Movie Review –[ SUPER 8 ]– หนังเด็กอารมณ์ผู้ใหญ่ กับซาวด์เอฟเฟกต์สุดอลังการ

Posted: มิถุนายน 16, 2011 in หนังทริลเลอร์, หนังไซไฟ, Movie Review @ Cinema
ป้ายกำกับ:, , , , , , , , , , ,

เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ…

Super 8

โปสเตอร์ Super 8

คุณเคยคิดที่จะมีหนังเป็นของตัวเองหรือเปล่า? ผมคนนึงล่ะที่คิดอย่างนั้นเหมือนกัน แต่ก็นะครับ ใครจะไปรู้ว่าจะต้องเริ่มอะไรก่อนดี ไม่ว่าจะเป็นเตรียมบทเอย เตรียมกล้องที่จะใช้ถ่ายทำเอย หรือไปลากเพื่อนๆ (ที่มันคงไม่มา) ให้มาเล่นเป็นตัวละครหนึ่งๆในหนังของเรา แค่เริ่มคิดก็เริ่มที่จะไม่รอดซะแล้วล่ะครับ เพราะไม่รู้ว่าเมื่อเตรียมสิ่งต่างๆที่ว่ามาแล้ว จะมุ่งไปทางไหนต่อดี แต่สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น ช่างไม่ได้เป็นอุปสรรคเลยกับตัวละครในหนังที่ผมกำลังจะกล่าวถึงต่อไปนี้เลยซักนิด เพราะพวกเขาที่แม้จะอายุยังไม่ถึงวัยทำบัตรประชาชน แต่สิ่งที่เขาทำ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทำภาพยนตร์ ช่วยเหลือเพื่อนในสถานการณ์สงคราม หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ดูเกินตัว แต่พวกเขากลับทำมันได้ดี ราวกับว่าเป็นกิจวัตรประจำวันซะนี่!

หนังกล่าวถึงชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวชาวอเมริกัน ที่ผมมักคิดเสมอว่า เพราะการเลี้ยงดู และความเอาใจใส่ หรืออะไรก็ไม่รู้ ถึงทำให้เด็กๆชาวอเมริกัน ดูจะแก่กล้า แก่แดด หรือเก่งเกินตัว มากกว่าที่เด็กไทยจะไปเทียบได้ ที่พูดนี่ก็ไม่ได้กล่าวหาว่าเด็กไทยว่าไม่เก่งนะครับ แต่เด็กไทยถูกอบรมสั่งสอนให้เป็นคนดี มีมารยาทดี นอบน้อมต่อผู้สูงวัย ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ดีที่เด็กอเมริกันอาจไม่มี หรือมีไม่มากเท่าเรา แต่การเลี้ยงดูให้อยู่ในกรอบมากเกินไป ก็เป็นผลเสียที่ทำให้เด็กไทยไม่ค่อยมีความกล้าในการคิด จะทำอะไรทีก็ต้องถามคนนู้นที คนนี้ที ซึ่งผมก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยแหละ ในขณะที่เด็กอเมริกันมักกล้าจะคิด กล้าจะทำตั้งแต่ยังตัวเล็กๆ ซึ่งหนังส่วนใหญ่ก็ใส่ข้อมูลนี้มาให้เราเห็นบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังเรื่อง Unaccompanied Minors ที่นำเสนอเด็กกลุ่มใหญ่ที่ต้องแก้ปัญหาเมื่อต้องติดอยู่ในสนามบิน หรือหนังเก่าอย่าง Home Alone ที่เด็กน้อยเพียงคนเดียว แต่สามารถดูแลบ้านเพื่อไม่ให้โจรมาลักขโมยของในบ้านได้ แต่ก็มีหลายความคิดเหมือนกันที่บอกประมาณว่า “ก็มันหนังอเมริกันนี่ เค้าก็เอาแต่ด้านดีๆ มาให้เราดูอยู่แล้ว” ซึ่งผมก็ยอมรับครับเพราะหนังเรื่องหนึ่งๆก็เป็นสิ่งโปรโมทให้บ้านเมืองเค้าได้พอสมควร แต่ก็ต้องยอมรับเหมือนกันว่าเด็กอเมริกันมีความสามารถอยู่ในตัว และแสดงความสามารถนั้นออกมาได้อย่างเต็มที่ ในขณะที่เด็กไทยก็มีความสามารถอยู่ในตัวเหมือนกัน แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถแสดงออกได้เต็มที่อย่างที่ควรจะเป็น

เริ่มเรื่องมาหนังนำเสนอฉากความสูญเสียของครอบครัวแลมบ์ ที่ทำให้ตัวละครเด็กอย่างโจ (โจเอล คอร์ทนีย์) ต้องเสียแม่ผู้เป็นเสาหลักของครอบครัวในเหตุการณ์อุบัติเหตุที่นานๆจะมีสักครั้ง ซึ่งทำให้โจเหลือเสาอีกเพียงหนึ่งต้น และเป็นต้นสุดท้าย นั่นก็คือพ่อ แจ็คสัน (ไคล์ แชนด์เลอร์) ผู้ซึ่งเป็นปลัดของเมืองเล็กๆในโอไฮโอ ทำหน้าที่คอยตรวจตราความเรียบร้อย ความสงบภายในเมือง และอีกหน้าที่ที่ขาดไม่ได้ันั่นคือการทำหน้าที่พ่อของโจ

แม้ว่าโจเพิ่งจะผ่านเหตุการณ์ความสูญเสีย แต่เขาก็ต้องดำเนินชีวิตประจำวันต่อไป เขาเลือกที่จะลืมความเศร้าในใจโดยไปร่วมมือกับกลุ่มเพื่อนๆ เพื่อทำหนังสั้นส่งประกวด หนังสั้นเรื่องนี้มีชาร์ลส์ (ไรลีย์ กริฟฟิธส์) เป็นผู้ำกำกับ มีมาร์ติน (เกเบรียล บาซโซ่), อลิซ (เอลล์ แฟนนิ่ง) และเพรสตั้น (แซ็ค มิลส์) เป็นนักแสดง มีแครี่ (ไรอัน ลี) เป็นช่างกล้องและทำเอฟเฟกต์ ในขณะที่โจทำหน้าที่เมกอัพให้กับนักแสดง

หนังให้อารมณ์แบบผู้ใหญ่ตั้งแต่ต้นเรื่องเลยทีเดียว ในฉากที่กลุ่มเด็กๆ ถ่ายทำหนังกันอยู่ในกระท่อมริมทางรถไฟ โดยเด็กแต่ละคนต่างรู้หน้าที่ของตัวเอง คนที่เป็นผู้กำกับก็ต้องเซ็ตสิ่งต่างๆให้พร้อมก่อนเดินกล้อง นักแสดงก็ซ้อมบทอ่านบทกันไป ช่างกล้องก็เตรียมกล้อง ส่วนคนเมกอัพก็ทำหน้าที่ของตัวเอง และสิ่งที่ทำให้ผมอึ้งไปอีกนิดนึงก็คือไหวพริบในการทำให้สิ่งรอบตัวเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ หรือที่ตัวละครชาร์ลส์เรียกเอาว่าเป็น “Production Value” นั่นก็คือการใช้รถไฟที่กำัลังวิ่งในขณะนั้นเป็นฉากในหนังได้เลยทันทีทั้งที่ยังไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน และอีกฉากหนึ่งที่เหล่าทหารกำลังง่วนอยู่กับภารกิจในบ้านหลังหนึ่ง เด็กๆเหล่านี้ก็ใช้โอกาสนี้ ถ่ายทำหนังโดยใส่เนื้อเรื่องว่ามีทหารมาเกี่ยวข้อง ดูๆไปเหมือนว่าเด็กๆพวกนี้อายุโตเกินตัว ผมจะทำได้อย่างเด็กพวกนี้ทำได้หรือเปล่ายังสงสัยอยู่เลย

สำหรับเรื่องซาวด์เอฟเฟกต์ หนังใส่ฉากความตกใจมาตลอดทั้งเรื่องในแบบที่ “หูเอ๋อ” กันเลยทีเดียว เพราะตั้งแต่ต้นเรื่องในฉากริมทางรถไฟหลังจากที่เด็กๆถ่ายหนังกันไม่นานก็เกิดการระเบิดอย่าง “อภิมหึมามหาโคตรอลังการบานตะไท” ใครจะไปนึกว่าหนังที่มีตัวละครหลักเป็นเด็กจะใส่ฉากระเบิดที่รุนแรงเข้ามาได้ แถมใส่เข้ามาเยอะซะด้วย นี่ยังไม่นับฉากยิงกันมั่วซั่วของรถถังทหารที่เหล่าเด็กๆวิ่งกันให้วุ่นหลบกระสุน คิดเอาไว้เลยว่าถ้าผมไปวิ่งอย่างนั้นบ้าง คงตายห่าตั้งแต่ออกวิ่งแล้วล่ะมั้ง!

หลังจากที่เด็กๆ รอดจากเหตุการณ์ระเบิดต้นเรื่องมาได้ พวกเขาก็ต้องเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ จากคำขอของดอกเตอร์วู้ดวอร์ด (กลินน์ เทอร์แมน) ที่เด็กๆพบในเหตุการณ์รถไฟระเบิด โดยหลังจากเหตุการณ์นั้นเป็นต้นมา ในเมืองก็เกิดเหตุการณ์แปลกๆตามมาอีกมากมาย ทั้งสัตว์เลี้ยงที่หายไปโดยไร้สาเหตุ สายไฟฟ้า สายโทรศัพท์ และอื่นๆอีกนับไม่ถ้วนก็ถูกขโมยไป จนทำให้ปลัดแจ็คต้องมาจัดการกับปัญหาเหล่านี้แทนนายอำเภอที่หายตัวไป

แม้ว่าหนังจะเล่นในฉากเอฟเฟกต์ต่างๆมากมาย ซึ่งก็กินเวลาไปพอสมควรในหนัง แต่ Super 8 ก็ให้ความแปลกใหม่ของอารมณ์ ฉากระเบิดในแบบที่ไม่เหมือนกับหนังต้นปีอย่าง Battle: Los Angeles ฉากสงครามที่ไม่เหมือนกับหนังสงครามอย่าง Saving Private Ryan เพราะหนังเรื่องนี้นำเสนอฉากความรุนแรงต่างๆในมุมมองของเด็ก เลยทำให้ความรุนแรงเหล่านั้นได้รับการย้อมให้มีสภาพที่อ่อนลง จึงทำให้ดูสมจริง และดูสนุกในสายตาของผู้ใหญ่

หนังใส่ความรักระหว่างหญิง-ชาย ซึ่งเป็นสิ่งคลาสสิคที่หนังทุกเรื่องนำเสนอ เพียงแต่หนังเรื่องนี้นำเสนอความรักในวัยเด็ก วัยที่คนอย่างเราๆเคยเป็นมาก่อน โดยนำเสนอในตัวละครโจและอลิซที่ดูน่ารักใสๆ อีกทั้งยังให้ความสำคัญของมิตรภาพความเป็นเพื่อน ที่แม้กระทั่งเด็กยังรู้เลยว่าต้องทำอย่างไรเมื่อเกิดเหตุการณ์เลวร้ายขึ้น มิตรภาพไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่มันถูกสร้างขึ้น ถูกสร้างขึ้นด้วยความรัก ความเอาใจใส่ ถึงแม้ว่าเด็กๆจะต้องหลบหนีห่ากระสุน จนมาร์ตินโดนสะเก็ดระเบิด แต่ชาร์ลส์ก็เลือกที่จะช่วยเหลือ เพียงเพราะคำว่า “มิตรภาพ” คำเดียวเท่านั้น

ความรักภายในครอบครัวก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นเช่นกัน แม้ว่าแจ็คจะมีภารกิจล้นมือ ต้องช่วยเหลือคนนับพัน แต่เขาก็ไม่ลืมความเป็นพ่อที่ต้องนึกถึงลูกเป็นอันดับแรก เช่นเดียวกับโจที่เหลือเสาอีกเพียงต้นเดียวในครอบครัว เขาก็คิดถึงพ่อเหมือนกันไม่ต่างจากความคิดถึงแม่ ที่แม้เวลาล่วงเลยผ่านไปนานเท่าใด แต่ความรู้สึกนั้นก็ไม่จางหายไปจากใจของโจ หรือในอีกครอบครัวหนึ่ง ครอบครัวเดนาร์ด พ่อขี้เหล้าอย่างหลุยส์ (รอน เอลดาร์ด) แม้จะไม่เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับอลิซลูกสาว จนอลิซเคยพูดว่าอยากให้พ่อเป็นคนที่ตายแทนแม่ของโจ ในเหตุการณ์ที่แม่ของโจเข้าเวรแทนพ่อของอลิซและโดนอุบัติเหตุแทน แต่ความสัมพันธ์พ่อ-ลูกยังไงก็ตัดกันไม่ขาด แม้พ่อจะทำตัวไม่ดี ก็ไม่ได้หมายความว่าพ่อไม่ได้รักลูก

สำหรับตัวละครสัตว์ประหลาดหนังนำเสนอให้เห็นแบบตัวเป็นๆ ไม่ได้ “แอ๊บ” เหมือนอย่างในหนัง Cloverfield ที่เจเจ อับรามส์ ผู้กำกับหนังเรื่องนี้เคยเป็นผู้อำนวยการสร้างให้ สำหรับในหนัง Super 8 สัตว์ประัหลาดให้อารมณ์น่ากลัวตั้งแต่เปิดตัวมา แต่ความรู้สึกนั้นจะหายไปเมื่อฉากท้ายเรื่องมาถึง นั่นคือฉากหนึ่งเดียวที่ผมขอติ เพราะเพียงคำพูดไม่กี่คำของโจ ก็ทำให้สัตว์ประหลาดคิดได้ และ “หนี” ออกจากเมืองไปได้ในที่สุด ดูจะง่ายเกินไปหน่อยเพราะเล่นถล่มเมืองซะยับเยิน แต่เมื่อโจพูดปั๊บ หนีปุ๊บเลยทันที

หลังจากดูจบแล้วผมก็สรุปได้ว่าหนังเรื่องนี้ค่อนข้างจะถูกใจผมเลยทีเดียวครับ เต็มไปด้วยฉากเอฟเฟกต์อลังการ เสียงสุดยอดเต็มอารมณ์จนผมหูตึงไปหนึ่งวัน และอารมณ์ของตัวละครที่ถูกนำเสนอได้โดนใจ ได้เก็บมาคิดมากมายเลยทีเดียว ไม่รู้ว่าจะมีหนังอย่างนี้ออกมาอีกเมื่อไรเนอะ

เรื่องนี้ผมให้เกรด B+
★★★★1/4
คะแนน 8.2 เต็ม 10

.

ตัวอย่างภาพยนตร์ Super 8

ความเห็น
  1. mckmarvel พูดว่า:

    ปรับปรุงวิถีการเขียน และการให้คะแนนใหม่ ชอบไม่ชอบอย่างไรแสดงความคิดเห็นกันได้ครับผม

  2. parkza พูดว่า:

    ขอบคุณครับ

  3. Magma พูดว่า:

    หนังเรื่องโคลเวอร์ฟิลล์นี่ตอนจบไม่ได้ตายหมดหรอกหรือคะ?

  4. Magma พูดว่า:

    เอ๋อ…เข้าใจแล้วค่ะ ไปถามเพื่อนที่ดูหนังมา
    คุณคงหมายถึงตอนจบของหนังเรื่อง Super 8 ไม่ใช่เรื่องโคลเวอร์ฟิลล์ ขออภัยค่ะ

    แต่บทความเขียนค่อนข้างกำกวมนะคะ ถ้าคนไม่เคยดูจะเข้าใจว่าตอนจบที่ว่า “โจพูดกับสัตว์ประหลาดแล้วมันหนีไปเลย” เนี่ย.. เป็นตอนจบของเรื่องโคฟเวอร์ฟิลล์ ไม่ใช่เรื่องที่คุณกำลังวิจารณ์ ลองอ่านต่อเนื่องดูจะเข้าใจผิดทันทีค่ะ

    แต่ยังไงก็ขอบคุณนะคะ

    • mckmarvel พูดว่า:

      โอ๊ะโอ! ขอบคุณมากครับที่เตือน เพราะบางครั้งผมเองก็มึนๆเหมือนกัน และอาจจะคิดไปเองว่าตัวเองเข้าใจ คนอื่นก็อาจเข้าใจตามไปด้วย ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องจริงเสมอไป และผมก็พยายามแก้ไขตรงจุดนี้

      สำหรับเรื่องที่ท้วงติงมาผมแก้แล้วครับ แหะๆ… ยังไงก็ขอบคุณที่แสดงความคิดเห็นนะครับ แม้จะเป็นเพียงเสียงเล็กๆ แต่ก็เป็นกำลังใจให้ผมพัฒนาฝีมือต่อไป

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s