จากการรายงานในครั้งที่ผ่านๆมา ผมจะรายงานรวมไปกับบทความแนะนำหนังรายเดือน แต่มาในครั้งนี้ขอแยกตัวออกมาเป็นอีกหนึ่งบทความ เพื่อให้ใส่รายอะเอียดได้มากขึ้นและติดตามกันได้ง่าย ส่วนใครจะอ่านบทความแนะนำหนังเดือนกรกฎาคม ขอเชิญ คลิกเบาๆ แล้วไปสนุกกันได้เลยครับ ในที่นี้ขอเริ่มด้วยการรายงานรายรับในแต่ละเดือนตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมากันก่อน

  • ไตรมาสแรกของปี 2011 ทำรายรับรวมไว้ทั้งสิ้นที่ตัวเลข 2,095.5 ล้านเหรียญ เป็นรายรับที่ลดลง 20.82% จากปีที่แล้ว
  • เดือนเมษายน 2011 ทำรายรับรวม 791.6 ล้านเหรียญ จากหนังทั้งหมด 212 เรื่อง
  • เดือนพฤษภาคม 2011 สรุปรายรับรวมเป็นที่เรียบร้อย โดยทำรายรับรวมไว้ที่ 1,037.5 ล้านเหรียญ จากหนังทั้งหมด 210 เรื่อง ซึ่งผิดคาดเหมือนกันที่สามารถคว้าแชมป์รายรับรวมสูงสุดตลอดกาลมาจากปี 2009 ได้เป็นผลสำเร็จ ปี 2009 ทำสถิติไว้ 1,018.4 ล้านเหรียญ

สำหรับรายรับรวมเดือนมิถุนายนนี้ นับถึงวันที่ 28 มิถุนายน ทำไปแล้วประมาณ 910.7 ล้านเหรียญ ถ้าเทียบกับเดือนมิถุนายนในปีก่อน รายรับของปีนี้จะอยู่ในอันดับ 8 รายรับรวมเดือนมิถุนายนสูงสุดตลอดกาลในอเมริกา แชมป์ยังเป็นของเดือนมิถุนายนปี 2009 ที่ทำไว้สูงถึง 1,086.7 ล้านเหรียญ แต่ก็ไม่แน่ที่รายรับรวมเดือนมิถุนายนปี 2011 นี้อาจจะแซงหน้าขึ้นเป็นอันดับ 1 ได้ เพราะในการรายงานครั้งที่แล้วที่ผมบอกว่ายากเอาการที่รายรับเดือนพฤษภาคมจะทำรายรับรวมข้ามผ่านปี 2010 ที่อยู่ในอันดับ 7 แต่ท้ายที่สุดก็สามารถคว้าแชมป์อันดับ 1 ไปได้ สำหรับเดือนมิถุนายนปี 2011 จะได้การเปิดตัวของหนัง Transformers: Dark of the Moon ที่เปิดตัวในวันพุธที่ 29 มาช่วย และคงทำรายรับให้ได้อีกมาก ซึ่งจะเป็นแชมป์หรือไม่ ผมจะมารายงานให้ทราบกันปลายเดือนกรกฎาคมครับ และสำหรับรายรับรวมตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมานับถึง 28 มิถุนายน ทำรายรับรวมไปแล้วทั้งสิ้น 4,835.3 ล้านเหรียญ น้อยกว่าปีที่แล้ว 7.9%  น้อยกว่าปี 2009 อยู่ 6.5%  แต่มากกว่าปี 2008 และ 2007 อยู่ 4.6% และ 7.2%  ตามลำดับ

มาต่อกันด้วยรายรับรวมของแต่ละค่ายผู้จัดจำหน่าย ที่มีการเปลี่ยนแปลงอันดับกันอีกครั้ง เพราะได้รายรับจากการเปิดตัวหนังใหม่ในเดือนมิถุนายนเรื่อง Super 8 ที่ช่วยกระเตื้องรายรับรวมของค่ายพาราเมาท์ให้กลับมาเป็นแชมป์อีกครั้ง และถีบแชมป์เก่ายูนิเวอร์แซลให้ตกลงไปอยู่ในอันดับที่ 2 แทน ครั้งนี้ขอเพิ่มการรายงานสตูดิโอที่ทำรายได้รวมเกิน 100 ล้านเหรียญทั้งหมด รายได้รวมนับถึง 26 มิถุนายนของแต่ละสตูดิโอจะเป็นดังนี้

  1. สตูดิโอพาราเมาท์ (Paramount) กลับมาทวงแชมป์อีกครั้ง ด้วยรายได้รวม 852.5 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นจากการรายงานครั้งที่แล้วถึง 270.9 ล้านเหรียญ ครองส่วนแบ่งตลาด 17.8% เป็นรายได้ที่มาจากหนังทั้งหมด 12 เรื่อง แบ่งเป็นหนังในปี 2011 จำนวน 6 เรื่อง โดยมีหนัง Super 8 ทำรายได้ให้มากที่สุด และยังได้รายได้จากหนัง Kung Fu Panda 2 รวมทั้ง Thor ที่ยังเก็บรายได้เพิ่มได้อยู่
  2. สตูดิโอยูนิเวอร์แซล (Universal) เพิ่งจะเป็นแชมป์ไปไม่เท่าไร ก็โดนถีบลงมาอยู่ที่ 2 อีกแล้ว กับรายได้รวม 719.9 ล้่านเหรียญ ที่แม้จะทำเพิ่มขึ้นถึง 97.1 ล้านเหรียญ แต่ก็ยังไม่พอจะคว้าแชมป์ ตอนนี้ยูนิเวอร์แซลมีส่วนแบ่งอยู่ที่ 15% ทำรายได้มาจากหนัง 10 เรื่อง เป็นหนังปีนี้ 8 เรื่อง และเหตุผลที่พลาดแชมป์อีกอย่างก็คือ ยูนิเวอร์แซลไม่มีหนังเรื่องใหม่เปิดตัวในเดือนมิถุนายน ซึ่งหวังแต่รายได้จากหนังเก่าๆที่เข้ามานานแล้ว
  3. สตูดิโอวอร์เนอร์ (Warner Bros.) หลังจากที่ตกลงไปอยู่ในอันดับ 5 ในการรายงานครั้งที่แล้ว วอร์เนอร์ก็ถีบตัวเองให้ขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 3 กับรายได้รวม 696.5 ล้านเหรียญ มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 14.5% โดยทำรายได้เพิ่มขึ้นถึง 310.2 ล้านเหรียญ มาจากหนังทั้งหมด 22 เรื่อง เป็นหนังปีนี้ 10 เรื่อง รายได้หลักในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาของวอร์เนอร์คือ การเก็บรายได้แบบไม่ลืมหูลืมตาของหนัง The Hangover Part II และได้รายได้การเปิดตัวของหนังใหม่ Green Lantern มาช่วยอีกแรง
  4. สตูดิโอบัวนาวิสต้า (Buena Vista) ยังคงครองอันดับเดิมจากการรายงานครั้งที่แล้ว รายได้รวมอยู่ที่ 592 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 183.6 ล้านเหรียญ มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 12.4% รายได้มาจากหนัง 10 เรื่อง เป็นหนังปีนี้ 7 เรื่อง รายได้หลักมาจากหนังเรื่อง Pirates of the Caribbean: On Stranger Tides และยังได้การเปิดตัวปลายเดือนของ Cars 2 มาช่วยอีกแรง
  5. สตูดิโอโซนี่ / โคลัมเบีย (Sony / Columbia) ร่วงลงมาจากอันดับ 3 ในการรายงานครั้งที่แล้ว ทำรายได้รวมไป 516.1 ล้านเหรียญ มีส่วนแบ่ง 10.8% ทำรายได้เพิ่มขึ้น 42.5 ล้านเหรียญ มาจากหนังทั้งหมด 13 เรื่อง เป็นหนังปีนี้ 8 เรื่อง โดยรายได้หลักในเดือนมิถุนายนมาจากหนัง Bad Teacher ที่เปิดตัวปลายเดือนพร้อมหนัง Cars 2 ของดิสนีย์ ส่วนหนังเก่าเรื่องอื่นๆทำรายได้ให้โซนี่เพียงเล็กน้อย
  6. สตูดิโอฟ็อกซ์ (20th Century Fox) ยังคงหวงอันดับ 6 ไว้เหนียวแน่นไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ มีรายได้รวมอยู่ที่ 509.8 ล้านเหรียญ ส่วนแบ่งตลาด 10.6% ใกล้เคียงกับโซนี่มากๆ รายได้เพิ่มขึ้น 183.9 ล้านเหรียญ มาจากหนังทั้งหมด 10 เรื่อง เป็นหนังปีนี้ 6 เรื่อง รายได้หลักมาจากการเปิดตัวของ X-Men: First Class ต้นมิถุนายน
  7. สตูดิโอไวน์สตีน คอมพานี (Weinstein Company) นี่ก็อยู่ในอันดับเดิม ทำรายได้รวมไปแล้ว 184 ล้านเหรียญ ส่วนแบ่งตลาด 3.8% รายได้เพิ่มขึ้นจากครั้งที่แล้วเพียง 1.4 ล้านเหรียญ โดยได้รายได้จากหนัง 8 เรื่อง เป็นหนังปีนี้ 6 เรื่อง
  8. สตูดิโอรีเลทิวิตี้ (Relativity) ขึ้นมาจากอันดับ 9 ในครั้งที่แล้ว ทำรายได้ไปแล้ว 124.5 ล้านเหรียญ เพิ่มจากครั้งก่อน 14.4 ล้านเหรียญ มีส่วนแบ่งตลาด 2.6% ได้รายได้จากหนัง 5 เรื่อง เป็นหนังปีนี้ 4 เรื่อง โดยมีหนังใหม่เปิดตัวในเดือนมิถุนายนเรื่อง Judy Moody and the Not Bummer Summer เป็นรายได้หลัก
  9. สตูดิโอไลออนเกตส์ (Lionsgate) ตกลงมาจากอันดับ 8 ทำรายได้ไปแล้ว 117.1 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 2 ล้านเหรียญ มีส่วนแบ่งตลาด 2.4% ได้รายได้จากหนัง 8 เรื่อง เป็นหนังปีนี้ 5 เรื่อง

ส่วนรายได้ของสตูดิโออื่นๆ ยังทำรายได้ไม่ถึง 100 ล้านเหรียญ โดยมีสตูดิโอฟ็อกซ์เซิร์ชไลท์ (Fox Searchlight) ทำไปมากที่สุดที่ 99 ล้านเหรียญ และหวังว่าการรายงานครั้งหน้าสตูดิโอฟ็อกซ์เซิร์ชไลท์จะสามารถทำรายได้เกิน 100 ล้านเหรียญไปได้

ต่อกันด้วยอันดับหนังทำเงินสูงสุดในอเมริกาประจำปี 2011 ในครั้งนี้จะรายงานทุกเรื่องที่ทำรายได้เกิน 100 ล้านเหรียญ นับรายได้ถึง 28 มิถุนายน จะมีด้วยกันทั้งหมด 11 เรื่อง โดยแชมป์เปลี่ยนมือเป็นที่เรียบร้อย มาดูกันต่อเลยดีกว่าครับ

  1. The Hangover Part II จากการเปิดตัวปลายเดือนพฤษภาคมเป็นต้นมา และเก็บเกี่ยวรายได้ไปอย่างต่อเนื่อง จนล่าสุดคว้าแชมป์รายได้สูงสุดอยู่ในขณะนี้ด้วยตัวเลขรายได้ 244.9 ล้านเหรียญ
  2. Pirates of the Caribbean: On Stranger Tides เขยิบขึ้นมาจากอันดับที่ 4 ในครั้งที่แล้ว ทำรายได้เพิ่มขึ้นอีก 106.2 ล้านเหรียญ ล่าสุดมีรายได้รวมอยู่ที่ 230.6 ล้านเหรียญ
  3. Fast Five เสียแชมป์ไปเป็นที่เรียบร้อย เก็บรายได้เพิ่มขึ้น 16.7 ล้านเหรียญ รวมรายได้ล่าสุดอยู่ที่ 207.9 ล้านเหรียญ
  4. Thor ตกลงมาจากอันดับ 2 ทำรายได้เพิ่มไปอีก 24.6 ล้านเหรียญ รายได้ล่าสุดอยู่ที่ 177.4 ล้านเหรียญ
  5. Kung Fu Panda 2  เปิดตัวพร้อมกับ The Hangover Part II แต่ก็ทำรายได้สู้ไม่ไหว ได้เพียงอันดับ 5 โดยทำรายได้ไปแล้ว 154.3 ล้านเหรียญ
  6. Bridesmaids นับได้ว่าเป็นม้ามืดของบ็อกซ์ออฟฟิศปีนี้จริงๆ ที่หนังยังสามารถคงรายได้ในแต่ละสัปดาห์ได้อย่างดี ทำรายได้รวมไปแล้ว 148.1 ล้านเหรียญ
  7. Rio ตกลงมาจากอันดับ 3 หลังจากที่มีหนังเปิดตัวใหม่ๆเข้ามามากมาย ทำรายได้เพิ่มขึ้น 6.3 ล้านเหรียญ สะสมไปแล้ว 139.8 ล้านเหรียญ
  8. X-Men: First Class เพิ่งเปิดตัวเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ถึงตอนนี้ทำรายได้รวมไปแล้ว 134.6 ล้านเหรียญ
  9. Rango ตกลงมาจากอันดับที่ 5 ในครั้งที่แล้ว รวมรายได้จนถึงขณะนี้ 123.1 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 1.7 ล้านเหรียญ
  10. Hop ร่วงลงมาจากอันดับ 6 เก็บรายได้เพิ่มไปอีก 8 แสนเหรียญ รวมรายได้ล่าสุดอยู่ที่ 108.1 ล้่านเหรียญ
  11. Just Go With It เป็นหนังเรื่องสุดท้ายที่ทำรายได้เกิน 100 ล้านเหรียญ โดยทำรายได้เพิ่มในหลักหมื่นเหรียญ รายได้รวมจึงยังอยู่ที่ 103 ล้านเหรียญ

ส่วนรายได้รวมของหนังเรื่องอื่นๆที่มีโอกาสแตะ 100 ล้านเหรียญ ได้แก่ อันดับ 14 เรื่อง Super 8 ทำไปแล้ว 98.1 ล้านเหรียญ / อันดับ 15 เรื่อง Green Lantern ทำไปแล้ว 93.2 ล้านเหรียญ / อันดับ 17 เรื่อง Cars 2 เปิดตัวไปด้วยตัวเลข 66.1 ล้านเหรียญ ทำรายได้รวม 5 วันแรกไปแล้ว 80.2 ล้านเหรียญ

ตามมาติดๆกับอันดับหนังทำรายได้รวมสูงสุดนอกอเมริกาประจำปี 2011 ผมจะรายงานทุกเรื่องที่ทำรายได้เกิน 100 ล้านเหรียญนอกอเมริกา โดยนับรายได้ถึง 26 มิถุนายน จะมีอยู่ทั้งหมด 11 เรื่องดังนี้

  1. Pirates of the Caribbean: On Stranger Tides ยังคงเก็บรายได้รวมนอกอเมริกาอย่างต่อเนื่อง ถึงตอนนี้หนังทำรายได้รวมไปแล้ว 756.1 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นจากการรายงานครั้งที่แล้วถึง 403.4 ล้านเหรียญ และกลายเป็นหนังตระกูลไพเรทที่ทำรายได้รวมนอกอเมริกาสูงสุดไปแล้ว
  2. Fast Five สร้างสถิติรายได้รวมนอกอเมริกาสูงสุดในทุกภาคที่ผ่านมา ทำตัวเลขไปถึง 389 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นจากครั้งก่อน 54.6 ล้านเหรียญ
  3. Kung Fu Panda 2  หลังจากเปิดตัวปลายเดือนพฤษภาคมเป็นต้นมาก็กระโดดมาคว้าอันดับ 3 ไว้ได้ กับรายได้รวม 343.4 ล้านเหรียญ
  4. Rio ตกลงมาจากอันดับ 3 ในครั้งที่แล้ว ทำรายได้เพิ่มไปอีก 15.9 ล้านเหรียญ รายได้รวมล่าสุดคือ 329.6 ล้านเหรียญ
  5. The Hangover Part II เปิดตัวพร้อมกับ Kung Fu Panda 2 และทำรายได้รวมในอเมริกาไปมากกว่า แต่ถ้าว่ากันถึงรายได้รวมนอกอเมริกา รายได้ของ The Hangover Part II จะน้อยกว่า โดยทำรายได้ไปแล้ว 283.2 ล้านเหรียญ
  6. Thor ตกลงมาจากอันดับ 4 ในครั้งที่แล้ว ทำรายได้เพิ่มไปอีกเพียง 10.1 ล้านเหรียญ รวมรายได้ขณะนี้ 259.6 ล้านเหรียญ
  7. X-Men: First Class เปิดตัวต้นเดือนมิถุนายนและเก็บรายได้อย่างต่อเนื่อง จนถึงตอนนี้ทำไปแล้ว 186.7 ล้านเหรียญ
  8. The Green Hornet แม้จะเข้าฉายตั้งแต่เดือนมกราคม แต่ก็ยังติดอันดับการรายงาน ด้วยตัวเลขรายได้ 129 ล้านเหรียญ
  9. Rango เปิดตัวเมื่อต้นเดือนมีนาคม ทำรายได้ไปแล้วทั้งสิ้น 119.3 ล้านเหรียญ
  10. Battle: Los Angeles ทำรายได้รวมมากกว่าที่หนังทำได้ในอเมริกา ด้วยตัวเลขรายได้ 118.9 ล้านเหรียญ
  11. Just Go With It เรื่องสุดท้ายที่ทำรายได้รวมเกิน 100 ล้านเหรียญ อันดับเดียวกับรายได้รวมในอเมริกาเป๊ะ โดยทำรายได้รวมนอกอเมริกาไว้ที่ 111.9 ล้านเหรียญ

เมื่อทราบรายได้รวมในอเมริกา และรายได้รวมนอกอเมริกากันแล้ว ก็มาถึงรายได้รวมสูงสุดทั่วโลกประจำปี 2011 โดยผมจะรายงานทุกเรื่องที่ทำรายได้เกิน 100 ล้านเหรียญทั่วโลก นับรายได้ถึง 28 มิถุนายน จะมีอยู่ด้วยกัน 24 เรื่องดังนี้

  1. Pirates of the Caribbean: On Stranger Tides คว้าแชมป์ไปได้ในที่สุด ด้วยรายได้รวมที่ทำไป 986.7 ล้านเหรียญ
  2. Fast Five พลาดท่าเสียแชมป์ไปแล้ว แต่ก็ยังทำรายได้ไปมากถึง 596.9 ล้านเหรียญ
  3. The Hangover Part II เพิ่งเปิดตัวไม่นานเท่าไรก็กระโดดมาคว้าอันดับ 3 ไว้ได้ ด้วยรายได้รวมทั่วโลก 528.1 ล้านเหรียญ
  4. Kung Fu Panda 2  เปิดตัวพร้อมกับหนังในอันดับ 3 แต่รายได้ยังตามอยู่ เพราะทำไปเพียง 497.7 ล้านเหรียญ แต่ยังมีโอกาสตามทัน
  5. Rio ตกลงมาจากอันดับ 3 ในการรายงานครั้งที่แล้ว ทำรายได้ไป 469.4 ล้านเหรียญ
  6. Thor ตกลงมา 2 อันดับ ทำรายได้รวมจนถึงขณะนี้ 436.9 ล้านเหรียญ
  7. X-Men: First Class ช่วยกระเตื้องรายได้ให้สตูดิโอฟ็อกซ์ไปได้เยอะทีเดียว ด้วยรายได้รวมทั่วโลก 321.3 ล้านเหรียญ
  8. Rango เป็นอีกหนึ่งกำลังของสตูดิโอพาราเมาท์ ทำรายได้รวมไปแล้ว 242.4 ล้านเหรียญ
  9. The Green Hornet ล่าสุดเป็นหนังจากสตูดิโอโซนี่ที่ทำรายได้รวมทั่วโลกมากที่สุดในปีนี้ ทำตัวเลขไว้ที่ 227.8 ล้านเหรียญ
  10. Just Go With It นี่ก็เป็นอีกหนึ่งกำลังหลักของโซนี่ ทำรายได้รวมไปแล้ว 214.9 ล้านเหรียญ
  11. Battle: Los Angeles มาจากสตูดิโอโซนี่เป็นเรื่องที่ 3 ติดต่อกัน ทำรายได้รวมไป 202.5 ล้านเหรียญ
  12. Gnomeo and Juliet ขณะนี้เป็นการ์ตูนดิสนีย์ที่ำทำรายได้รวมมากที่สุด ทำไปแล้ว 190 ล้านเหรียญ
  13. Hop ทำรายได้ให้กับยูนิเวอร์แซลเป็นอันดับ 2 รองจาก Fast Five โดยทำไปแล้ว 176.9 ล้านเหรียญ
  14. Bridesmaids ม้ามืดจากยูนิเวอร์แซลที่ช่วยกระเตื้องรายได้ ตัวเลขรายได้ล่าสุดอยู่ที่ 169.4 ล้านเหรียญ
  15. Limitless ทำรายได้เข้าสตูดิโอรีเลทิวิตี้ไปมากที่สุด ทำไปแล้ว 152.8 ล้านเหรียญ
  16. No Strings Attached อีกหนึ่งกำลังของค่ายพาราเมาท์ ทำรายได้ไป 147.8 ล้านเหรียญ
  17. I Am Number Four ช่วยรายได้ของค่ายดิสนีย์ให้มากขึ้น ด้วยรายได้รวม 144.5 ล้านเหรียญ
  18. Super 8 เปิดตัวมาไม่เท่าไร ก็เก็บรายได้ให้พาราเมาท์ไปแล้ว 135.3 ล้านเหรียญ
  19. Unknown ทำรายได้ให้กับวอร์เนอร์เป็นอันดับ 2 รองจากเรื่อง The Hangover Part II โดยทำไปแล้ว 130.8 ล้านเหรียญ
  20. The Adjustment Bureau ทำรายได้ใกล้เคียงกันทั้งในอเมริกาและนอกอเมริกา โดยมีรายได้รวมทั่วโลก 124 ล้านเหรียญ
  21. Cars 2 จะกลายเป็นกำลังหลักของดิสนีย์ในไม่ช้า เพราะเพิ่งเปิดตัวไปไม่กี่วันก็ทำรายได้ไปแล้ว 123.1 ล้านเหรียญ
  22. Green Lantern สร้างรายได้ให้กับวอร์เนอร์พอเป็นน้ำจิ้มก่อนการมาของโปรเจคใหญ่ Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2 โดย Green Lantern ทำรายได้รวมไปแล้ว 122.6 ล้านเหรียญ
  23. Water for Elephants ทำรายได้ให้ฟ็อกซ์สูงสุดเป็นอันดับที่ 3 รองจาก Rio และ X-Men: First Class ทำไปแล้วที่ 114.2 ล้านเหรียญ
  24. Source Code หนึ่งเดียวจากค่ายซัมมิตเอนเตอร์เทนเมนท์ที่ติดอันดับ ก่อนที่โปรเจคใหญ่ The Twilight Saga: Breaking Dawn Part 1 จะตามมากลางเดือนพฤศจิกายน รายได้รวมของ Source Code อยู่ที่ 112.4 ล้านเหรียญ

มาิปิดท้ายการรายงานในครั้งนี้ด้วยการสรุปรวมสถิติใหม่ที่เกิดขึ้นในปี 2011 ผมจะรายงานเฉพาะแชมป์หน้าใหม่เท่านั้นนะครับ โดยรวมเอาข้อมูลจากการรายงานครั้งที่แล้วมาด้วย สถิติใหม่ๆ เรียงตามลำดับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมามีดังนี้

  • African Cats ทำรายได้เิปิดตัวโดยมีรายได้ของวันศุกร์เป็นหลักคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูงที่สุดคือ 55.4%
  • Fast Five เปิดตัวสร้างสถิติหนังเปิดตัวเดือนเมษายนสูงสุดตลอดกาล ด้วยตัวเลขรายได้ 86.2 ล้านเหรียญ
  • เดือนเมษายนปี 2011 สร้างสถิติรายรับสูงที่สุดของเดือนเมษายนทั้งหมด โดยทำไปมากถึง 791.6 ล้านเหรียญ
  • Pirates of the Caribbean: On Stranger Tides เปิดตัวนอกอเมริกาด้วยรายได้ที่สูงที่สุดตลอดกาล 260.4 ล้านเหรียญ
  • The Hangover Part II เป็นหนังเรต R ที่เปิดตัวด้วยโรงฉายในอเมริกาที่สูงที่สุดด้วยจำนวนโรงฉาย 3,615 โรงฉาย
  • The Hangover Part II เป็นหนังเรต R ที่มีจำนวนโรงฉายสูงที่สุดไม่เฉพาะแค่สัปดาห์เปิดตัวด้วยจำนวนโรงฉาย 3,615 โรงฉาย
  • เดือนพฤษภาคมปี 2011 สร้างสถิติรายรับสูงที่สุดของเดือนพฤษภาคมทั้งหมด โดยทำไปมากถึง 1,037.5 ล้านเหรียญ
  • Cars 2 เป็นหนังเรต G ที่เปิดตัวด้วยโรงฉายในอเมริกาที่สูงที่สุดด้วยจำนวนโรงฉาย 4,115 โรงฉาย
  • Cars 2 เป็นหนังเรต G ที่มีจำนวนโรงฉายสูงที่สุดไม่เฉพาะแค่สัปดาห์เปิดตัวด้วยจำนวนโรงฉาย 4,115 โรงฉาย

เอาล่ะครับการรายงานในครั้งนี้ก็จบลงเพียงเท่านี้ พบกันใหม่ในการรายงานสถิติที่น่าสนใจปลายเดือนกรกฎาคมครับ อยากทราบสถิติต่างๆของเดือนที่ผ่านมาคลิกเข้าไปอ่านบทความแนะนำหนังในแต่ละเดือนได้ข้างล่างนี้เลยครับ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s