ความเห็นหลังชม –[ The Three Musketeers ]– ฉบับ 4DX สมบูรณ์ทุกท่วงท่า

Posted: ตุลาคม 3, 2011 in ความเห็นหลังชม @ Cinema, หนังผจญภัย, หนังแอ๊กชั่น
ป้ายกำกับ:, , , , , , , , , , , , , ,

เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ…

The Three Musketeers 3D

The Three Musketeers 3D – สามทหารเสือ ดาบทะลุจอ

หลังจากที่ผมเคยไปสัมผัสประสบการณ์การชมภาพยนตร์แบบเต็มอรรถรสกับระบบ 4DX มาก่อนหน้านี้ในเรื่อง Transformers: Dark of the Moon ซึ่งเป็นเรื่องแรกที่เปิดตัวฉายด้วยระบบนี้ ก่อนที่ผมจะพลาดไปดูหนังในระบบ 4DX เรื่องต่อๆมาอย่าง Captain America: The First Avenger และ Fright Night แต่โปรแกรมฉายระบบ 4DX ครั้งใหม่นี้อย่าง The Three Musketeers ก็ช่างเย้ายวนใจ และทำให้ผมต้องควักตังไปดูจนได้ ซึ่งหลังจากที่ดูจบ ก็เห็นถึงความแตกต่างจากครั้งก่อนอย่างชัดเจน เพราะระบบ 4DX ได้มีการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นมาก ในครั้งที่ผมไปดูหนังหุ่นยนต์นั้น ระบบต่างๆยังไม่ลงตัวเท่าไร น้ำก็มีเล็กน้อย แสงไฟก็มีเล็กน้อย แต่ที่เด่นสุดในรอบนั้นก็คือระบบเก้าอี้สั่นที่เกิดขึ้นตลอดทั้งเรื่อง แต่สำหรับการดูสามทหารเสือในครั้งนี้ แม้หนังจะมีฉากต่อสู้อยู่เป็นกระจุก โดยมีฉากพูดเชือดเฉือนกันมากกว่า แต่เมื่อมีฉากต่อสู้เกิดขึ้นเมื่อไร ระบบ 4DX ก็จัดมาเต็มเหนี่ยวเลยทันที และทำให้การดูหนังรอบนี้ไม่เสียดายตัง (ที่จ่ายไปเยอะมาก)

ก่อนที่เราจะลงไปถึงเนื้อเรื่องที่หนังนำเสนอ มาก๊อซซิปกระซิบเรื่องดารากันก่อนดีกว่า สำหรับดาราที่นำแสดงในเรื่องนี้ก็มากันหลายคนมาก โดยนักแสดงที่ต้องกล่าวถึงก่อนใคร เพราะค่าตัวคงต้องแพงกว่าใคร (เดาเอา) ก็จะต้องเป็นสาวมิลล่า โจโววิช ที่เธอไปสลิมอัพเซ็นเตอร์, มารีฟรานซ์บอดี้ไลน์ หรือไปเนเจอร์กิ๊ฟ, ฟิตเน่ มาตั้งแต่เมื่อไร เพราะหุ่นเช้งกระเด๊ะมาก! — และคงไปวุฒิศักดิ์คลินิก, นิติพลคลินิก หรือไม่ก็ไปนีเวีย ซิตร้า ผงหอมศรีจันทร์ ด้วยแน่ๆ เพราะผิวเนียนดุจหยวกกล้วย สิวไม่มีมากล้ำกราย หุ่นเพอร์เฟ็กต์กว่าตอนเล่นหนังหนีผีดิบซะอีก!

มิลล่า โจโววิช

ไมเลดี้

ส่วนนักแสดงที่ต้องค่าตัวแพงตามมาอีกคน (หรือเปล่าก็ไม่รู้) ก็น่าจะเป็นหนุ่มออร์แลนโด บลูม ที่หลังจากแฟนสาวคลอดลูกมาให้เชยชม ก็ไม่ยักกะเห็นจะมารับงานแสดงเรื่องไหนอีก แต่ก็อุตส่าห์เจียดเวลามาเล่นหนังเรื่องนี้ได้ เรื่องนี้หนุ่มบลูมหล่อเฟี้ยวในมาดกวดส้นตีน ทำผมเท่สะบัด ใส่ชุดราชสำนักอังกฤษแมนสุดๆ แถมด้วยหนวดเคราปลาดุกเพื่อเพิ่มความขรึมอีกนิดหน่อย กับการพูดจาที่วางมาดได้มีระดับ ดีกว่าทุกเรื่องที่เคยเล่นมา เพราะเรื่องก่อนๆดูหน่อมแน้มไป

ออร์แลนโด บลูม

ดยุคแห่งบัคกิ้งแฮม

ส่วนน้องใหม่ที่เพิ่งจะดังมาได้แป็บๆ จากการเล่นหนังเขวี้ยงสายฟ้าเรื่องดัง อย่างหนุ่มน้อยหน้าหยก โลแกน เลอร์แมน พ่อหนุ่มก็มาในชุดที่ประหยัดงบประมาณกองถ่ายสุดๆ เพราะทั้งเรื่องก็คงมีแค่ชุดเดียว! แต่ก็เหมาะสมกับสถานะตัวละครในเรื่องดี สำหรับการเล่นในหนังใหญ่เรื่องนี้ หนุ่มโลแกนประกบบทกับดาราตัวใหญ่กันตั้งหลายคน ทำให้โลแกนกลายเป็นเขียดตะปาดในบัดดล เพราะตัวเล็กกว่าใครเพื่อน! แต่ก็ยังดีที่ท่วงท่าการฟันดาบพอจะไปวัดไปวาได้ แต่ก็คงซ้อมกันจนมือหงิกล่ะ กว่าจะได้ภาพสวยงามตามที่เห็นในหนัง!

โลแกน เลอร์แมน

ดาตาญัง

เห็นกล่าวถึงนักแสดงมาตั้ง 3 คนแล้ว นึกว่าที่กล่าวมาแล้วนั้นเป็นทหารเสือทั้ง 3 คน แต่ที่ไหนได้ ไม่ได้เป็นซักคน เพราะสามทหารเสือที่หนังกล่าวในหนังกลับเป็นบท อาโธส์, ปอร์โธส์ และอารามีส์ ซะนี่ ซึ่งบท 2 โธส์และ 1 มีส์ ก็รับบทโดยนักแสดงอีก 3 คน ซึ่งได้แก่ดาราหนุ่ม แม็ทธิว แม็คฟาเดียน (อาโธส์), เรย์ สตีเว่นสัน (ปอร์โธส์) และ ลุค อีวานส์ (อารามีส์)

และดาราที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้เลยก็คงจะเป็น คริสตอฟท์ วอลซ์ ในบทคาร์ดินัลริเชลิเออ ที่บทค่อนข้างจะเด่น และพ่อคุณทูลหัวก็แต่งกายได้เหมาะกับบทมากนัก และดูเด่นทุกครั้งในทุกฉากที่ออกแสดง

คริสตอฟท์ วอลซ์

คาร์ดินัลริเชลิเออ

เรื่องราวในหนัง ต้นเรื่องมาแอ๊กชั่นกันเล็กน้อย กล่าวถึงทหารเสือทั้งสาม อาโธส์, ปอร์โธส์ และอารามีส์ ร่วมด้วยสาวงามหยดย้อยไมเลดี้ เดอ วินเทอร์ (มิลล่า โจโววิช) ที่บู๊กันพอหอมปากหอมคอ เพื่อไปเอาแม่แบบเรือเหาะ โดยหลังจากภารกิจสำเร็จเสร็จสิ้น ทั้ง 4 ก็ไปฉลองกัน แต่ทหารเสือทั้ง 3 ก็ถูกไมเลดี้หลอก เธอวางยาแก่อาโธส์ คนที่เธอเคยบอกรัก และแปรพักต์ไปอยู่ฝ่ายเดียวกับสุดหล่อมากวนส้นตีน ดยุคแห่งบัคกิ้งแฮม (ออร์แลนโด บลูม)

พอเปิดตัวทหารเสือแล้ว ก็มากล่าวถึงเด็กหนุ่มบ้านนอกคอกม้า ดาตาญัง (โลแกน เลอร์แมน) ที่ขี่ม้าเข้าเมืองเพื่อทำตามความฝันของตัวเอง ในการเป็นทหารเสือตามที่พ่อเคยเป็น แต่การเข้าเมืองในครั้งนี้ก็กร่างซะจนถูกโรเช่ฟอร์ท (แมดส์ มิคเคลเซ่น) จับตัวและยิงเข้าที่ไหล่ของเขา แต่ยังโชคดีที่ไมเลดี้ผ่านมาและเห็นความหล่อของเขา จึงเอ่ยปากให้ปล่อยเขาไป

แมดส์ มิคเคลเซ่น

โรเช่ฟอร์ท

เมื่อดาตาญังรอดมาได้ จึงขี่ม้าเข้าเมือง ซึ่งเขาก็เหลือบไปเห็นโรเช่ฟอร์ทที่เพิ่งจะมีเรื่องกัน ดาตาญังจึงวิ่งตามไป แต่ก็ไปชนกับอาโธส์ ทั้งสองคุยกัน และนัดดวลดาบกัน ดาตาญัง วิ่งตามโรเช่ฟอร์ทไปอีก และไปชนกับปอร์โธส์ จนเกือบจะมีเรื่อง เขาจึงนัดดวลดาบตามสถานที่ที่เพิ่งนัดกับอาโธส์ไปเมื่อครู่ เมื่อเห็นว่าตามโรเช่ฟอร์ทไปไม่ทัน ดาตาญังจึงเดินกลับไปหาม้าตัวเอง แต่ก็โดนใบสั่งจากอารามีส์ ทั้งสองจึงมีปากเสียงกัน ดาตาญังจึงนัดดวลดาบอีกครั้งในสถานที่เดิม

และการดวลดาบกับ 3 ทหารเสือของดาตาญังก็เกิดขึ้นตามนัด แต่ต่างเวลากัน ใครนัดก่อนก็ดวลก่อน ใครยังไม่ถึงก็นั่งรอซะ แต่ยังไม่ทันได้ดวลดาบ ก็เจอเหล่าทหารของคาร์ดินัลริเชลิเออมาเล่นงานซะก่อน ทหารเสือทั้ง 3 จึงต้องร่วมมือกับดาตาญังชั่วคราวเพื่อปราบเหล่าทหาร ซึ่งการกระทำอันกล้าหาญบ้าบิ่นในครั้งนี้ ก็เป็นที่พอพระทัยแก่คิงส์หลุยส์ (เฟร็ดดี้ ฟ็อกซ์) และควีนแอนน์ (จูโน่ เทมเพิ่ล) แต่กลับเป็นที่ไม่พอใจแก่คาร์ดินัลริเชลิเออ

แม็ทธิว แม็คแฟดเย่น

อาโธส์

คาร์ดินัลริเชลิเออ ร่วมมือกับไมเลดี้ เพื่อหาทางกำจัดคิงส์หลุยส์ และจะทำให้คาร์ดินัลขึ้นครองตำแหน่งกษัตริย์ ซึ่งเป็นการนำพายุโรปเข้าสู่สงคราม โดยทั้งสองหาทางวางแผนให้คิงส์หลุยส์เข้าใจผิดว่า ควีนแอนน์สาวคนรักไปมีสัมพันธ์สวาทบาดพระราชหฤทัยกับดยุคแห่งบัคกิ้งแฮม แผนการที่ว่าดำเนินการโดยนางนกแสนหัว ไมเลดี้ เธอย่องเงียบไปยัดจดหมายลงบนลิ้นชักโต๊ะของควีนแอนน์ และกระโดดแชว้บฝ่าด่านลวดสลิงเพื่อขโมยสร้อยเพชรหนีไป ปฎิบัติการในครั้งนี้ของไมเลดี้ กระทำขณะที่ดยุคแห่งบัคกิ้งแฮมลงจากเรือเหาะยักษ์เพื่อเยือนวังของคิงส์หลุย ซึ่งก็เข้าแผนพอดี เพราะเมื่อดภารกิจเสร็จ ไมเลดี้ก็ขอติดเรือไปด้วย

เมื่อไมเลดี้ทำตามแผนได้สำเร็จ คิงส์หลุยส์ก็ไปพบจดหมายตามแผน คาร์ดินัลริเชลิเออ จึงรีบตีไข่ใส่สี บอกให้คิงส์หลุยส์จัดงานในวัง เพื่อพิสูจน์ว่า สร้อยเพชรที่กล่่าวถึงในจดหมายว่าอยู่กับดยุคแห่งบัคกิ้งแฮมนั้นเป็นจริงหรือไม่ โดยถ้าควีนแอนน์มาร่วมงานเลี้ยงและใส่สร้อยเพชร แสดงว่าเธอไม่ได้นอกใจ แต่ถ้าไม่ได้ใส่ แสดงว่าพวกเขาตึ่งโป๊ะกันเรียบร้อยแล้ว

เรย์ สตีเว่นสัน

ปอร์โธส์

แต่แผนการอันแยบยลของคาร์ดินัลริเชลิเออ ก็ไม่สามารถหลอกสายตาอันเฉียบแหลมของควีนแอนน์ได้ เธอให้นางสนองพระโอษฐ์อย่างคอนสแตนซ์ (กาเบรียลล่า ไวลด์) ไปนำสร้อยเพชรมาให้ แต่เมื่อคอนสแตนซ์ทราบว่าสร้อยเพชรโดนจิ๊กไปแล้ว เธแจึงรีบบึ่งไปหาดาตาญังทันที เพราะมีเขาคนเดียวที่น่าจะช่วยได้

คอนสแตนซ์เล่าเรื่องราวให้ดาตาญังฟัง เขาจึงหาทางช่วยแก้ไขปัญหา โดยได้เหล่า 3 ทหารเสือช่วยอีกแรง และมีคอนสแตนซ์เป็นตัวเบี่ยงเบนความสนใจ ทั้ง 4 คนหนีขึ้นเรือเหาะยักษ์ เพื่อวางแผนไปถล่มรังของดยุคแห่งบัคกิ้งแฮม

แต่เมื่อรังถูกถล่มจนราบคาบแล้ว ก็ไม่พบกับสร้อยเพชรที่หายไป แต่ก็พบสร้อยเพชรในที่สุด จากแผนสำรองที่วางไว้ดักไมเลดี้ ขณะที่เธอกำลังนั่งสบายเฉิบหลังรถม้า

ลุค อีวานส์

อารามีส์

หลังจากที่อาร์โธส์พบกับไมเลดี้ เขาก็ช้ำใจและจะยิงเธอให้ตาย ไมเลดี้จึงดึงกระดาษออกจากร่องอกและมอบให้เขา และเธอก็เดินไปริมขอบเรือ และกระโดดร่วงลงไปสู่เมฆเบื้องล่าง หลังจากที่ไมเลดี้โดดออกจากเรือไปแล้ว ก็มีเหล่าทหารของคาร์ดินัลริเชลิเออ นำโดยนายทัพสุดโหด โรเช่ฟอร์ท มาขวางทางไว้ เพื่อจะแย่งชิงสร้อยเพชรกลับคืน จึงเกิดการสู้กันระหว่างเรือเหาะ 2 ลำ ยิงกันสนั่น เมฆกระจาย ระเบิดตู้มต้าม ชนกันไปมา จนสุดท้ายเรือตกไปเสียบหลังคาโบสถ์ แต่ก็ยังมาต่อสู้กันต่อบนหลังคา ก่อนที่จะตายห่ากันไป

หลังจากที่จัดการกับเหล่าทหารของคาร์ดินัลริเชลิเออได้แล้ว ทหารเสือทั้ง 3 และดาตาญังก็รีบบึ่งเรือเหาะไปที่วังของคิงส์หลุยส์ เพื่อมอบสร้อยเพชรให้กับควีนแอนน์ และหักหลังคาร์ดินัลริเชลิเออ ว่าควีนแอนน์ไม่ได้นอกใจ เพราะเธอมางานเลี้ยงโดยสวมสร้อยเพชร ตบท้ายความสำเร็จด้วยฉากจูจุ๊บของคิงส์หลุยส์และควีนแอนน์ รวมทั้งการจูจุ๊บระหว่างดาตาญังและคอนสแตนซ์ และปิดท้ายหนังด้วยการกล่าวว่าไมเลดี้ยังไม่ตาย เนื่องจากดยุคแห่งบัคกิ้งแฮมไปพบเธอที่ช่องแคบอังกฤษจึงพาตัวเธอขึ้นเรือเหาะ และทำการวางแผนอีกครั้งเพื่อหาทางเอาคืนสามทหารเสือ จบ!

สำหรับระบบ 4DX ในหนังเรื่องนี้ มีอยู่หลายแบบ และดูจะมากกว่าในหนังหุ่นยนต์ที่เคยดู โดยเอฟเฟ็กต์ที่พบ เช่น เมื่อมีฉากการดวลดาบกัน ก็จะมีเสียงฟู่ๆ ตรงเบาะหลังหู มีเก้าอี้สั่น มีการกระเทือนตรงหลังเบาะเพื่อให้รู้สึกเหมือนโดนถีบหรือกระแทกพื้น มีการเอียงไปมาตามทิศทางในหนัง ส่วนฉากในทุ่งนาก็จะมีเอฟเฟ็กต์กลิ่นเข้ามา เป็นกลิ่นหญ้าแบบสดชื่นๆ หรือฉากยิงปืนใหญ่ก็จะมีกลิ่นเหมือนดินปืนเข้ามาประกอบ ส่วนเอฟเฟ็กต์น้ำในครั้งนี้ก็พัฒนาขึ้นกว่าแต่ก่อน ตอนต้นเรื่องที่มีฉากน้ำ พอตกน้ำป๋อมแป๋มก็จะสั่นเก้าอี้ตามแรงกระเพื่อมของน้ำ พอน้ำสาดกระเซ็นก็จะมีละอองน้ำลอยมาโดนแว่น ส่วนฉากน้ำที่โดนเต็มๆก็คือ ฉากที่แพลนเช็ต (เจมส์ คอร์เด็น) คนใช้ของ 3 ทหารเสือ ราดน้ำออกนอกหน้าต่าง ฉากนี้เทน้ำกันลงมาโดนแว่น 3 มิติเต็มๆ แต่ก็ไม่ได้เช็ดแว่น เพราะกลัวพลาดฉากพูดอื่นๆที่ตามมา

เอฟเฟ็กต์อื่นๆ ที่เห็นก็คือ ในฉากต่อสู้กันบนเรือเหาะก็จะมีลมพัดโชยมา หรือฉากเรือเหาะแล่น ลมก็พัดโชยมา และในฉากระเบิด หรือจุดไฟ ก็จะมีแสงแลบมาจากด้านบนของโรง ทำให้รู้สึกเหมือนเกิดขึ้นอยู่ตรงหน้า และที่พิเศษที่สุดของหนังก็จะอยู่ที่ฉากเรือเหาะสู้กันบนอากาศ เพราะเอฟเฟ็กต์ต่างๆเกิดขึ้นพร้อมกันหลายอย่าง ทั้งลมที่พัดเพื่อสื่อให้เห็นถึงการต่อสู้กันท่ามกลางหมู่เมฆ แสงแลบแปล๊บๆตามการแลบของฟ้าในหนัง เก้าอี้สะเทือนตามการต่อสู้ เสียงฟู่ๆข้างหูเพิ่มความเร้าใจ เบาะหลังกระแทกหลังเหมือนล้มกระแทกพื้น ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นพร้อมไปกับฉาก 3 มิติที่ให้ความลึกและนูนของภาพ ดูฉากนี้แล้วตื่นเต้นดีจริงๆ

ฉากที่ประทับใจในหนัง ฉากแรกก็ที่กล่าวไปในย่อหน้าที่แล้ว ส่วนฉากอื่นๆก็จะมีเช่น ฉากการต่อสู้ของไมเลดี้ ที่รับบทโดยสาวมิลล่า เพราะเธอดูเซียนมาก เล่นแอ๊กชั่นมาซะหลายเรื่อง แค่นี้คงหมูๆ แต่ที่ทำให้ต้องอึ้งกว่าหนังหนีผีดิบที่เคยดู ก็คือฉากถอดชุดคลุมของเธอ ที่ทำให้เห็นว่าเธอหุ่นดีสุดๆ ขายาวเรียว แขนดูสมส่วน ผิวขาวเนียน ไม่เหมือนในหนัง Resident Evil: Apocalypse หรือ Ultraviolet ที่เธอดูผอมไป หรือใน Resident Evil: Extinction ที่เธอดูบวมไป แต่ดูดีเหมือนในหนัง Resident Evil ภาคแรกที่เธอใส่ชุดแดง เพียงแต่ว่าในเรื่องนี้เราจะเห็นผิวสวยๆของเธอในปริมาณที่มากกว่าเดิม!

จากทั้ง 3 ตัวละครเด่น มิลล่า, ออร์แลนโด และโลแกน หนุ่มออร์แลนโดดูจะกินแรงคนอื่นซะมาก เพราะฉากต่อสู้แทบจะไม่มี มีแค่การเปลี่ยนชุดไปมา ฟ้าบ้าง ม่วงบ้าง แค่นั้นเอง ส่วนโลแกนก็คงซ้อมคิวบู๊กันหนักหน่อย เพราะไม่ค่อยชิน ในขณะที่มิลล่าคงนั่งตบยุงรอ!

อีกสิ่งที่เด่นของหนัง ก็คือการพูดจาเชือดเฉือนกันไปมา บทพูดก็ไม่ได้มีอะไรหวือหวาเท่าไรหรอก เพียงแต่ว่าการใส่อารมณ์ของนักแสดงดูหวือหวา ทั้งออร์แลนโดที่พูดได้มีมาด มิลล่าที่เดินงอมือเหมือนเป็นง่อย และขาปัดไปปัดมา แต่ก็เป็นท่าทางที่แสดงออกถึงความเป็นผู้หญิงได้ดี ในแบบที่ไม่ค่อยจะเห็นในหนังหนีผีดิบทั้งหลาย ในส่วนของคริสตอฟท์ ก็เล่นได้มีคลาสจริงๆ ส่งอารมณ์ทางสายตาเหมือนกับสาวมิลล่า รวมทั้งการแสดงท่าทางที่เข้ากับบุคลิก ทางด้านของโลแกน รายนี้คงนึกว่ายังเล่นหนังเขวี้ยงสายฟ้าอยู่ เพราะดูเดิมๆ แต่บทก็ดูโตขึ้นจากเรื่องก่อน

ข้อคิดในหนังก็ไม่ได้กล่าวให้เห็นเด่นชัดเท่าไร ที่เห็นก็จะมี “อย่าไว้ใจผู้หญิง”  ซึ่งก็พาดพิงถึงบทนางนกแสนหัว ไมเลดี้ ของมิลล่า ที่ไม่ว่าใครก็ตามก็ไว้ใจเธอไม่ได้ หรือคติพจน์ “All for one, One for all”  ที่คงจะมีขึ้นเพื่อสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ นอกจาก 2 อย่างที่กล่าวมานี้ ก็นึกไม่ออกแล้ว

สรุปแล้วหนังเรื่องนี้ให้ความบันเทิงได้ดีเยี่ยม มีภาพที่สวยงาม การแสดงของนักแสดงที่มีเสน่ห์ มุขตลกที่แทรกมาประปราย แต่ก็อมยิ้มได้ตลอด ฉากแอ๊กชั่นที่ดูแล้วตื่นเต้น และยิ่งดีขึ้นไปอีกหลายเท่าเมื่อดูในระบบ 4DX เพราะระบบนี้ได้เสริมความมันส์เพิ่มเข้าไปอีกเยอะ แม้ว่าจะมีฉากต่อสู้ไม่มากเหมือนในหนังหุ่นยนต์ที่เก้าอี้สั่นแทบทุกตอน เนื่องจากมีฉากพูดมาแทรกค่อนข้างนาน แต่ในฉากต่อสู้หลักก็ใส่เอฟเฟ็กต์เข้ามาหลายอย่างพร้อมกัน ทำให้การดูหนังในครั้งนี้เรียกได้ว่าคุ้มค่าตั๋วจริงๆ

เรื่องนี้ผมให้เกรด C-
★★1/2
คะแนน 5.8 เต็ม 10

.

ตัวอย่างภาพยนตร์ The Three Musketeers

ความเห็น
  1. ลัดดาวัลย์ พูดว่า:

    จะขออนุญาติเอาบทความบางอัน ไปลงในนสพ ของหอการค้าเชียงใหม่ค่ะ เลยอยากได้ชื่อคนเขียนบทความจะได้ให้เครดิตด้วย รบกวนส่งเมล์มาได้มั๊ยคะ

  2. ชฎาพร พูดว่า:

    ดูเเล้วคะ นาตาญังโครตเทพเลย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s