ความเห็นหลังชม –[ CONTAGION ]– ความกลัวที่ไม่มีวันสิ้นสุด

Posted: ตุลาคม 7, 2011 in ความเห็นหลังชม @ Cinema, หนังทริลเลอร์
ป้ายกำกับ:, , , , , , , , ,

เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ…

Contagion

Contagion

ทีแรกว่าจะไม่เขียนวิจารณ์หนังเรื่องนี้ซะแล้วเชียว เพราะว่าไม่ค่อยมีเวลาว่าง ประกอบกับตอนแรกผมดูเรื่องนี้ไม่จบ เนื่องจากหลับในโรงเพราะตอนนั้นง่วงนอนมาก เลยไปดูอีกรอบ แถมข่าวการเสียชีวิตของสตีฟ จ๊อบส์ ซึ่งเป็นทั้งอดีต CEO ของแอปเปิ้ล และซีอีโอของพิกซาร์สตูดิโอ ก็ทำให้ผมทำอะไรไม่ถูก ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะอะไร เพราะเขาก็ไม่ได้รู้จักกับผมเป็นการส่วนตัวซะหน่อย แต่เล่นเอาไม่อยากทำอะไรต่อเลยทีเดียว เอาล่ะผมไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้มาก เพราะถึงจะทำอะไรไป ก็ไม่สามารถนำเขากลับคืนมาได้อีก

มาพูดกันถึงเรื่อง Contagion ดีกว่า เรื่องนี้มีนักแสดงดังๆมาเล่นกันเยอะมาก แต่ส่วนใหญ่ก็ออกกันแค่ไม่กี่ฉาก แต่ก็มีหลายคนที่ออกหลายฉาก เช่น ลอว์เรนซ์ ฟิชเบิร์น กับบท ดร.เอลลิส ชีเวอร์ และจู๊ด ลอว์ กับบทอลัน ครัมวีดี นักข่าวในซานฟรานซิสโก ส่วนตัวละครหลักคนอื่นๆที่เหลือก็จะมี เคต วินสเลท, แมตต์ เดมอน, กวินเน็ธ พัลโทรว, มาริยง โกติลยาร์ด และดาราตัวประกอบอีกหลายคน ซึ่งหนังที่มีดารามาเล่นกันมากมายอย่างนี้ก็คงพอจะเดาออกได้ว่าใครเป็นผู้กำกับ เนื่องจากผลงานก่อนหน้าของเขาในเรื่อง Ocean’s ElevenOcean’s Twelve และ Ocean’s Thirteen ก็เป็นหนังรวมดาราเหมือนกัน ผู้กำกับคนที่กล่าวถึงนี้คือ สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก นั่นเอง

การที่สามารถนำดารามาเล่นได้มากมาย นอกจากจะต้องเสียค่าตัวนักแสดงเพิ่มขึ้นแล้ว ยังต้องควบคุมความปลอดภัยของนักแสดงทุกคน รวมทั้งจะต้องทำงานให้จบภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากเอาการอยู่เหมือนกัน แต่สตีเว่น โซเดอร์เบิร์กก็ทำได้เป็นผลสำเร็จ และทำมาหลายครั้งแล้วด้วย

นอกจากผลงานรวมดาราที่โซเดอร์เบิร์กกำกับ เขายังกำกับผลงานเข้าชิงรางวัลอีกหลายเรื่อง เริ่มตั้งแต่ผลงานที่นำเขาเข้าชิงออสการ์ครั้งแรกในฐานะผู้เขียนบท ได้แก่หนัง Sex, Lies, and Videotape ในปี 1989 และหลังจากนั้น 10 ปี เขาก็กลับมาพร้อมหนังดราม่าบุคคลจริงขึ้นจอในปี 2000 เรื่อง Erin Brockovich ซึ่งเขาเข้าชิงในฐานะผู้กำกับ แต่ก็พลาดไป พลาดให้กับ…ตัวเอง เพราะในปี 2000 เขากำกับหนังรางวัลถึง 2 เรื่อง โดยแม้เขาจะพลาดรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจาก Erin Brockovich ที่ส่งให้ดาราสาวจูเลีย โรเบิร์ตคว้านำหญิง แต่เขาก็ยังได้รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจากหนัง Traffic ไปครอง และหนัง Traffic ยังส่งให้เบนิซิโอ เดล โตโร่ คว้าสมทบชายไปครองอีกด้วย ซึ่งทั้ง 2 เรื่องที่กล่าวมานี้ ก็ยังเข้าชิงในสาขาใหญ่สุดอย่างภาพยนตร์ยอดเยี่ยม แต่ท้ายที่สุดก็พลาดให้กับหนังเรื่องยิ่งใหญ่กว่าอย่าง Gladiator

การกลับมาในปีนี้ของโซเดอร์เบิร์ก เขาจับผลงานที่แยกคนดูออกเป็น 2 ฝ่าย เพราะเมื่อได้ดูหนังจบ ใครชอบก็จะชอบหนังเรื่องนี้เลย ส่วนใครที่ดูไม่รู้เรื่องก็จะบอกว่า “นี่มันหนังอะไรฟระ?” เนื่องจากเนื้อเรื่องใน Contagion กล่าวเนื้อหาไปเรื่อยๆ และไม่มีจุดจบที่แน่นอน ซึ่งต้องใช้จินตนาการของแต่ละบุคคล ในการบอกจุดจบของตัวหนัง ทำให้การจะบอกว่าหนังเรื่องนี้ดีหรือไม่ ก็แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละบุคคลด้วยเช่นกัน

เรื่องราวในหนังกล่าวถึงการแพร่กระจายเชื้อโรคชนิดหนึ่ง ซึ่งบอกไม่ได้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร เพราะเมื่อหนังเริ่มเรื่องมา ก็เข้าสู่วันที่ 2 ของเหตุการณ์เชื้อโรคแพร่กระจายแล้ว และเหตุการณ์ก็ดำเนินไปเรื่อยๆตั้งแต่วันที่ 2 เป็นต้นไป โดยอาศัยการเล่าเนื้อเรื่องจากหลายมุมมอง ในหลายๆประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ในฮ่องกง ญี่ปุ่น สวิตเซอร์แลนด์ อเมริกา และเมืองอื่นๆอีกหลายเมือง แต่เหตุการณ์ในแต่ละเมืองก็จะสอดคล้องกันทั้งหมด ซึ่งนำเสนอเรื่องผ่านตัวละครหลักๆ 6 ตัว โดยตัวละครหลักที่ตายไปก่อนใครเพื่อนก็คือตัวละคร เบ็ธ เอ็มฮอฟฟ์ (กวินเน็ธ พัลโทรว) ที่เริ่มเรื่องมาไม่ทันไรก็ตายทันที และการตายก็ต่อเนื่องด้วยตัวละครรองๆอีกหลายตัวที่เกี่ยวข้อง ทั้งในฮ่องกง ญี่ปุ่น และเมืองอื่นๆอีกหลายเมือง

เมื่อมีการตายเกิดขึ้นหลายที่ในโลก ทำให้ิองค์การอนามัยโลกต้องส่งคนมาศึกษาถึงสาเหตุในการตายของบุคคลเหล่านี้ รวมทั้งกลุ่มแพทย์ในอเมริกาก็ร่วมหาสาเหตุอีกทาง ว่าแท้ที่จริงแล้ว เชื้อโรคแพร่กระจายมาจากใคร? โดยตัวละครทั้งหลายก็ดำเนินการหาสาเหตุของการแพร่เชื้อ ทั้ง ดร.เอลลิส ชีเวอร์ (ลอว์เรนซ์ ฟิชเบิร์น) ที่ร่วมงานกับ ดร.อีริน เมียรส์ (เคต วินสเลท) เพื่อหาสาเหตุในอเมริกา ซึ่งเมื่อพบข้อเท็จจริงที่ว่าเบ็ธ เอ็มฮอฟฟ์ น่าจะเป็นคนที่แพร่กระจายเชื้อ เรื่องจึงส่งไปหาองค์การอนามัยโลก ซึ่งได้ส่ง ดร.ลีโอนอร่า โอรานเตส (มาริยง โกติลยาร์ด) ไปหาสาเหตุที่ฮ่องกง ในส่วนของเหตุการณ์ในอเมริกา ก็มีการสอบสวนของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเบ็ธ ซึ่งก็ได้แก่ มิทช์ เอ็มฮอฟฟ์ (แมตต์ เดมอน) สามีของเบ็ธ แต่หลังจากที่ตรวจเลือดดูแล้ว มิทช์ก็ไม่ได้ติดเชื้อโรค เพราะในร่างกายเขามีภูมิคุ้มกัน จึงยังหาสาเหตุไม่ได้ว่าเบ็ธไปได้เชื้อมาจากใคร?

การดำเนินเรื่องของหนังออกจะเป็นทางการไปหน่อย กับบทสนทนาเกี่ยวกับการแพทย์เยอะมาก แถมพูดกันโคตรเร็ว อ่านไม่ทัน และเหตุการณ์ก็เข้าสู่วันที่ 3, วันที่ 4, วันที่ 5 ไปเรื่อยๆ แบบไร้จุดจบ โดยในแต่ละวันก็จะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นแตกต่างกันไป จนท้ายที่สุดพอใกล้จะจบ ก็ปาเข้าไปวันที่ร้อยกว่าๆแล้ว หนังก็ไม่คลี่คลายปมให้เราทราบว่าเหตุการณ์มันจะเป็นอย่างไรต่อไป เพียงแต่ตัดเข้าสู่วันที่ 1 ที่หนังไม่ได้เกริ่นนำมาตั้งแต่แรก และหนังก็จบทันที

แต่การทำแบบนี้ก็สร้างความเซอร์ไพรซ์เล็กๆให้เกิดขึ้น โดยการนำสาเหตุการติดเชื้อที่แท้จริงมากล่าว ซึ่งจากที่ดูในหนังเชื้อโรคมาจาก “กล้วย” ที่ค้างคาวตัวหนึ่งไปกินกล้วย แล้วทำเศษกล้วยตกลงไปที่โรงเลี้ยงหมู แล้วหมูก็โดนเชือดและส่งไปทำอาหารในภัตตาคารที่ฮ่องกง โดยพ่อครัวคนหนึ่งที่กำลังชำแหละหมูได้ถูกเรียกตัวเพื่อไปถ่ายรูปโดยที่ไม่ได้ล้างมือ และเขาก็ไปจับมือกับเบ็ธ เอ็มฮอฟฟ์ในขณะกำลังถ่ายรูป ซึ่งนี่ก็เป็นสาเหตุของการแพร่กระจายโรคในหนังนั่นเอง แต่เชื้อโรคก็ไม่น่าจะมาจากกล้วยทั้งหมด เพราะในหนังเองก็มีการกล่าวถึง “ค้่างคาวบ้า” และ “หมูบ้า” ทำให้สาเหตุของโรคที่แท้จริงน่าจะเป็นส่วนผสมมาจาก “ค้างคาวบ้า” — “หมูบ้า” และก็ “กล้วยบ้า”…

หนังเรื่องนี้ทำให้เห็นว่าเหตุการณ์ประเภทนี้สามารถเกิดขึ้นจริงได้ เพราะหนังตีแผ่ความจริงบางข้อที่มีอยู่ในโลก ซึ่งก็คือ “ความกลัว” เพราะความกลัวแพร่กระจายได้เร็วกว่าเชื้อโรค โดยนำเสนอผ่านฉากโกลาหลทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นฉากเข้าคิวเพื่อรอรับยารักษา พอทราบว่ายาหมดก็อาละวาดทันที ซึ่งแสดงถึงความกลัวของมนุษย์ และแสดงถึงความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ที่ซ่อนอยู่เพื่อรอวันแสดงออก โดยตัวละครที่หนังใส่มาเพื่อให้เห็นเรื่องราวของความเห็นแก่ตัวได้อย่างชัดเจนก็คือตัวละคร อลัน ครัมวีดี (จู๊ด ลอว์) ที่แม้จะรู้ว่าบ้านเมืองกำลังอยู่ในภาวะวิกฤต แต่ก็ยังหลอกลวงคนอื่นเพื่อหาผลประโยชน์เข้าตัว

สรุปแล้วหนังเรื่องนี้ออกจะเป็นแนวสารคดี ที่พูดกันยืดยาว และดำเนินเรื่องผ่านเหตุการณ์ในแต่ละวันไปเรื่อยๆ ใครที่ไม่ชอบการดำเนินเรื่องแบบนี้ ก็จะพิจารณาว่าหนังดูไม่รู้เรื่องและไม่สนุก เพียงแต่ว่าสาระที่แท้จริงของหนังเรื่องนี้ไม่ได้ดูเพื่อความสนุก แต่ดูเพื่อซึมซับเหตุการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นจริงได้ในโลก และสามารถเตรียมพร้อมได้ทันท่วงที เพราะมันอาจจะเกิดขึ้นได้วันนี้ พรุ่งนี้ ใครจะไปรู้?

เรื่องนี้ผมให้เกรด C+
★★★1/4
คะแนน 6.8 เต็ม 10

.

ตัวอย่างภาพยนตร์ Contagion

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s