
  2. Hercules   ในอเมริกา 99.1 ล้านดอลลาร์ นอกอเมริกา 153.6 ล้านดอลลาร์ รวมทั่วโลก 252.7 ล้านดอลลาร์
  3. Percy Jackson & the Olympians: The Lightning Thief   ในอเมริกา 88.8 ล้านดอลลาร์ นอกอเมริกา 137.7 ล้านดอลลาร์ รวมทั่วโลก 226.5 ล้านดอลลาร์
  4. Immortals   ในอเมริกา 81 ล้านดอลลาร์ นอกอเมริกา 106 ล้านดอลลาร์ รวมทั่วโลก 187 ล้านดอลลาร์     (นับรายได้ถึง 15 ธันวาคม 2011)

สำหรับรายได้เปิดตัวในอเมริกาของ 4 เรื่องที่กล่าวมาก็จะเป็นดังนี้

  1. Clash of the Titans   เปิดตัวด้วยรายได้ 61.2 ล้านดอลลาร์
  2. Immortals   เปิดตัวด้วยรายได้ 32.2 ล้านดอลลาร์
  3. Percy Jackson & the Olympians: The Lightning Thief   เปิดตัวด้วยรายได้ 31.2 ล้านดอลลาร์
  4. Hercules   เปิดตัวด้วยรายได้ 2.5 แสนดอลลาร์   (จากการเปิดตัวเพียง 1 โรงฉาย)

สำหรับหนังที่เกี่ยวกับเทพเจ้ากรีกที่จะตามมาก็มีหลายเรื่อง ที่วางกำหนดไว้แน่นอนก็จะเป็น Wrath of the Titans ภาคต่อของ Clash of the Titans ที่จะเปิดตัว 30 มีนาคม 2012 ส่วนเรื่องที่ยังไม่แน่นอนว่าจะมาตอนไหนก็จะมี Jason and the Argonauts: The Kingdom of Hades อาจมาในปี 2012 และเรื่อง Mythology: The Rise of Theseus ที่อาจมาในปี 2013

สรุปแล้ว หนัง Immortals เน้นฉากต่อสู้ซะส่วนใหญ่ เล่าไปพร้อมกับเนื้อเรื่องเทพเจ้ากรีกที่คุ้นเคยกันดี ผสมผสานฉากแอ๊กชั่นไปกับกลิ่นคาวเลือด ฉากสยิวฉากเดียว ดนตรีประกอบที่อลังการกว่าเนื้อเรื่องหลายเท่า ถ้าใครชอบหนังแอ๊กชั่นมันส์ๆ เรื่องนี้ก็ใช้ได้ทีเดียว มันส์แบบดิบๆ เลือดกระจาย… แต่ถ้าใครจะมาดูเพื่อลงลึกในเนื้อเรื่อง ก็อาจจะผิดหวังเล็กน้อย เพราะหนังไม่ได้เน้นในส่วนนี้ซะทีเดียวนัก

เรื่องนี้ผมให้เกรด C+
★★★1/4
คะแนน 6.8 เต็ม 10

.

ตัวอย่างภาพยนตร์ Immortals

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s