เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ…

Top Secret วัยรุ่นพันล้าน

Top Secret วัยรุ่นพันล้าน

กลับมาหาคนอ่านกันอีกครั้ง หลังจากที่ผมห่างหน้าหายตาไปนานมาก — นานมากจริงๆ เนื่องจากงานที่เยอะเหลือเกิน รวมทั้งช่วงนี้ก็ยังมีเรื่องปัญหาน้ำท่วมมากวนใจอีกอย่าง ทำให้อะไรๆก็ดูวุ่นวายไปหมด รวมทั้งการเปิดคอม.. เนื่องจากกลัวว่าเปิดคอมแล้วน้ำจะมาพอดี แล้วปิดคอมไม่ทัน หรือไม่ก็ กำลังเสียบปลั๊ก น้ำพุ่งมาทันที ไฟช๊อตตายคาปลั๊ก อะไรยังงี้ — เลยคิดอยู่นานว่าจะเปิดดีมั้ย ตกลงก็เปิดโน๊ตบุ๊คเอาแทน เพราะถ้าน้ำมาพอดี ก็คว้าโน๊ตบุ๊ควิ่งหนีได้ทัน…

สำหรับรีวิวในครั้งนี้ขอกลับมาพบคนอ่านอีกครั้งกับหนังไทยตำนานสาหร่ายทอดเรื่อง Top Secret วัยรุ่นพันล้าน ซึ่งการกลับมาในครั้งนี้ของค่าย GTH เล่นซะดราม่าท่วมจอ น้ำตาท่วมบ้านกันเลยทีเดียว และเป็นเพียงเรื่องเดียวในช่วงวิกฤตน้ำท่วม ที่ผมอุตส่าห์ลงทุนไปดู เพราะการเดินทางลำบากมาก ตอนเดินทางไปดูไม่เท่าไร แต่ตอนกลับนี่สิ ต้องแหวกว่ายฝ่าการจราจร ฝ่าน้ำท่วม ฝ่าดงแมวทะเลาะกัน กว่าจะผ่านแต่ละด่านมาได้ เล่นเอาหัวฟู แต่ถึงแม้จะเหนื่อยซักเพียงใด แต่เมื่อย้อนไปนึกถึงความลำบากในการทอดสาหร่ายของ “ต๊อบ” ตัวละครในเรื่องแล้ว นับว่าเรื่องของผม.. จิ๊บๆ

เรื่องนี้ได้ดาราวัยรุ่นทายาทเจ้าของห้างเซ็นทรัล พีช – พชร จิราธิวัฒน์ ที่เพิ่งแจ้งเกิดจากภาพยนตร์วัยรุ่นเรื่อง SuckSeed ห่วยขั้นเทพ ไปเมื่อต้นปี มารับบทเป็นตัวละครหลักอย่าง “ต๊อบ” หรือชื่อเต็ม “อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์” เจ้าของกิจการสาหร่ายทอด “เถ้าแก่น้อย” ที่โด่งดัง — ผมยอมรับว่าพีชเล่นได้ดีจริงๆ แม้จะเป็นแค่ผลงานเรื่องที่ 2 เท่านั้น แต่ก็แสดงอารมณ์ความมุ่งมั่นออกมาให้เห็นได้เยี่ยม

ส่วนตัวละครหลักอีกตัวที่ดูอบอุ่นมากๆ เป็นบทของผู้กำกับชื่อดังอย่าง เปี๊ยก โปสเตอร์ หรือชื่อจริง สมบูรณ์สุข นิยมศิริ ที่พลิกบทบาทมาแสดงหนังเป็นครั้งแรก โดยเรื่องนี้อาเปี๊ยกรับบทเป็นลุงของต๊อบ ที่ไม่ว่าต๊อบจะมุ่งมั่นทำอะไรก็ตาม จะสำเร็จหรือผิดหวัง ลุงก็จะยืนอยู่เคียงข้างเสมอ — อาเปี๊ยกเล่นเป็นลุงได้อบอุ่นมากๆ แม้จะไม่ได้บอกตรงๆว่ารักต๊อบ แต่แค่การกระทำและการแสดงออก ก็สามารถสื่อความหมายได้มากมายล้านแปด

ในส่วนของเรื่องราว ผมก็ไม่รู้ว่าหนังเรื่องนี้นำเสนอเรื่องจริงๆซักกี่เปอร์เซนต์ เพราะอาจจะมีเรื่องที่ใส่เข้ามาเพิ่มเติมบ้าง เพื่อให้เนื้อเรื่องไหลลื่นและดูสนุกสนาน แต่เนื้อหาของหนังดูดีมาก เพราะได้สร้างแรงบันดาลใจให้วัยรุ่นอีกหลายล้านคน ในการที่จะเริ่มต้นทำอะไรซักอย่าง ที่ไม่ใช่แค่เรียนๆเล่นๆไปวันๆ — โดยเนื้อเรื่องของหนังเรื่องนี้มีส่วนผสมของความอึดอัดในหลายฉาก เพราะต้องลุ้นว่าต๊อบจะทำสำเร็จมั้ย? จะผ่านอุปสรรคต่างๆที่เกิดขึ้นได้มั้ย? จะทอดสาหร่ายแล้วอร่อยมั้ย?.. อีกทั้งยังมีฉากดราม่าเรียกน้ำตา ฉากความสัมพันธ์ในครอบครัวต๊อบ ฉากโมโหที่โดนหลอก แต่ไม่ว่าอึดอัดหรือดราม่าหรืออะไรก็ตาม หนังก็นำเรื่องราวมารวมกันได้อย่างลงตัวทีเดียว

เริ่มเรื่องมา หนังได้นำเสนอเรื่องราวในมุมมองของการเล่าเรื่องย้อนกลับ โดยต๊อบ (พชร จิราธิวัฒน์) เดินดุ่มๆ มาหาเจ้าหน้าที่ธนาคาร (ไชยวัฒน์ อนุตระกูลชัย) เพื่อขอเงินกู้ 10 ล้านบาท เอาไปสร้างโรงงานทอดสาหร่าย และเจ้าหน้าที่ของธนาคารคนนั้นก็ถามเหตุผลของต๊อบ ทำให้ต๊อบเล่าเรื่องราวของตัวเองตั้งแต่ต้น

ต๊อบเล่าเรื่องของตัวเองตั้งแต่สมัยยังเรียนมัธยม ว่าเขาเป็นเด็กมัธยมคนหนึ่ง ที่วันๆก็ไม่ทำห่าไร เอาแต่เล่นเกมออนไลน์ แต่ถึงยังไงก็ตาม การเล่นเกมออนไลน์ของต๊อบ ก็สร้างรายได้ให้เขาได้มากมาย จากการ “ค้าอาวุธ” ในเกม ทำให้ต๊อบเริ่มติดใจและ “ค้าอาวุธ” ต่อมาเรื่อยๆ จนสามารถเก็บเงินไปซื้อรถเก๋งมาขับตั้งแต่ยังเรียนมัธยม

และด้วยความที่ต๊อบมัวแต่ “ค้าอาวุธ” ต๊อบจึงไม่ค่อยสนใจเรียน และทำให้พ่อและแม่เป็นห่วง — จนเมื่อต๊อบเรียนถึงชั้นม.6 ก็ถึงเวลาที่ต้องเอนท์เข้ามหาวิทยาลัย ต๊อบก็เอนท์ไม่ติด ทำให้พ่อและแม่ทะเลาะกัน โดยพ่ออยากให้ต๊อบเรียนรามฯ ส่วนแม่อยากให้ต๊อบเรียนเอกชน ซึ่งในท้ายที่สุด ต๊อบก็ได้ไปสมัครเรียนม.หอการค้าไทย

ชีวิตของต๊อบก็ใช้เงินที่ตัวเองหามาได้ไปเรื่อยๆ จนมาวันหนึ่งที่ต๊อบไม่สามารถ “ค้าอาวุธ” ในเกมได้อีก ต๊อบจึงหาโอกาสอื่นในการสร้างรายได้ โดยการนำพระของครอบครัวไปตีราคา ซึ่งต๊อบก็ได้เงินมา 1 แสนบาท และนำไปซื้อดีวีดีจีนแดงในร้านแห่งหนึ่ง เพื่อจะนำไปขายต่อ แต่ต๊อบก็ผิดเองในครั้งนี้ เพราะดีวีดีจีนแดงที่ไปซื้อมา ก็พังง่ายซะเหลือเกิน จนต๊อบต้องไปอาละวาดขอเงินคืน เถียงกับเจ้าของร้านอยู่นาน เรื่องก็ลงท้ายด้วยการที่ต๊อบวิ่งหนีป่าราบ

หลังจากที่ต๊อบโดนหลอก ต๊อบก็หาวิธีอื่นต่อ โดยต๊อบได้ไปที่เมืองทองธานี เพื่อไปดูงานนิทรรศการ ซึ่งการไปดูงานในครั้งนี้ ลงท้ายด้วยการซื้อ “เครื่องคั่วเกาลัด” กลับบ้าน และหมายมั่นจะเปิดร้านขายเกาลัดให้ได้

ต๊อบไปหาสถานที่ขายเกาลัด ซึ่งก็ได้ไปขายในห้างบิ๊กซีแห่งหนึ่ง (ใครรู้บอกด้วย..) โดยใช้ชื่อร้าน “เถ้าแก่น้อย” และให้ลุง (สมบูรณ์สุข นิยมศิริ) มาขายหน้าร้าน เพราะต๊อบต้องไปเรียนหนังสือ แต่การขายช่วงแรกๆ ก็ขายไม่ค่อยออก ทำให้ต๊อบต้องคิดหาทางแก้ โดยวันหนึ่งที่ต๊อบไปเดินซื้อของกับหลินแฟนสาว (วลันลักษณ์ คุ้มสุวรรณ) ต๊อบก็ได้เก็บข้อมูลจากการพบปะคนขายในตลาด ว่าร้านที่จะประสบความสำเร็จต้องมีอะไรบ้าง เช่น เชียร์ขาย ตัดราคา หรือทำเล…

เมื่อต๊อบได้ข้อมูลมา เขาก็ได้เปลี่ยนทำเลร้านเกาลัด จากเดิมที่อยู่ทางเข้าตรงลานจอดรถ ก็เปลี่ยนมาเป็นทางเข้าด้านหน้าห้างแทน ซึ่งวันแรกหลังจากที่เปลี่ยนทำเลก็ขายไม่ดีเช่นเคย แต่หลังจากนั้นร้านเกาลัดของต๊อบก็ขายดีเรื่อยมา จนต๊อบต้องเพิ่มสาขาร้านเกาลัด

แต่หลังจากร้านกำลังไปได้สวย ต๊อบก็ต้องเจอปัญหาอีกครั้ง เนื่องจากเครื่องคั่วเกาลัดของต๊อบปล่อยควันขึ้นเพดาน และทำให้เพดานกลายเป็นสีเหลือง จนทำให้ทางห้างมาบอกต๊อบให้หาทางแก้ไข ซึ่งต๊อบก็หาทางแก้ไขโดยการทาสีทับ

ปัญหาในครั้งนี้ของต๊อบไม่ได้เกิดขึ้นแค่เรื่องเพดานเปลี่ยนสีเรื่องเดียว แต่พ่อ-แม่ของต๊อบต้องย้ายไปอยู่เมืองจีนเพื่อหนีหนี้ที่รุมเร้าครอบครัว ทำให้ต๊อบต้องเลือกว่าจะไปกับพ่อ-แม่ หรือจะอยู่คนเดียวที่นี่ ซึ่งคำตอบของต๊อบก็เลือกอย่างหลัง โดยให้สัญญากับครอบครัวและแฟนสาวว่าจะเรียนให้จบ

แต่ต๊อบก็ไม่ได้มุ่งมั่นในเรื่องการเรียนเลยซักนิด เพราะเมื่อเขาทราบเรื่องการล้มละลายของครอบครัว เขาก็หาทางหาเงินให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะต้องเสียอะไรไปเท่าไรก็ตาม

เมื่อร้านขายเกาลัดของต๊อบต้องปิดกิจการลง เนื่องด้วยร้านของต๊อบไปทำให้เพดานกลายเป็นสีเหลืองจนโดนทางห้างล้มเลิกสัญญา ต๊อบก็กลับไปสมัครเอนท์อีกครั้งตามคำของของหลิน และสัญญาจะไปเรียนให้จบ แต่หลังจากที่ต๊อบได้ชิมสาหร่ายทอดของหลินตอนขับรถไปเที่ยวกัน ต๊อบก็ได้ไอเดียใหม่ และคิดจะเปิดร้านขายสาหร่ายทอด

ต๊อบไปซื้อแผ่นสาหร่ายมามากมาย และวานให้ลุงช่วยทอด แต่ไม่ว่าจะทอดอย่างไร จุ่มน้ำมันทีเดียว จุ่มแป๊บเดียว จุ่มสองแป๊บ หรือจุ่มนานๆ — สาหร่ายที่ทอดก็รสชาติไม่อร่อยซักที แต่ต๊อบก็ไม่ย่อท้อ และบอกลุงว่าไม่ต้องเป็นห่วง ทอดไปเรื่อยๆ จนต๊อบต้องเสียสาหร่ายไปหลายลัง เพราะทอดแล้วทิ้ง ไม่ได้เรื่องซักที จนท้ายที่สุดต๊อบต้องขายคอมพิวเตอร์ทิ้ง เพื่อนำเงินไปซื้อแผ่นสาหร่ายเพิ่ม

วันหนึ่งต๊อบซื้อสาหร่ายกลับมาบ้าน ต๊อบก็พบว่าลุงนอนล้มพับอยู่ในครัว หัวกระแทกพื้นเลือดไหล ต๊อบจึงต้องพาลุงไปโรงพยาบาล หลังจากนั้นเป็นต้นมา ต๊อบก็มุ่งมั่นทอดสาหร่ายต่อไป ทอดไป ชิมไป แหวะไป จนสาหร่ายหมดลัง ต๊อบจะไปหยิบถุงใหม่มา แต่ก็พบว่าสาหร่ายหมดแล้ว ซึ่งต๊อบก็ทุ่มทุกอย่างไปซื้อสาหร่ายหมดแล้ว แต่สาหร่ายก็ไม่อร่อยซักที

แต่ในวินาทีนั้น ต๊อบก็พบกับถุงสาหร่ายที่ตกอยู่ที่พื้น โดนฝนสาด ทำให้ถุงสาหร่ายเปียก ต๊อบจึงเอาสาหร่ายถุงนั้นมาทอด และก็พบว่า สาหร่ายอร่อยมาก!! มั๊ว!!  (สรุปว่าสาหร่ายจะอร่อยได้ ต้องโดนฝนสาดรึป่าว?) และต๊อบก็นำสาหร่ายไปให้ลุงชิมที่โรงพยาบาล ซึ่งลุงก็เล่นกินซะเกลี้ยง มั๊ว!!

แต่แม้สาหร่ายของต๊อบจะอร่อยเพียงใด ต๊อบก็ต้องเจอกับปัญหาสาหร่ายขึ้นหืน ต๊อบจึงเดินทางไปม.เกษตรศาสตร์ (ม.ผมเอง.. อิอิ) เพื่อไปขอคำแนะนำจากอาจารย์ ในการทำให้สาหร่ายไม่ขึ้นหืน โดยใช้กลยุทธ์ในการพูดหว่านล้อมตามแบบของต๊อบ (ที่หนังนำเสนอตั้งแต่ต้นเรื่อง ตอนที่ต๊อบไปขอเงินกู้จากธนาคาร)

หลังจากเหตุการณ์การทอดสาหร่ายถุงสุดท้ายในครั้งนั้น ต๊อบก็กลับไปเช่าร้านในบิ๊กซีอีกครั้ง เพื่อขายสาหร่ายทอดในนาม “เถ้าแก่น้อย” โดยผลตอบรับในครั้งนี้ก็ดีซะเหลือเกิน และทำให้ต๊อบคิดเล่นๆเอาว่า ยอดขายของร้านใน 1 ปีจะต้องทำได้แน่ๆที่ 1 ล้านบาท

เมื่อคิดได้ดังนั้น ต๊อบจึงโทรไปหาพ่อ-แม่ที่เมืองจีน เพื่อถามความเป็นไป และปิดท้ายด้วยการถามยอดหนี้ที่ครอบครัวมี ซึ่งคำตอบที่ต๊อบได้รับก็คือ ครอบครัวมีหนี้บานตะไทถึง 40 ล้านบาท เมื่อเทียบกับยอดขายที่ต๊อบประมาณเอาไว้ ก็หมายความว่าต๊อบต้องทอดสาหร่ายขายไปอีก 40 ปี กว่าหนี้ก้อนนี้จะหมด!!!

ต๊อบตกใจในคำตอบที่ได้รับ แต่ก็ไม่ทำให้ต๊อบหมดหวังซะทีเดียว โดยในวันหนึ่งต๊อบนำเทปการสอนที่เคยฝากเพื่อนอัดมาฟังอีกครั้ง แต่ถ่านดันหมด ต๊อบจึงเดินไปเซเว่น ไปซื้อถ่านและชีสไบท์ แต่สาขานี้ชีสไบท์หมด ต๊อบหิว จึงเดินไปอีกร้านที่อยู่ตรงข้าม เพื่อสั่งชีสไบท์กิน ต๊อบนำถ่านใส่เครื่องเล่นเทป และเปิดฟัง ซึ่งในเทปกำลังกล่าวถึงทฤษฎี “ป่าล้อมเมือง” พอดี — ต๊อบฟังไปมองทางไป และพบว่าที่แยกแห่งนั้น มีร้านเซเว่นตั้ง 3 ร้านอยู่ใกล้กัน ทำให้ต๊อบคิดได้ว่า ต้องนำสาหร่ายไปขายในเซเว่น เพราะต๊อบเห็น  “เซเว่นล้อมแยก”  ตรงกับทฤษฎี  “ป่าล้อมเมือง”

ต๊อบเดินทางไปตึกซีพี สำนักงานของเซเว่น นัดกับคุณปูไว้ แต่ก็ไม่ได้แจ้งไว้ว่ามาแล้ว ทำให้นั่งรอจนเหงือกบาน ท้ายที่สุดหลังจากที่ต๊อบได้แจ้งว่ามาแล้ว ต๊อบก็ได้พบคุณปู แต่ต๊อบก็มีเวลาเพียงนิดเดียวในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ และลงท้ายด้วยการปฏิเสธ เพราะสินค้าของต๊อบมีแพคเกจที่ไม่น่าสนใจ และราคา 80 บาทที่ต๊อบเสนอขายต่อถุงก็แพงมาก ตามที่คุณปูกล่าวไว้ว่า “เซเว่นเป็นร้านสะดวกซื้อ ถ้าคุณขาย 80 บาท ดิฉันคิดว่าจะซื้อไม่สะดวก” รวมทั้งทฤษฎีที่ต๊อบบอกให้กับคุณปูก็โดนตำหนิว่าเข้าใจผิด เพราะทฤษฎี “ป่าล้อมเมือง” ที่แท้จริง จะต้องเริ่มจากการตีตลาดจากต่างจังหวัด แล้วค่อยรุกคืบเข้าตัวเมือง

เมื่อได้ยินดังนั้น ต๊อบก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ต๊อบได้ไปจ้างทำแพคเกจสินค้าใหม่ โดยยังใช้ชื่อสินค้าว่า “เถ้าแก่น้อย” ตามเดิม และนำไปเสนอคุณปูอีกครั้ง แม้จะรู้ว่าคุณปูติดประชุม แต่ต๊อบก็อดทนรอจนถึงเย็น จนท้ายที่สุดต๊อบก็ทนไม่ไหวและขอกลับ โดยในขณะลงลิฟต์จะำกลับบ้าน ต๊อบก็ได้วางกล่องสาหร่ายทอดให้กับยามในลิฟต์เพื่อเอาไปกิน

ต๊อบออกมาเดินเล่นไปเรื่อย และโทรไปหาแม่ ถามความเป็นไป ในขณะเดียวกันที่พนักงานกำลังขึ้นลิฟต์ และพบกับกล่องสาหร่ายทอดหลายถุง จึงถามยาม ยามก็บอกว่า เอาไปได้เลย มีเด็กมาวางไว้ — ซึ่งพนักงานคนนั้นก็หยิบไปหลายถุง เอาไปกิน กินไปกินมา อร่อยติดใจ แบ่งเพื่อนกินด้วย

คุณปูที่เลิกจากประชุมก็เดินมา แต่เห็นว่าต๊อบที่ขอเข้าพบกลับไปแล้ว เธอจึงกลับบ้าน เดินลงลิฟต์ และพบกับ… ถุงสาหร่าย 1 ถุงที่เหลืออยู่ในกล่อง จึงหยิบเอาไปกิน และคงเห็นแพคเกจที่สวยงาม รวมทั้งรสชาติที่อร่อยติดใจ จึงแจ้งกลับไปหาต๊อบให้มาประชุม

ต๊อบผู้ที่เป็นเจ้าของกิจการที่อายุน้อยที่สุดที่ติดต่อกับเซเว่น เดินทางไปประชุม คุณปูแจ้งผู้เข้าร่วมประชุมฟังว่า ทุกโรงงานของทุกท่านจะต้องได้รับการตรวจสอบมาตรฐาน โดยหลังจากที่ตรวจสอบผ่านแล้ว จะต้องส่งสินค้าให้กับเซเว่นล๊อตแรก 3,000 สาขา รวม 72,000 ซอง

เมื่อต๊อบได้ยินดังนั้นก็กลับบ้านมาดูโรงงานของตัวเองที่บ้าน และคิดว่าต้องไปธนาคารเพื่อกู้เงินมาสร้างโรงงาน ในส่วนนี้หนังก็กลับไปหาการสนทนาของเจ้าหน้าที่ธนาคารและต๊อบอีกครั้ง ซึ่งหลังจากที่ต๊อบเล่าเรื่องราวของตัวเองมานาน คำตอบที่ได้จากเจ้าหน้าที่ธนาคารก็คือ ต๊อบไม่สามารถกู้ได้ เพราะอายุไม่ถึงเกณฑ์ ทำให้ต๊อบต้องหาทางอื่นเพื่อสร้างโรงงาน

ในเมื่อไม่เหลือทางหาเงินได้อีกแล้ว ต๊อบจึงขายรถตัวเองทิ้ง และนำเงินที่ได้ไปสร้างโรงงาน โดยลุงของต๊อบก็พาต๊อบไปอาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งที่เป็นทรัพย์สินของครอบครัว ต๊อบได้จ้างให้คนมาปรับปรุงอาคารพาณิชย์เพื่อสร้างโรงงานทอดสาหร่าย โดยต๊อบจ่ายเงินไปก่อนครึ่งหนึ่งและที่เหลือจะจ่ายตามมาทีหลัง ซึ่งต๊อบก็เสี่ยงมาก เพราะถ้าต๊อบหาเงินมาจ่ายอีกครึ่งที่เหลือไม่ได้ ต๊อบต้องติดคุก

หลังจากที่โรงงานของต๊อบสร้างเสร็จเรียบร้อย คุณปูและเซเว่นก็มาตรวจสอบโรงงานของต๊อบ โดยในระหว่างการตรวจสอบนั้น คุณปูก็มีทีท่าว่าจะไม่ให้ต๊อบผ่านเกณฑ์ เพราะโรงงานของต๊อบมีข้อเสียหลายอย่าง เช่น ไฟไม่มีที่ครอบ อ่างน้ำทิ้งไม่มีที่ครอบ อ่างล้างมือต้องเป็นแบบเท้าเหยียบ แต่เมื่อต๊อบได้ยินดังนั้น ก็สัญญาว่าจะแก้ไขให้ และหลังจากตรวจสอบเสร็จ คุณปูก็บอกว่าขอไปคิดก่อน และจะแจ้งให้ทราบทีหลังทางแฟ็กซ์

แม้ว่าต๊อบจะยังไม่รู้ว่าโรงงานจะผ่านการตรวจสอบหรือไม่ แต่ต๊อบก็ไม่รอเวลา โดยได้สั่งให้พนักงานเตรียมสินค้าให้ครบตามกำหนด 72,000 ซอง เพราะเมื่อโรงงานผ่านเมื่อไร จะได้ส่งสินค้าได้ทันเวลา

หลังจากที่เวลาผ่านไป ก็มีแฟ็กซ์มาจากเซเว่น เพื่อแจ้งผลการตรวจสอบ ต๊อบรีบวิ่งมาที่เครื่องแฟ็กซ์ทันที แต่ก็ต้องพบว่าเครื่องพิมพ์หมึกจะหมดพอดี ทำให้ตัวอักษรที่จะบอกว่าผ่านหรือไม่ผ่านอ่านไม่ออก ต๊อบจึงต้องเอากระดาษไปส่องกับแสงแดด และพบกับคำว่า “ผ่าน” ซึ่งก็หมายความว่าสินค้าสาหร่ายทอดของต๊อบได้โอกาสวางขายในเซเว่นแล้ว

่ในวันที่ต๊อบต้องส่งสินค้าไปตามกำหนด ต๊อบขอบคุณลุงที่ช่วยเหลือในทุกๆสิ่งที่ผ่านมาและยืนเคียงข้างเสมอ เมื่อต๊อบไปสิ่งสินค้าที่โรงงาน ก็พบว่าตัวเองมาสายและถูกตัดสิทธิ์ แต่ด้วยความที่ต๊อบลงจากรถเพื่อไปขอร้อง สินค้าของต๊อบได้อนุญาติให้นำเข้าคลังจนได้

เรื่องราวจบลงด้วยการกล่าวแบบตัวหนังสือ เพื่อแสดงความเป็นไปหลังจากที่สินค้า “เถ้าแก่น้อย” ไปวางขายในเซเว่น ต๊อบสามารถใช้หนี้ 40 ล้านบาทให้ครอบครัวได้สำเร็จ และกลายเป็นเศรษฐีพันล้านในอายุเพียง 26 ปี

ในส่วนเนื้อเรื่องที่ผมเล่าให้ฟังนั้น อาจจะเล่าข้ามหรือเล่าสับกันได้ เพราะผมก็ดูหนังตั้งแต่วันแรกที่เข้าฉายแล้ว แต่เพิ่งได้มาเขียน สำหรับหนังเรื่องนี้ ที่แม้จะมีเนื้อเรื่องที่นานมาก นานจริงๆสำหรับหนัง GTH ซักเรื่อง แต่เนื้อเรื่องก็สร้างแรงบันดาลใจให้คนดูได้มากมาย ตามคำส่งท้ายที่พอจะสรุปได้ว่า

“ทุกครั้งที่เจอปัญหา อย่ายอมแพ้ คุณอาจหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างได้ แต่ห้ามหมดกำลังใจเป็นอันขาด เพราะถ้าเรายอมแพ้ เกมจะจบลงทันที แต่หากเราไม่ยอมแพ้ เกมยังดำเนินต่อไป”
อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์ – “ต็อบ” เถ้าแก่น้อย

ซึ่งแม้ว่าต๊อบจะโดนหลอกถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกตอนซื้อดีวีดีจีน และอีกครั้งที่มาบอกตอนจบว่า พระที่ต๊อบไปตีราคาได้มา 1 แสนบาทนั้น แท้จริงแล้วต้องขายได้ประมาณ 3-4 ล้านบาท แต่ต๊อบก็ไม่เคยยอมแพ้ซักครั้ง ถึงขนาดที่ขายทุกสิ่งในชีวิต แม้แต่เครื่องคอมพิวเตอร์ หรือรถเก๋งก็ยอมเสียได้ เพื่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า เพื่อความสำเร็จข้างหน้าที่รออยู่…

สรุปแล้วหนังเรื่องนี้ดำเนินเรื่องได้สนุก เพราะสร้างความอึดอัด สร้างแรงกระตุ้น และสร้างแรงบันดาลใจได้มากมาย ใครจะไปคิดว่าแค่เด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง จะมีความพิเศษในตัวเอง และสามารถประสบความสำเร็จได้มากมายถึงเพียงนี้ เป็นไปตามชื่อสินค้าที่ต๊อบเองได้ตั้งไว้จริงๆ… “เถ้าแก่น้อย

เรื่องนี้ผมให้เกรด B
★★★★
คะแนน 7.7 เต็ม 10

.

ตัวอย่างภาพยนตร์ Top Secret วัยรุ่นพันล้าน

.

มิวสิควีดิโอ พรุ่งนี้รวย เพลงประกอบภาพยนตร์ Top Secret วัยรุ่นพันล้าน

Advertisements
ความเห็น
  1. Thanan พูดว่า:

    ครับ ไปดูมาแล้ว เป็นหนังที่ให้แรงบันดาลใจกับผู้ที่อยากรวยได้เป็นอย่างดีเลยครับ

    อยากรู้ว่าเจ้าของเถ้าแก่น้อย รวยมาได้ยังไง ต้องไปดูกันครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s