ความเห็นหลังชม >> I AM NUMBER FOUR << ยอดมนุษย์หมายเลข 4

Posted: มีนาคม 3, 2011 in ความเห็นหลังชม @ Cinema, หนังแอ๊กชั่น, หนังไซไฟ
ป้ายกำกับ:, , , , , , , ,

เปิดเผยเนื้อหาสำคัญเล็กน้อย…

ผลงานก่อนการมาของ I Am Number Four ของผู้กำกับวัย 46 ปีในปีนี้อย่าง D.J. Caruso ได้แก่หนังเรื่อง Taking Lives ในปี 2004, Disturbia ในปี 2007 หรือ Eagle Eye ในปี 2008 ซึ่งแต่ละเรื่องที่กล่าวมานั้น เป็นหนังที่มีส่วนผสมของทริลเลอร์อยู่ด้วย ซึ่งนอกเหนือจาก 3 เรื่องดังข้างต้น ผู้กำกับคนนี้ยังมีหนังทริลเลอร์ที่กำกับอีก เช่น Two for the Money ในปี 2005 นอกนั้นก็เป็นการกำกับหนังทีวี ซึ่งก็มีอารมณ์ทริลเลอร์รวมอยู่ด้วย ทำให้เห็นได้ว่าแนวหนังที่มีอารมณ์ทริลเลอร์เป็นส่วนประกอบ ได้เป็นแนวถนัดของผู้กำกับคนนี้ไปแล้ว และการกลับมาอีกครั้งกับเรื่องล่าสุดกับ I Am Number Four ก็ตามแนวถนัดของตัวเอง โดยใส่อารมณ์แอ๊กชั่น-ไซไฟเข้าไปด้วย เพื่อเพิ่มความตื่นเต้นให้กับหนัง ซึ่งหลังจากที่ผมได้ชมก็บอกได้เลยว่า เรื่องนี้สามารถสร้างภาคต่อได้เลย เพียงแต่ว่าตัวหนังเองจะทำรายได้ให้คุ้มค่ากับการลงทุน จนผู้สร้างเห็นเหตุผลในการหยิบมาทำใหม่อีกครั้งหรือเปล่า รายได้ล่าสุดของ I Am Number Four อยู่ในระยะหืดขึ้นคอ เพราะทำไปแล้วเพียง 40.7 ล้านเหรียญ (นับถึง 3 มีนาคม) หลังจากฉายมาแล้ว 2 สัปดาห์ กว่าจะทำรายได้ผ่านต้นทุน 60 ล้านเหรียญไปก็ยากเอาการเหมือนกัน

มาดูกันต่อที่นักแสดงนำหลักอย่าง นักแสดงอังกฤษ Alex Pettyfer กันบ้าง ซึ่งอาจจะดูเหมือนว่าเป็นหน้าใหม่ แต่เขาคนนี้ก็เคยเล่นหนังใหญ่มาแล้ว 3 เรื่องก่อนเรื่องนี้ เรื่องแรกสุดของเขาก็คือ หนังแอ๊กชั่นผจญภัยดูได้ทั้งครอบครัวในปี 2006 อย่าง Alex Rider: Operation Stormbreaker ที่พอเปิดตัวในอเมริกาปุ๊บก็เจ๊งทันที ทำรายได้รวมไปทั้งหมดเพียง 652,526 เหรียญ ขนาดออกฉายตั้ง 9 สัปดาห์ทำได้แค่นี้เอง เมื่อหนังเจ๊งก็กลับมาเล่นหนังในบ้านเกิดตัวเองกับหนังวัยรุ่นโรงเรียนประจำในปี 2008 ที่ขายชื่อนักแสดงสาว Emma Roberts อย่างเรื่อง Wild Child ก็ทำรายได้กรุบกริบประมาณ 20 ล้านเหรียญจากรายได้นอกอเมริกา พอเห็นว่าเล่นหนังครอบครัวไม่ดัง หนังวัยรุ่นก็ยังแป๊ก เลยโดดไปรับเล่นหนังสยองอังกฤษบ้างกับหนังปี 2009 เรื่อง Tormented แต่ก็สยองปนฮา ทำเอาฮาไม่ออกเพราะทำรายได้ไปเพียง 284,757 ปอนด์ จากการลงทุนถึง 7 แสนปอนด์ พอไปในบ้านเกิดไม่รอดก็หวนมาสู่ฮอลลีวู้ดอีกรอบกับเรื่องล่าสุด I Am Number Four พร้อมทั้งยังมีหนังปี 2011 อีก 2 เรื่องที่จะตามมา คือ Beastly ที่จะเข้า 4 มีนาคม และ Now ที่วางโปรแกรมฉาย 28 ตุลาคม มีตั้ง 3 เรื่องในปีเดียว ต้องดังซักเรื่องนึงล่ะ

โปสเตอร์ I Am Number Four

I Am Number Four

เนื้อเรื่องคร่าวๆ

เรื่องนี้กล่าวถึงมนุษย์จากดาวอื่น 9 คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในโลก โดยแต่ละคนจะมีูผู้พิทักษ์ประจำตัวคอยปกป้องอันตรายจากศัตรูที่มาจากต่างดาวเหมือนกัน โดยใช้วิธีการฆ่าเรียงหมายเลข ใครหมายเลขหนึ่ง ซวย! ตายก่อนใครเพื่อน เริ่มเรื่องมาก็ให้เห็นการตายของหมายเลข 3 โดยสองหมายเลขก่อนหน้าม่องเท่งไปนานแล้วจากการเล่าของพระเอกหมายเลข 4 (Alex Pettyfer) และเรื่องทั้งหมดที่ได้ชมก็เป็นการไล่ล่าของตัวร้าย เพื่อตามล่าฆ่าหมายเลข 4 โดยสัญญาณกล่าวถึงเวลาการตายของพระเอกได้ปรากฎให้เห็นผ่านทางแผลเป็นที่ขา แผลเป็นที่บ่งบอกไว้ว่าใครตายไปแล้วมั่ง แผลล่าสุดเป็นแผลเป็นรอยที่ 3 บ่งบอกว่าม่องเท่งไปแล้ว 3 หน่อ

เมื่อรู้ว่าหมายเลข 3 ตายห่าไปแล้ว ผู้พิทักษ์ประจำหมายเลข 4 อย่าง Henri (Timothy Olyphant) จึงจัดแจงเตรียมย้ายบ้าน พร้อมทั้งทำลายหลักฐานในบ้านเก่าให้หมด ขณะเก็บของขึ้นรถเพื่อย้ายบ้าน ก็มีกิ้งก่าตัวหนึ่งแอบติดรถตามไปด้วย ทั้งสองคนย้ายเข้าบ้านหลังใหม่ เปลี่ยนการแต่งตัวใหม่ และพระเอกก็เปลี่ยนชื่อเป็น John Smith ย้ายบ้านมาไม่นานก็มีคนมาเคาะประตู พระเอกเปิดประตูไปดู ก็พบกับหมาตัวหนึ่ง ซึ่งก็คือไอ้กิ่งก่าที่แอบติดรถมานั่นแหละ มันแปลงกายเป็นหมา!

พระเอกอยู่บ้านเบื่อๆ เลยขอ Henri (ที่คนอื่นนึกว่าเป็นพ่อของเขา) ไปเรียนที่โรงเรียน ทำให้พระเอกได้พบกับนางเอก Sarah (Dianna Agron), Mark (Jake Abel) แฟนเก่านางเอกตัวป่วนของโรงเรียน และ Sam เพื่อนเนิร์ดตัวเตี้ย (Callan McAuliffe) และก็กล่าวเยิ่นเย้อถึงความสัมพันธ์นางเอกกับแฟนเก่า พระเอกกับแฟนเก่านางเอก พระเอกกับเพื่อนเนิร์ดตัวเตี้ย จนถึงการมาของตัวร้ายที่เริ่มรุกคืบ

ตัวร้ายเริ่มฆ่าพระเอกของเราเป็นระยะ และฆ่าผู้พิทักษ์ของพระเอกไป จนมาถึงฉากในโรงเรียน พระเอกมัวล้างรูปกับนางเอกอยู่ในตึก ตัวร้ายก็มาดักหน้าโรงเรียนแล้ว พอตัวร้ายเข้าไปล่าพระเอก เพื่อนเนิร์ดตัวเตี้ยก็มาถึงหน้าโรงเรียนพร้อมหมาที่แปลงกายมาจากกิ้งก่า พอหมาอสูรกายตัวยักษ์ของตัวร้ายที่ปล่อยจากหลังรถบรรทุก หมาก็กลายร่างเป็นหมายักษ์ ซึ่งมารู้ทีหลังว่าหมายักษ์หรือกิ้งก่านั้นเป็น “ไคมีร่า” ที่คอยปกป้องพระเอกมาตลอด และเปิดตัวสาวแม่สาวไฟแรงสูง หมายเลข 6 (Teresa Palmer) ที่ออกมาช่วยพระเอกต่อสู้ตัวร้ายในโรงเรียน จนตัวร้ายตายห่าไปหมด และพระเอกหมายเลข 4 กับเพื่อนเนิร์ดตัวเตี้ย (ที่พ่อหายตัวไปเพราะศึกษาเรื่องมนุษย์ต่างดาว) และแม่สาวไฟแรงสูง หมายเลข 6 ก็ออกตามหาเพื่อนๆ หมายเลขอื่นๆ ต่อไป

ฉากแอ๊กชั่นในหนัง I Am Number Four

เนื้อเรื่องตอนต้นออกเร็ว เพราะต้องกล่าวว่าใครตายมาแล้วบ้าง พอรู้แล้วว่าใครตายแล้วก็เริ่มเนือยๆ กับการกล่าวปูเรื่องว่ามีใครบ้าง ใครเป็นยังไงบ้าง ทำอะไรกันบ้าง จนมาแอ๊กชั่นมันส์พะยะค่ะจริงๆ เอาตอนท้ายเรื่อง นี่ถ้าภาค 2 มีการสร้างออกมาจริงคงมันส์พะยะค่ะทั้งเรื่อง เพราะไม่ต้องมัวเสียเวลาอธิบายว่าเป็นมายังไงอีก ซึ่งฉากแอ๊กชั่นที่มันส์ที่สุดก็เป็นที่ฉากในโรงเรียนนั่นแหละ พระเอกที่มีความสามารถส่องไฟได้จากมือ มีพลังจิตย้ายของ ก็โชว์พลังกันเต็มที่ในฉากเด็ดฉากนี้ รวมถึงการมาของหมายเลข 6 ที่มีทั้งปืนเลเซอร์ พลังการหายตัว และพลังทนไฟ ซึ่งมาเหนือกว่าพระเอกซะอีก ทำให้ฉากต่อสู้ของหมายเลข 6 มันส์พะยะค่ะกว่า เพราะเธอสามารถหายตัวปรู๊ดปร๊าดไปปรากฎอีกที่ พร้อมทั้งมีปืนเลเซอร์ยิงได้ด้วย พอไฟไหม้ก็ปล่อยบาเรียทนไฟได้อีก พระเอกเหวอไปเลยคราวนี้ และถึงแม้หนังเรื่องนี้จะมีฉากแอ๊กชั่นมันส์พะยะค่ะเพียงน้อยนิด ก็เป็นจุดเด่นทั้งหมดที่หนังมี เพราะถ้าขาดไปหนังก็ไม่เหลืออะไรให้ต้องพูดถึง

ฉากที่สนามกีฬาในโรงเรียน หมายเลข 6 กันไฟให้หมายเลข 4

ฉากเด็ดม่านบาเรียทนไฟของหมายเลข 6

ข้อคิดของหนัง I Am Number Four

หนังไม่ค่อยมีข้อคิดอะไรให้มาก แต่ที่สะกิดใจนิดๆ อยู่ตรงฉากที่พระเอก-นางเอกสาละวนล้างรูปกันอยู่ในตึก แฟนเก่าของนางเอกที่ถูกจับอยู่หน้าตึกก็ตะโกนบอกให้หนีไป แสดงให้เห็นการช่วยเหลือกันที่น่านับถือ แม้ฉากก่อนหน้านี้ไอ้แฟนเก่าโดนพระเอกยำซะอ่วม และบอกที่ซ่อนของพระเอก-นางเอกแก่ตัวร้าย แต่ก็ยังมีความดีอยู่บ้าง แถมตอนท้ายก็แสดงให้เห็นมิตรภาพระหว่างพระเอกกับแฟนเก่านางเอกอีก แม้จะเคยบาดหมางกันก็กลับมาดีกันได้ อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ผมก็ชอบในจุดนี้ รวมทั้งแนวคิดของผู้พิทักษ์หมายเลข 4 ที่ให้ไปหาหมายเลขอื่นๆ เพื่อรวมพลังกันต่อสู้ ซึ่งจะมีพลังในการทำลายมากกว่าสู้ด้วยตัวคนเดียว แสดงให้เห็นถึงคติที่ว่า “หลายหัวดีกว่าหัวเดียว” หรือ “รวมกันเราอยู่ แยกหมู่เราตาย”

ความคิดเห็นที่มีต่อหนัง I Am Number Four

ดูเรื่องนี้ก็เกิดคำถามตามมา 3 ข้อ คือ “แล้วหมายเลข 5 มันหายหัวไปไหน?” มัวนั่งโซ้ยก๋วยเตี๋ยวอยู่รึไงไม่มาช่วยเค้าต่อสู้กัน และอีกข้อ “ถ้าไอ้ตัวร้ายมันเกิดฆ่าหมายเลข 6 ก่อนหมายเลข 4 มันจะผิดหรือเปล่า เพราะมันต้องฆ่าตามหมายเลข?” ถ้ามีภาคต่อเกิดขึ้นมาก็จะมีหมายเลขอื่นเพิ่มขึ้น “แล้วภาคต่อจะชื่อว่าอะไร?” ซึ่งหลังจากที่ดู หนังให้อารมณ์แอ๊กชั่นนำหน้า มีอารมณ์ทริลเลอร์นิดเดียวเท่านั้น แถมเรื่องออกจะเนือยๆ ด้วยซ้ำ ถ้าขาดฉากตอนท้ายไป หนังจะเบาโหวงมากเลยทีเดียว ขอให้ภาคต่อไปมีฉากแอ๊กชั่นเด็ดซักสองสามฉาก ใส่เนื้อเรื่องให้ตื่นเต้นอีก ทำตัวร้ายให้ดูน่ากลัวเพิ่มอีกนิด หนังจะีดีกว่านี้ เพราะตัวร้ายภาคนี้ดูติงต๊ิองไปนิด อารมณ์ประมาณเด็กเอ๋อเล่นปืนเลย แต่ก็เพราะพะยี่ห้อดิสนีย์นั่นแหละเลยอารมณ์ประมาณนี้

เรื่องนี้ผมให้เกรด C-
★★1/2
คะแนน 5.8 เต็ม 10

.

ตัวอย่างภาพยนตร์ I Am Number Four


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s