และแล้วก็เข้าสู่เดือนสุดท้ายของฤดูฉายซัมเมอร์ในอเมริกา แม้จะผ่านมา 7 เดือนแล้วสำหรับปี 2011 แต่สถิติต่างๆที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ก็อยู่ในเดือนที่ 7 นั่นเอง สาเหตุก็มาจากหนังบล็อกบลัสเตอร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Transformers: Dark of the Moon ที่เปิดช่วงต้นเดือน หรือยักษ์ใหญ่อย่าง Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2 ที่สร้างสถิติใหม่ไว้เพียบ มาดูสถิติต่างๆที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคมกันดีกว่า เริ่มที่ รายรับของแต่ละไตรมาสในปี 2011

  • ไตรมาสแรกของปี 2011 ทำรายรับรวมไว้ทั้งสิ้นที่ตัวเลข 2,095.5 ล้านเหรียญ เป็นรายรับที่ลดลง 20.82% จากปีที่แล้ว
  • ไตรมาสที่ 2 ของปี 2011 ทำรายรับรวมไว้ทั้งสิ้นที่ตัวเลข 2,832.4 ล้านเหรียญ เป็นรายรับที่เพิ่มขึ้น 6.43% จากปีที่แล้ว
    • จากรายรับรวมของไตรมาสที่ 2 มีรายรับรวมของเดือนมิถุนายนที่สรุปรายรับแล้วรวมอยู่ด้วย โดยเดือนมิถุนายนตัวเลขไว้ที่ 1,003.3 ล้านเหรียญ จากหนังทั้งหมด 192 เรื่อง อยู่ในอันดับ 5 รายรับรวมเดือนมิถุนายนสูงสุดตลอดกาลในอเมริกา แชมป์ยังเป็นของเดือนมิถุนายนปี 2009 ที่ทำสถิติไว้ 1,086.7 ล้านเหรียญ จากหนังทั้งหมด 186 เรื่อง

สำหรับรายรับเดือนกรกฎาคม นับถึงวันที่ 29 กรกฎาคม ทำไปแล้วประมาณ 1,272.5 ล้านเหรียญ ซึ่งขณะนี้ติดอยู่ในอันดับ 3 รายรับรวมเดือนกรกฎาคมสูงสุดตลอดกาลในอเมริกา แชมป์ยังเป็นของเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ที่ทำรายรับสูงสุดไว้ 1,319.4 ล้านเหรียญ แต่เมื่อยอดสรุปของเดือนกรกฎาคมปีนี้ออกมา แชมป์อาจเปลี่ยนมือก็เป็นได้

ในการรายงานครั้งนี้จะขอรายงานรายรับแยกเป็นฤดูฉายให้ดูกันอีกแบบ สำหรับใครที่ยังไม่ทราบว่าแต่ละฤดูฉายแตกต่างกันอย่างไร ขอเชิญไปอ่านกันได้ที่ บทความนี้ ถ้าใครทราบแล้วก็อ่านต่อได้เลยครับ

  • ฤดูฉาย Winter ประจำปี 2011 ทำรายรับรวมไว้ทั้งสิ้นที่ตัวเลข 1,413.3 ล้านเหรียญ เป็นรายรับที่ลดลง 22.1% จากปีที่แล้ว
  • ฤดูฉาย Spring ประจำปี 2011 ทำรายรับรวมไว้ทั้งสิ้นที่ตัวเลข 1,474 ล้านเหรียญ เป็นรายรับที่ลดลง 7% จากปีที่แล้ว
  • ฤดูฉาย Summer ประจำปี 2011 นับถึงวันที่ 29 กรกฎาคม ทำรายรับไปแล้วประมาณ 3,313.4 ล้านเหรียญ โดยยอดรวมของปีที่แล้วตลอดฤดูฉายทำไว้ทั้งสิ้น 4,153.6 ล้านเหรียญ

สำหรับรายรับรวมตลอดต้นปีที่ผ่านมา นับถึง 29 กรกฎาคม ทำรายรับรวมไปแล้วทั้งสิ้น 6,200.4 ล้านเหรียญ น้อยกว่าปีที่แล้ว 5.7% , น้อยกว่าปี 2009 อยู่ 2% แต่ยังมากกว่าปี 2008 และปี 2007 อยู่ 5.1% และ 5.5% ตามลำดับ โดยปีที่ยังทำรายรับรวมจนถึง 29 กรกฎาคมมากที่สุดก็คือปี 2010 ด้วยรายรับรวม 6,575.8 ล้านเหรียญ

มาต่อกันที่ 10 อันดับรายรับรวมของแต่ละค่ายผู้จัดจำหน่าย ซึ่งอันดับก็ขึ้นๆลงๆตลอดเวลา แต่สตูดิโอพาราเมาท์ก็ยังรั้งตำแหน่งหัวแถวอยู่เช่นเดิม ซึ่งก็มาจากการเปิดตัว 2 หนังใหม่ของสตูดิโอเอง ส่วนรองแชมป์เปลี่ยนมือเป็นสตูดิโอวอร์เนอร์แล้ว จากหนังใหญ่ที่คงไม่ต้องบอกว่าเรื่องอะไร ในขณะที่สตูดิโออื่นๆ ก็เก็บได้มากบ้างน้อยบ้างตามรายรับของหนังในมือ มาดูกันละเอียดไปเลยว่าสตูดิโอใดได้เท่าไรกัน รายรับรวมนับถึง 28 กรกฎาคม รายรับของแต่ละสตูดิโอจะเป็นดังนี้

  1. สตูดิโอพาราเมาท์ (Paramount) ครองแชมป์ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 มีรายรับรวมอยู่ที่ 1,317.2 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นจากการรายงานครั้งแล้วถึง 464.7 ล้านเหรียญเลยทีเดียว ครองส่วนแบ่งตลาด 21.4% เพิ่มขึ้นจากปลายเดือนมิถุนายนเกือบ 4% รายรับรวมที่ว่ามาจากหนังทั้งหมด 14 เรื่อง โดยเป็นหนังปีนี้ 8 เรื่อง เหตุผลที่รายรับเพิ่มขึ้นเยอะ เพราะในเดือนกรกฎาคม พาราเมาท์เปิดตัวหนังใหญ่ 2 เรื่อง ได้แก่ Transformers: Dark of the Moon ตอนต้นเดือน และ Captain America: The First Avenger ตอนปลายเดือน
  2. สตูดิโอวอร์เนอร์ (Warner Bros.) แชมป์ส่วนแบ่งตลาด 3 ปีซ้อนอย่างวอร์เนอร์ยังอยู่ในอันดับที่ 2 มีรายรับรวมอยู่ที่ 1,120.7 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นในระดับที่สูงเหมือนกัน โดยทำรายรับเพิ่มไป 424.2 ล้านเหรียญ ครองส่วนแบ่งตลาด 18.2% เพิ่มขึ้นจากปลายเดือนที่แล้วเกือบ 4% เช่นเดียวกับพาราเมาท์ รายรับรวมของวอร์เนอร์ในเดือนที่ผ่านมา มาจากหนังทั้งหมด 24 เรื่อง เป็นหนังปีนี้ 12 เรื่อง โดยวอร์เนอร์เปิดตัวหนัง 3 เรื่องในเดือนกรกฎาคม แต่รายรับนับถึง 28 กรกฎาคมจะมาจากหนัง 2 เรื่อง (เพราะอีกเรื่องซึ่งก็คือ Crazy, Stupid, Love. จะเปิดตัว 29 กรกฎาคม) ได้แก่ Horrible Bosses เปิดตัวต้นเดือน และ Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2 เปิดตัวกลางเดือน ซึ่งรายรับที่ทำเพิ่มขึ้นก็มาจากหนังแฮร์รี่กว่า 70%
  3. สตูดิโอยูนิเวอร์แซล (Universal) ตกลงมาอยู่ในอันดับที่ 3 กับยอดรายรับรวม 774.6 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นจากครั้งที่แล้วเพียง 54.7 ล้านเหรียญ ครองส่วนแบ่งตลาด 12.6% ซึ่งเป็นส่วนแบ่งตลาดที่ลดลง รายรับรวมมาจากหนังทั้งหมด 11 เรื่อง เป็นหนังปีนี้ 9 เรื่อง และยอดรายรับที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจากปลายเดือนที่แล้ว ก็มาจากการเปิดตัวหนังใหม่เพียงเรื่องเดียวของยูนิเวอร์แซล ซึ่งก็คือหนังเรื่อง Larry Crowne ที่ทำรายรับไปไม่มากเท่าไร แต่ปลายเดือนกรกฎาคมในวันที่ 29 ยูนิเวอร์แซลจะมี Cowboys & Aliens เปิดตัว และคงสร้างรายรับให้กับเดือนสิงหาคมต่อไป
  4. สตูดิโอบัวนาวิสต้า (Buena Vista) ครองอันดับเดิมอีกครั้งแล้วสำหรับค่ายดิสนีย์ มียอดรายรับรวมอยู่ที่ 735.5 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นจากครั้งที่แล้ว 143.5 ล้านเหรียญ ส่วนแบ่งตลาด 12% เป็นส่วนแบ่งที่ลดลงเล็กน้อย รายรับของดิสนีย์ทั้งหมดมาจากหนัง 11 เรื่อง เป็นหนังปีนี้ 8 เรื่อง โดยในเดือนกรกฎาคมดิสนีย์มีหนังใหม่เปิดตัวเพียงเรื่องเดียวคือ Winnie the Pooh แถมเปิดตัวชนยักษ์ใหญ่แฮร์รี่จากวอร์เนอร์ ดังนั้นรายรับรวมที่เพิ่มขึ้นร้อยกว่าล้านที่ว่าจึงไม่ได้มาจากหนังใหม่เรื่องดังกล่าว แต่มาจากหนังเปิดตัวปลายเดือนมิถุนายนเรื่อง Cars 2
  5. สตูดิโอโซนี่ / โคลัมเบีย (Sony / Columbia) ครองอันดับเดิมจากครั้งที่แล้ว มียอดรายรับรวม 674.6 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 158.5 ล้านเหรียญ ครองส่วนแบ่งตลาด 11% ซึ่งเป็นส่วนแบ่งที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย รายรับรวมของโซนี่มาจากหนังทั้งหมด 15 เรื่อง เป็นหนังปีนี้ 10 เรื่อง โดยมีหนัง 3 เรื่องเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม แต่รายรับนับถึง 28 กรกฎาคมจะมาจากหนัง 2 เรื่อง (เพราะอีกเรื่องซึ่งก็คือ The Smurfs จะเปิดตัว 29 กรกฎาคม) คือ Zookeeper และ Friends with Benefits โดยเรื่องหลังจัดจำหน่ายร่วมกับสกรีนเจ็มส์
  6. สตูดิโอฟ็อกซ์ (20th Century Fox) ยังคงไม่เขยิบไปอันดับอื่นๆต่อไปสำหรับฟ็อกซ์ รายรับรวมของฟ็อกซ์อยู่ที่ 572.5 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นเพียง 62.7 ล้านเหรียญ ส่วนแบ่งตลาดก็ลดลงไปอยู่ที่ 9.3% รายรับของฟ็อกซ์มาจากหนังทั้งหมด 11 เรื่อง เป็นหนังปีนี้ 7 เรื่อง โดยในเดือนกรกฎาคม ฟ็อกซ์มี Monte Carlo เปิดตัวใหม่ตอนต้นเดือนเพียงเรื่องเดียว ซึ่งทำรายรับให้ฟ็อกซ์ไม่มาก
  7. สตูดิโอไวน์สตีน คอมพานี (Weinstein Company) รั้งตำแหน่งเดิม โดยมีรายรับรวมอยู่ที่ 184.4 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นจากครั้งที่แล้วเพียง 4 แสนเหรียญ เพราะไวน์สตีนเปิดตัวหนังใหม่ในวงจำกัดเพียงแค่เรื่องเดียวคือ Sarah’s Key หรือชื่อต้นฉบับ Elle s’appelait Sarah ซึ่งไวน์สตีนซื้อมาจากประเทศฝรั่งเศสเพื่อมาจัดจำหน่าย ทำให้ส่วนแบ่งตลาดลดลงไปอยู่ที่ 3% สำหรับรายได้ทั้งหมดของไวน์สตีนมาจากหนัง 9 เรื่อง เป็นหนังปีนี้ 7 เรื่อง
  8. สตูดิโอรีเลทิวิตี้ (Relativity) ตำแหน่งเดิมเช่นเดียวกัน มีรายรับรวม 125.9 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 1.4 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นในระดับที่มากกว่าไวน์สตีน ทั้งที่ไม่มีหนังใหม่เปิดตัวแม้แต่เรื่องเดียวในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ส่วนแบ่งตลาดของรีเลทิวิตี้อยู่ที่ 2% ลดลงจากครั้งที่แล้วเล็กน้อย รายรับทั้งหมดยังมาจากหนัง 5 เรื่อง เป็นหนังปีนี้ 4 เรื่องตามเดิม
  9. สตูดิโอไลออนเกตส์ (Lionsgate) ทำรายรับรวมไป 117.9 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นจากครั้งที่แล้ว 8 แสนเหรียญ ส่วนแบ่งตลาดลดลงไปอยู่ที่ 1.9% รายรับทั้งหมดมาจากหนัง 8 เรื่อง เป็นหนังปีนี้ 5 เรื่อง โดยไม่มีหนังใหม่เปิดตัวในเดือนกรกฎาคม
  10. สตูดิโอฟ็อกซ์เซิร์ชไลท์ (Fox Searchlight) ทำรายรับข้ามร้อยล้านมาได้สำเร็จ รายรับรวมอยู่ที่ 105.2 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นจากครั้งที่แล้ว 6.2 ล้านเหรียญ มีส่วนแบ่งตลาด 1.7% รายรับมาจากหนังทั้งหมด 9 เรื่อง เป็นหนังปีนี้ 7 เรื่อง โดยมีหนังเปิดตัวใหม่ในเดือนกรกฎาคม 2 เรื่องคือ Snow Flower and the Secret Fan และ Another Earth ซึ่งเป็นการเปิดตัวในวงจำกัด

ต่อกันด้วยอันดับหนังทำเงินสูงสุดในอเมริกาประจำปี 2011 ที่ทำเงินเกิน 100 ล้านเหรียญ นับรายได้ถึง 29 กรกฎาคม จะมีหนังทำเงินเกิน 100 ล้านเหรียญทั้งหมด 16 เรื่อง เพิ่มขึ้นจากการรายงานครั้งที่แล้ว 5 เรื่อง และก็ได้แชมป์หน้าใหม่อีกครั้ง ซึ่งจะเป็นเรื่องอะไรไปติดตามกัน

  1. Transformers: Dark of the Moon เพิ่งเปิดตัวต้อนรับวันชาติอเมริกาที่ผ่านมา และทำรายได้ต่อเนื่องมาเรื่อยๆ จนคว้่าแชมป์รายได้สูงสุดประจำปี 2011 ขณะนี้ ด้วยรายได้รวมทั้งสิ้น 333.7 ล้านเหรียญ แต่อีกไม่นานก็คงโดนรองแชมป์ทำรายได้แซงหน้าไป
  2. Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2 เปิดตัวกลางเดือนกรกฎาคมด้วยสถิติสูงสุดครั้งใหม่ และในเวลาไม่ถึงเดือนก็กวาดรายได้ไปแล้วถึง 303.2 ล้านเหรียญ ซึ่งเป็นรายได้ที่สูงสุดเป็นอันดับ 2 ของแฟรนไชส์แฮร์รี่แล้ว
  3. The Hangover Part II ทำรายได้เพิ่มขึ้นจากการรายงานครั้งที่แล้วเพียง 7.7 ล้านเหรียญ ทำให้เสียแชมป์ไปเรียบร้อย โดยมีรายได้รวมทั้งสิ้นอยู่ที่ 252.6 ล้านเหรียญ
  4. Pirates of the Caribbean: On Stranger Tides รองแชมป์จากครั้งที่แล้ว ร่วงลงมาอยู่อันดับ 4 ซะแล้ว เพราะทำเพิ่มไปเพียง 7.6 ล้านเหรียญ รายได้รวมอยู่ที่ 238.2 ล้านเหรียญ และกลายเป็นหนังแฟรนไชส์ไพเรทที่ทำรายได้รวมในอเมริกาน้อยที่สุด
  5. Fast Five เก็บรายได้เพิ่มไปอีกเพียง 1.7 ล้านเหรียญ รวมยอดรายได้ทั้งหมด 209.6 ล้านเหรียญ
  6. Cars 2 เปิดตัวเมื่อปลายเดือนมิถุนายน และทำเพิ่มในเดือนกรกฎาคมกว่าร้อยล้าน รวมรายได้ทั้งหมดทำไปแล้ว 180.45 ล้านเหรียญ
  7. Thor ร่วงลงมา 3 อันดับ เพราะมีหนังใหม่เข้ามาเพียบ แต่ก็ทำรายได้รวมไปแล้ว 180.37 ล้านเหรียญ
  8. Bridesmaids ทำรายได้เพิ่มจากครั้งที่แล้วไป 16.5 ล้านเหรียญ และรายได้รวมก็ปาไปแล้วถึง 164.6 ล้านเหรียญ ท้ายที่สุดรายได้รวมน่าจะไปแตะหลัก 170 ล้านเหรียญได้
  9. Kung Fu Panda 2 ตกลงมาจากอันดับ 5 ทำรายได้เพิ่มไป 6.7 ล้านเหรียญ มีรายได้รวมอยู่ที่ 161 ล้านเหรียญ
  10. X-Men: First Class ร่วงลงมาจากอันดับ 8 และเก็บรายได้เพิ่มไปเำพียง 9.8 ล้านเหรียญ ยอดรายได้รวมคือ 144.4 ล้านเหรียญ น่าเสียดายหนังดีๆเรื่องนี้ที่น่าจะกลายเป็นหนังแฟรนไชส์เอ็กซ์เม็นที่ทำรายได้รวมน้อยที่สุด
  11. Rio เก็บเพิ่มไปได้อีก 3 ล้านเหรียญ และเขยิบรายได้รวมไปอยู่ที่ 142.8 ล้านเหรียญ
  12. Super 8 จากครั้งที่แล้วยังทำรายได้ไม่ถึงร้อยล้าน มาครั้งนี้ทำเพิ่มไปอีก 26.6 ล้านเหรียญ ทำให้รายได้รวมผ่านร้อยล้านไปอยู่ที่ 124.7 ล้านเหรียญ
  13. Rango ปิดโปรแกรมฉายไปแล้วเรียบร้อย เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทำรายได้ไปทั้งสิ้น 123.3 ล้านเหรียญ
  14. Green Lantern เปิดตัวกลางเดือนมิถุนายน และทำรายได้ตลอดเดือนกรกฎาคมไปอีก 20.9 ล้านเหรียญ และมีรายได้รวมอยู่ที่ 114.1 ล้านเหรียญ
  15. Hop ปิดโปรแกรมฉายไปตั้งแต่การรายงานครั้งที่แล้ว ทำรายได้รวมไว้ 108.1 ล้านเหรียญ
  16. Just Go With It ปิดโปรแกรมฉายเป็นเรื่องแรกในหนัง 16 เรื่องนี้ ทำรายได้รวมไว้ทั้งสิ้น 103 ล้านเหรียญ

สำหรับหนังที่ทำรายได้เฉียด 100 ล้านเหรียญ ก็จะมี อันดับ 17 Gnomeo and Juliet ปิดโปรแกรมไปปลายเดือนมิถุนายน รายได้เฉียด 100 ล้านเหรียญมากๆ จบด้วยเลขสวย 99.97 ล้านเหรียญ / อันดับ 18 Captain America: The First Avenger เปิดตัวมาได้ 7 วัน ทำรายได้ไปแล้ว 99.7 ล้านเหรียญ / อันดับ 19 The Green Hornet ปิดโปรแกรมไปแล้วเหมือนกัน ทำไปทั้งสิ้น 98.8 ล้านเหรียญ / อันดับ 20 Bad Teacher เปิดตัวปลายเดือนมิถุนายน ทำรายได้ไปแล้ว 95.9 ล้านเหรียญ / อันดับ 21 Horrible Bosses เปิดตัวต้นเดือนกรกฎาคม ทำรายได้ไปแล้ว 91.3 ล้านเหรียญ

ตามมาด้วยอันดับหนังทำรายได้รวมสูงสุดนอกอเมริกาประจำปี 2011 ที่ทำเงินเกิน 100 ล้านเหรียญ นับรายได้ถึง 29 กรกฎาคม จะมีหนังทำรายได้นอกอเมริกาเกิน 100 ล้านเหรียญทั้งหมด 14 เรื่อง เพิ่มขึ้นจากการรายงานครั้งที่แล้ว 3 เรื่อง มีเรื่องอะไรบ้างไปดูกัน

  1. Pirates of the Caribbean: On Stranger Tides ยังคงครองแชมป์นอกอเมริกาเช่นเดิม ด้วยรายได้ที่เขยิบไปอยู่ที่ 794.6 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 38.5 ล้านเหรียญ
  2. Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2 เพิ่งเปิดตัวกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ก็กระโดดมาครองอันดับที่ 2 ทันที โดยกวาดรายได้ไปแล้วถึง 645.3 ล้านเหรียญ
  3. Transformers: Dark of the Moon ก้าวกระโดดมาอีกเรื่อง โดยทำรายได้ไปแล้ว 604.3 ล้านเหรียญ
  4. Kung Fu Panda 2 ทำรายได้เพิ่มจากครั้งที่แล้วถึง 99.2 ล้านเหรียญ รายได้รวมเขยิบไปอยู่ที่ 442.6 ล้านเหรียญ
  5. Fast Five เริ่มจะเป็นการฉายปลายโปรแกรมแล้ว ทำรายได้รวมทั้งสิ้นอยู่ที่ 394.1 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นจากครั้งก่อนเพียง 5.1 ล้านเหรียญ
  6. Rio เก็บเพิ่มได้อีกนิด โดยมีรายได้อยู่ที่ 333.9 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นจากครั้งก่อน 4.3 ล้านเหรียญ
  7. The Hangover Part II สร้างสถิติรายได้รวมนอกอเมริกาสูงกว่าหนังภาคก่อน โดยทำไปแล้ว 310.4 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 27.2 ล้านเหรียญ
  8. Thor เก็บเพิ่มจากครั้งที่แล้วไปอีกแค่ 7.6 ล้านเหรียญ มีรายได้รวม 267.2 ล้านเหรียญ
  9. X-Men: First Class เขยิบรายได้ผ่านหลัก 200 ล้านเหรียญ ไปอยู่ที่ 203.8 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นจากครั้งก่อน 17.1 ล้านเหรียญ
  10. Cars 2 ทำรายได้แต่ละสัปดาห์ค่อนข้างน่าผิดหวังกว่าภาคแรก ล่าสุดทำรายได้นอกอเมริกาไป 173.7 ล้านเหรียญ
  11. The Green Hornet ปิดโปรแกรมด้วยรายได้ 129 ล้านเหรียญ
  12. Rango ปิดตัวเลขที่ 119.3 ล้านเหรียญ
  13. Battle: Los Angeles รายได้ปิดโปรแกรมทำไปทั้งสิ้น 118.9 ล้านเหรียญ
  14. Just Go With It ปิดโปรแกรมเรียบร้อย ทำรายได้ไปทั้งสิ้น 111.9 ล้านเหรียญ

สำหรับรายได้รวมสูงสุดทั่วโลกประจำปี 2011 ที่ทำเงินเกิน 100 ล้านเหรียญ นับรายได้ถึง 29 กรกฎาคม จะมีหนังทำรายได้รวมทั่วโลกเกิน 100 ล้านเหรียญทั้งหมด 29 เรื่อง เพิ่มขึ้นจากการรายงานครั้งที่แล้ว 5 เรื่อง รายละเอียดมีดังนี้

  1. Pirates of the Caribbean: On Stranger Tides จากค่ายดิสนีย์ ทำรายได้ไป 1,032.8 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นจากครั้งที่แล้ว 46.1 ล้านเหรียญ
  2. Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2 จากค่ายวอร์เนอร์ ทำรายได้ไป 948.5 ล้านเหรียญ ทั้งที่เพิ่งเปิดตัวไม่นาน
  3. Transformers: Dark of the Moon จากค่ายพาราเมาท์ ทำรายได้ไป 938 ล้านเหรียญ
  4. Fast Five จากค่ายยูนิเวอร์แซล ทำรายได้ไป 603.7 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นจากครั้งก่อน 6.8 ล้านเหรียญ
  5. Kung Fu Panda 2 จากค่ายพาราเมาท์ ทำรายได้ไป 603.6 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นจากครั้งก่อนถึง 105.9 ล้านเหรียญ และอีกนิดเดียวก็จะแซง Fast Five ไปได้แล้ว
  6. The Hangover Part II จากค่ายวอร์เนอร์ ทำรายได้ไป 563 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 34.9 ล้านเหรียญ
  7. Rio จากค่ายฟ็อกซ์ ทำรายได้ไป 476.8 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 7.4 ล้านเหรียญ
  8. Thor จากค่ายพาราเมาท์ ทำรายได้ไป 447.5 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 10.6 ล้านเหรียญ
  9. Cars 2 จากค่ายดิสนีย์ ทำรายได้ไป 354.1 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 231 ล้านเหรียญ
  10. X-Men: First Class จากค่ายฟ็อกซ์ ทำรายได้ไป 348.2 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 26.9 ล้านเหรียญ
  11. Rango จากค่ายพาราเมาท์ ทำรายได้ไป 242.6 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นเพียง 2 แสนเหรียญ
  12. Bridesmaids จากค่ายยูนิเวอร์แซล ทำรายได้ไป 235.3 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 65.9 ล้านเหรียญ
  13. The Green Hornet จากค่ายโซนี่ ทำรายได้ไป 227.8 ล้านเหรียญ ปิดโปรแกรม
  14. Just Go With It จากค่ายโซนี่ ทำรายได้ไป 214.9 ล้านเหรียญ ปิดโปรแกรม
  15. Battle: Los Angeles จากค่ายโซนี่ ทำรายได้ไป 202.5 ล้านเหรียญ ปิดโปรแกรม
  16. Gnomeo and Juliet จากค่ายดิสนีย์ ทำรายได้ไป 190 ล้านเหรียญ ปิดโปรแกรม
  17. Hop จากค่ายยูนิเวอร์แซล ทำรายได้ไป 182.4 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 5.5 ล้านเหรียญ
  18. Super 8 จากค่ายพาราเมาท์ ทำรายได้ไป 181.4 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 46.1 ล้านเหรียญ
  19. Bad Teacher จากค่ายโซนี่ ทำรายได้ไป 166.1 ล้านเหรียญ เพิ่งทำรายได้เกินร้อยล้าน และจะเป็นกำลังหลักของโซนี่ต่อไป
  20. Limitless จากค่ายรีเลทิวิตี้ ทำรายได้ไป 155.4 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 2.6 ล้านเหรียญ
  21. Green Lantern จากค่ายวอร์เนอร์ ทำรายได้ไป 150.1 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 27.5 ล้านเหรียญ
  22. No Strings Attached จากค่ายพาราเมาท์ ทำรายได้ไป 147.8 ล้านเหรียญ ปิดโปรแกรม
  23. I Am Number Four จากค่ายดิสนีย์ ทำรายได้ไป 144.5 ล้านเหรียญ ปิดโปรแกรม
  24. Unknown จากค่ายวอร์เนอร์ ทำรายได้ไป 130.8 ล้านเหรียญ ปิดโปรแกรม
  25. The Adjustment Bureau จากค่ายยูนิเวอร์แซล ทำรายได้ไป 127.1 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 3.1 ล้านเหรียญ
  26. Source Code จากค่ายซัมมิต ทำรายได้ไป 123.3 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 10.9 ล้านเหรียญ
  27. Mr. Popper’s Penguins จากค่ายฟ็อกซ์ ทำรายได้ไป 120.5 ล้านเหรียญ เพิ่งทำรายได้เกินร้อยล้าน
  28. Water for Elephants จากค่ายฟ็อกซ์ ทำรายได้ไป 115.1 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 9 แสนเหรียญ
  29. Captain America: The First Avenger จากค่ายพาราเมาท์ เพิ่งเปิดตัวไม่กี่วัน ก็ทำีรายได้ทั่วโลกไปแล้ว 109.5 ล้านเหรียญ

ปิดท้ายการรายงานกันเช่นเคยด้วยสถิติใหม่ที่เกิดขึ้นในปี 2011 ซึ่งในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีแชมป์สถิติใหม่ๆเกิดขึ้นเพียบ รวมกับสถิติเก่าๆที่รายงานกันก็จะมีทั้งหมดดังนี้

  • African Cats ทำรายได้เิปิดตัวโดยมีรายได้ของวันศุกร์เป็นหลักคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูงที่สุดคือ 55.4%
  • Fast Five เปิดตัวสร้างสถิติหนังเปิดตัวเดือนเมษายนสูงสุดตลอดกาล ด้วยตัวเลขรายได้ 86.2 ล้านเหรียญ
  • เดือนเมษายนปี 2011 สร้างสถิติรายรับสูงที่สุดของเดือนเมษายนทั้งหมด โดยทำไปมากถึง 791.6 ล้านเหรียญ
  • The Hangover Part II เป็นหนังเรต R ที่เปิดตัวด้วยโรงฉายในอเมริกาที่สูงที่สุดด้วยจำนวนโรงฉาย 3,615 โรงฉาย
  • The Hangover Part II เป็นหนังเรต R ที่มีจำนวนโรงฉายสูงที่สุดไม่เฉพาะแค่สัปดาห์เปิดตัวด้วยจำนวนโรงฉาย 3,615 โรงฉาย
  • เดือนพฤษภาคมปี 2011 สร้างสถิติรายรับสูงที่สุดของเดือนพฤษภาคมทั้งหมด โดยทำไปมากถึง 1,037.5 ล้านเหรียญ
  • Cars 2 เป็นหนังเรต G ที่เปิดตัวด้วยโรงฉายในอเมริกาที่สูงที่สุดด้วยจำนวนโรงฉาย 4,115 โรงฉาย
  • Cars 2 เป็นหนังเรต G ที่มีจำนวนโรงฉายสูงที่สุดไม่เฉพาะแค่สัปดาห์เปิดตัวด้วยจำนวนโรงฉาย 4,115 โรงฉาย
  • Transformers: Dark of the Moon ทำรายได้เปิดตัวในอเมริกาสุดสัปดาห์วันชาติสูงที่สุดตลอดกาล 97.85 ล้านเหรียญ
  • Transformers: Dark of the Moon ทำรายได้ในอเมริกาสุดสัปดาห์วันชาติสูงที่สุดตลอดกาลไม่ว่าจะเปิดตัวในสุดสัปดาห์นี้หรือไม่ 97.85 ล้านเหรียญ
  • สุดสัปดาห์ 15-17 กรกฎาคม 2011 เป็นสุดสัปดาห์ที่มีความต่างของรายได้ระหว่างหนังอันดับ 1 และอันดับ 2 มากที่สุดตลอดกาล 147.9 ล้านเหรียญ
  • Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2 ทำรายได้เปิดตัวในอเมริกาวันแรกสูงที่สุดตลอดกาล 91.07 ล้านเหรียญ
  • Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2 ทำรายได้วันเดียวสูงที่สุดตลอดกาล 91.07 ล้านเหรียญ
  • Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2 ทำรายได้ในวันศุกร์สูงที่สุดตลอดกาล 91.07 ล้านเหรียญ
  • Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2 ทำรายได้ข้ามผ่าน 100 ล้านเหรียญเร็วที่สุดตลอดกาล ใช้เวลา 2 วันทำรายได้ไป 133.49 ล้านเหรียญ
  • Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2 ทำรายได้ข้ามผ่าน 150 ล้านเหรียญเร็วที่สุดตลอดกาล ใช้เวลา 3 วันทำรายได้ไป 169.19 ล้านเหรียญ
  • Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2 ทำรายได้เปิดตัวในอเมริกาสุดสัปดาห์ 3 วันสูงที่สุดตลอดกาล 169.19 ล้านเหรียญ
  • Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2 ทำรายได้เปิดตัวนอกอเมริกาสูงที่สุดตลอดกาล 314 ล้านเหรียญ
  • Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2 ทำรายได้เปิดตัวทั่วโลกสูงที่สุดตลอดกาล 483.19 ล้านเหรียญ
  • Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2 ทำรายได้เปิดตัวในฤดูฉายซัมเมอร์ สุดสัปดาห์ 3 วันสูงที่สุดตลอดกาล 169.19 ล้านเหรียญ
  • Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2 ทำรายได้เปิดตัวในเดือนกรกฎาคม สุดสัปดาห์ 3 วันสูงที่สุดตลอดกาล 169.19 ล้านเหรียญ
  • Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2 เป็นหนังเรต PG-13 ที่ทำรายได้เปิดตัวในอเมริกาสุดสัปดาห์ 3 วันสูงที่สุดตลอดกาล 169.19 ล้านเหรียญ
  • Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2 ทำรายได้เปิดตัวในอเมริกา 3 วันแรกสูงที่สุดตลอดกาล 169.19 ล้านเหรียญ
  • Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2 ทำรายได้เปิดตัวในอเมริกา 4 วันแรกสูงที่สุดตลอดกาล 187.23 ล้านเหรียญ

สำหรับการรายงานในครั้งนี้ก็หมดลงเพียงเท่านี้ พบกันใหม่ในการรายงานสถิติที่น่าสนใจปลายเดือนสิงหาคมครับ อยากทราบสถิติต่างๆของเดือนที่ผ่านมาคลิกเข้าไปอ่านได้ตามลิงค์ข้างล่างครับ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s