รายงานสถิติรายได้แวดวงภาพยนตร์ในอเมริกาประจำปี 2011 จนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม

Posted: กันยายน 4, 2011 in สถิติบ๊อกซ์ออฟฟิศ
ป้ายกำกับ:, , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

เดือนส่งท้ายของฤดูฉายซัมเมอร์ในอเมริกาประจำปี 2011 ช่างเป็นเดือนส่งท้ายที่ออกจะเงียบเหงาไปซักนิด เพราะถึงแม้จะมีหนังใหญ่เข้าฉายกันหลายเรื่อง แต่ก็ทำรายได้แบบหืดจับกันเยอะ เลยทำให้รายได้ของเดือนสิงหาคมในปีนี้ออกจะน้อยไปนิดเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า มาดูรายละเอียดสถิติต่างๆที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคมกันดีกว่า เริ่มกันก่อนที่รายได้รวมในแต่ละไตรมาส

  • ไตรมาสแรกของปี 2011 ทำรายรับรวมไว้ทั้งสิ้นที่ตัวเลข 2,095.5 ล้านเหรียญ เป็นรายรับที่ลดลง 20.82% จากปีที่แล้ว
  • ไตรมาสที่ 2 ของปี 2011 ทำรายรับรวมไว้ทั้งสิ้นที่ตัวเลข 2,832.4 ล้านเหรียญ เป็นรายรับที่เพิ่มขึ้น 6.43% จากปีที่แล้ว
  • รายรับรวมเดือนกรกฎาคม สร้างสถิติสูงสุดครั้งใหม่ โดยทำรายรับไปทั้งสิ้นที่ตัวเลข 1,394.8 ล้านเหรียญ จากหนังทั้งหมด 208 เรื่อง ทำลายสถิติเดิม 1,319.4 ซึ่งเป็นของเดือนกรกฎาคมปี 2010 จากหนัง 195 เรื่องได้สำเร็จ นั่นเป็นเพราะการโกยรายได้ของ 2 หนังใหญ่ Transformers: Dark of the Moon และ Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2 ที่ช่วยกันโกยรายได้ตลอดเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

สำหรับรายรับรวมเดือนสิงหาคม นับถึงวันที่ 30 สิงหาคม ทำไปแล้วประมาณ 872.1 ล้านเหรียญ ซึ่งล่าสุดติดอยู่ในอันดับ 6 รายรับรวมเดือนสิงหาคมสูงสุดตลอดกาลในอเมริกา โดยแชมป์ยังเป็นของเดือนสิงหาคมปี 2007 ที่ทำตัวเลขไว้ 920.5 ล้านเหรียญ ซึ่งยังไงแชมป์ก็ยังไม่เปลี่ยนมือง่ายๆแน่ เพราะรายรับอีกแค่ 1 วันที่เหลือของเดือนสิงหาคม ก็น่าจะทำให้รายรับรวมของเดือนสิงหาคมปีนี้ เขยิบขึ้นไปได้มากสุดแค่อันดับ 4 เท่านั้น โดยอันดับ 4 เดิมเป็นของเดือนสิงหาคมปี 2008 ทำตัวเลขไว้ที่ 886.6 ล้านเหรียญ

มาต่อกันที่รายรับรวมแยกตามแต่ละฤดูฉาย ซึ่งก็เหลืออีกแค่ 1 วันสำหรับยอดสรุปรายรับรวมสำหรับฤดูฉายซัมเมอร์ในปีนี้ มาดูกันดีกว่าว่าแต่ละฤดูฉายทำรายรับไปได้เท่าไร

  • ฤดูฉาย Winter ประจำปี 2011 ทำรายรับรวมไว้ทั้งสิ้นที่ตัวเลข 1,413.3 ล้านเหรียญ เป็นรายรับที่ลดลง 22.1% จากปีที่แล้ว
  • ฤดูฉาย Spring ประจำปี 2011 ทำรายรับรวมไว้ทั้งสิ้นที่ตัวเลข 1,474 ล้านเหรียญ เป็นรายรับที่ลดลง 7% จากปีที่แล้ว
  • ฤดูฉาย Summer ประจำปี 2011 นับถึงวันที่ 30 สิงหาคม ทำรายรับไปแล้วประมาณ 4,307.8 ล้านเหรียญ ซึ่งขณะนี้ก็มากกว่ายอดรวมของปีที่แล้วเรียบร้อย โดยยอดรวมของปีที่แล้วตลอดฤดูฉายทำไว้ทั้งสิ้น 4,153.6 ล้านเหรียญ

สำหรับรายรับรวมตลอดต้นปีที่ผ่านมา นับถึง 30 สิงหาคม ทำรายรับรวมไปแล้วทั้งสิ้น 7,194.8 ล้านเหรียญ น้อยกว่าปีที่แล้ว 4.6% , น้อยกว่าปี 2009 อยู่ 1.3% แต่ยังมากกว่าปี 2008 และปี 2007 อยู่ 5.8% และ 5.7% ตามลำดับ โดยปีที่ยังทำรายรับรวมจนถึง 30 สิงหาคมมากที่สุดก็คือปี 2010 ด้วยรายรับรวม 7,540.8 ล้านเหรียญ

ตามมาด้วยสถิติ 10 อันดับรายรับรวมของแต่ละค่ายผู้จัดจำหน่าย ซึ่งอันดับมีการเปลี่ยนแปลงแค่เล็กน้อยเท่านั้น โดยหัวแถวก็ยังเป็นของค่ายภูเขาดาวล้อมอย่างพาราเมาท์เช่นเดิม โดยมีค่ายวอร์เนอร์จี้ตามมาติดๆ ไม่รู้ว่าปีนี้วอร์เนอร์จะรักษาแชมป์ได้อีกปีหรือเปล่า เพราะตามพาราเมาท์มาหลายเดือนแล้ว เอาล่ะมาดูรายละเอียดของแต่ละค่ายกันเลย รายรับรวมนับถึง 28 สิงหาคม รายรับของแต่ละสตูดิโอจะเป็นดังนี้

  1. สตูดิโอพาราเมาท์ (Paramount) ครองแชมป์ต่อเนื่อง 3 เดือนติดแล้ว และไม่มีทีท่าว่าจะให้วอร์เนอร์มาแย่งอันดับไปได้ง่่ายๆ รายรับรวมของสตูดิโอตอนนี้เก็บไปแล้ว 1,417 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นจากการรายงานครั้งที่แล้ว 99.8 ล้านเหรียญ ครองส่วนแบ่งตลาด 19.7% ซึ่งเป็นส่วนแบ่งที่น้อยลงกว่าเดือนที่แล้วเล็กน้อย รายรับรวมมาจากหนังทั้งหมด 14 เรื่อง เป็นหนังปีนี้ 8 เรื่อง จะเห็นได้ว่าพาราเมาท์ไม่มีหนังใหม่เข้าฉายในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ส่วนรายรับที่เพิ่มขึ้นมาจากหนังเก่าที่ยังเดินหน้าเก็บรายรับต่อเนื่อง ซึ่งก็ได้แก่ Transformers: Dark of the Moon และ Captain America: The First Avenger นั่นเอง
  2. สตูดิโอวอร์เนอร์ (Warner Bros.) ยังคงครองรองแชมป์อยู่ตามเดิม โดยมีรายรับรวมอยู่ที่ 1,334.4 ล้านเหรียญ เป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นถึง 213.7 ล้านเหรียญ ครองส่วนแบ่งตลาด 18.6% ซึ่งเป็นส่วนแบ่งที่เพิ่มขึ้นจากครั้งที่แล้ว รายรับที่กล่าว มาจากหนังทั้งหมด 26 เรื่อง เป็นหนังปีนี้ 14 เรื่อง รายได้ส่วนใหญ่ในเดือนสิงหาคมของวอร์เนอร์ มาจากการเปิดตัวปลายเดือนกรกฎาคมของหนัง Crazy, Stupid, Love. และหนังเปิดตัวกลางเดือนสิงหาคมเรื่อง Final Destination 5 รวมทั้งการโกยรายรับต่อเนื่องของ Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2 และสำหรับในเดือนต่อไป วอร์เนอร์จะต้องแซงหน้าพาราเมาท์เป็นแน่ เพราะในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ พาราเมาท์ไม่มีโปรแกรมใหม่ลงฉาย แต่วอร์เนอร์จะมีโปรแกรมใหม่ถึง 2 เรื่อง ได้แก่ หนังแอ๊กชั่น-ทริลเลอร์ Contagion และหนังครอบครัว Dolphin Tale เข้าฉาย
  3. สตูดิโอยูนิเวอร์แซล (Universal) ยังเกาะอันดับ 3 ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น มีรายรับรวมอยู่ที่ 907.1 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นจากครั้งที่แล้ว 132.5 ล้านเหรียญ ครองส่วนแบ่งตลาด 12.6% ซึ่งเป็นส่วนแบ่งตลาดที่เท่ากับการรายงานครั้งที่แล้วเป๊ะ! รายรับรวมของยูนิเวอร์แซลมาจากหนังทั้งหมด 13 เรื่อง เป็นหนังปีนี้ 11 เรื่อง โดยรายได้ส่วนใหญ่ในเดือนสิงหาคมของยูนิเวอร์แซลมาจากหนังเปิดตัวปลายเดือนกรกฎาคมเรื่อง Cowboys & Aliens และหนังเปิดตัวต้นเดือนสิงหาคมเรื่อง The Change-Up
  4. สตูดิโอโซนี่ / โคลัมเบีย (Sony / Columbia) ขึ้นอันดับแซงหน้าดิสนีย์ได้สำเร็จ ทำรายรับรวมอยู่ที่ 884.8 ล้านเหรียญ ทำรายรับเพิ่มขึ้นจากครั้งที่แล้วถึง 210.2 ล้านเหรียญ ครองส่วนแบ่งตลาด 12.3% เพิ่มขึ้นจากครั้งที่แล้วเล็กน้อย รายรับทั้งหมดมาจากหนัง 19 เรื่อง เป็นหนังปีนี้ 14 เรื่อง โดยรายได้ส่วนใหญ่ในเดือนสิงหาคมของโซนี่มาจากหนังเข้าฉายในวงกว้างปลายเดือนกรกฎาคมเรื่อง The Smurfs, หนังในวงจำกัด Attack the Block ที่จัดจำหน่ายร่วมกับสกรีนเจ็มส์, หนังใหม่เข้าฉายวงกว้างในเดือนสิงหาคมเรื่อง 30 Minutes or Less และหนังจากบริษัทลูกอย่างไทรสตาร์เรื่อง Colombiana
  5. สตูดิโอบัวนาวิสต้า (Buena Vista) ตกลงมาอยู่ในอันดับ 5 แล้วเรียบร้อย รายรับรวมของดิสนีย์คือ 861.9 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 126.4 ล้านเหรียญ ครองส่วนแบ่งตลาด 12% ซึ่งเป็นอีกสตูดิโอที่มีส่วนแบ่งตลาดเท่ากับการรายงานครั้งที่แล้ว รายรับรวมของดิสนีย์มาจากหนัง 13 เรื่อง เป็นหนังปีนี้ 10 เรื่อง รายได้ส่วนใหญ่ของดิสนีย์ในเดือนที่ผ่านมา มาจากหนัง The Help รวมรายได้ของ Fright Night อีกเล็กน้อย
  6. สตูดิโอฟ็อกซ์ (20th Century Fox) เกาะอันดับ 6 มาต่อเนื่องหลายเดือนแล้ว มีรายรับรวมอยู่ที่ 739 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 166.5 ล้านเหรียญ ครองส่วนแบ่งตลาด 10.3% เพิ่มขึ้นจากครั้งที่แล้ว 1% รายรับรวมของฟ็อกซ์มาจากหนังทั้งหมด 13 เรื่อง เป็นหนังปีนี้ 9 เรื่อง โดยในเดือนสิงหาคม ฟ็อกซ์เปิดตัวหนังใหม่ 2 เรื่อง คือ Rise of the Planet of the Apes และ Glee: The 3D Concert Movie และเป็นที่หนัง Rise of the Planet of the Apes ที่ทำรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับฟ็อกซ์ในเดือนที่ผ่านมา
  7. สตูดิโอไวน์สตีน คอมพานี (Weinstein Company) อยู่ในอันดับเดิมอีกครั้ง รายรับรวมเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 217.4 ล้านเหรียญ เป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้น 33 ล้านเหรียญ ส่วนแบ่งตลาดของไวน์สตีนคือ 3% เท่ากับครั้งที่แล้วเป็นสตูดิโอที่ 3 โดยรายได้ของไวน์สตีน มาจากหนังทั้งหมด 11 เรื่อง เป็นหนังปีนี้ 9 เรื่อง รายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากการเปิดตัวหนังใหม่ในวงกว้าง 2 เรื่องของสตูดิโอ นั่นคือหนัง Spy Kids: All the Time in the World และ Our Idiot Brother โดยเรื่องแรกจัดจำหน่ายร่วมกับสตูดิโอไดเมนชั่น
  8. สตูดิโอไลออนเกตส์ (Lionsgate) ขึ้นมาจากอันดับ 9 กับรายรับรวมของสตูดิโอ 135.8 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 17.9 ล้านเหรียญ ครองส่วนแบ่งตลาด 1.9% รายได้ของไลออนเกตส์มาจากหนัง 10 เรื่อง เป็นหนังปีนี้ 7 เรื่อง รายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากการเปิดตัวหนังใหม่ในวงกว้าง 1 เรื่อง ได้แก่ Conan the Barbarian และหนังวงจำกัดปลายเดือนกรกฎาคมเรื่อง The Devil’s Double
  9. สตูดิโอรีเลทิวิตี้ (Relativity) ตกจากอันดับ 7 เพราะไม่มีหนังใหม่เข้าฉาย รายรับรวมล่าสุดอยู่ที่ 126.1 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นจากครั้งที่แล้วเพียง 2 แสนเหรียญ ส่วนแบ่งตลาดก็ตกลงไปอยู่ที่ 1.8% รายรับรวมทั้งหมดมาจากหนัง 5 เรื่อง เป็นหนังปีนี้ 4 เรื่อง แต่ในเดือนหน้า สตูดิโอมีโอกาสกระเตื้องอันดับแซงหน้าได้ เพราะสตูดิโอจะมีหนังใหม่เข้าฉายในวงกว้าง 1 เรื่องคือ Shark Night 3D, วงจำกัด 1 เรื่องคือ Machine Gun Preacher ซึ่งเรื่องหลังวางแผนไว้ว่าจะเพิ่มโรงฉายให้มากขึ้นปลายเดือนกันยายน
  10. สตูดิโอฟ็อกซ์เซิร์ชไลท์ (Fox Searchlight) รั้งอันดับสุดท้ายอีกครั้ง รายรับรวมของสตูดิโออยู่ที่ 108.5 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นจากครั้งที่แล้ว 3.3 ล้านเหรียญ ส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 1.5% ลดลงจากครั้งที่แล้วเล็กน้อย รายรับของสตูดิโอมาจากหนัง 9 เรื่อง เป็นหนังปีนี้ 7 เรื่อง โดยในเดือนที่ผ่านมา สตูดิโอไม่มีหนังใหม่เปิดตัวฉาย และรายได้ที่เพิ่มขึ้นก็มาจากหนังวงจำกัดที่เปิดตัวในเดือนกรกฎาคมเรื่อง Snow Flower and the Secret Fan และ Another Earth ที่ยังเก็บรายได้เพิ่มอีกนิด

ต่อกันด้วยอันดับหนังทำเงินสูงสุดในอเมริกาประจำปี 2011 ที่ทำเงินเกิน 100 ล้านเหรียญ นับรายได้ถึง 30 สิงหาคม จะมีหนังทำเงินเกิน 100 ล้านเหรียญทั้งหมด 21 เรื่อง เพิ่มขึ้นจากการรายงานครั้งที่แล้ว 5 เรื่อง โดยแชมป์ก็คือ Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2 ส่วนอันดับอื่นๆเป็นเรื่องอะไรบ้าง ไปติดตามกัน

  1. Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2 จากการรายงานครั้งที่แล้ว ก็เกือบจะคว้าแชมป์ได้แล้ว ซึ่งเมื่อเข้าสู่เดือนสิงหาคมเป็นต้นมา หนังก็คว้าแชมป์อันดับ 1 ได้สำเร็จ โดยทำรายได้ไปแล้วทั้งสิ้น 371.5 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นจากการรายงานครั้งที่แล้ว 68.3 ล้านเหรียญ
  2. Transformers: Dark of the Moon เสียแชมป์ไปแล้วเรียบร้อย แต่ก็ยังครองรองแชมป์ ด้วยรายได้ 349.6 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นจากครั้งที่แล้ว 15.9 ล้านเหรียญ
  3. The Hangover Part II ยังคงครองอันดับ 3 ต่อไป ทำรายได้เพิ่มไปอีกเพียง 1.7 ไปอยู่ที่ตัวเลข 254.3 ล้านเหรียญ
  4. Pirates of the Caribbean: On Stranger Tides รายได้ในอเมริกาสู้รายได้นอกอเมริกาไม่ได้เลย เพราะหนังทำไปได้เพียง 240.5 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นจากครั้งที่แล้วเพียง 2.3 ล้านเหรียญ
  5. Fast Five เกาะอันดับ 5 อีกตามเคย โดยทำเพิ่มไปอีกประมาณ 2 แสนเหรียญ และปิดโปรแกรมไปที่ตัวเลข 209.8 ล้านเหรียญ
  6. Cars 2 ทำรายได้เพิ่มไปอีก 6.9 ล้านเหรียญ ทำให้รายได้ไปอยู่ที่ตัวเลข 187.4 ล้านเหรียญ และเป็นหนังการ์ตูนจากค่ายดิสนีย์-พิกซาร์ที่ทำรายรับได้น้อย เมื่อเทียบกับหนังการ์ตูนในระยะหลังๆของค่ายนี้
  7. Thor เพิ่มยอดไปอีก 6 แสนเหรียญ และปิดโปรแกรมไปด้วยยอดรายได้ 181 ล้านเหรียญ
  8. Captain America: The First Avenger กระโดดจากอันดับ 18 จากการรายงานครั้งที่แล้ว ทำรายได้เพิ่ม 69.6 ล้านเหรียญ รวมรายได้ทำไปแล้ว 169.3 ล้านเหรียญ
  9. Bridesmaids ร่วงลงมา 1 อันดับ กับรายได้ที่กวาดไปทั้งสิ้น 168.1 ล้านเหรียญ เป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากครั้งที่แล้ว 3.5 ล้านเหรียญ
  10. Kung Fu Panda 2 รายได้รวม 164.3 ล้านเหรียญ เพิ่มจากครั้งที่แล้ว 3.3 ล้านเหรียญ
  11. Rise of the Planet of the Apes เปิดตัวเมื่อต้นเดือนสิงหาคม ก็กลายเป็นหนังจากค่ายฟ็อกซ์ที่ทำรายได้สูงสุด แซงหน้า X-Men: First Class ไปแล้ว โดยทำรายได้รวมไปแล้ว 150.7 ล้านเหรียญ
  12. X-Men: First Class ตกจากตำแหน่งหนังทำเงินสูงสุดของฟ็อกซ์ประจำปีนี้ไปแล้ว โดยในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา หนังทำรายได้เพิ่มไปอีกเพียง 1.7 ล้านเหรียญ รวมยอดรายได้ทั้งหมด 146.1 ล้านเหรียญ
  13. Rio อีกหนึ่งหนังจากค่ายฟ็อกซ์ ทำรายได้รวมไปแล้ว 143.6 ล้านเหรียญ เป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้น 8 แสนเหรียญ
  14. The Smurfs เพิ่มเปิดตัวเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม ก็กลายเป็นหนังโซนี่ที่ทำรายได้สูงสุดประจำปีไปแล้ว โดยทำรายได้รวมไปแล้ว 127.1 ล้านเหรียญ
  15. Super 8 ร่วงลงมาจากอันดับ 12 จากครั้งที่แล้ว ยอดรายได้คือ 126.1 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 1.4 ล้านเหรียญ
  16. Rango ยอดรายได้ปิดโปรแกรม 123.3 ล้านเหรียญ
  17. Green Lantern การ์ตูนดีซีขึ้นจอ จากค่ายวอร์เนอร์ ทำตัวเลขรายได้ไปแล้ว 116 ล้านเหรียญ ตัวเลขเพิ่มขึ้น 1.9 ล้านเหรียญ
  18. Horrible Bosses ทำรายได้ขึ้นหลักร้อยในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ตัวเลขรายได้ 114 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 22.7 ล้านเหรียญ
  19. Hop ยอดรายได้ปิดโปรแกรม 108.1 ล้านเหรียญ
  20. Just Go With It ยอดรายได้ปิดโปรแกรม 103 ล้านเหรียญ
  21. The Help เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อกลางเดือนสิงหาคม ก็ทำรายได้ข้ามผ่านร้อยล้านเป็นที่เรียบร้อย โดยทำไปแล้ว 100.8 ล้านเหรียญ

สำหรับหนังที่ยังไม่ปิดโปรแกรมฉายเรื่องอื่นๆ ที่ทำรายได้เฉียด 100 ล้านเหรียญ ก็จะมี อันดับ 24 Bad Teacher ทำรายได้ไปแล้ว 98.3 ล้านเหรียญ และอันดับ 25 Cowboys & Aliens ทำรายได้ไปแล้ว 94 ล้านเหรียญ

ตามมาด้วยอันดับหนังทำรายได้รวมสูงสุดนอกอเมริกาประจำปี 2011 ที่ทำเงินเกิน 100 ล้านเหรียญ นับรายได้ถึง 29 สิงหาคม จะมีหนังทำรายได้นอกอเมริกาเกิน 100 ล้านเหรียญทั้งหมด 21 เรื่อง เพิ่มขึ้นจากการรายงานครั้งที่แล้ว 7 เรื่อง เรื่องอะไรที่เข้ามาแทรกบ้าง ไปดูกันเลย

  1. Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2 สร้างสถิติสูงสุดครั้งใหม่ของแฟรนไชส์แฮร์รี่ไปแล้วเรียบร้อย และโกยรายได้นอกอเมริกาอย่างต่อเนื่อง โดยทำรายได้เพิ่มขึ้นจากการรายงานครั้งที่แล้วถึง 278.1 ล้านเหรียญ จนล่าสุดทำไปแล้วถึง 923.4 ล้านเหรียญ และมีโอกาสแตะพันล้านเหรียญในท้ายที่สุด
  2. Pirates of the Caribbean: On Stranger Tides ร่วงลงจากบัลลังก์แชมป์มาได้ซะที โดยทำรายได้ไปแล้ว 798.5 ล้านเหรียญ เพิ่มจากครั้งที่แล้วเพียง 3.9 ล้านเหรียญ
  3. Transformers: Dark of the Moon ครองอันดับเดิม ด้วยรายได้ที่เพิ่มขึ้น 152.7 ล้านเหรียญ ไปอยู่ที่ตัวเลข 757 ล้านเหรียญ
  4. Kung Fu Panda 2 ครองอันดับเดิมอีกเรื่อง รายได้รวมทำไป 475.2 ล้านเหรียญ ทำรายได้เพิ่มไป 32.6 ล้านเหรียญ
  5. Fast Five เพิ่มยอดรายได้ไปอีก 3 ล้านเหรียญ รวมยอดรายได้ 397.1 ล้านเหรียญ
  6. Rio รายได้รวม 339.8 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 5.9 ล้านเหรียญ
  7. Cars 2 เขยิบยอดรายได้รวมไปอยู่ที่ 334.6 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 160.9 ล้านเหรียญ
  8. The Hangover Part II รายได้รวมล่าสุด 327 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 16.6 ล้านเหรียญ
  9. Thor เพิ่มยอดรายได้ไปอีกเพียง 3 แสนเหรียญ ไปอยู่ที่ 267.5 ล้านเหรียญ
  10. The Smurfs เพิ่งจะเปิดตัวมาไม่นาน ก็กลายเป็นหนังที่ทำรายได้นอกอเมริกาสูงสุดของโซนี่ประจำปีนี้ไปแล้ว โดยทำรายได้ไปแล้ว 256 ล้านเหรียญ
  11. X-Men: First Class เพิ่มยอดรายได้ไปอีกเพียง 1.1 ล้านเหรียญ ยอดรายได้รวม 204.9 ล้านเหรียญ
  12. Rise of the Planet of the Apes เป็นอีกหนึ่งขุมทรัพย์ของฟ็อกซ์ เพราะเพิ่งเปิดตัวมาไม่นาน ก็ทำรายได้ไปแล้วถึง 157.3 ล้านเหรียญ
  13. Captain America: The First Avenger รายได้เฉียดกับหนังในอันดับ 12 นิดเีดียว โดยทำไป 157 ล้านเหรียญ
  14. The Green Hornet ยอดรายได้ปิดโปรแกรม 129 ล้านเหรียญ
  15. Rango ยอดรายได้ปิดโปรแกรม 119.3 ล้านเหรียญ
  16. Battle: Los Angeles ยอดรายได้ปิดโปรแกรม 118.9 ล้านเหรียญ
  17. Super 8 อีกหนึ่งขุมทรัพย์ของพาราเมาท์ ยอดรายได้รวม 118 ล้านเหรียญ
  18. Just Go With It ยอดรายได้ปิดโปรแกรม 111.9 ล้านเหรียญ
  19. Bridesmaids ทำรายได้นอกอเมริกาข้่ามผ่านร้อยล้านเหรียญเป็นผลสำเร็จ ด้วยยอดรายได้รวม 109.5 ล้านเหรียญ
  20. Bad Teacher เปิดตัวมาไม่นาน ก็เก็บรายได้ให้โซนี่ไปแล้ว 103 ล้านเหรียญ
  21. Mr. Popper’s Penguins แม้รายได้ในอเมริกาจะไม่ถึงร้อยล้านเหรียญ แต่รายได้นอกอเมริกา หนังทำไปแล้ว 100.2 ล้านเหรียญ

สำหรับรายได้รวมสูงสุดทั่วโลกประจำปี 2011 ที่ทำเงินเกิน 100 ล้านเหรียญ นับรายได้ถึง 29 สิงหาคม จะมีหนังทำรายได้รวมทั่วโลกเกิน 100 ล้านเหรียญเพิ่มเป็น 34 เรื่อง เพิ่มเข้ามาจากครั้งที่แล้ว 5 เรื่อง ตามรายละเอียดดังนี้

  1. Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2 กวาดรายได้ทั้งในอเมริกา และนอกอเมริกาอย่างต่อเนื่อง จนสามารถทำรายได้รวมทั่วโลกเกินหลักพันล้านได้เป็นที่เรียบร้อย โดยล่าสุดหนังเก็บไปแล้วถึง 1,294.9 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นจากการรายงานครั้งที่แล้วถึง 346.4 ล้านเหรียญ
  2. Transformers: Dark of the Moon เป็น 1 ใน 3 เรื่องที่ทำรายได้เกินพันล้านเหรียญทั่วโลกประจำปีนี้ ทำตัวเลขไปอยู่ที่ 1,106.6 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 168.6 ล้านเหรียญ
  3. Pirates of the Caribbean: On Stranger Tides ตกจากบัลลังก์แชมป์ไปในที่สุด เพราะทำรายได้เพิ่มไปอีกเพียง 6.2 ล้านเหรียญ รวมยอดรายได้ทั้งหมด 1,039 ล้านเหรียญ
  4. Kung Fu Panda 2 ขึ้นมาครองอันดับ 4 ได้สำเร็จ รวมรายได้ทั่วโลกขณะนี้ 639.5 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 35.9 ล้านเหรียญ
  5. Fast Five ร่วมลงมาจากอันดับ 4 รายได้เพิ่มขึ้นจากครั้งที่แล้ว 3.2 ล้านเหรียญ รวมยอด 606.9 ล้านเหรียญ
  6. The Hangover Part II ยอดรายได้ 581.3 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 18.3 ล้านเหรียญ
  7. Cars 2 ขึ้นมาสองอันดับ กับยอดรายได้รวม 522 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 167.9 ล้านเหรียญ
  8. Rio ยอดรายได้รวม 483.4 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 6.6 ล้านเหรียญ
  9. Thor เพิ่มยอดจากครั้งที่แล้วมาเพียง 1 ล้านเหรียญ รวมรายได้ 448.5 ล้านเหรียญ
  10. The Smurfs โกยรายได้ทั้งในอเมริกาและนอกอเมริกา รวมรายได้ล่าสุด 383.1 ล้านเหรียญ
  11. X-Men: First Class ยอดรายได้รวม 351.1 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 2.9 ล้านเหรียญ
  12. Captain America: The First Avenger เปิดตัวเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มียอดรายได้รวม 326.3 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นกว่า 216.8 ล้านเหรียญ
  13. Rise of the Planet of the Apes เพิ่งเปิดตัวมาไม่นาน ก็ทำรายได้รวมไปแล้ว 308 ล้านเหรียญ
  14. Bridesmaids ยอดรายได้รวม 277.6 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 42.3 ล้านเหรียญ
  15. Super 8 ยอดรายได้รวม 244.1 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 62.7 ล้านเหรียญ
  16. Rango ยอดรายได้รวม 242.6 ล้านเหรียญ ปิดโปรแกรม
  17. The Green Hornet ยอดรายได้รวม 227.8 ล้านเหรียญ ปิดโปรแกรม
  18. Just Go With It ยอดรายได้รวม 214.9 ล้านเหรียญ ปิดโปรแกรม
  19. Green Lantern ยอดรายได้รวม 206.1 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 56 ล้านเหรียญ
  20. Battle: Los Angeles ยอดรายได้รวม 202.5 ล้านเหรียญ ปิดโปรแกรม
  21. Bad Teacher เปิดตัวมาเดือนสองเดือน ทำยอดรายได้รวมไปแล้ว 201.3 ล้านเหรียญ
  22. Gnomeo and Juliet ยอดรายได้รวม 190 ล้านเหรียญ ปิดโปรแกรม
  23. Hop ยอดรายได้รวม 184.7 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 2.3 ล้านเหรียญ
  24. Horrible Bosses ยอดรายได้รวม 170.6 ล้านเหรียญ
  25. Mr. Popper’s Penguins ยอดรายได้รวม 167.3 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 46.8 ล้านเหรียญ
  26. Limitless ยอดรายได้รวม 155.4 ล้านเหรียญ ปิดโปรแกรม
  27. No Strings Attached ยอดรายได้รวม 147.8 ล้านเหรียญ ปิดโปรแกรม
  28. I Am Number Four ยอดรายได้รวม 144.5 ล้านเหรียญ ปิดโปรแกรม
  29. Zookeeper ยอดรายได้รวม 143.2 ล้านเหรียญ
  30. Unknown ยอดรายได้รวม 130.8 ล้านเหรียญ  ปิดโปรแกรม
  31. Cowboys & Aliens ยอดรายได้รวม 129.5 ล้านเหรียญ
  32. The Adjustment Bureau ยอดรายได้รวม 127.9 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 8 แสนเหรียญ
  33. Source Code ยอดรายได้รวม 123.3 ล้านเหรียญ ปิดโปรแกรม
  34. Water for Elephants ยอดรายได้รวม 115.1 ล้านเหรียญ ปิดโปรแกรม

ปิดท้ายการรายงานกันเช่นเคยด้วยสถิติใหม่ที่เกิดขึ้นในปี 2011 ซึ่งในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีแชมป์สถิติเกิดขึ้นอีกแค่ 2 สถิติคือ

  • เดือนกรกฎาคมปี 2011 สร้างสถิติรายรับสูงที่สุดของเดือนกรกฎาคมทั้งหมด โดยทำไปมากถึง 1,394.8 ล้านเหรียญ
  • เดือนกรกฎาคมปี 2011 สร้างสถิติรายรับสูงที่สุดของทุกเดือนในทุกปี ทำสถิติสูงสุดไว้ที่ 1,394.8 ล้านเหรียญ

สำหรับสถิติที่เกิดขึ้นอื่นๆตั้งแต่ต้นปี 2011 ที่ผ่านมาจะคล้ายเดิม ซึ่งสามารถอ่านได้จากบทความ รายงานสถิติเดือนกรกฎาคม

การรายงานในครั้งนี้ก็หมดลงเพียงเท่านี้ พบกันใหม่ในการรายงานสถิติที่น่าสนใจปลายเดือนกันยายนครับ อยากทราบสถิติต่างๆของเดือนที่ผ่านมาคลิกเข้าไปอ่านได้ตามลิงค์ข้างล่างครับ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s