ความเห็นหลังชม –[ Puss in Boots ]– แมวน้อยนัยน์ตามรณะ

Posted: ธันวาคม 10, 2011 in ความเห็นหลังชม @ Cinema, หนังตลก, หนังผจญภัย, หนังอนิเมชั่น
ป้ายกำกับ:, , , , , , ,

เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ…

Puss in Boots

Puss in Boots

ด้วยความที่เป็นคนรักสัตว์ และเคยเลี้ยงสัตว์มาหลายอย่าง หนังใหม่เรื่องใดที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงต่างๆ ผมก็ไม่พลาดที่จะไปอุดหนุน และครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งที่ไม่พลาด ซึ่งผมก็เล็งเรื่องนี้มานานแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ดูซักที จนเกือบจะออกโรงอยู่แล้ว เลยได้โอกาสไปดู และยังเป็นการดูแบบ 3 มิติพากย์ไทยเป็นครั้งแรก กับระบบของ SF ที่เรียกว่า Technicolor 3D ซึ่งก็จะต่างจากระบบ 3 มิติทั่วไป รายละเอียดเป็นอย่างไรเดี๋ยวจะเล่าให้ฟังครับ

ก่อนอื่นมากล่าวถึงตัวละครหลักในเรื่องนี้ ซึ่งก็ไม่ใช่ตัวละครใหม่อะไร เราเคยพบกันมาแล้วในหนังการ์ตูนดรีมเวิร์กที่ฮิตระเบิดระเบ้อเรื่อง Shrek 2 โดยดรีมเวิร์กก็ไม่ได้คิดตัวละครนี้ขึ้นมาเองหรอกนะ แต่ดัดแปลงมาจากนิยายของนักเขียนชาวฝรั่งเศส ชาร์ลส์ เปรอลท์ ที่กล่าวถึงแมว โดยก่อนหน้านี้ก็มีการแตกระแหงออกเป็นเวอร์ชั่น มีทั้งเวอร์ชั่นที่เป็นน้องเหมียวสาว และเวอร์ชั่นที่เป็นน้องเหมียวหนุ่ม ซึ่งเวอร์ชั่นที่โด่งดังที่สุดจะเป็นน้องเหมียวหนุ่มของชาร์ลส์นั่นเอง

ก่อนจะไปถึงเนื้อเรื่องของ Puss in Boots ที่พบในหนัง มาเล่าเรื่องราวคร่าวๆของน้องเหมียวหนุ่มจากนิยายของชาร์ลส์กันก่อนดีกว่า

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายแก่เจ้าของโรงโม่คนหนึ่งกำลังใกล้ตาย โดยก่อนตายได้มอบของ 3 สิ่งไว้ให้กับลูกชาย 3 คน เขามอบโรงโม่ไว้ให้กับลูกชายคนโต มอบลาไว้ให้กับลูกชายคนกลาง และมอบแมวไว้ให้กับลูกชายคนสุดท้อง

ลูกชายคนสุดท้องเห็นดังนั้น ก็รู้สึกผิดหวังและปลอบใจตัวเองด้วยการคิดที่จะกินแมว แต่เมื่อแมวน้อยรู้เข้า ก็หาวิธีเพื่อไม่ให้เขานำมันไปเป็นอาหาร แมวจึงพูดกับเขาเพื่อต่อรองขอชีวิตว่า ถ้าเขามอบถุงและรองเท้าบู๊ทให้มัน มันจะตอบแทนด้วยการทำให้เขาเป็นเศรษฐี เขาจึงตอบตกลงคำขอนั้น

Puss in Boots

แมวน้อยกำลังจับกระต่าย

แมวจึงใส่รองเท้าบู๊ทและถือถุงที่เจ้านายมันมอบให้ และออกจากบ้านไปเพื่อล่ากระต่าย แมวน้อยในรองเท้าบู๊ทถือถุงที่มีกระต่ายอยู่ภายในเดินหน้าไปพระราชวังของพระราชา และมอบกระต่ายให้กับพระราชา โดยบอกว่าเป็นของขวัญจาก ดยุคแห่งคาราบาส์ เจ้านายของมัน หลังจากนั้นเจ้าแมวก็ไปจับสัตว์น้อยใหญ่อีกมากมาย และนำมามอบให้กับพระราชาพร้อมกับคำพูดเดิมว่าเป็นของขวัญจาก ดยุคแห่งคาราบาส์

Puss in Boots

แมวกำลังนำกระต่ายไปมอบให้พระราชา

วันหนึ่งพระราชาและลูกสาวแสนสวยออกจากพระราชวัง เพื่อประทับบนรถม้าไปริมแม่น้ำ เมื่อเจ้าแมวรู้ดังนั้น ก็บอกให้เจ้านายออกไปว่ายน้ำในแม่น้ำ เจ้าแมวน้ิอยได้ซ่อนเสื้อคลุมของเจ้านายมันไว้ใต้หินก้อนใหญ่ และรีบวิ่งไปตัดหน้ารถม้าของพระราชาและตะโกนว่า “ช่วยด้วย ช่วยด้วย ดยุคแห่งคาราบาส์ กำลังจะจมน้ำ”

Puss in Boots

แมวน้อยบอกเจ้านายถึงแผนการ

เมื่อพระราชาได้ยินเสียง ก็โผล่ศีรษะออกจากรถม้าเพื่อดูเหตุการณ์ เขาเห็นแมวน้อยที่นำของขวัญมามอบให้ และผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่ในน้ำ เมื่อทราบดังนั้น พระราชาก็ได้สั่งให้ทหารไปช่วยดยุคแห่งคาราบาส์ออกจากแม่น้ำ เจ้าแมวน้อยก็เดินมากราบทูลแก่พระราชาว่า เจ้านายของมันโดนขโมยเสื้อคลุม เมื่อพระราชาได้ยินที่แมวน้อยบอก ก็ไ้ด้พาตัวดยุคผู้เคราะห์ร้ายไปยังพระราชวังเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า เคียงข้างกับลูกสาวแสนสวยในรถม้า

เมื่อลูกชายเจ้าของโรงโม่แต่งตัวในชุดสูทอันหรูหรา เขาก็ดูเด่นเป็นสง่าเพิ่มขึ้น ประกอบไปกับหน้าตาที่หล่อเหลา ทำให้เจ้าหญิงหรือลูกสาวของพระราชาตกหลุมรักเขา พระราชาพร้อมด้วยลูกสาวก็ประทับขึ้นรถม้าเพื่อไปส่ง ดยุคแห่งคาราบาส์ กลับที่พำนัก

เมื่อเห็นดังนั้น เจ้าแมวน้อยจึงรีบออกไปเตรียมการบอกกับคนตัดหญ้าที่พระราชาจะเสด็จผ่านว่า เมื่อพระราชามาถามว่าทุ่งหญ้านี้เป็นของใคร ก็ให้บอกว่าเป็นของ ดยุคแห่งคาราบาส์ ถ้าไม่บอกตามนี้จะโดนสับเป็นชิ้นๆ

เมื่อพระราชาเสด็จผ่านทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ และเห็นชายคนหนึ่งกำลังตัดหญ้า ก็เข้าไปถามว่าทุ่งหญ้านี้เป็นของใคร ชายตัดหญ้าก็ตอบกลับว่า เป็นของ ดยุคแห่งคาราบาส์ ในขณะเดียวกับที่เจ้าแมววิ่งนำหน้าไปบอกคนเก็บข้าวโพดว่า ให้บอกว่าไร่ข้าวโพดนี้เป็นของ ดยุคแห่งคาราบาส์ ถ้าไม่บอกตามนี้จะโดนสับเป็นชิ้นๆ และเมื่อพระราชาเสด็จผ่านก็ถามคนเก็บข้าวโพด ซึ่งก็ได้คำตอบเดิมเดิมคือ ไร่ข้าวโพดนี้เป็นของ ดยุคแห่งคาราบาส์

พระราชาคิดในใจว่า ชายคนนี้ดูดีมีสง่าราศรี หน้าตาหล่อเหลา แถมยังร่ำรวยอีก และจะเป็นใครไม่ได้นอกจาก ดยุคแห่งคาราบาส์ ที่จะมาสมรสกับลูกสาวเรา

Puss in Boots

แมวน้อยปลอมตัวเป็นนักเดินทางเพื่อขอเข้าพบยักษ์ออร์ก

โดยแท้จริงแล้วทุ่งหญ้าและไร่ข้าวโพดเป็นของยักษ์ออร์ก และเจ้าแมวก็ทราบดี จึงวางแผนไปปราสาทของยักษ์ เพื่อขอดูความอัศจรรย์ของยักษ์ออร์กที่สามารถแปลงกายเป็นอะไรก็ได้ ครั้งแรกยักษ์ได้แปลงกายเป็นสิงโต ซึ่งทำให้แมวน้อยตกใจยิ่งนัก แมวน้อยจึงกล่าวว่า ยักษ์ก็เก่งแต่แปลงร่างเป็นสัตว์ใหญ่ ทำไมไม่แปลงร่างเป็นสัตว์ตัวเล็กๆอย่าง หนู เมื่อยักษ์ออร์กได้ยินดังนั้น ก็รีบแปลงร่างเป็นหนูทันที เพื่อลบคำครหาของแมว

Puss in Boots

แมวน้อยสนทนากับยักษ์

แต่ก็ด้วยความโง่เขลาของยักษ์ จึงถูกเจ้าแมวน้อยจับกิน ในเวลาเดียวกับที่พระราชาเสด็จมาถึงปราสาท เจ้าแมวก็รีบออกไปต้อนรับ โดยกล่าวว่า ยินดีต้อนรับสู่ปราสาทของดยุคแ่ห่งคาราบาส์!

เมื่อพระราชาเห็นปราสาทอันโอ่โถงก็ยิ้มดีใจ และหันไปถามลูกชายเจ้าของโรงโม่ว่าเป็นปราสาทของเขาหรือไม่ เขาไม่ตอบแต่ยื่นมือไปรับลูกสาวพระราชาลงจากรถม้าและเดินนำหน้าเข้าปราสาทไป เมื่อทั้งหมดเข้ามาในปราสาทก็พบกับอาหารที่จัดอย่างเรียบร้อยอยู่บนโต๊ะ ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นอาหารของยักษ์ออร์กที่เตรียมการต้อนรับผองเพื่อน แต่วันนี้เพื่อนของยักษ์ไม่ได้มาเพราะได้ข่าวว่าพระราชาจะเสด็จมา

พระราชาจึงตัดสินใจได้ในที่สุดว่า ไม่มีใครในโลกนี้อีกแล้วที่จะเหมาะสมกับลูกสาวคนเดียวของเขา และจัดงานอภิเษกสมรสระหว่าง เจ้าหญิงแสนสวยลูกสาวอันเป็นที่รักกับ ดยุคแห่งคาราบาส์ เจ้าชายอันหล่อเหลาและร่ำรวย และทั้งหมดก็อยู่กันอย่างมีความสุขตลอดมา

สำหรับเจ้าแมวน้อย ก็กลายเป็นสหายคนสนิทที่สุดของพระราชา, เจ้าหญิง และเจ้าชาย เจ้าแมวไม่ต้องไปหาหนูกินเองอีกต่อไป เพราะอาหารอันหลากหลายและรสชาติล้ำเลิศได้ถูกเสิร์ฟให้กับเจ้าแมวไปตราบจนวาระสุดท้ายของชีวิต

เอาล่ะเป็นไงครับกับเรื่องราวของ Puss in Boots ในนิยายโบราณ เรื่องราวคล้ายๆกับ Shrek ภาคแรกเลยทีเดียว เพียงแต่ในหนัง Shrek มีการดัดแปลงเนื้อเรื่องให้มีสีสันมากขึ้น และตัวละคร Puss ก็ปรากฎในหนัง Shrek 2 เป็นเรื่องแรก โดยในภาคแรกยังไม่มีตัวละครแมว

แต่เรื่องราวในหนัง Puss in Boots นี้ก็ไม่ได้มีแค่ตัวละคร Puss อย่างเดียว แต่ยังเอาตัวละครที่เป็นที่รู้จักจากบทกลอนสำหรับเด็กในอังกฤษที่เรียกว่า Nursery Rhyme มาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งตัวละครนี้มาแพ็คคู่ ได้แก่ แจ๊ค แอนด์ จิลล์ (Jack & Jill) นั่นเอง โดยบทกลอนที่เป็นที่โด่งดังก็คือ

Jack and Jill went up the hill
To fetch a pail of water.
Jack fell down and broke his crown,
And Jill came tumbling after.

Jack & Jill

แจ๊ค แอนด์ จิลล์ กำลังกลิ้งร่วงลงจากเขา ตามเนื้อร้องในกลอน

Up Jack got, and home did trot,
As fast as he could caper,
To old Dame Dob, who patched his nob
With vinegar and brown paper.

สำหรับตัวละครในหนัง Puss in Boots นี้ ได้กล่าวถึงแจ๊คและจิลล์ในบทของตัวร้าย โดยมีพระเอกเป็นแมวหนุ่มรองเท้าบู๊ท (Puss in Boots), นางเอกเป็นแมวสาวอุ้งมือเบา (Kitty Softpaws) และเพื่อนร่วมอุดมการณ์อย่างฮัมพ์ตี้ ดัมพ์ตี้ (Humpty Dumpty) ซึ่งเป็นตัวละครที่สร้างจุดเปลี่ยนให้กับเนื้อเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ

และนอกจากนั้นยังเอานำตำนาน แจ๊คผู้ฆ่ายักษ์  (Jack and the Beanstalk)  มากล่าวในเรื่อง โดยกล่าวถึงถั่ววิเศษที่เมื่อปลูกลงดินแล้วจะแทงยอดสูงเสียดฟ้า เพื่อไปเอาไข่ทองคำจากห่านในปราสาทยักษ์ โดยเนื้อเรื่องใน Puss in Boots นี้ก็ได้บอกไว้ว่าเป็นเหตุการณ์ในเรื่องเกิดหลังจากแจ๊คได้ไข่ทองคำและกลับลงมายังพื้นดินแล้ว

เรื่องราวใน Puss in Boots กล่าวถึงแมวน้อยกำพร้าที่ถูกส่งให้บ้านรับเลี้ยงเด็กในเมืองซานริคาร์โดของสเปน โดยบ้านหลังนี้มีหญิงท้วมใจดีคนหนึ่ง เป็นผู้ดูแลเด็กในอุปการะทั้งหมด แมวน้อยกำพร้าได้ชื่อน่าีรักๆว่า พุซ  (พากย์อังกฤษโดย แอนโตนิโอ แบนเดอรัส / พากย์ไทยโดย ดอม เหตระกูล) หลังจากที่ได้รู้จักกับ ฮัมพ์ตี้ อเล็กซานเดอร์ ดัมพ์ตี้  (พากย์อังกฤษโดย แซ็ค กาลิเฟียนาคิส)  ผู้ซึ่งมีร่างกายเป็นรูปไข่ โดยฮัมพ์ตี้มักจะโดนแกล้งจากเพื่อนๆเสมอ ครั้งหนึ่งพุซได้ช่วยฮัมพ์ตี้จากการกลั่นแกล้ง ทั้งสองจึงสนิทกันอย่างรวดเร็ว จนถึงขั้นกรีดเลือดสาบานเป็นพี่น้องกัน

ฮัมพ์ตี้ได้เปิดเผยภารกิจลับของตัวเองแก่พุซว่า เขาเฝ้าตามหาถั่ววิเศษมานานแสนนาน ถั่ววิเศษนี้เมื่อฝังลงดินแล้วจะเติบโตขึ้นไปจนถึงชั้นเมฆ เพื่อปีนขึ้นไปเอาไข่ทองคำที่มาจากห่านที่อาศัยอยู่บนนั้น เมื่อพุซได้ยินก็ขอร่วมในแผนการของฮัมพ์ตี้ทันที

หลังจากที่ทั้งสองเฝ้าหาถั่ววิเศษกันมาจนเติบใหญ่ ก็ไม่มีวี่แววเลยว่าถั่ววิเศษจะมีอยู่จริง และแผนการก็ถูกลืมไปเรื่อยๆ ทั้งพุซและฮัมพ์ตี้ ซึ่งเป็นตัวฉกาจในเรื่องฉกชิงวิ่งราวอยู่แล้ว จึงออกตระเวณลักทรัพย์ไปทั่วทั้งเมือง และมักจะถูกพวกทหารจับตัวมาส่งบ้านรับเลี้ยงเด็กทุกครั้ง ซึ่งพุซก็รู้สึกมากขึ้นเรื่อยๆว่าไม่อยากทำให้แม่ (หญิงท้วมผู้ดูแล) เสียใจ

จนวันหนึ่งที่ฮัมพ์ตี้เริ่มเบื่อๆในการใช้ชีวิตประจำวัน จึงโยนก้อนหินเล่นและไปโดนกระทิงตัวหนึ่ง กระทิงจึงวิ่งพล่านไปตามถนน ขณะเดียวกับที่พุซมองไปเห็นหญิงชรากลางถนนในวิถีที่วัวกำลังวิ่งมาชน พุซจึงกระโดดตัวลอยไปคว้าเขาข้างหนึ่งของกระทิงเพื่อเบนทิศทางไม่ให้โดนหญิงชรา ซึ่งวีรกรรมเยี่ยงวีรบุรุษในครั้งนี้ ก็ได้สร้างชื่อเสียงแก่พุซไปทั่วทั้งเมืองซานริคาร์โด พร้อมกับของขวัญสุดวิเศษ รองเท้าบู๊ท เพื่อเป็นสิ่งที่ทำให้ระลึกถึงวีรกรรมอันกล้าหาญ

หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น พุซก็เริ่มที่จะประพฤติตัวเข้าลู่เข้าทาง ตรงกันข้ามกับฮัมพ์ตี้ที่เริ่มอิจฉาพุซ และมักชวนให้เขาไปลักทรัพย์ และพุซก็ปฎิเสธหลายครั้ง เพราะเขาไม่อยากทำให้แม่เสียใจ จนในที่สุดแล้วฮัมพ์ตี้จึงต้องหลอกพุซไปปล้นธนาคาร โดยที่พุซไม่รู้เรื่องมาก่อน และทำให้ชาวเมือง เหล่าทหาร และแม้กระทั่งแม่ เห็นพุซในฐานะโจรอีกครั้ง

หลังจากความล้มเหลวในภารกิจปล้นธนาคารที่พุซสามารถหนีมาได้ เพราะไม่ยอมช่วยฮัมพ์ตี้ที่ล้มอยู่บนพื้นสะพาน เนื่องจากฮัมพ์ตี้มีักายเป็นรูปไข่ จึงไม่สามารถยืนด้วยตนเองได้ พุซปล่อยให้ฮัมพ์ตี้ถูกจับบนสะพาน โดยเขากระโดดหนีลงสู่ผืนน้ำเบื้องล่าง และนับจากนั้นเป็นต้นมา พุซก็ถูกตราหน้าเป็นโจรหมายเลข 1 ที่ทางการต้องการตัว มีป้ายประกาศจับไปทั่วทั้งเมืองซานริคาร์โด

Puss in Boots

พุซกับนมเพียวๆ 1 เป๊ก

หลังจากเหตุการณ์นั้นผ่านไปหลายปี พุซในวัยหนุ่มได้เข้าไปจิบนมเพียวๆในร้านเหล้าแห่งหนึ่ง และได้ยินตำนานถั่ววิเศษอีกครั้ง ซึ่งพุซก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่หลังจากได้คำยืนยันจากคนในร้านเหล้าว่าถั่ววิเศษในตำนานถูกครอบครองโดย แจ๊คและจิลล์  (แจ๊ค พากย์อังกฤษโดย บิลลี่ บ๊อบ ธอร์นตัน / จิลล์ พากย์อังกฤษโดย เอมี่ เซดาริส)  สองโจรผู้โด่งดัง พุซจึงเริ่มรื้อฟื้นภารกิจนี้อีกครั้ง

Puss in Boots

ชิชะ อย่าแหย่แมวเหมียว!

พุซในรองเท้าบู๊ทอันสง่างามก็ออกเดินทางไปหาแจ๊คและจิลล์ โดยไปพบพวกเขาในโรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งก็ได้พบกับถั่ววิเศษในตำนานจริงๆ แต่ภารกิจนี้ก็ล้มเหลว เพราะถูกแมวดำสวมหน้ากากมาเป็นตัวถ่วง หลังจากที่ภารกิจล้มไม่เป็นท่า พุซก็วิ่งตามแมวดำตัวนั้นไป จนไปถึงรังแมวใต้พิภพ ที่เต็มไปด้วยแมวหลากหลายตัวที่กำลังเล่นเครื่องดนตรี เมื่อพุซเห็นแมวดำตัวนั้น จึงขอท้าดวลฝีมือ แมวดำตัวนั้นก็โยกย้ายส่ายเอว แล้วชี้ไปที่แผ่นป้ายข้างฝา ที่เขียนไว้ว่า ประชันลีลาแดนซ์คืนวัีนอังคาร (Dance Fight – Tuesday Night) พุซจึงยักย้ายส่ายเอวเพื่อประชันลีลากับแมวดำสวมหน้ากาก จนในตอนท้ายที่มีการดวลดาบกันจริงๆ ดาบของพุซโดนปัดไปเสียบอยู่ในที่สูง พุซจึงคว้ากีตาร์มาเป็นอาวุธและฟาดไปที่หัวแมวดำ การต่อสู้จึงยุติลง และท้ายที่สุดพุซก็รู้ว่าแมวดำนั้นเป็นผู้หญิง นามว่า คิตตี้ แม่สาวอุ้งมือเบา หรือคิตตี้ ซอฟท์พอว์  (พากย์อังกฤษโดย ซัลม่า ฮาเย็ค / พากย์ไทยโดย โอปอล – ปณิสรา พิมพ์ปรุ)

Jack & Jill

ใครจะมาแย่งถั่ววิเศษไปจากเราได้ห๊า!

เมื่อรู้ความจริง พุซจึงขอโทษขอโพยคิตตี้เป็นการใหญ่ และในรังนอนของแมวสาวนั้นพุซก็ได้พบกับเพื่อนเก่าเมื่อครั้งยังเด็กอย่างฮัมพ์ตี้ โดยฮัมพ์ตี้ก็ตื๊อให้พุซมาร่วมในภารกิจนี้อีกครั้ง แต่หลังจากเหตุการณ์ทรยศในอดีตครั้งนั้น ก็ทำให้พุซไม่สนใจคำอ้อนวอนของฮัมพ์ตี้ และแยกตัวออกจากรังแมวนี้ทันที จนคิตตี้ต้องมาตามงอนง้อแทน และถามถึงเหตุผลความบาดหมางของทั้งสอง พุซจึงเล่าเรื่องราวอันน่าปวดใจในอดีตให้คิตตี้ฟัง และท้ายที่สุดหลังจากที่คิตตี้กล่อมพุซ รวมทั้งฮัมพ์ตี้เองก็มาขอโทษและบอกว่าเขาจะไม่ทำผิดซ้ำสองอีก พุซจึงตอบตกลงในภารกิจตามล่าถั่ววิเศษในครั้งนี้ ซึ่งเป็นภารกิจที่ร่วมสาบานกันมาตั้งแต่ครั้งเยาว์วัย

Puss in Boots

การดวลดาบระหว่าง แมวน้อยรองเท้าบู๊ทกับแมวดำสวมหน้ากาก

ทั้งสามวางแผนไปขโมยถั่ววิเศษจาก แจ๊คและจิลล์ ที่กำลังบึ่งรถม้าไปตามหุบเขา โดยใช้ความสามารถของทั้งสามนั่นคือ อุ้งมือที่บางเบาของคิตตี้ที่สามารถคว้าสิ่งของได้โดยไม่รู้สึกตัว ความปราดเปรียวและคล่องแคล่วของพุซที่สู้ได้ในทุกกระบวนท่า และึประกอบไปกับความฉลาดหลักแหลมของฮัมพ์ตี้ที่สามารถคำนวนระยะทางหรือเรื่องอื่นๆได้อย่างไม่ผิดพลาด

หลังจากที่ต่อสู้อย่างหวาดเสียวกับแจ๊คและจิลล์จนสามารถขโมยถั่วมาได้ ฮัมพ์ตี้จึงพาไปยังกลางทะเลทราย ซึ่งเป็นที่ที่คำนวนแล้วว่าจะต้องนำถั่ววิเศษมาฝัง หลังจากที่พุซหย่อนถั่วลงไปในหลุมทรายแล้ว พร้อมกับฮัมพ์ตี้กล่าวอะไรอีกเล็กน้อย ถั่ววิเศษก็แทงยอดสูงทะลุชั้นเมฆ และนำพาเขาทั้งสามไปพบกับปราสาทที่เป็นที่อาศัยของห่านวิเศษ

Puss in Boots

ตรงนี้แหละ ฝังถั่วตรงนี้ เหมาะเหม็งเลย!

ทั้งสามได้พบกับไข่ทองคำที่วางระเกะระกะอยู่บนพื้นในสวน จึงพยายามจะเก็บไข่ไปยังเบื้องล่าง แต่ไข่ทองคำก็หนักเหลือเกิน และแบกไปลำบากมาก และทั้งสามก็ยังพบลูกห่านตัวน้อยที่ปล่อยไข่ทองคำออกมาจากก้น พร้อมกับเสียงแม่ห่านที่คำรามมาจากไหนไม่รู้ ทั้งสามจึงตัดสินใจกันว่าเอาตัวลูกห่านไปดีกว่า เบากว่ากันเยอะ เมื่อคิดได้ดังนั้นก็รีบลงไปยังพื้นดิน และรีบโค่นต้นถั่วให้ล้มลงเพื่อตัดทางติดต่อกันซะ

หลังจากภารกิจเสร็จสิ้นลง ทั้งสามก็ล้มตัวนอนกลางทะเลทรายนั้น แต่คืนนั้นเอง แจ๊คและจิลล์ก็เดินทางมาถึงที่พักของทั้งสาม และภาพก็ตัดฉับไป

ในตอนเช้าของอีกวันหนึ่ง พุซตื่นขึ้นมากลางทะเลทราย ท่ามกลางเหล่านกแร้งที่จ้องจะกิน พุซแปลกใจมากที่ไม่พบอะไรเลย ไม่พบลูกห่าน ไม่พบคิตตี้ และไม่พบฮัมพ์ตี้ เพื่อนที่เคยกรีดเลือดร่วมสาบานกัน…

พุซจึงบึ่งม้าตามหา บึ่งมาจนถึงเมืองซานริคาร์โด เมืองที่พุซเคยรักและยังรักเสมอ เมื่อพุซเข้ามาในเมืองก็ได้เห็นแจ๊คและจิลล์พร้อมกับเสียงฮัมพ์ตี้ ซึ่งพุซก็คิดว่า เพื่อนของเขาคงถูกจับตัวมา แต่เมื่อเดินมาถึงต้นตอของเสียงนั้น พุซกลับพบว่าัมันไม่ได้เป็นอย่างที่ใจคิด ภาพเบื้องหน้าที่ปรากฎแก่สายตายของแมวหนุ่มในรองเท้าบู๊ท ก็คือภาพการฉลองภารกิจของแจ๊คและจิลล์ รวมทั้งอีกหลายคน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือเพื่อนรักฮัมพ์ตี้ในอิริยาบถที่สนุกสนาน ด้วยรอยยิ้มที่แฝงอยู่บนใบหน้า ช่างเป็นภาพที่สะเทือนใจแมวหนุ่มผู้นี้เหลือเกิน

Humpty Dumpty

ความแค้นที่ฝังใจมานานแสนนาน วันนี้ได้ถูกชำระลงแล้ว!

หลังจากที่ฮัมพ์ตี้เห็นพุซ เขาก็เปิดเผยความลับของแผนการในครั้งนี้ ความแค้นของการถูกทอดทิ้งตั้งแต่ยังเป็นเด็กได้สะสมอยู่ภายในใจของฮัมพ์ตี้เพื่อรอวันชำระแค้น และการหลอกให้พุซไว้ใจและร่วมภารกิจในครั้งนี้ ก็เป็นความสำเร็จที่ฮัมพ์ตี้รอมานานแสนนาน ฮัมพ์ตี้เรียกให้ทหารเข้ามาจับตัวพุซไปขัง ตามความผิดที่เคยปล้นธนาคารของเมืองซานริคาร์โดในครั้งอดีตที่ฮัมพ์ตี้ได้รับการลงโทษไปแล้วเรียบร้อย ในครั้งนี้ฮัมพ์กลับมาในฐานะของวีรบุรุษ ที่แจกไข่ทองคำให้แก่ชาวเมือง โดยทิ้งให้พุซโดดเดี่ยวเดียวดายเพียงลำพังในคุกอันมืดมิด ซึ่งเป็นความเสียใจของแมวสาวคิตตี้เช่นเดียวกัน ที่ไม่นึกว่าเรื่องจะมาลงเอยแบบนี้

ในเมืองซานริคาร์โด ชาวเมืองต่างปิติยินดีที่ได้รับของขวัญอันล้ำค่าจากฮัมพ์ตี้ ซึ่งมาจากลูกห่านตัวน้อยที่ไข่ออกมาเป็นทอง ในเวลาเดียวกับที่แมวน้อยอย่างพุซนั่งกอดเข่าอย่างระทมทุกข์ในคุก กับชายแก่สติไม่ดีที่อยู่ในคุกเดียวกัน แต่หลังจากที่ความลับเล็กๆน้อยๆได้เปิดเผยออกมาจากปากของชายแก่ ที่บอกว่าเขาเองนั้นคือ แจ๊ค ที่เคยปีนต้นถั่วไปเอาไข่ทองคำมาก่อน โดยชายแก่ได้บอกแก่พุซว่า ให้ระวังแม่ห่านที่จะบุกลงมาเอาตัวลูกกลับไป และอาจทำให้เมืองซานริคาร์โดพินาศ!

Puss in Boots

นัยน์ตาอันหยาดเยิ้มของพุซ

เมื่อพุซได้ยินดังนั้น จึงวางแผนหนีออกจากคุกเพื่อไปเตือนสติฮัมพ์ตี้ โดยแผนแรกที่พุซทำก็คือตะโกนร้อง เมี๊ยววววววววววว….!!! เพื่อให้ผู้คุมเดินมาหา และเมื่อแผนล่อผู้คุมสำเร็จ พุซก็ใช้แผนสองก็คือใช้นัยน์ตาอันหยาดเยิ้มมองไปยังผู้คุมให้ทำตามที่พุซขอ ซึ่งก็คือ  “เปิดประตูให้หน่อย เอาหมวกกับบู๊ทมาด้วย… แต๊งกิ้ว”  และตอนนั้นเองแมวสาวคิตตี้ก็มาช่วยการแหกคุกของพุซ ช่วยต่อสู้กับเหล่าทหารมากมายที่ดูแลคุก และเป็นตัวล่อเพื่อให้พุซหนีออกจากคุกได้สำเร็จ

Puss in Boots

ชู่ว์…. เบาๆหน่อยคิตตี้ เดี๋ยวใครมาได้ยินเข้า..

พุซรีบไปเตือนฮัมพ์ตี้ ซึ่งฮัมพ์ตี้ก็รู้อยู่แล้ว และกำลังหาทางหนีออกจากเมือง แต่ก็โดนพุซขัดขวางไว้ และพุซก็พยายามกล่อมให้ฮัมพ์ตี้เลิกหลงผิด และหาทางช่วยเหลือชาวเมือง ช่วยเหลือบ้านของตัวเอง พุซยังคิดอยู่เสมอว่าฮัมพ์ตี้คนเดิมที่เป็นคนดี ฮัมพ์ตี้ผู้ร่าเริง ฮัมพ์ตี้เพื่อนรักที่เคยกรีดเลือดร่วมสาบานกันคนนั้นยังคงอยู่ และเขาก็ยังรักในตัวเพื่อนคนนี้เสมอ เมื่อฮัมพ์ตี้ได้ยินสิ่งที่พุซกล่าวเขาก็ฉุกคิดได้และยอมทำตามคำขอของพุซ

ในระหว่างเดียวกับที่แม่ห่านเริ่มออกอาละวาดในเมืองซานริคาร์โดเพื่อหาลูกห่านตัวน้อย พุซกับฮัมพ์ตี้ก็ผนึกกำัลังกันอีกครั้ง โดยฮัมพ์ตี้อาสาขับรถม้าที่มีลูกห่านน้อยมัดไว้ท้ายรถ ส่วนพุซก็นำทางให้แม่ห่านตามรถม้าของฮัมพ์ตี้ไป โดยมีคิตตี้ตามช่วยอยู่อีกแรง เมื่อฮัมพ์ตี้พารถม้าไปจนถึงสะพาน พุซก็พาแม่ห่านมาถึงไม่นานจากนั้น แต่ด้วยความตัวใหญ่ของแม่ห่าน ก็ทำให้สะพานเริ่มทรุด และทั้งหมดก็ตกลงไปสู่พื้นเบื้องล่าง แต่พุซก็คว้าไว้เชือกไว้ทัน โดยเชือกด้านหนึ่งเป็นลูกห่านตัวน้อย และอีกด้านหนึ่งเป็นเพื่อนรักร่วมสาบานอย่างฮัมพ์ตี้ พุซเสียข้างใดข้างหนึ่งไปไม่ได้ จะเสียลูกห่านไป แม่ห่านก็จะอาละวาดจนเืมืองพินาศ หรือจะเสียเพื่อนรักไปก็เป็นสิ่งที่พุซไม่มีวันทำ

ท้ายที่สุดแล้ว ในเมื่อพุซ “อยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคน” ตามแบบฉบับทาทา ยัง และเบลล่า สวอนอย่างนี้ ฮัมพ์ตี้จึงตัดตัวเลือกให้พุซ โดยเลือกที่จะสละชีวิตของตัวเอง ชีวิตที่เคยผิดพลาดมาหลายครั้ง ชีวิตที่เคยย่ำยีหัวใจของเพื่อนรักอย่างพุซ แต่หลังจากที่ได้เห็นเบื้องลึกในจิตใจของพุซ ที่ไม่มีวันที่ฮัมพ์ตี้จะไปเปรียบเทียบได้ เขาจึงขอเก็บความทรงจำดีๆไว้ในใจ และทิ้งกายลงสู่เบื้องล่าง เพื่อช่วยชีวิตชาวเมือง และเพื่อนรักที่จะไม่ลืมตลอดไปอย่างพุซ

Puss in Boots

พุซซะอย่าง ใครจะมาสู้ได้!พุซซะอย่าง ใครจะมาสู้ได้!

เรื่องราวจบลงตรงที่พุซ แมวน้อยในรองเท้าบู๊ท กลับมาเป็นวีรบุรษอีกครั้ง วีรบุรุษที่ช่วยชาวเมืองซานริคาร์โดให้รอดพ้นอันตรายจากแม่ห่านวิเศษ ด้วยเสียงชื่นชมของชาวเมือง ความดีใจของแมวสาวคิตตี้ รอยยิ้มอันประทับใจของหญิงท้วมที่พุซนับถือเป็นแม่ และใบหน้าอันร่าเริงในความทรงจำของเพื่อนที่รักที่สุดอย่างฮัมพ์ตี้ ที่แม้กาลเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด ก็มิอาจพรากมิตรภาพของเพื่อนรักคู่นี้ไปได้

เอาล่ะจบแล้วครับ สำหรับเรื่องราวการผจญภัยของแมวน้อยในรองเท้าบู๊ท ซึ่งในหนังเองก็ไม่ได้ลงลึกเรื่องอารมณ์เท่าไร อารมณ์ในหนังเลยดูตื้นๆเกินไป แต่ผมขอเล่าในแบบอารมณ์แรงๆหน่อยละกัน เพราะดูแล้วอินเกินที่หนังจะเล่า 555+

สำหรับการดูในครั้งนี้ผมดูในระบบ Technicolor 3D โดยหลังจากที่ดูหนังจบก็บอกได้เลยว่าแตกต่างจากระบบ 3 มิติทั่วไป ที่จะมีทั้ง 3D และ Digital 3D ตอนเข้ามาในโรงครั้งแรก ภาพของจอจะเป็นแบบธรรมดา พอผมเห็นก็คิดว่านี่มันจอ 3 มิติหรือเปล่า ดูเหมือนมันจะฉาย 3 มิติไม่ได้เลย แต่พอเข้าเนื้อเรื่องแล้ว ภาพก็มีความเป็น 3 มิติทันที แต่ก็ดูออกว่าไม่ใช่ภาพแบบดิจิตอล เำพราะภาพแบบดิจิตอลจะมีความคมชัดมากกว่า โดยรวมแล้วภาำพในหนังเรื่องนี้ดูสวยงามดี แม้จะมีฉาก 3 มิติไม่ได้อลังการเท่าไร แต่ก็เหมาะสมกับเรื่องราวน่ารักๆของตัวหนังเอง ผมคิดเอาเองว่าถ้าดูแบบดิจิตอล 3 มิติภาพคงดูสวยกว่านี้ แต่ก็คงไม่แตกต่างจากนี้มากนัก เพราะหนังไม่ได้เน้นภาพ 3 มิติแบบทะลุจอ

ในส่วนของเนื้อเรื่อง ออกจะไม่แข็งแรงเท่าไรด้วยซ้ำ เพราะไม่ได้ส่งอารมณ์ใดๆเป็นพิเศษ เช่น ฉากซึ้งๆ ก็ไม่ได้ซึ้งอะไรมากมาย ผมตีความหมายของหนังเอาเองยังจะซึ้งซะกว่า ส่วนฉากตลก ผมคิดว่าถ้าผมได้ดูซาวด์แทร็คน่าจะตลกและสนุกกว่านี้ เช่น ในฉากที่จิลล์จับพุซห้อยหัวจะโยนลงไปในเหวลึกและถามประมาณว่า  “แมวตกจากที่สูงแล้วไม่เป็นอะไรใช่ใหม?”  แล้วพุซตอบประมาณว่า  “ไม่ใช่นะ..นั่นมันเป็นข่าวลือที่หมาเอามาเล่า”  ฉากนี้เมื่อพากย์เสียงทับลงไปแล้ว ผมไม่ขำเอาซะเลย กลายเป็นฉากธรรมดาๆไป แต่เมื่อกลับไปดูในเทรเลอร์ ผมดูฉากนี้แล้วขำ นี่เป็นข้อด้อยจุดหนึ่งสำหรับการพากย์เสียงไทย เพราะพากย์เสียงไปแล้วอารมณ์ไม่ได้ตามต้นฉบับ สำหรับต้นฉบับจะพูดประโยคตามนี้

Jill:  Is it true a cat always lands on its feet?
Puss in Boots:  No! That is just a rumour, spread by dogs!

สิ่งที่ชอบที่สุดของหนังเรื่องนี้ นอกจากความน่ารักของแมวแล้ว  (โดยเฉพาะฉากตาเยิ้มของพุซ)  ผมชอบข้อคิดที่กล่าวถึงมิตรภาพระหว่างเพื่อน แม้ว่าหนังจะไม่ได้ส่งอารมณ์ในจุดนี้ให้น้ำตาร่วง  (ซึ่งส่วนหนึ่งอาจจะมาจากผมดูพากย์ไทย)  แต่สิ่งที่หนังกล่าวถึง และกิริยาที่ตัวละครพุซและฮัมพ์ตี้แสดง ก็เอ่ยความหมายถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้น ซึ่งในความคิดของผมแล้ว คนที่ผิดจริงๆก็ต้องเป็นฮัมพ์ตี้เองนั่นแหละ ด้วยนิสัยที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็ก ด้วยความอิจฉาพุซ และโดยทั้งหมดทั้งมวลนั้น พุซไม่ได้ทำความผิดใดๆเลย แต่ก็ต้องประวัติด่างพร้อยเพราะเพื่อนร่วมสาบาน แต่ท้ายที่สุดแล้วมิตรภาพก็ตัดกันไม่ขาด ตามคำพูดของพุซที่กล่าวกับฮัมพ์ตี้ในหนังไว้ว่า  I always knew you were a good egg.

แม้โดยรวมหนังจะออกมาดูดี แต่หนังก็กลับพลาดในหลายสิ่ง สิ่งแรกก็กล่าวไปแล้วนั่นคือเนื้อเรื่องส่งอารมณ์ไม่ดีเท่าไร ต่อมาก็เป็นส่วนประกอบในหนังที่สังเกตเห็นนั่นคือ ฉากที่ทั้งสามไปเจอไข่ทองคำในปราสาทบทยอดเมฆ ทั้งสามไม่สามารถยกไข่ทองคำออกมาได้ จึงนำตัวลูกห่านมาแทน แต่เมื่อทั้งสามลงมาจนถึงพื้นดิน นอกพักกลางทะเลทราย ทั้งสามฉลองชัยชนะด้วยการถือไข่ทองคำที่ลูกห่านเพิ่งไข่ออกมา ด้วยมือข้างเดียว แล้วตกลงไข่มันหนักหรือไม่หนักกันแน่?

ส่วนอีกฉากที่หนังพลาดก็คือ ฉากที่พุซแหกคุกและคิตตี้มาช่วยจัดการกับทหารหน้ากรงขัง คิตตี้โยนบู๊ท หมวก และดาบให้พุซ แต่ไม่มีเข็มขัด พุซจึงเดินไปแล้วสวมบู๊ท สวมหมวก และนำดาบเสียบที่รอบเอวที่ไม่มีเข็มขัดอยู่ แต่เมื่อภาพตัดไปในมุมกว้างเห็นพุซแบบเต็มตัว กลับมีเข็มขัดรัดรอบเอวแล้ว แล้วพุซมันใส่เข็มขัดตอนไหนกันนะ?

สำหรับในส่วนของรายได้ ก็นับว่าไม่เลวทีเดียวสำหรับการ์ตูนภาคแยกของดรีมเวิร์คส์ มาเปรียบเทียบรายได้เปิดตัวในอเมริกาของ Puss in Boots กับต้นตำรับอย่าง Shrek แต่ละภาคกัน

  1. Shrek the Third  เปิดตัวในปี 2007  ด้วยรายได้มโหฬาร 121.6 ล้านดอลลาร์
  2. Shrek 2  เปิดตัวในปี 2004  ด้วยรายได้มโหฬารเช่นกัน 108 ล้านดอลลาร์
  3. Shrek Forever After  เปิดตัวในปี 2010  ด้วยรายได้ 70.8 ล้านดอลลาร์
  4. Shrek  เปิดตัวในปี 2001  ด้วยรายได้ 42.3 ล้านดอลลาร์
  5. Puss in Boots  เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา  ด้วยรายได้ 34.1 ล้านดอลลาร์

และมาดูรายได้รวมในอเมริกา ก็จะเรียงอันดับรายได้รวมดังนี้

  1. Shrek 2  ทำรายได้รวมไปทั้งสิ้น 441.2 ล้านดอลลาร์ และเป็นการ์ตูนอนิเมชั่นที่ทำรายได้รวมสูงสุดในอเมริกา
  2. Shrek the Third  ทำรายได้รวมไปทั้งสิ้น 322.7 ล้านดอลลาร์
  3. Shrek  ทำรายได้รวมไปทั้งสิ้น 267.7 ล้านดอลลาร์
  4. Shrek Forever After  ทำรายได้รวมไปทั้งสิ้น 238.7 ล้านดอลลาร์
  5. Puss in Boots  ทำรายได้รวมไปทั้งสิ้น 140.2 ล้านดอลลาร์   (นับถึง 9 ธันวาคม 2011)

สำหรับรายได้นอกอเมริกา ภาคล่าสุดของเชร็คจะทำรายได้รวมมากที่สุด ซึ่งตรงข้ามกับรายได้รวมในอเมริกา

  1. Shrek Forever After  ทำรายได้รวมไปทั้งสิ้น 513.9 ล้านดอลลาร์
  2. Shrek 2  ทำรายได้รวมไปทั้งสิ้น 478.6 ล้านดอลลาร์
  3. Shrek the Third  ทำรายได้รวมไปทั้งสิ้น 476.2 ล้านดอลลาร์
  4. Shrek  ทำรายได้รวมไปทั้งสิ้น 216.7 ล้านดอลลาร์
  5. Puss in Boots  ทำรายได้รวมไปทั้งสิ้น 89.2 ล้านดอลลาร์   (นับถึง 9 ธันวาคม 2011)

แต่ถ้าเป็นรายได้รวมทั่วโลกด้วยแล้ว อันดับก็จะมีการเปลี่ยนแปลงอีกเล็กน้อยดังนี้

  1. Shrek 2  ทำรายได้รวมทั่วโลกไปทั้งสิ้น 919.8 ล้านดอลลาร์
  2. Shrek the Third  ทำรายได้รวมทั่วโลกไปทั้งสิ้น 799 ล้านดอลลาร์
  3. Shrek Forever After  ทำรายได้รวมทั่วโลกไปทั้งสิ้น 752.6 ล้านดอลลาร์
  4. Shrek  ทำรายได้รวมทั่วโลกไปทั้งสิ้น 484.4 ล้านดอลลาร์
  5. Puss in Boots  ทำรายได้รวมทั่วโลกไปทั้งสิ้น 229.4 ล้านดอลลาร์   (นับถึง 9 ธันวาคม 2011)

ถึงตอนนี้รายได้รวมในอเมริกาของ Puss in Boots ก็ได้กำไรแน่นอนแล้ว เพราะเรื่องนี้ลงทุนไปประมาณ 130 ล้านดอลลาร์ แต่ได้กลับมาเกิน 200 ล้านดอลลาร์ทั่วโลกแล้ว

สรุปแล้วการ์ตูนอนิเมชั่นภาคแยกเรื่องนี้ มีจุดเด่นในตัวเอง ไม่ต้องพึ่งพาความฮิตของยักษ์เชร็คแม้แต่น้อย และสามารถเล่าเรื่องราวของตัวเองได้ดี แม้ว่าจะสร้างอารมณ์ได้ไม่ดีพอ แต่ด้วยความน่ารักของตัวละคร เนื้อหาที่มีคุณค่าของเรื่อง ก็พอจะเป็นสิ่งที่จะเก็บมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ และไม่ทำให้การเสียเวลาไปดูในโรงของผมในครั้งนี้ผิดหวังซะทีเดียว…

เรื่องนี้ผมให้เกรด C+
★★★1/4
คะแนน 6.9 เต็ม 10

.

ตัวอย่างภาพยนตร์ Puss in Boots

.

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลดังต่อไปนี้

  1. Childrenstory.info
  2. Surlalunefairytales.com
  3. Wikipedia.com
ความเห็น
  1. Pimmy'xo WeLove K-on พูดว่า:

    55 จริงด้วยค่ะ เพิ่ีงมาสังเกตเรื่องน้ำหนักของไข่ทองคำ แต่จริงๆแล้วฉากที่คิตตี้โยนหมวก กับ รองเท้าให้พุซ พอพุซใส่แล้วเดินผ่านคิตตี้ คิตตี้ก็ยื่นดาบและเข็มขัดให้นะคะ ลองสังเกตดีๆ คิตตี้ที่ไว้กับดาบอ่ะค่ะ แล้วพอพุซรับมาก็ใส่เข็มขัดก่อนที่คิตตี้จะเดินมาบอกว่า “เดี๋ยวสิ .. พุซ” น่ะค่ะ ^_____^

    ปล. ชอบฉากที่พุซทำตาแบ๊วมากกก น่ารักจริง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s