ความเห็นหลังชม >> SUCKER PUNCH << อีหนูดุทะลุสามโลก

Posted: มีนาคม 27, 2011 in ความเห็นหลังชม @ Cinema, หนังแฟนตาซี, หนังแอ๊กชั่น
ป้ายกำกับ:, , , , , , , , , ,

เปิดเผยเนื้อหาสำคัญทั้งหมด…

แม้จะกำกับหนังมาเพียงไม่กี่เรื่อง สำหรับผู้กำกับสุดยอดจินตนาการอย่างแซค สไนเดอร์ (Zack Snyder) แต่หนังแต่ละเรื่องที่ผ่านมือมา ล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยจินตนาการที่แหวกแนวดีแท้ ไม่ว่าจะเป็นการกำกับหนังซอมบี้อย่าง Dawn of the Dead ในปี 2004 ที่ดูกี่ทีก็ยังให้ความสยอง กลายเป็นต้นแบบในการสร้างหนังซอมบี้ไปแล้ว .. หรือการไปจับโปรเจคสุดยิ่งใหญ่อย่าง 300 ที่กลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ทันทีที่หนังเปิดตัวฉายในเดือนมีนาคมปี 2006 .. หรือจะเป็นการจับหนังยอดมนุษย์ Watchmen ขึ้นจอ ที่ถึงแม้จะไม่เป็นที่ต้อนรับในวงกว้างเท่าไร แต่ก็เป็นหนังยอดมนุษย์ขายจินตนาการเรื่องหนึ่ง ที่สร้างสีสันให้กับวงการภาพยนตร์ได้เป็นอย่างดี

กับการกลับมาอีกครั้งในปี 2011 ผู้กำกับแซค ก็ได้มอบผลงานขายจินตนาการอีกเรื่องหนึ่งให้กับผู้ชมอีกครั้ง กับหนังเซ็กซี่ สวย เผ็ด ดุ ที่ได้ดาราสาว สวย และ.. อึ๋ม! มาวาดลวดลายการบู๊ซะบั้นหั่นแหลก ในจินตนาการที่สุดบรรเจิด ระเบิดอารมณ์กันให้เต็มที่ คุณจะมันส์ไปกับหนังเรื่องนี้ โดยที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว!

ดาราสาวทั้ง 5 นางที่มารับบทนำแต่ละคน ได้ถูกคัดมาแล้วทั้งสิ้น ใครอึ๋มไม่พอ จะถูกคัดออก! ดังนั้นคุณมั่นใจได้ว่า คุณภาพคับถ้วยจริงๆ สำหรับนักแสดงแต่ละคน มาดูกันทีละคนดีกว่า

เอมิลี่ บราวน์นิ่ง (Emily Browning) ดาราสาวชาวออสซี่ที่เพิ่งอายุ 23 ปีไปเมื่อ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา เริ่มเข้าวงการมาด้วยทีวีซีรีย์หลากหลายเรื่อง และประเดิมงานแสดงจอใหญ่ในบ้านเกิด ด้วยหนังตลกอย่าง The Man Who Sued God ในปี 2001 ตามมาด้วยผลงานที่เริ่มเป็นที่พูดถึงอย่าง Ghost Ship ในปี 2002 ตามติดมาด้วยการรับบทเล็กๆ ในหนังสยองเรื่อง Darkness Falls ในปี 2003 .. บทหนึ่งในสมาชิกของครอบครัวเคลลี่ในหนัง Ned Kelly .. จนมาถึงหนังที่เธอได้เล่นบทนำครั้งแรกอย่าง Lemony Snicket’s A Series of Unfortunate Events โดยเธอรับบทเป็นไวโอเล็ต พี่ใหญ่ในตระกูลโบดแลร์ ตัวละครที่โชคร้ายในเรื่อง .. ปี 2009 ก็กลับมารับบทนำอีกครั้ง กับหนังสยองขวัญเรื่อง The Uninvited .. จนมาล่าสุด รับบทเป็น “เบบี้ดอล” ในหนัง Sucker Punch หลังจากที่ตอนแรกบทนี้ถูกวางตัวให้สาวอแมนด้า เซย์ฟรีด (Amanda Seyfried) มาเล่น แต่ด้วยตารางการทำงานที่แน่นจึงต้องถอนตัวไป ทำให้บทเบบี้ดอลตกเป็นของเอมิลี่ โดยที่เธอต้องสลัดภาพเด็กสาวสดใสที่เคยเป็นมา และใส่ชุดเซ็กซี่ โชว์เนื้อหนังเพื่อแสดงเป็นตัวละครในเรื่อง แม้ว่าจะไม่เซ็กซี่เท่าคนอื่นๆ แต่ก็น่ารักสมวัย

Emily Browning

เอมิลี่ บราวน์นิ่ง

แอ็บบี้ คอร์นิช (Abbie Cornish) อีกหนึ่งดาราสาวชาวออสซี่ที่จะมีอายุครบ 29 ปีในเดือนสิงหาคมปีนี้ ประเดิมวงการด้วยทีวีซีรีย์อีกเช่นกัน และขึ้นจอใหญ่เป็นครั้งแรกกับหนังออสซี่อย่างเรื่อง Horseplay ในปี 2003 แต่เรื่องที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักได้แก่ การรับบทไฮดี้ ในหนังดราม่า-โรแมนติกปี 2004 อย่าง Somersault และหนังเรื่อง Candy ที่เธอเล่นเป็นบุคคลตามชื่อเรื่อง รวมทั้งยังแสดงในหนังดังอย่าง A Good Year ในปี 2006, Elizabeth: The Golden Age ในปี 2007, การให้เสียงภาคตัวละครโอตูลิซซ่าในหนังของผู้กำกับแซคเรื่อง Legend of the Guardians: The Owls of Ga’Hoole ในปีที่ผ่านมา และรับบทเป็นลินดี้ใน Limitless ที่ลงจอก่อนหน้า Sucker Punch เพียงหนึ่งสัปดาห์.. กับการรับบทเป็น “สวีทพี” ในหนัง Sucker Punch ที่ถึงแม้ภายนอกจะดูเข้มแข็ง แต่ก็ซ่อนความอ่อนโยนไว้ภายในจิตใจ สวีทพีเป็นบทที่ดูห้าวที่สุดในตัวละคร 5 ตัว

Abbie Cornish

แอบบี้ คอร์นิช

จีน่า มาโลน (Jena Malone) ดาราสาวอเมริกันที่จะมีอายุครบ 27 ปีในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ มีผลงานที่รับเล่นอยู่มากมาย แต่เรื่องที่เป็นที่รู้จักได้แก่ หนังปี 1997 เรื่อง Contact ที่รับบทเป็นดอกเตอร์เอลลี่ตอนเด็ก, หนังปี 2005 เรื่อง Pride & Prejudice รับบทเป็นหนึ่งในครอบครัวเบ็นเน็ต และหนังปี 2007 เรื่อง Into the Wild รับบทเป็นแครีน แม็คแคนเลส .. ด้วยชีวิตการแสดงที่ถูกนำไปเปรียบกับยอดฝีมือต่างวัยอย่างโจดี้ ฟอสเตอร์ (Jodie Foster) ที่พอเริ่มชีวิตการแสดงตอนเด็กก็เล่นบทใสๆไม่กี่เรื่อง หลังจากนั้นก็เล่นบทเกินอายุมาตลอด ทำให้เรื่องฝีมือการแสดง โดดเด่นและอยู่แถวหน้าของนักแสดงหญิงที่อยู่ในรุ่นเดียวกัน .. ล่าสุดหันมาจับหนังแหวกตลาด โดยรับบทเป็น “ร๊อกเก็ต” น้องสาวของสวีทพี โดยเป็นตัวละครที่ลุคส์ออกเปรี้ยวๆ ด้วยผมสั้นทำให้ดูลุยๆ แต่ก็ไม่ดูห้าวเกินไปกว่าสวีทพี ซึ่งทีแรกนี้บทร๊อคเก็ตถูกวางไว้ให้อีแวน ราเชล วู้ด (Evan Rachel Wood) มาเล่น แต่ก็ถอนตัวไปอีกคนเพราะงานรัดตัว

Jena Malone

จีน่า มาโลน

วาเนสซ่า ฮัดเจ้นส์ (Vanessa Hudgens) ดาราสาวอเมริกันอีกคน ที่อายุน้อยกว่าเอมิลี่ บราวน์นิ่งเพียง 7 วัน (เธอเกิด 14 ธันวาคม 1988) แม้จะอายุน้อยกว่า แต่ดูแก่กว่าเอมิลี่ ด้วยความสูงที่มากกว่า ในขณะที่เอมิลี่ดูตัวเล็ก และหน้าใสกว่า จากทั้งหมด 5 สาวนักแสดงนำ วาเนสซ่าดูจะดังกว่าใครเพื่อน เธอได้ดีจากทีวีซีรีย์ High School Musical ที่พอฉายได้ 2 ภาค ภาคต่อมาก็ดังขนาดเอาขึ้นจอใหญ่ฉายโรงกันเลยทีเดียว แต่หนังเรื่องแรกจริงๆ ที่ฉายโรงของเธอคือเรื่อง Thirteen .. หลังจากที่โด่งดังจากหนังเพลง และได้แฟนหนุ่มแซค เอฟรอน (ที่เพิ่งเลิกรากันไป) มาช่วยดึงเรตติ้ง หนังเรื่องต่อๆมาของเธอจึงมีแฟนให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นหนังเพลงอย่าง Bandslam กับการรับบทเป็น Sa5m (The 5 is silent) หรือเรื่องที่เพิ่งเข้าฉายไปไม่นานอย่าง Beastly .. จนมาล่าสุดรับบทเป็น “บลอนดี้” ในหนัง Sucker Punch ที่สลัดภาพสาวใสในหนังเพลงของเธอไป ด้วยลุคส์การแต่งกายแบบเซ็กซี่นมกระจาย บั้นทายสะบัด แต่รอยยิ้มแบบใสๆของเธอก็ยังไม่จางหายไป

Vanessa Hudgens

วาเนสซ่า ฮัดเจ้นส์

เจมี่ ชุง (Jamie Chung) ดาราสาวชาวเกาหลี ที่เกิดและเติบโตในซานฟรานซิสโก โดยจะมีอายุครบ 28 ปีในเดือนเมษายนปีนี้ เริ่มต้นวงการด้วยทีวีซีรีย์ Veronica Mars ในปี 2006 และหลังจากนั้นก็รับเล่นอีกหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการรับบทเป็นสาวเซ็กซี่ในหนังตลกคู่เกย์ I Now Pronounce You Chuck & Larry, รับบทเป็นจีจี้ในหนังการ์ตูนขึ้นจอเรื่อง Dragonball: Evolution, รับบทเป็นสาวเซ็กซี่อีกครั้งกับหนังสยองขวัญ Sorority Row, รวมทั้งจะร่วมเล่นอยู่ในหนังตลกภาคต่อที่กำลังจะเข้าฉายอย่าง The Hangover Part II .. โดยในหนัง Sucker Punch นั้นเธอรับบทเป็น “แอมเบอร์” สาวเซ็กซี่ที่ทำหน้าที่หลักในการควบคุมยาน แม้จะเซ็กซี่แต่เธอก็มีสมอง และเป็นแบ็กอัพที่คอยช่วยเหลือคนอื่นๆเสมอ โดยก่อนที่เจมี่จะมารับบทนี้ ดาราสาวที่ถูกวางตัวให้มารับบทแอมเบอร์คือ ดาราสาวเอมม่า สโตน (Emma Stone) แต่ด้วยเอมม่าต้องไปถ่ายทำหนังเรื่อง อีนี่..แร๊งส์ Easy A จึงต้องถอนตัวจากโปรเจคนี้ไป

Jamie Chung

เจมี่ ชุง

เนื้อเรื่องละเอียด

เบบี้ดอล (เอมิลี่ บราวน์นิ่ง) หญิงสาววัยรุ่น อาศัยอยู่กับน้องสาว, แม่ และพ่อเลี้ยง (เจอราร์ด พลันเค็ท: Gerard Plunkett) ในบ้านหลังหนึ่ง วันหนึ่งแม่ของเธอได้จากโลกนี้ไป ปล่อยให้เธอและน้องสาวต้องใช้ชีวิตต่อไปกับพ่อเลี้ยงที่อำมหิตโหดร้าย หลังงานศพแม่ของเธอสิ้นสุดลง พ่อเลี้ยงได้เปิดพินัยกรรมที่แม่ของเธอได้เขียนไว้ก่อนตาย ในพินัยกรรมระบุไว้ว่าทรัพย์สินทั้งหมดได้ตกเป็นของเธอและน้องสาว ทำให้พ่อเลี้ยงไม่พ่อใจ และมุ่งมาที่ห้องนอนของเธอ หวังจะทำร้าย เธอพยายามปิดประตูหนี ดังนั้นพ่อเลี้ยงจึงเปลี่ยนใจไปห้องนอนของน้องสาวเธอที่อยู่ตรงข้ามกันแทน เธอรีบปีนออกนอกหน้าต่างเพื่อลงไปยังข้างล่าง ระหว่างนั้นพ่อเลี้ยงก็พังประตูเข้าไปในห้องของน้องสาวได้แล้ว จังหวะนั้นเองที่เบบี้ดอลถลาเข้ามา พร้อมปืนที่ถืออยู่ในมือ.. เธอยิงออกไปด้วยความโกรธ กระสุนเบี่ยงไปทางอื่น แล้วเธอก็รีบเข้าไปดูน้องของเธอในห้อง.. น้ำตาแห่งความโศกเศร้าได้ไหลลงอาบแก้มเธออีกครั้ง เมื่อเธอพบว่าน้องสาวของเธอเสียชีวิตแล้ว เธอเสียใจและวิ่งออกไปหาพ่อเลี้ยงที่อยู่หน้าห้อง จ้องปืนเล็งหมายจะเอาชีวิต แต่เธอก็ตัดสินใจทิ้งปืนลง และวิ่งหนีไป

เหตุการณ์หลังจากที่เธอได้หนีไปแล้ว พ่อเลี้ยงได้กล่าวหาเธอว่าเป็นคนวิกลจริต ฆ่าน้องสาวจนเสียชีวิต แม้กระทั่งทำร้ายตน จนเธอถูกตำรวจจับ.. ความผิดที่เธอไม่ได้เป็นคนก่อ ทำให้เธอถูกส่งตัวไปยังสถานกักกันคนไข้วิกลจริตบ้านเลนน็อกซ์ โดยมีพ่อเลี้ยงคอยเซ็นต์อนุมัติทุกขั้นตอน.. ในบ้านเลนน็อกซ์มีดอกเตอร์เวร่า กอร์สกี้ (คาร์ล่า กูจิโน่: Carla Gugino) หมอสาวชาวรัสเซียคอยทำหน้าที่บำบัดคนไข้ในสถานที่แห่งนี้

พ่อเลี้ยงยัดเงินให้กับหัวหน้าผู้ดูแลอย่างบลู โจนส์ (ออสการ์ อิซาค: Oscar Isaac) เพื่อให้เบบี้ดอล ได้มีการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดสมองผ่านทางกระบอกตา ซึ่งหากคนปกติถูกรักษาด้วยวิธีนี้ ความจำทั้งหมดจะถูกลบเลือนไป กลายเป็นคนไม่ปกติ และไม่มีโอกาสกลับเป็นคนปกติได้อีก และการสนทนาของคนทั้งสองนั้น เบบี้ดอลได้ยินทั้งหมดอย่างชัดเจน

การที่เบบี้ดอลอาศัยอยู่แต่ภายในบ้าน ทำให้เธอเป็นคนเก็บอารมณ์ หลังจากที่เธอได้มาอาศัยอยู่ในบ้านเลนน็อกซ์แห่งนี้ เธอจึงเลือกใช้จินตนาการในการดำเนินชีวิตประจำวัน.. ความจริงที่ว่า คนไข้แต่ละคนจะได้รับการบำบัดโดยดอกเตอร์เวร่า เธอเลือกที่จะมองว่า ดอกเตอร์เวร่าทำหน้าที่เป็นคนสอนการแสดงโชว์ โดยทุกคนมีภารกิจแสดงโชว์เพื่อเอาใจแขกที่จะมาเยี่ยมเยียน.. และเหตุการ์ในแต่ละวันของเธอ เธอเลือกที่จะคิดเป็นอย่างอื่น โดยใช้จินตนาการเป็นตัวนำทางไป

หลังจากครั้งแรกที่เธอถูกให้ทำการเต้นโชว์ในการซ้อมครั้งหนึ่ง เธอก็วาดลวดลายได้อย่างน่าทึ่ง เป็นที่พอใจของบลูอย่างยิ่ง.. ในระหว่างการเต้นครั้งแรกของเธอนั้น เธอจินตนาการว่าเธออยู่ในดินแดนแห่งหนึ่ง ที่ที่เธอได้พบกับชายชราคนหนึ่ง ผู้บอกเธอว่าหากต้องการหนีออกจากสถานที่แห่งนี้ ต้องรวบรวมของสำคัญให้ครบทั้ง 5 สิ่ง อันประกอบไปด้วย แผนที่ ไฟ มีด กุญแจ และสิ่งสุดท้ายที่สำคัญที่สุดเป็นสิ่งที่ยังไม่มีใครรู้ ซึ่งเธอต้องหาคำตอบเอง

หลังจากการเต้นสิ้นสุดลง (โดยในจินตนาการของเธอ เธอสามารถปราบยักษ์สามตนได้อย่างราบคาบ) เธอได้วางแผนการหนี โดยขอความร่วมมือจากเพื่อนๆ ที่ประกอบไปด้วย

  • สวีทพี (แอบบี้ คอร์นิช) ผู้เป็นดั่งหัวหน้าทีม เป็นคนที่คอยตัดสินใจในเรื่องต่างๆ
  • ร๊อคเก็ต (จีน่า มาโลน) น้องสาวของสวีทพี ผู้เป็นกำลังหลัก เธอมีปัญหาทางบ้าน จึงหนีออกมาจากบ้าน ซึ่งภายหลังพี่สาวได้หนีตามมาเพื่อคอยดูแล
  • บลอนดี้ (วาเนสซ่า ฮัดเจ้นส์) สาวเซ็กซี่ขี้เล่น ผู้มีอารมณ์อ่อนไหว
  • แอมเบอร์ (เจมี่ ชุง) สาวแกร่ง ผู้เป็นแบ๊กอัพของทีม
Sucker Punch

ตัวละครหลักใน Sucker Punch

ในทีแรกทุกคนเห็นด้วยในแผนการหนีของเบบี้ดอล ยกเว้นสวีทพีที่ไม่ค่อยเต็มใจ แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจที่จะเข้าร่วมแผน โดยมีข้อแม้ว่าหากถูกจับได้เมื่อใด เธอจะขอให้ยุติแผนการทันที และทุกคนห้ามปฎิเสธ

แผนการเริ่มต้นขึ้นด้วยการขโมยแผนที่ หน้าที่นี้ตกเป็นของสวีทพี โดยมีเบบี้ดอลเป็นคนเต้นโชว์เพื่อดึงความสนใจจากบลู ทำให้สวีทพีสามารถเข้าห้องบลูไปลอกแผนที่มาได้ โดยในอีกด้านหนึ่งของจินตนาการ สาวทั้ง 5 คนได้ต่อสู้กับกองทัพศพเดินได้เพื่อเข้าไปชิงแผนที่ ซึ่งจบลงด้วยความสำเร็จ.. หลังจากที่เบบี้ดอลเต้นจบลง บลูประทับใจมาก และบอกกับดอกเตอร์เวก้าว่า เขาตัดสินใจเลือกเธอเพื่อต้อนรับแขกวีไอพี หลังจากที่บลูกลับห้อง เขาเห็นพิรุธที่แผนที่ เพราะมีรอยหมุด 2 จุด แสดงถึงว่าหมุดได้ถูกดึงออกแล้วปักลงไปอีกครั้ง

แผนการที่สองเริ่มต้นขึ้น เป็นการขโมยไฟแช็กจากแขกที่จะมาเยี่ยม หน้าที่นี้ตกเป็นของแอมเบอร์ ผู้ทำหน้าที่ต้อนรับแขกคนนี้เป็นประจำ โดยมีโชว์ของเบบี้ดอลเป็นตัวเบี่ยงเบนความสนใจ.. ในจินตนาการ สาวทั้ง 5 คนได้มอบหมายให้ไปเอาคริสตัล 2 ชิ้นที่อยู่ภายในตัวลูกมังกร โดยต้องพยายามไม่ยุ่งกับมังกรตัวแม่ ภารกิจนี้แอมเบอร์ทำหน้าที่ขับเฮลิคอปเตอร์ บลอนดี้คอยดูท้ายลำ ที่เหลืออีก 3 คน ไปจัดการกับมังกร ซึ่งพวกเธอสามารถฆ่าลูกมังกรและเอาคริสตัลมาได้ แต่ก็ได้ปลุกให้มังกรตัวแม่ตื่นขึ้น และเกิดการต่อสู้กัน ท้ายที่สุดเบบี้ดอลก็สามารถกำจัดมังกรตัวแม่ได้.. ในอีกมุมหนึ่ง แอมเบอร์สามารถขโมยไฟแช็กจากเสื้อของแขกวีไอพีมาได้.. แต่แผนการครั้งนี้นำมาซึ่งการล่วงรู้ของบลู ซึ่งเขาได้ให้สาวทั้ง 5 คนล้มเลิกความคิดนี้ซะ

เมื่อแผนแตก สวีทพีจึงขอให้ยุติแผนการลง โดยที่คนอื่นๆ ไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าใดนัก.. แต่แผนการก็ยังดำเนินต่อไป โดยบลอนดี้มีหน้าที่ไปเอาม้วนเพลง เพื่อจะมาล่อคนครัว.. บลอนดี้ ผู้มีอารมณ์อ่อนไหว ได้แอบไปร้องไห้ จนดอกเตอร์เวก้ามาเห็นและถามถึงสาเหตุการร้องไห้ ในขณะที่บลูเดินเข้ามาหาพอดี.. อีกมุมหนึ่ง สาวทั้ง 4 คนที่รอบลอนดี้เอาม้วนเพลงจะมาเปิดให้คนครัวฟัง แต่บลอนดี้ก็ยังไม่มา แผนการจึงเริ่มขึ้น โดยใช้วิทยุเปิดเพลง แล้วเบบี้ดอลก็ขึ้นไปเต้นยั่วบนโต๊ะ มีแอมเบอร์คอยดูต้นทาง มีร๊อคเก็ตนั่งตักคนครัว เพื่อหาจังหวะฉวยมีดจากเอว.. สถานการณ์ในจินตนาการ เบบี้ดอล สวีทพี และร๊อคเก็ต ต้องเข้าไปในขบวนรถไฟ เพื่อหาทางหยุดระเบิดเวลาและนำกลับไป โดยต้องต่อสู้กับหุ่นยนต์นับร้อยที่เฝ้าขบวนรถไฟ โดยมีแอมเบอร์ขับเฮลิคอปเตอร์รอทั้ง 3 ส่งของขึ้นไป ภารกิจลุล่วงไปจนสามารถหยุดระเบิดเวลาได้แล้ว เบบี้ดอลกระโดดขึ้นไปบนหลังคาขบวนรถเตรียมส่งของ แต่ในระหว่างจะส่งขึ้นไปให้แอมเบอร์ มีหุ่นยนต์ตัวหนึ่งมากดปุ่มเพื่อให้ระเบิดทำงานต่อ สวีทพี และร๊อกเก็ตที่ยังอยู่ในขบวนรถไฟจึงต้องหาทางหนี สวีทพีให้ร๊อกเก็ตเกาะสายสลิงเพื่อเหวี่ยงขึ้นไปหาเฮลิคอปเตอร์พร้อมกัน แต่ร๊อคเก็ตไม่ยอมเพราะกลัวจะไม่รอดทั้งคู่ จึงขอให้สวีทพีไปคนเดียว และเธอจะขอตายอยู่ในรถไฟ หลังจากที่สวีทพีขึ้นไปได้สำเร็จ ระเบิดก็ทำงานทันทีทิ้งร๊อคเก็ตไว้เบื้องหลัง.. ในอีกมุมหนึ่ง เกิดเหตุขัดข้องขึ้น น้ำในห้องครัวได้ไหลไปโดนสายไฟวิทยุ ทำให้ไฟช๊อต และเบบี้ดอลก็หยุดเต้นลง เป็นเวลาเดียวกับที่ร๊อคเก็ตกำลังเอื้อมมือไปคว้ามีดที่เอวคนครัวพอดี ทำให้คนครัวเห็นเจตนาของร๊อคเก็ต และคว้ามีดไปแทงเธอทันที ร๊อคเก็ตตายแน่นิ่ง โดยมีสวีทพีร้องไห้เสียใจอยู่ข้างๆ

บลูเข้ามาเห็นสวีทพีที่เสียใจในการตายของร๊อคเก็ต บลูจึงให้แอมเบอร์ไปเต้นรับแขกแทนสวีทพี และให้นำตัวสวีทพีไปขังเดี่ยวในห้อง.. ในห้องแต่งตัว บลูเข้ามาประกาศแผนการที่ได้รู้มาจากการสารภาพของบลอนดี้ เขาไม่พอใจอย่างหนัก และลงโทษแอมเบอร์ผู้สมรู้ร่วมคิดด้วยการยิงทิ้ง ซึ่งการที่บลอนดี้นำเรื่องไปเล่า เธอนึกแค่ว่าจะช่วยลดโทษผ่อนหนักให้เป็นเบา แต่เธอก็ถูกยิงทิ้งด้วย ข้อหาไม่ซื่อสัตย์ต่อเพื่อน.. บลูเข้าไปโอบกอดเบบี้ดอลหมายจะล่วงเกิน แต่เบบี้ดอลคว้ามีด (ที่นำมาจากคนครัว) ที่ซ่อนไว้ใต้ลิ้นชัก แทงเข้าไปที่หลังของบลูและคว้ากุญแจที่คอเขาวิ่งหนีไป

เบบี้ดอลวิ่งไปหาสวีทพีที่ถูกขังเดี่ยว และพากันหนี โดยมีกุญแจของบลูที่สามารถเปิดได้ทุกประตู และแผนที่ที่ลอกมาเป็นตัวนำทาง เมื่อมาถึงประตูหน้าสุดที่จะเปิดออกก็ต่อเมื่อมีไฟไหม้ ทั้งสองคนจุดไฟด้วยไฟแช็กและโยนเชื้อเพลิงเข้าไปล่อ ทำให้เกิดการระเบิด จนสัญญาณไฟดังขึ้น และประตูหน้าก็เปิดออก เมื่อออกมาข้างนอกได้ พวกเธอพบกับแขกมากมายที่ยืนคุยกัน เบบี้ดอลนึกถึงของสำคัญสิ่งสุดท้าย เธอบอกกับสวีทพีไปว่า สิ่งนั้นคือตัวเธอเอง เธอให้สวีทพีหนีออกไปคนเดียว โดยเธอจะไปล่อให้คนอื่นๆ ไปอีกทางหนึ่ง

หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น เบบี้ดอลก็ยังถูกคุมขังอยู่ภายในบ้าน และถึงเวลาที่หมอจะมารักษาเธอ.. เธอถูกรักษาโดยการใช้เหล็กแหลมทิ่มไปที่เบ้าตา.. หมอคนที่รักษาเธอได้บอกกับดอกเตอร์เวก้า เรื่องแววตาที่เขาเห็นจากเบบี้ดอลก่อนที่เธอจะโดนทิ่ม ดอกเตอร์เวก้าบอกกับหมอว่าเธอไม่ได้เซ็นต์อนุมัติให้เขาทำการผ่าตัด แต่หมอบอกว่ามีลายเซ็นต์เธอกำกับแล้ว ดอกเตอร์เวก้าจึงเข้าใจว่าลายเซ็นต์นั้นเป็นของบลูที่ปลอมลายเซ็นต์เธอ ดอกเตอร์เวก้าจึงแจ้งตำรวจจับบลู ข้อหาปลอมลายเซ็นต์ และข้อหาที่ทำให้ชีวิตหญิงสาวปกติคนหนึ่งต้องกลายเป็นคนพิการทางจิต ซึ่งเป็นสิ่งที่เบบี้ดอลไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้ เธอได้ตายจากโลกนี้ไปแล้ว แม้ว่าจะยังมีลมหายใจอยู่ก็ตาม ในขณะที่สวีทพีผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดได้กลายเป็นตัวแทนลมหายใจ ตัวแทนชีวิตของทุกคน ในการดำเนินชีวิตต่อไปในโลกอันแสนโหดร้าย

จุดเด่น และจุดด้อยของหนัง Sucker Punch

การที่จะสร้างหนังเรื่องหนึ่งให้ออกมาดูสนุก และเข้าใจในเรื่องราวที่นำเสนอ หนังเรื่องนั้นต้องมีสิ่งที่ดึงดูดใจ และสร้างลักษณะเด่นให้คนติดตาม โดยข้อเด่นที่หนัง Sucker Punch สามารถเป็นหนังที่ดูสนุก และแหวกแนว ประกอบไปด้วย

  • เป็นหนังที่แหวกตลาด จับเอาเรื่องที่เกิดขึ้นจริง นำมาเสนอในอีกแง่มุมได้อย่างสอดคล้อง โดยมีประเด็นที่เกี่ยวเนื่องสอดคล้องกัน ในที่นี้หนังสามารถนำเรื่องจริงมาเปรียบเทียบเป็นจินตนาการได้อย่างเหมาะสม อย่างเช่น เรื่องของไฟ ในเรื่องจริงใช้ ไฟแช็ก และในจินตนาการเป็น มังกรไฟ
  • ฉากแอ๊กชั่นที่ทำออกมาเน้นการเล่นภาพได้สวยงาม ซึ่งหลายฉากให้อารมณ์ในแบบสามมิติด้วย โดยเฉพาะฉากเบบี้ดอลสู้กับยักษ์สามตนตอนแรก ใช้ภาพอลังการมาก และฉากที่เน้นการสโลว์ภาพอย่างฉากบนรถไฟก็ทำออกมาได้สวยจริงๆ รวมทั้งมังกรไฟในฉากการต่อสู้เพื่อแย่งชิงคริสตัล ก็ทำออกมาได้สวย ตัวมังกรดูอลังการ
  • การเชื่อมโยงของเหตุการณ์ระหว่างความจริง กับเรื่องในจินตนาการทำได้ดี โดยเฉพาะฉากการตายของร๊อกเก็ตที่ตัดสลับเหตุการณ์บนรถไฟ กับเหตุการณ์ไฟช๊อตได้ดี รวมทั้งการเชื่อมเหตุการณ์ที่จริงสุดๆ (หมอมาทำการผ่าตัด) เข้าไปร่วมกับเหตุการณ์จริงรองๆ (โชว์การแสดงเต้น) ได้ไหลลื่น ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดของเรื่องเกิดแทรกระหว่างฉากการเริ่มผ่าตัดตอนต้นเรื่อง และฉากเสร็จสิ้นการผ่าตัดตอนท้ายเรื่อง
Sucker Punch

Sucker Punch

ข้อด้อยของหนัง ส่วนใหญ่ก็เป็นสิ่งที่หนังยังเก็บไม่หมด แต่ก็ไม่ได้ทำให้ตัวหนังทั้งเรื่องเสียอรรถรสไปมากเท่าไร ข้อด้อยประกอบไปด้วย

  • การที่หนังใช้ฉากเต้นโชว์ของเบบี้ดอล เพื่อเป็นสะพานนำไปสู่ฉากในจินตนาการทั้งหลายแหล่ แรกๆ ก็ดีอยู่หรอก แต่เมื่อใช้หลายครั้งเกินไป ก็ทำให้รำคาญได้เหมือนกัน
  • ฉากการเต้นของเบบี้ดอลที่จะตัดภาพนำไปสู่ภาพในจินตนาการ การเต้นดูติงต๊องมาก ดูไม่น่าเชื่อว่าเบบี้ดอลจะเต้นได้ยั่วยวนและน่าประทับใจได้ถึงเพียงนั้น
  • การตายของตัวละครติดๆ กันทั้ง 3 ตัว ตายกันง่ายเกินไป โดยเฉพาะตัวละครของร๊อคเก็ตในฉากที่ถูกคนครัวแทง และอีก 2 คนที่ถูกยิงทิ้งดูไม่มีเหตุผลสอดรับที่แข็งแรงพอ

ฉากแอ๊กชั่น และการเล่นภาพของหนัง Sucker Punch

ขอบอกเลยว่าการเล่นภาพเป็นจุดเด่นของหนังจริงๆ แม้ฉากแอ็กชั่นจะดูออกแนวช้า ไม่ค่อยทะมัดทะแมง แต่ก็เพื่อเปิดโอกาสได้ให้เห็นภาพการต่อสู้ได้อย่างชัดเจนและมีมิติ โดดเด่นมากในฉากต่อสู้บนรถไฟ ที่เน้นภาพสโลว์ตัดสลับกับภาพเร็ว โดยใช้การสโลว์ภาพให้เห็นการเคลื่อนไหวของวัตถุ และเล่นภาพเร็วทันทีเพื่อดึงอารมณ์กลับ และยังมีหลายฉากที่เน้นการแตกกระจายของวัตถุที่หน้าจอ ให้อารมณ์แบบสามมิติในจินตนาการได้เป็นอย่างดี อีกทั้งฉากแต่ละฉากให้ความยิ่งใหญ่ในตัวมันเอง หากจะดูหนังเรื่องนี้เพื่อดูฉากแอ๊กชั่น และภาพสวยแล้วละก็ หนังเรื่องนี้มีให้คุณเต็มที่ แถมความเซ็กซี่อันถึงขีดสุดของตัวละครสาวๆ อีกตั้ง 5 คน รับรองคุ้มค่าตั๋ว!

โปสเตอร์ Sucker Punch

Sucker Punch

ข้อคิดที่ได้จากหนัง Sucker Punch

ผมประทับใจการเสียสละของเบบี้ดอล ซึ่งอุตส่าห์ต่อสู้มาจนถึงท้ายสุดแล้ว แต่เธอก็ยอมเสียสละแม้กระทั่งตัวเองให้คนอื่น คนที่แข็งแกร่งกว่า ได้มีชีวิตรอดต่อไป นับเป็นการเสียสละที่ไม่หวังสิ่งตอบแทนใด ซึ่งหาได้ยากในสังคมปัจจุบันนี้ หรือจะเป็นการเสียสละของร๊อคเก็ตเพื่อให้พี่สาวมีชีวิตรอดต่อไปในฉากจบบนรถไฟ นี่ก็เป็นการเสียสละในฐานะพี่น้องที่น่านับถือ แต่ในอีกทางหนึ่ง การหักหลังเพื่อนของบลอนดี้ ที่แม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจให้เหตุการณ์เลวร้ายอย่างที่เป็น แต่การที่ไม่ปรึกษากับเพื่อนร่วมทีม และไม่รักษาความลับให้เป็นความลับ เป็นสิ่งที่ไม่ควรให้เกิดขึ้น เพราะจะนำไปสู่การสูญสิ้นซึ่งมิตรภาพ หรือแม้กระทั่งชีวิต!

ความคิดเห็นที่มีต่อหนัง Sucker Punch

ผมค่อนข้างพอใจกับหนังเรื่องนี้ หนังเรื่องนี้ใช้ฉาก ใช้ภาพ ดาราเซ็กซี่ มากลบองค์ประกอบอื่นๆ ที่ดูอ่อนได้อยู่หมัด ใครที่จะมาดูหนังเพียงเพื่อต้องการดูฉากความมันส์ ภาพตระการตา หรือดาราอึ๋มทะลุจอ รับรองว่าไม่ผิดหวัง แต่หากใครมาดูเรื่องนี้เพราะหวังว่าจะได้เห็นคุณภาพในด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นบทที่ซึ้งกินใจ การแสดงที่ประทับใจ ความสมเหตุสมผลในการดำเนินเรื่อง การทำให้มีอารมณ์ร่วมไปกับเรื่องราวแล้วละก็ คุณอาจไม่ค่อยพอใจเท่าไรก็เป็นได้ ซึ่งก็สุดแล้วแต่ความชอบของแต่ละคนครับ

เรื่องนี้ผมให้เกรด C+
★★★1/4
คะแนน 6.9 เต็ม 10

.

ตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง Sucker Punch

ความเห็น
  1. hyacinth1382 พูดว่า:

    ชอบเอมิลี่ กับวาเนสซ่าค่ะ แต่เรื่องนี้ยังไม่ได้ดูเลย ดูแต่บีสลีย์🙂

  2. Suvi พูดว่า:

    ขอบคุณจริงๆกับข้อมูลของหนังที่บอกไว้ในสิ่งที่อยากรู้ทั้งหมดเลยคะ ที่เราได้รับจากเรื่องนี้อาจจะต่างจากคนอื่น(หรือมองไม่เหมือนคนอื่นก็ไม่รู้นะ). จริงๆแล้วของ 5 สิ่งก็ให้แง่คิดการดำเนินชีวิต แผนที่ชีวิตเราได้มาหรือยังคิดไว้หรือยัง ไฟที่เป็นแรงขับเคลื่อนให้เราได้ลุกโชนลุยไปข้างหน้า มีดคืออาวุธที่เรามีอยู่กับตัวอาจเป็นความรู้,การกล้าคิดนอกกรอบก็คืออาวุธได้เหมือนกัน กุญแจเหมือนสมองและสติที่ไว้ไขเวลาเราต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ อย่างที่ห้าที่เรารับได้จากหนังเรื่องนี้คือทีมเวิร์คคะ

    • mckmarvel พูดว่า:

      ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นดีๆครับ หนังเรื่องหนึ่งๆมีประเด็นให้คนดูกลับไปคิดได้หลากหลายมาก แล้วแต่ว่าใครจะคิดเห็นไปในแนวไหน สำหรับที่คุณกล่าวมาก็เป็นอีกอย่างที่ผมยังคิดไม่ถึงเหมือนกัน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s