ความเห็นหลังชม >> SOURCE CODE << แอ๊กชั่นที่ได้ใจไปเต็มๆ

Posted: เมษายน 8, 2011 in ความเห็นหลังชม @ Cinema, หนังไซไฟ
ป้ายกำกับ:, , , , , , ,

เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ…

หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องเกินคาดจริงๆ เพราะตอนแรกผมไม่ได้กะจะไปดูเรื่องนี้โดยตรง แต่เลือกที่จะไปดูหนังสยามประเทศอย่าง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 3 ยุทธนาวี แต่ด้วยรอบฉายและเหตุผลอื่นๆประกอบ ทำให้ตัดสินใจดูหนังเรื่องนี้แทน และคิดว่ายังไงซะเรื่้องนี้ก็คงจะมันและดูสนุกตามประสาหนังแอ๊กชั่นทั่วๆ ไปนั่นแหละ แต่หลังจากที่ผมได้เข้าไปสัมผัสอารมณ์ของหนังเรื่องนี้ ผมออกจากโรงมาด้วยความประทับใจ ซึ่งหนัีงเรื่องนี้ไม่เพียงแต่มีแค่ฉากแอ๊กชั่นแนวตื่นเต้นเท่านั้น แต่ยังแฝงความโรแมนติค และแง่คิดดีๆ ในการดำเนินชีวิตที่เยี่ยมอีกด้วย คุณยังไม่ต้องเชื่อผมในตอนนี้ แต่เมื่อคุณมีโอกาสเมื่อไร จะเห็นได้ว่าผมไม่ได้พูดเกินจริงเท่าไรเลย

Source Code

Source Code

แม้หนังเรื่องนี้จะมีฉากแบบซ้ำๆ หลายครั้ง เนื่องด้วยเหตุการณ์ที่ต้องรีรันเพื่อหาตัวคนก่อเหตุ ซึ่งเรื่องการรีรันเหตุการณ์เคยถูกใช้ในหนังเรื่อง Vantage Point มาก่อน แต่สำหรับเรื่อง Vantage Point จะเป็นเหตุการณ์จริง ในเวลานั้นจริงๆ โดยใช้การมองเหตุการณ์จากแต่ละตัวละคร ทำให้มีการคาบเกี่ยวกันของเหตุการณ์แต่ละอัน แต่สำหรับการรีรันที่ใช้ในเรื่องนี้ จะเป็นการรีรันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต โดยใช้ความสามารถของโปรเจค “Source Code” ที่ทำให้บุคคลหนึ่งๆ กลับไปแก้ไขเหตุการณ์ในอดีตได้ โดยการกลับไปในแต่ละครั้ง จะมีความต่างกันของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งก็เป็นจุดเด่นหนึ่งของหนังตรงที่ การกลับไปในอดีตในแต่ละครั้ง เราจะได้เห็นอะไรใหม่ๆ เสมอ ทำให้ความน่าเบื่อที่เห็นของเดิมซ้ำๆ ถูกตัดออกไปได้

ทางด้านนักแสดงนำของหนังเรื่องนี้ ได้พระเอกยิ้มอบอุ่นอย่าง เจค จิลเลนฮอล (Jake Gyllenhaal) มารับบทเป็นกัปตันโคลเตอร์ สตีเว่นส์ ที่ต้องกลับไปในอดีต 8 นาทีสุดท้ายก่อนเหตุการณ์รถไฟระเบิด โดยแฝงร่างอยู่ในอีกคน และได้พบกับสาวผู้ร่วมขบวนรถไฟมรณะอย่างคริสติน่า วอร์เรน ที่รับบทโดยสาวยิ้มมีเสน่ห์มิเชลล์ โมนาแกน (Michelle Monaghan) รายหลังนี้เคยอยู่ในหนังแนวเดียวกันเรื่อง Eagle Eye มาก่อนในปี 2008  ส่วนตัวละครที่อยู่ในเหตุการณ์จริงได้ 2 นักแสดงมารับบทเป็นผู้ควบคุมโปรเจคซอร์สโค้ด รายแรกเป็นผู้ควบคุมสาวคอลลีน กู้ดวิน ได้นักแสดงลูกครึ่งยูเครน-อเมริกาอย่างเวร์ร่า ฟาร์มิก้า (Vera Farmiga) มารับบท อีกคนเป็นหัวหน้าโปรเจคซอร์สโค้ด ดร.รัทเลดจ์ รับบทโดยเจฟฟรีย์ ไรท์ (Jeffrey Wright) ผู้ซึ่งเคยได้รางวัลลูกโลกทองคำ สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจากหนังที่ฉายทางทีวีเรื่อง Angels in America ในปี 2003  สำหรับผู้กำกับหนังเรื่องนี้คือ ดันแคน โจนส์ (Duncan Jones) ผู้เป็นเจ้าของงานกำกับหนัง Moon ในปี 2009 ที่ดำเนินเรื่องได้กระชับฉับไว โดยเรื่องนี้เป็นผลงานกำกับเพียงชิ้นที่สองของเขาเท่านั้น และยังได้มาร์ก กอร์ดอน (Mark Gordon) มาเป็นผู้อำนวยการสร้าง รายนี้เคยเป็นผู้อำนวยการสร้างหนังดังๆ หลายเรื่องมาก่อน อย่างเช่น Saving Private Ryan / The Patriot / The Day After Tomorrow / 10,000 B.C. และ 2012 เป็นอาทิ

เนื้อเรื่องละเอียดเล็กน้อย

กัปตันโคลเตอร์ สตีเว่นส์ (เจค จิลเลนฮอล) ตื่นขึ้นมาบนขบวนรถไฟที่วิ่งไปด้วยความเร็วมุ่งหน้าสู่มหานครชิคาโก โดยไม่รู้ว่าเขาไปอยู่บนรถไฟได้อย่างไร และคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับเขา ก็คือคริสติน่า วอร์เรน (มิเชลล์ โมนาแกน) ผู้หญิงที่เขาไม่รู้จัก แต่เธอเชื่อว่าเธอรู้จักเขา ด้วยความตกใจ โคลเตอร์ลุกไปสงบสติในห้องน้ำ แต่ก็ต้องตกใจอีกรอบ เพราะภาพสะท้อนในกระจกเป็นชายอีกคนหนึ่งที่ชื่อว่า ฌอน เฟนเทรส ตามชื่อในบัตรประชาชนในกระเป๋าของเขา แล้วจู่ๆ ขบวนรถไฟก็ระเบิด

แทบจะในทันที โคลเตอร์ถูกพาตัวไปยังหน่วยงานหนึ่ง โดยเขาอยู่ในยานอะไรซักอย่าง และมีกู้ดวิน (เวร์ร่า ฟาร์มิก้า) ผู้หญิงในชุดเครื่องแบบ สั่งการผ่านจอมอนิเตอร์ โดยให้เขาบอกทุกอย่างที่เขาเห็นมาให้หมด โดยมีหัวหน้าโปรเจคอย่าง ดร.รัทเลดจ์ (เจฟฟรีย์ ไรท์) เป็นผู้ควบคุมการดำเนินงานทั้งหมดของโปรเจคซอร์สโค้ด ครั้งแรกโคลเตอร์ยังสงสัยว่าเขาทำอะไรอยู่ เมื่อถามไปยังผู้หญิงในเครื่องแบบ เธอบอกได้เพียงแค่ว่าเขาต้องทำภาระกิจหามือระเบิด ที่ทำลายขบวนรถไฟในเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ โดยเขาจะต้องหาตัวคนร้ายให้ได้ ก่อนที่คนร้ายจะวางระเบิดในมหานครชิคาโก

การกลับไปสู่เหตุการณ์เดิมของโคลเตอร์ในแต่ละครั้ง จะมีความแตกต่างกันไปเสมอ และทุกครั้งเขาจะพยายามทำภารกิจให้สำเร็จ เพื่อรู้ความลับที่กู้ดวิน ผู้หญิงในเครื่องแบบ และดร.รัทเลดจ์ได้ปิดบังเขาไว้ แต่เมื่อเขาได้กลับไปยังเหตุการณ์เดิมๆ หลายๆ ครั้ง ความลับจึงค่อยๆ ปรากฎแก่เขา ซึ่งกู้ดวินเองก็ให้เหตุผลในการทำภารกิจของเขาด้วย เพื่อให้เขาทำให้สำเร็จโดยเร็วไว

ด้วยการประติดประต่อเรื่องราว ทำให้โคลเตอร์รู้ว่า เขาได้เสียชีวิตลงในภารกิจที่อัฟกานิสถาน และถูกนำตัวมาร่วมในโปรเจคสำคัญที่มีชื่อว่า “ซอร์สโค้ด” โดยภารกิจที่มีคือการหามือระเบิดรถไฟ ก่อนที่เหตุการณ์จะเลวร้ายไปกว่าเดิม ดร.รัทเลดจ์ได้ต่อสัญญาณสมองของเขา เพื่อให้เขาที่ตายไปแล้ว สามารถใช้ชีวิตอยู่ในซอร์สโค้ด โดยใช้วิธีแฝงร่างอยู่ในครูที่ชื่อว่า ฌอน เฟนเทรส ผู้อยู่ในเหตุการณ์รถไฟระเบิด และเสียชีวิตลงไปแล้ว แต่ด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่ว่า สมองของคนเรายังเก็บข้อมูล 8 นาทีสุดท้ายของชีวิตเอาไว้ ทำให้ดร.รัทเลดจ์ใช้ประโยชน์ในจุดนี้ ด้วยการเลือกคนที่เหมาะสมกันอย่าง โคลเตอร์และฌอน มาเป็นคนสำคัญของโปรเจค

ด้วยเหตุผลที่ว่า เหตุการ์ในซอร์สโค้ดไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ การที่โคลเตอร์ช่วยคนในเหตุการณ์นั้นได้ ก็ไม่สามารถทำให้คนที่ตายไปแล้วในเหตุการณ์จริงกลับมามีชีวิตต่อไปได้ แต่ด้วยความเชื่อมั่นของโคลเตอร์ เขาจะพยายามให้ถึงที่สุด ไม่ว่าผลจะออกมาเ็ป็นอย่างไร เขาก็จะไม่เสียใจในสิ่งที่เกิดขึ้น

โคลเตอร์ค้นพบมือระเบิดในการกลับไป 8 นาทีสุดท้ายครั้งหนึ่ง แต่เขาก็ยังหยุดการระเบิดไม่สำเร็จ เมื่อเขากลับมาที่จอมอนิเตอร์อีกครั้ง เขาได้บอกชื่อของคนร้าย พร้อมทั้งขอร้องกับกู้ดวินให้ส่งเขากลับไปยังซอร์สโค้ดอีกครั้ง และหากครบกำหนดเวลา 8 นาทีเมื่อใด ให้เธอตัดวงจรซอร์สโค้ดทันที เพื่อให้เขาไม่ต้องกลับมาที่เดิมและกลับไปตายใหม่ใน 8 นาทีอีกครั้ง โดยเขาจะขอเก็บความทรงจำและเหตุการณ์ดีๆ ที่ได้พบกับหญิงสาวบนรถไฟไว้เป็นครั้งสุดท้ายของชีวิต

การกลับไปยัง 8 นาทีสุดท้ายก่อนเหตุการณ์ระเบิดรถไฟครั้งหลังสุด โคลเตอร์สามารถหยุดคนร้ายไม่ให้ระเิบิดรถไฟได้สำเร็จ เขาพยายามใช้เวลาที่เหลือเพียงน้อยนิดให้มีค่ามากที่สุด จนเมื่อเวลา 8 นาทีสุดท้ายได้สิ้นสุดลง กู้ดวินที่ขังตัวเองไว้ในห้องวงจร (เพื่อหลบจากดร.รัทเลดจ์ที่จะใช้โคลเตอร์ในภารกิจอื่นๆ ในอนาคตอีก) ได้กดปิดสวิตซ์การทำงานลง และเรื่องราวทั้งหมดก็จบลงอยู่แค่นั้น

หลังจากนั้นไม่นาน กู้ดวินในโลกคู่ขนานก็ได้รับข้อความในมือถือ เป็นข้อความที่ส่งมาจากโคลเตอร์ ซึ่งเขาส่งมาหาเธอก่อนที่ถูกปิดสวิตซ์จากโลกแห่งความเป็นจริง โดยหลังจากวงจรซอร์สโค้ดได้ถูกปิดลง โคลเตอร์ก็ยังไม่สูญหายไป เขายังคงมีชีิวิตต่อไปกับหญิงสาวที่เขารัก ในโลกคู่ขนานกับโลกแห่งความเป็นจริง แม้ว่าในโลกความเป็นจริงนั้น โคลเตอร์และคริสติน่าจะไม่มีตัวตนอยู่แล้ว แต่ในโลกคู่ขนานนั้น เขาทั้งสองจะใช้ชีวิตอยู่ต่อไปด้วยกันอีกนานแสนนาน

จุดเด่นของหนัง Source Code

ขอบอกว่าหนังเรื่องทำให้ผม (ในอารมณ์ง่วงนอน) ตื่นเต้นแบบสนุกสุดๆ ด้วยการไม่ดำเนินเรื่องแบบยืดยาด และการเปลี่ยนรายละเอียดในทุกครั้งที่กลับไปยังห้วงเวลาเดิม โดยอาศัยการแสดงที่เปลี่ยนไปอย่างละนิด หรือการโฟกัสภาพที่แตกต่างกันไปในแต่ละครั้ง ซึ่งทำให้ไม่เกิดความน่าเบื่อ เพราะจะลุ้นนิดๆ ว่าครั้งนี้จะเกิดอะไรขึ้นที่ต่างไปจากครั้งที่แล้วบ้าง อีกหนึ่งจุดเด่นที่ผมชอบคือ การจบเรื่องแบบประทับใจ เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่จบแบบอบอุ่นและประทับใจผมมากทีเดียว เนื้อเรื่องดำเนินมาได้อย่างเข้าทาง แถมจบลงด้วยความประทับใจ แค่นี้ก็ทำให้หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ “ดี” อีกเรื่องหนึ่งได้แล้ว

ข้อคิดที่ได้จากหนัง Source Code

ผมชอบความพยายามให้ถึงที่สุดของคนๆหนึ่ง แม้จะรู้ว่าผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นอาจไม่เป็นอย่างที่หวัง แต่ก็ขอแค่ให้ได้พยายามอย่างถึงที่สุดจริงๆ เมื่อผลลัพธ์ท้ายสุดจะออกมาเป็นเช่นไร ก็จะไม่รู้สึกเสียใจ เพราะได้พยายามอย่างสุดความสามารถแล้วจริงๆ สิ่งที่ผมชอบอีกอย่างคือ การที่กู้ดวินเชื่อใจในคำพูดของโคลเตอร์ตอนท้ายเรื่อง ทำให้เธอไม่เชื่อฟังคำของดร.รัทเลดจ์ที่จะเก็บโคลเตอร์ไว้เพื่อใช้ในภารกิจ อื่นๆ แต่เธอเลือกที่จะทำในแบบที่เธอคิดว่าเหมาะสม และเธอก็จะไม่เสียใจกับสิ่งที่เธอตัดสินใจทำไปแล้ว การตัดสินใจสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่ใช่ว่าเราต้องไปยึดติดกับคำพูดของใครคนอื่น เพียงแต่เราเชื่อใจตนเองและสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ก็ขอให้เราทำลงไป ผลที่เกิดขึ้นจะเป็นสิ่งที่เราได้เลือกแล้วและยอมรับมัน

ความคิดเห็นที่มีัต่อหนัง Source Code

เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ควรดู เนื้อเรื่องมีทั้งความสนุกตื่นเต้นอารมณ์แอ๊กชั่น ความโรแมนติคที่แม้จะไม่แสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจนแต่ก็รับรู้ได้ ความประทับใจที่ตัวละครไม่ละซึ่งความพยายาม ไม่ละซึ่งความเชื่อมั่นว่าปาฎิหาริย์ต้องมีจริง องค์ประกอบต่างๆ ปูทางให้เรื่องดำเนินได้อย่างเหมาะสมและมีเหตุผล แม้หนังจะไม่ได้ดีไปซะทุกอย่าง แต่สิ่งที่หนังมอบให้คือความประทับใจเล็กๆ ที่หาจากที่อื่นไม่ได้

เรื่องนี้ผมให้เกรด B
★★★★
คะแนน 7.7 เต็ม 10

.

ตัวอย่างภาพยนตร์ Source Code


Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s