ความเห็นหลังชม –[ Don’t Be Afraid of the Dark ]– บ้านข้าใครอย่าแตะ

Posted: กันยายน 12, 2011 in ความเห็นหลังชม @ Cinema, หนังสยอง
ป้ายกำกับ:, , , , , ,

เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ…

Don't Be Afraid of the Dark

Don’t Be Afraid of the Dark

เคยมั้ยเมื่อเวลาอยู่คนเดียวตามลำพัง แต่กลับรู้สึกว่ามีใครอยู่ด้วย? — เคยมั้ยที่อยู่ๆก็ได้ยินเสียงแปลกๆ พูดคุยด้วยกับเรา? — ถ้าใครยังไม่ “เคย” ก็ลอง “เคย” ดูซะ หรือถ้ายังไม่มีวันที่จะ “เคย” — ก็ไปดูหนังเรื่องนี้ เรื่องที่ผมจะเล่าให้ฟังกันเลยดีกว่า เอาล่ะใกล้จะมืดแล้ว เรามาร่วมสรวลเสเฮฮาไปกับความมืดที่ค่อยๆคลืบคลานเข้ามาดีกว่า แต่ขออย่างนึงนะ — “อย่ากลัวมืด! ถ้าไม่กลัวตาย!”

“บ้าน” เป็นอะไรที่พอคิดถึงทีไร ก็ทำให้มีความสุขทุกที เพราะไม่ว่าจะไปเจออะไรมาที่ไหน แต่พอกลับมาที่ “บ้าน” — ความเหนื่อยล้าทั้งหลาย ก็ดูจะค่อยๆจางหายไป เหมือน “บ้าน” มีมนต์พิเศษอะไรบางอย่าง ที่คอยขจัดความชั่วร้ายออกไปให้เรา

แต่ถ้ามองในทางกลับกันล่ะ ถ้า “บ้าน” ไม่ได้เป็น อย่างที่เราวาดฝันไว้ เมื่อกลับมาที่ “บ้าน” ทีไร ก็อยากจะออกไปจากมันบ่อยๆ เพราะอยู่ใน “บ้าน” แล้ว ไม่มีความสุข อยู่แล้วชักสงสัยกับตัวเองว่า “นี่กรูอยู่บ้านหรือเปล่า”

ก็เหมือนกับเด็กน้อยแซลลี่ (เบลี่ เมดิสัน) ที่แทบไม่มีชีวิตจิตใจ หลังจากที่พ่อ-แม่แยกทางกัน หน้าตาของเธอในแต่ละวันก็ออกจะ “บูด” ไร้อารมณ์ใดๆ และยิ่ง “บูด” มากกว่าเดิม เมื่อแม่แท้ๆของเธอ ผลักภาระการเลี้ยงดูไว้ให้กับอเล็กซ์ พ่อของเธอ (กาย เพียร์ซ) เพียงคนเดียว เลยทำให้ต้องระเห็ดชีวิตมาอยู่ใน “บ้าน” หลังใหม่ ที่ห่างไกลผู้คน พร้อมกับแฟนใหม่ของพ่ออย่าง คิม (เคที่ โฮล์มส์) ที่แซลลี่ไม่ค่อยอยากจะสนทนาด้วยซักเท่าไร และทำให้ชีวิตใน “บ้าน” หลังใหม่ กับคนใหม่ๆในครั้งนี้ กลายเป็นความสุขที่มีความมืดเข้าครอบงำ

จากประวัติอัน “ลึกลับดำมืด” ของบ้านหลังนี้ เป็นที่อยู่ของจิตรกรที่โด่งดังอย่าง แบล็ควู้ด (แกรี่ แม็คโดนัลด์) ที่เคยมีลูกชายไว้คอยเลี้ยงดูปูเสื่อ แต่หลังจากที่ลูกชายหายตัวไป และพบกับความลับอะไรบางอย่างข้างในช่องเล็กๆ ที่ห้องใต้ดิน เขาจึงต้องหาทุกวิถีทาง ในการนำลูกชายคนเดียวของเขา กลับมาจากความมืดที่กลืนกินลูกของเขา

แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีไหน ความสำเร็จก็ยังไม่ปรากฎให้เห็นแก่เขาซักที จนท้ายที่สุด เขาก็เป็นอีกคนหนึ่ง ที่ความมืดเข้ามากลืนกิน และทำให้บ้านหลังงามแห่งนี้ กลายเป็นบ้านร้าง ที่เฝ้ารอให้เจ้าของคนต่อไป เข้ามาอาศัย ท่ามกลางความมืดที่ปกคลุม

แซลลี่ เด็กสาววัยใส ออกอาการเบื่อๆ ในแต่ละวันที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ เพราะเธอไม่รู้จะคุยกับใคร จะคุยกับพ่อ พ่อก็ง่วนอยู่แต่กับงานตกแต่งบ้าน จะคุยกับแม่บ้าน ก็จะคุยกันเรื่องอะไรดีล่ะ คุยเรื่องถูพื้นดีมั้ย? — หรือจะให้ไปคุยกับคิม ไม่เอาดีกว่า ขอไปเดินเล่นในสวนละกัน สนุกกว่าเยอะ

เธอก็เลยไปเซอร์เวย์รอบบ้าน ก็เป็นนิสัยเด็กๆนั่นแหละ อยากรู้อยากเห็น เห็นอะไรก็สงสัย เลยเดินดูไปทั่่ว จนไปพบกับ — หลังคากระจกของห้องลับที่อยู่ในสวน ทำให้สมาชิกคนอื่นๆในบ้านสนใจ และหาทางเข้าของห้องลับแห่งนี้ให้เจอ

ซึ่งห้องลับก็ไม่ใช่ของใหม่อะไร แต่มันโคตรเก่า ตั้งแต่สมัยแบล็ควู้ดใช้ห้องลับใต้ดินเป็นห้องวาดภาพนั่นแหละ พอแซลลี่ อเล็กซ์ และคิม เห็นห้องลับแห่งนี้ ก็แสดงความสนใจกันไปคนละแบบ — อเล็กซ์และคิม ให้ความสนใจกับรูปวาดที่ถูกเก็บอยู่ในห้อง ในขณะที่สาวแซลลี่ ไปง่วนอยู่กับช่องเล็กๆที่ถูกตะแกงเหล็กปิดไว้ เพราะเธอสงสัยว่า “นี่มันช่องอะไรน่ะ อยากเอาหัวเข้าไปมุด”

หลังจากเหตุการณ์การพบกับห้องลับใต้ดินผ่านไป อเล็กซ์กับคิมก็กลับสู่สภาวะเดิมๆ วันๆเอาแต่ง่วนอยู่กับการแต่งบ้าน เพื่อให้บ้านหลังนี้ขึ้นปกนิตยสารแต่งบ้านชื่อดัง เลยออกจะปล่อยให้แซลลี่อยู่กับแต่ตัวเอง ซึ่งแซลลี่เองก็ชักจะเบื่อตัวเอง เลยหาอะไรทำที่มันเร้าใจ ด้วยการไป “งัด” ตะแกรงเหล็ก เพื่อจะเอาหัวเข้าไป “มุด” แต่หลังจาก “งัด” ได้ไม่นาน ก็ถูกพ่อเรียก เลยต้องหยุดภารกิจการ “งัด” เอาไว้ชั่วคราว — “เอาไว้วันหลังละักัน เดี๋ยวจะมางัดต่อ” — แต่ก็ไม่ต้องรอวันหลังหรอก เพราะบางสิ่งในความมืด ก็ “งัด” ต่อให้ — ช่างมีน้ำใจเสียจริงๆ

หลังจากวันนั้นมา แซลลี่ก็พบกับสิ่งประหลาดเสมอ ไม่ว่าจะเป็น “เสียงลึกลับ” ที่เคยได้ยินตั้งแต่ยังไม่ได้ไป “งัด” เลยด้วยซ้ำ แต่พอหลังจากไป “งัด” แล้วเรียบร้อย “เสียงลึกลับ” ที่ว่าก็ได้ยินชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ หรือจะเป็นอะไรซักอย่าง ที่เดินดุ่มๆมาในความมืด อะไรซักอย่างที่เธอยังเห็นไม่ชัดซักที — “อะไรน่ะ ขอเปิดไฟแป๊บนะ” — แต่เธอก็ไม่เห็นอะไร เพราะสิ่งนี้จะปรากฎกายก็ต่อเมื่ออยู่ท่ามกลางความมืดเท่านั้น

จนวันหนึ่งแซลลี่ก็ลงไปที่ห้องใต้ดินอีกครั้ง และได้เอาหัวไป “มุด” ในช่องได้สำเร็จ แต่ “มุด” ได้ไม่นาน ก็มีคนงานในบ้าน ลงมาไล่ให้เธอออกไปจากห้องนี้ซะ — “เฮ้อ! หนูยังมุดได้ไม่หนำใจเลยค่ะ แต่เอาเถอะ ไปก็ได้” — เมื่อไล่เธอให้ไปไกลๆได้แล้ว คนงานก็หยิบตะแกรงเหล็กเพื่อจะมาปิดผนึกช่องลับ แต่ยังปิดได้ไม่ทันไร ก็ถูกอสูรกายแห่งความมืด เล่นงานทั้งบนทั้งล่าง จนเขาต้องหนีออกมาจากห้องใต้ดิน พร้อมกับเลือดที่ไหลเป็นทาง และของมีคมที่ทิ่มแทงอยู่ตามร่างกาย

และเมื่ออสูรกายได้ปรากฎต่อสายตาแล้ว หลังจากนั้น มันก็ปรากฎให้เห็นบ่อยขึ้นเรื่อยๆ จากความพยายามเดิมๆของอสูรกายที่กระซิบกระซาบ บอกแซลลี่ว่าอยากจะขอเป็นเพื่อน จนเธอสนใจที่จะร่วมวง แต่มิตรภาพอันหลอกลวงนี้ก็เผยโฉมหน้าออกมา ว่าแท้จริงแล้ว มนุษย์กับอสูรกาย ไม่มีทางที่จะสมานฉันท์กันได้ ซึ่งจะต้องมีฝ่ายเดียวเท่านั้นที่จะอยู่รอด ทำให้การอยู่ร่วมกันในครั้งนี้ กลายเป็นสงครามย่อมๆ ระหว่างมนุษย์กับอสูรกาย โดยมนุษย์ใช้แสงสว่างในการต่อกร ในขณะที่อสูรกายอาศัยความมืดเป็นอาวุธ

แซลลี่ เมื่อได้เจอกับอสูรกายตัวเป็นๆแล้ว เธอก็ออกอาการผวา และอยากจะหนีออกไปจาก “บ้าน” นี้ให้เร็วที่สุด เธอพยายามสื่อสารกับพ่อ ว่าชุดอันแสนสวยของคิมที่ขาดวิ่นนั้น ไม่ได้เป็นฝีมือของเธอ แต่เป็นอสูรกายจั๊ดง่าวนั่นต่างหากล่ะที่ทำ — “ทำไมพ่อไม่เชื่อหนูล่ะ หนูหนีออกจากบ้านดีกว่า”

เธอได้โอกาสจึงเตลิดเปิดเปิงออกไปจาก “บ้าน” แต่ด้วยความที่พ่อรู้นิสัยเธอดี จึงออกตามหา และก็พบเธอเดินดุ่มๆริมถนน อเล็กซ์จึงเรียกให้แซลลี่ขึ้นรถ และกลับไปยัง “บ้าน” — “ฺฮือๆ หนูไม่อยากไปคืนดีกับจั๊ดง่าวเหล่านั้น”

แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมา ความสัมพันธ์อันห่างเหินและหมางเมิน ระหว่างคิมและแซลลี่ ก็ดีขึ้นตามลำดับ เพราะแซลลี่เล่าความจริงว่า — “หนูไม่ได้กรีดชุดของคุณนะ พวกจั๊ดง่าวพวกนั้นมันทำ” — ซึ่งคิมก็ไม่ค่อยเชื่อว่าจั๊ดง่าวจะมีจริง แต่ก็ปลอบใจแซลลี่ว่าไม่ต้องคิดมาก และจะนอนเป็นเพื่อนกับเธอตามคำขอ

หลังจากคิมสนิทกับแซลลี่ แซลลี่ก็จะเจอกับอสูรกายจั๊ดง่าวถี่ขึ้น คิมเริ่มเอะใจ และหาเวลาไปหอสมุด เพื่อศึกษาประวัติ “บ้าน” อันเก่าแก่หลังนี้ ว่ามีอะไรแปลก ท่ามกลางความมืดหรือเปล่า หรือว่าจะเป็นเพียงคำกล่าวอ้างของแซลลี่

เมื่อคิมได้ข้อมูลอันน่าตกใจ ซึ่งตรงกับคำกล่าวของแซลลี่ที่เคยบอกกับเธอ เธอจึงปะติดปะต่อเรื่องราวอันสะเปะสะปะ ให้เข้ารูปเข้ารอย และกลับไปหาแซลลี่ ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่แซลลี่กำลังถูกอสูรกายจั๊ดง่าวเล่นงานในห้องอาบน้ำ แต่ด้วยเสียงกรีดร้องอันดังกังวาล ทำให้แม่บ้าน-คนงาน ถีบประตูมาช่วยเธอได้สำเร็จ พร้อมอาวุธที่หมายถึงแสงสว่างอันเจิดจ้า ซึ่งสามารถจัดการอสูรกายจั๊ดง่าวให้อันตรธานหายไปได้หมด

เหตุการณ์ในคืนวันนั้น เป็นเหตุให้คิมและแซลลี่เตรียมเก็บกระเป๋าจะย้ายที่อยู่ใหม่ ในวันเดียวกับที่อเล็กซ์กำลังจัดงานเลี้ยงที่ “บ้าน” เพื่อหวังจะให้ “บ้าน” อันน่าอยู่หลังนี้ขึ้นปกนิตยาสารอันโด่งดัง

คิมกับแซลลี่ พร้อมอาวุธคือกล้องโพลารอยด์ที่สาดแสงแฟลชอันเจิดจ้า เตรียมพร้อมจัดการจั๊ดง่าว เพื่อนำหลักฐานไปให้อเล็กซ์ดู ว่าสิ่งที่เคยบอกเขาไปนั้น มันมีอยู่จริง ไม่ใช่เรื่องโกหก และก็เป็นวันนั้นเองที่แซลลี่ผจญกับจั๊ดง่าวตามลำพังในห้องหนังสือ ซึ่งตัวเธอเองก็มีเพียงกล้องโพลารอยด์เป็นอาวุธ ในขณะที่อสูรกายมีอาวุธที่มากกว่า นั่นคือความมืดที่ปกคลุมทั่วห้อง ทั้งสองต่อสู้กันอย่างสุดกำลัง แซลลี่อาศัยแสงแฟลช พร้อมเสียงแหกปากอันดังลั่น ในขณะที่จั๊ดง่าว ได้เปรียบเพราะมีสมาชิกมากกว่า แต่ด้วยการแหกปากอันดังลั่นของแซลลี่ จึงทำให้เหตุการณ์ที่มีเพียงสองฝ่ายนี้ ได้เรียกอีกฝ่าย ซึ่งก็ได้แก่อเล็กซ์ คิม และคนร่วมงานเลี้ยง ให้มาสนใจการต่อสู้อันดุเดือดในครั้งนี้ — ท้ายที่สุดแล้วภาพถ่ายสุดท้าย ที่แซลลี่คว้ามาได้จากการขโมยหลักฐานของจั๊ดง่าว ก็เป็นรูปของเธอเองในอิริยาบถอ้าปากกว้าง จึงไม่สามารถเป็นเครื่องยืนยันแก่อเล็กซ์ได้ว่า จั๊ดง่าวมีอยู่จริง

แต่หลังจากวันนั้น อเล็กซ์ก็สละเวลามาปะติดปะต่อเรื่องราว และเริ่มเชื่อในสิ่งที่ลูกสาวเขากล่าวอ้าง คืนนั้นทั้งสามชีวิต จึงเตรียมพร้อมจะย้าย “บ้าน” แต่อสูรกายจั๊ดง่าวก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ มันจัดการอเล็กซ์ให้สลบ ในขณะจะเอารถออกจากโรงรถ และหันไปจัดการคิมให้สลบ โดยการเอาลวดขึงบันไดให้คิมพลัดตก เมื่อก้างชิ้นโตสองชิ้นหลุดไปได้ จั๊ดง่าวจึงนำตัวแซลลี่ลงไปห้องลับใต้ดิน เพื่อจะให้เธอไป “มุด” ลงรูในช่องลับ และเอาเธอไป “กิน” ให้อิ่มหนำสำราญซะที

แต่ยังไม่ทันที่แซลลี่จะถูกพา “มุด” ลงช่องได้สำเร็จ — คิมก็ตื่นจากการสลบ และลงมาที่ห้องใต้ดิน และช่วยแก้มัดแซลลี่ ทั้งสองฝ่ายเกิดการสู้รบกันอีกครั้ง คิมใช้ตัวเองกันช่องลับไว้ และพยายามปลดพันธนาการจากแซลลี่ให้ขาด คิมบอกให้แซลลี่หนีไป เพราะเธอจะใช้ตัวเธอเป็นเหยื่อ เมื่อการต่อสู้เป็นไปอย่างทุลักทุเล คิมถูกอสูรกายเล่นงานที่เข่าจนเลือดไหล และหลังจากที่แซลลี่หลุดพ้นจากเชือกที่มัดเธอไว้แล้ว อสูรกายก็กระตุกเชือกทันที เป็นผลให้คิมที่ยืนขวางช่องอยู่ ถูกกระตุกตรงส่วนเข่าที่เลือดไหลพอดี ขาของเธอจึงหัก และตัวเธอก็ถูกลากลงช่องไป ในเวลาเดียวกันกับที่อเล็กซ์วิ่งมาหาทั้งสองที่ห้องใต้ดิน — อเล็กซ์กับแซลลี่ เฝ้ามองการจากไปของคิม และเป็นการเห็นคิมครั้งสุดท้าย ก่อนที่คิมจะถูก “กระชากลงหลุม” และจากไปอย่างไม่มีวันกลับ

เรื่องราวจบลงด้วยการย้าย “บ้าน” ของอเล็กซ์และแซลลี่ — “บ้าน” ที่เคยหวังไว้ว่าจะเป็นที่พำนักอันแสนหวาน แต่กลับกลายเป็นว่า สิ่งที่เคยวาดฝันไว้ ได้กลับมาเล่นงานพวกเขา และพรากหนึ่งชีวิตไปจากความทรงจำของทั้งสอง ซึ่งเป็นความทรงจำอันโหดร้าย ที่ยากจะลืมเลือน…

แล้วคุณล่ะ คุณให้ความหมายของคำว่า “บ้าน” เป็นอย่างไร — “บ้าน” จะเป็นอย่างไร ก็มาจากการใช้ชีวิตของคุณ ไม่มีที่ใดจะสุขใจเท่ากับ “บ้าน” คุณ หรือว่าไม่จริง?

เอาล่ะครับเนื้อเรื่องของหนังเป็นอย่างไรกันบ้าง ผมว่าเรื่องราวก็ออกจะสนุกสนานดี เพราะเรื่องนี้ได้มือเขียนบทเป็น กิลเลอร์โม่ เดล โตโร่ ซึ่งก็ผ่านผลงานมาหลายเรื่อง แต่ละเรื่องก็ค่อนข้างล้ำจินตนาการ เช่น Pan’s Labyrinth ที่ทำหน้าที่ทั้งกำกับและเขียนบท หรือจะเป็นผลงานใหม่ที่ยังไม่ลงโรงฉายอย่าง The Hobbit: There and Back Again ที่เขาทำหน้าที่เขียนบท ซึ่งแต่ละเรื่องของเขา ก็เน้นการใช้ตัวละครที่แปลกๆ ดูไม่เหมือนใครดี

สำหรับความน่ากลัวของหนังเรื่อง Don’t Be Afraid of the Dark นี้ ก็ออกจะไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไร เพราะมีตัวละครอสูรกายปรากฎกันให้เห็นเด่นชัด ความน่ากลัวเลยลดระดับลงมานิดนึง เนื่องจากถ้าไม่มีอะไรให้เห็นเลย เราจะจินตนาการกันไปเองและสร้างความหลอนให้เกิดขึ้นได้มากกว่านี้ ซึ่งเรื่องนี้เน้นฉากตกใจในแบบ “ตุ้งแช่” ซะมากกว่า

ทางด้านของนักแสดงก็จะมีกันแค่ไม่กี่คน ตัวหลักก็จะเป็นของหนูน้อยเบลี่ เมดิสัน ที่เก่งจริงๆในการแสดงอารมณ์ได้แบบไร้อารมณ์ ไม่รู้ว่าเล่นเก่งจริง หรือว่าตัวจริงก็สีหน้าไร้อารมณ์แบบนี้ ขนาดฉากในห้องน้ำ เธอยังแสดงอารมณ์ทางสีหน้าแบบไร้อารมณ์ได้สุดยอดเลย

สรุปว่าหนังเรื่องนี้ก็มีดีในตัวอยู่ และให้แง่คิดในด้านของความสัมพันธ์ในครอบครัว เพราะถ้าครอบครัวให้ความสำคัญกับสมาชิกในบ้านมากกว่านี้ จุดจบของเรื่องนี้คงจะไม่เป็นอย่างที่เห็นในหนัง ถ้าใครจะดู ก็ลองคิดดูเอาแล้วกันว่า “บ้าน” ของคุณมีประวัติ “ลึกลับดำมืด” อย่างบ้านหลังนี้หรือเปล่า เพราะถ้าใช่ ก็สนุกล่ะทีนี้

เรื่องนี้ผมให้เกรด C-
★★1/2
คะแนน 5.8 เต็ม 10

.

ตัวอย่างภาพยนตร์ Don’t Be Afraid of the Dark

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s