ความเห็นหลังชม >> Battle: Los Angeles << หนังที่มีดีแค่แอ๊กชั่นอย่างเดียวจริงๆ

Posted: เมษายน 20, 2011 in ความเห็นหลังชม @ Cinema, หนังแอ๊กชั่น
ป้ายกำกับ:, , , , , , , ,

เปิดเผยเนื้อหาสำคัญเล็กน้อย…

Battle: Los Angeles

Battle: Los Angeles

หลังจากที่ได้ดูตัวอย่างหนังเรื่องนี้ ทำให้นึกไปถึงหนังอีกเรื่องในแนวคล้ายกันอย่าง Skyline ที่เรื่องหลังนี้ออกจะน่าเบื่อไปหน่อย แต่เมื่อได้ไปชม Battle: Los Angeles หรือใช้ชื่อในเมืองไทยว่า World Invation: Battle Los Angeles แล้วก็บอกได้ว่า อารมณ์ของหนังต่างจากอารมณ์ในการดูหนัง Skyline ลิบลับเลยทีเดียว สิ่งที่คล้ายกันมีแค่พล็อตเรื่องเกี่ยวกับการบุกยึดโลกเท่านั้นเอง นอกนั้นหนังให้อารมณ์คนละแบบ โดยหนัง Battle: Los Angeles จะให้อารมณ์สงครามที่ต้องต่อสู้เพื่อกู้เมืองกลับคืนมา ในขณะที่ Skyline ดูออกจะเป็นการถูกโจมตีอยู่ฝ่ายเดียวซะเป็นส่วนใหญ่ แถมความตื่นเต้นของหนังเรื่องหลังก็เทียบกันไม่ติดกับความตื่นเต้นที่หนังเรื่องแรกมีให้ด้วยซ้ำ

Battle: Los Angeles ได้ผู้กำกับที่ผลงานก่อนหน้ากำกับหนังแนวสยองขวัญมาก่อน บุคคลผู้นี้คือผู้กำกับโจนาธาน ลีเบสแมน เจ้าของผลงานกำกับ Darkness Falls, The Texas Chainsaw Massacre: The Beginning, The Killing Room รวมทั้งยังกำกับหนังสั้นเรื่อง Rings ที่ถูกต่อยอดไปเป็นหนังภาคต่อ The Ring และ The Ring Two และลือกันว่าผลงานใหม่ต่อจากนี้ของผู้กำกับคนนี้ จะเป็นภาคต่อของหนัง Clash of the Titans ที่ใช้ชื่อว่า Wrath of the Titans ที่น่าจะออกฉายทันปี 2012 ส่วนทางด้านของนักแสดงนำ ตัวดำเนินเรื่องหลักเป็นหน้าที่ของดาราหนุ่มใหญ่แอรอน เอ๊กฮาร์ต ร่วมด้วยดาราประกบมากมาย ไล่ตั้งแต่ราม่อน ร็อดริเกรซ, โครี่ ฮาดริกท์, นีโย, บริดเจ๊ท มอยนาแฮน และมิเชลล์ ร็อดริเกรซ

หากจะให้คิดกันว่าทำไมต้องไปรบกันที่ลอสแองเจลิสด้วยหว่า?  ตอนแรกๆ ก็มีคิดเหมือนกันว่าทำไมต้องเป็นเมืองนี้ ทำไมไม่เป็นเมืองอื่น  เหตุผลที่เป็นเมืองนี้ก็ไม่มีหลักตายตัวโดยเฉพาะ โดยหนังใช้ลอสแองเจลิสเป็นตัวแทนของเมืองอื่นในโลกเพื่อกล่าวถึงเหตุการณ์การบุกโลกของเหล่ามนุษย์ต่างดาว ทั้งๆที่เอาเข้าจริงแล้ว หนังเรื่องนี้ถ่ายทำกันในหลุยส์เซียน่าซะเป็นส่วนใหญ่ เนื่องด้วยการถ่ายทำในลอสแองเจลิสนั้นต้องเสียค่าภาษีจุกจิกมากมาย ทีมงานจึงย้ายไปหลุยส์เซียน่า และสร้างถนนแบบลอสแองเจลิสจำลองเพื่อถ่ายทำในหลุยส์เซียน่า สำหรับหนังแนวถล่มโลกแบบนี้ชอบใช้เมืองใดเมืองหนึ่งเป็นเหตุการณ์เกิดเรื่องหลัก และมีภาพเมืองอื่นๆ ประกอบอย่างละนิดละหน่อย ดูๆไปก็ซ้ำซากจำเจซะเหลือเกิน และเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

เนื้อเรื่องคร่าวๆ

หนังเรื่องนี้กล่าวถึงการโจมตีของสิ่งมีชีวิตนอกโลกที่ระบุไม่ได้ในหลายๆเมืองทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นริโอเดอจาเนโร โตเกียว และอื่นๆหลายที่ โดยหนังโฟกัสเหตุการณ์ไปยังเมืองลอสแองเจลิส หลังจากที่เมืองอื่นๆโดนถล่มไปหลายเมืองแล้ว โดยใช้การเดินเรื่องจากตัวละครหลัก ซึ่งได้แก่ทหารที่ใกล้เกษียรอายุราชการแล้วอย่างจ่าสิบเอกแนนซ์ (Sgt. Michael Nantz: แอรอน เอ๊กฮาร์ต) ที่ต้องกลับมาทำหน้าที่รักษาเมือง โดยต้องทำงานร่วมกับร้อยตรีมาร์ติเนซ (2nd Lt. William Martinez: ราม่อน ร็อดริเกรซ) เพื่อร่วมมือกันกู้เมืองลอสแองเจลิสกลับคืนมา

สถานการณ์หลักคือการไปช่วยผู้รอดชีวิตที่ติดอยู่ในเขตอันตราย (เขตที่ถูกบุกรุก) อารมณ์ในตอนแรกๆ หลังจากเข้าเมืองมาแล้ว ให้อารมณ์แบบหนังซอมบี้ที่ต้องฝ่าเมืองร้างเข้าไปช่วยชีวิตคน แต่พอเอเลี่ยนดรอยด์ออกมาเท่านั้น อารมณ์ซอมบี้หายไปทันที กลายเป็นแอ๊กชั่นไปเลย เนื้อเรื่องต่อจากนี้คือการเอาชีวิตรอดในเขตอันตราย และช่วยคนรอดชีวิตออกมาให้ได้

เมื่อนายทหารทั้งหลายสามารถช่วยชีวิตผู้รอดชีวิตมาได้ แต่ก็ต้องเจอกับเรื่องหนัก ในการฝ่าดงเอเลี่ยนดรอยด์เพื่อกลับไปยังฐานบัญชาการ ที่วางแผนกันไว้ก่อนปฏิบัติภารกิจแล้วว่า ต้องเสร็จสิ้นภายใน 3 ชั่วโมงก่อนที่ระเบิดจะถูกปล่อยลงในเรดโซน ซึ่งท้ายที่สุดก็ออกมาได้สำเร็จ แต่ก็ต้องแลกไปกับหลายชีวิตเลยทีเดียว

เนื้อเรื่องจบลงตรงที่เหล่านายทหารที่มุ่งมั่นจะไปทำลายยานบัญชาการบินของเอเลี่ยนดรอยด์ ได้ฝ่าอันตรายต่างๆ จนสามารถถล่มยานได้สำเร็จ แต่นั่นก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสงครามเท่านั้น เนื้อเรื่องจะเป็นอย่างไรคงเดากันออก ขอไม่เล่าละเอียดแล้วกัน

Aliendroid

เอเลี่ยนดรอยด์ หรือหุ่นยนต์ต่างดาวในหนัง

ฉากแอ๊กชั่นในหนัง Battle: Los Angeles

แม้ว่าจะเป็นจุดเด่นที่สุดของหนังแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ทำให้สะดุดตาไปกว่าที่เคยเห็นเท่าไร ภาพฉากถล่มเมืองแบบที่เคยเห็นมาแล้วในหนัง 2012 หรือหนังเรื่องอื่นๆ และอารมณ์สงครามในแบบหนัง Black Hawk Down ได้ถูกนำมายำอยู่ในหนังเรื่องนี้ และถ้าเทียบกับเอเลี่ยนดรอยด์ในหนัง Skyline เรื่องนี้เอเลี่ยนดรอยด์ไม่ดูน่ากลัวขยะแขยงแบบนั้น แต่ออกแนวมันส์มากกว่า เพราะอาวุธยุธโทปกรณ์เจ๋งๆ มากมาย ดูๆไปแล้วความมันส์นี่แหละที่พอทำให้หนังถูกพูดถึงได้บ้าง เพราะถ้าหากถามถึงเนื้อเรื่องแล้วล่ะก็ ดูไม่เข้าท่าเท่าไรเลย

ข้อคิดของหนัง Battle: Los Angeles

หนังเรื่องนี้พยายามจะสอดแทรกข้อคิดต่างๆ นานา แต่ดูแล้วแทรกได้ไม่เนียนเท่าไร เลยทำให้อารมณ์ซึ้งยังไม่ถึงใจพอ ไม่ว่าจะเป็นความเสียสละต่างๆ ของตัวละครหลายตัว สำหรับผมแล้วฉากการเสียสละของร้อยตรีมาร์ติเนซดูเข้าท่ามากที่สุดในเรื่องนี้ ส่วนฉากการเสี่ยงชีวิตเพื่อเอาวิทยุสื่อสารไปวางให้ไกลรสบัสของจ่าแนนซ์นั้น ดูไม่ค่อยจะซึ้งเพราะดูจงใจทำมากเกินไป  ข้อคิดหลักๆของเรื่องนี้ก็คือการเสียสละนี่แหละ

โปสเตอร์ Battle: Los Angeles

โปสเตอร์ Battle: Los Angeles

ความคิดเห็นที่มีต่อหนัง Battle: Los Angeles

เรื่องนี้เดาเรื่องไปได้ไกลมาก ไม่ต้องดูก็รู้เลยว่ามันจะเป็นยังไง เพราะมันมีไม่กี่แบบหรอกหนังแบบนี้ แต่ก็ขอชมในส่วนของฉากที่ดูสมจริงเลยทีเดียว ผสมกับความตื่นเต้นของฉากแอ๊กชั่นมันส์ๆ ก็พอไปวัดไปวาได้ แต่เรื่องบทนี่ไม่มีอะไรให้ต้องพูดถึง เพราะเลียนแบบกันไปมาอยู่นั่นแหละ สรุปว่าหนังเรื่องนี้ไม่ต้องดูในโรงก็ได้ รอแผ่นออกค่อยดู หรือไม่ต้องดูเลยก็ได้ฟังคนอื่นๆเล่ากันก็น่าจะพอ แต่ถ้าไปดูก็ขออย่าให้คิดอะไรมาก เก็บแค่ความตื่นเต้นกับความมันส์เท่านั้นพอ

เรื่องนี้ผมให้เกรด C-
★★1/2
คะแนน 5.6 เต็ม 10

.

ตัวอย่างภาพยนตร์ Battle: Los Angeles


Advertisements
ความเห็น
  1. อุมาพร พูดว่า:

    แต่สำหรับเรา…..เราชอบมาก ชอบทั้งบทและนักแสดง ^^

    • mckmarvel พูดว่า:

      มีหลายคนชอบเรื่องนี้เหมือนคุณเลย แต่ผมเป็นประเภทดูหนังเยอะ เลยค่อนข้างต้องการความแปลกใหม่ เพราะเมื่อดูแบบเดิมๆซ้ำมันจะจับจุดได้เยอะ และอีกอย่างดูมากก็เริ่มคิดมาก.. คิดไปทำไมเนอะ -_-” ปวดหัว

  2. คนชอบดูหนัง พูดว่า:

    ผมดูเรื่องนี้แล้วสนุกมากครับ ผมก็เป็นคนนึงที่ชอบดูหนังเป็นชีวิตจิตใจ คนที่ดูแล้วบอกว่าไม่สนุกติโน้นตินี้ ผมว่านะ ดูตัวอย่างและสื่ออื่นๆจนรู้ตับไตใส้พุงจนหมดหละสิ มันก็เลยไม่สนุก

    ** การดูหนังให้สนุกนะครับ
    – อย่าไปดูตัวอย่างหนัง ให้รู้แค่ว่ามันมีชื่อเรื่องนี้และให้คาดเดาว่าชื่อเรื่องนี้ว่ามันคืออะไร
    – อย่าไปฟังพวกเกรียนชอบสปอยหนัง
    – หาเวลาว่างๆแล้วค่อยไปดู ดูแล้วค่อย ….

    ถ้าใครทำตาม 3ข้อ ที่ผมบอกนะครับ คุณจะรู้ความสนุกของหนังที่แท้จริง ไม่ใช่ว่า ติโน้นตินี้ ชุดไม่สวย นักแสดงไม่ดี เนื้อเรื่องซ่ำจำเจ ขอถามนะครับ จะให้เนื้อเรื่องเป็นยังไงหละครับที่ไม่จำเจ ( กำกับเองไปเลยสิ )

    ^^b จริงไหมหละครับ

    • mckmarvel พูดว่า:

      ผมก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ชอบดูหนังเป็นชีวิตจิตใจเหมือนกับอีกหลายๆคนครับ สมัยก่อนผมก็เป็นอย่างที่คุณเล่ามาคือ ดูหนังเอาสนุก เก็บความสนุกที่หนังมอบให้ ไม่เครียดไปกับอะไรอย่างอื่น

      และขอบอกเลยครับว่าผมไม่เคยดูตัวอย่างหนังที่ไหนเลยนอกจากดูในโรงเท่านั้น แม้แต่ใน YouTube หรือ Facebook หรือที่อื่นๆ เหตุผลหลักก็เพราะ เน็ตมันเน่าอ่ะครับ โหลดแล้วรอนานมาก เลยขี้เกียจดู อิอิ..

      สำหรับเรื่องสปอยหนังก็ไม่เคยเข้าไปอ่านไรเลย เพราะไม่ชอบอ่านก่อนไปดู มักจะอ่านหลังจากไปดูแล้ว ทำจนติดเป็นนิสัยแล้วล่ะครับ พอไปดูจบแล้วไปอ่านสปอยจะทำให้เข้าใจเรื่องได้มากขึ้น หรือเข้าใจบางมุมที่นึกไม่ถึง เป็นข้อดีอีกแบบ

      สำหรับหาเวลาว่างไปดู ผมมักจะว่างเสมอถ้าจะไปดูหนัง อย่างอื่นไม่ค่อยว่างนะ ถ้าเป็นหนังล่ะก็ขอให้บอก เลื่อนนัดอื่นๆไปได้เลย อิอิ… เพราัะัฉะนั้นว่างตลอดล่ะครับ

      ก็อย่างที่ผมบอกล่ะครับ ผมดูหนังมาเยอะมากแล้ว ดูมาตั้งแต่เด็ก โตมาพร้อมกับหนัง เมื่อโตขึ้น ผมก็มีบางมุมที่เปลี่ยนไป และการดูหนังของผมก็เปลี่ยนไปด้วย จากที่เคยดูเพื่อเอาความสนุกอย่างเดียว มันเริ่มไม่ใช่สำหรับผมแล้ว เพราะผมคิดว่าผมโตแล้ว ความคิดความอ่านเริ่มเป็นผู้ใหญ่ ดูหนังไปคิดถึงแง่คิดของหนัง แล้วเอามาปรับกับชีวิตประจำวัน แต่ความสนุกก็เป็นสิ่งที่ยังขาดไม่ได้นะ แต่ผมเริ่มมองบางมุมที่ตอนเด็กมองข้ามไป ซึ่งก็ทำให้ผมมองได้หลายมุมขึ้น จากที่เคยเห็นแต่ข้อดี ก็สามารถมองเห็นข้อเสียด้วย เหมือนกับตัวผมเอง กับงานเขียนของผม ถ้าไม่มีใครมาแสดงความคิดเห็นบ้าง ผมก็คงได้แต่คิดว่าคงมีแต่ด้านดีล่ะมั้ง แต่ความจริงมันไม่ใช่ครับ ด้านเสียก็มี ขึ้นอยู่กับว่าใครจะมองเท่านั้น หรือจะมองเห็นมันหรือไม่เท่านั้น

      สำหรับที่ผมบอกว่าซ้ำซากจำเจ ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้ชอบ หรือเกลียดนะครับ เพราะการที่เราเจออะไรซ้ำๆเดิมบ่อยๆ มันก็ต้องมีเบื่อๆบ้าง แต่ยังไงก็ต้องกลับมาเจอแบบเดิมๆอยู่ดีนั่นแหละครับ เราหนีมันไม่พ้นหรอก จริงไหม… แต่ถ้าคุณบอกว่า “กำกับเองไปเลยสิ” ผมว่ามันไม่ใช่นะ เพราะถ้าผมไม่ชอบอะไรผมต้องไปทำอย่างนั้นเลยหรอ เช่น ผมไม่ชอบเรื่องค่าครองชีพสูง อย่างนี้ผมต้องไปเป็นนายกเองเลยหรือเปล่า?…

      สรุปว่าแต่ละคนมีความคิดไม่เหมือนกันครับ ซึ่งคุณก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ผมเคยเป็น และตอนนี้ผมก็ยังเป็นเหมือนอย่างคุณ แต่ว่ามีมุมมองอื่นที่เพิ่มเข้ามาสำหรับผม ทำให้ผมมองได้หลายมุมขึ้น มองในมุมอื่นๆที่ผมเคยมองข้ามไป และทำให้ชีวิตมีสีสัีนขึ้น แต่ยังไงความสนุกก็เป็นสิ่งสำคัญที่หนังแต่ละเรื่องมองข้ามไปไม่ได้ และผมก็จะไม่ทิ้งมันไป…

      ยังไงก็ขอบคุณที่มาแสดงความคิดเห็นนะัครับ ที่กล่าวมานี่ผมไม่ได้ว่าคุณนะครับ กลับชื่นชมอีกต่างหากที่แสดงความคิดเห็นในอีกมุมที่ผมยังไม่เห็น ดีซะอีก จะได้ปรับปรุงอะไรๆให้มันดีขึ้นไปเรื่อยๆไงครับ คนเราต่างความคิด แต่ไม่แตกแยกกันเนอะ… ขอบคุณอีกครั้งครับ

  3. mimt พูดว่า:

    ออกจะสนุกมากด้วยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

  4. N พูดว่า:

    ผิดหวังมาก อยากดูหนังสงครามเอเลี่ยนยึดโลก
    กลายเป็นหนังสงคราม ชูทหารซะงั้น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s