ผลรางวัลออสการ์ >> Academy Awards ครั้งที่ 83 ประจำปี 2010 << เรื่องไหนได้ เรื่องไหนดับ

Posted: มีนาคม 1, 2011 in Entertainment News
ป้ายกำกับ:, , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

หลังจากที่มีกระแสต่างๆ นานาในส่วนของผู้เข้าชิงรางวัลอันทรงเกียรติที่สุดในโลกภาพยนตร์อย่างออสการ์ บ้างก็ว่าหนังเรื่องนี้จะชนะ บ้างก็ว่าอีกเรื่องจะชนะ ท้ายที่สุดแล้วการประกาศรางวัลที่ทุกคนรอคอยก็เผยรายชื่อผู้ชนะกันออกมาเมื่อเช้านี้เองครับ ผลรางวัลที่ออกมาจะว่าพลิกล๊อคก็มีเหมือนกัน แต่ในบางสาขานั้นก็นอนมาเลยทีเดียว มาดูกันว่าใครเป็นผู้เข้าชิงกันบ้าง และผู้เข้าชิงคนใดคว้ารางวัลกลับบ้านไปนอนกอด มาดูกันเลยครับ

Kodak Theatre

Kodak Theatre สถานที่จัดงานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งนี้

การจัดการประกาศรางวัลออสการ์ปีนี้ก็ได้จัดขึ้นที่เดิมคือ โกดักเธียเตอร์ ซึ่งในระยะหลังมานี้ได้ใช้เป็นสถานที่จัดงานเป็นประจำทุกปี โดยมีกำหนดการประกาศรางวัลวันที่ 27 กุมภาพันธ์ เมื่อเวลาประมาณ 20.30 ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับเวลาในประเทศไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 8.30 ตอนเช้าวันนี้นี่เอง โดยพิธีกรที่ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการหลักคือ คู่หนุ่มสาวรุ่นใหม่ James Franco และ Anne Hathaway

James Franco และ Anne Hathaway

พิธีกรหลักงานออสการ์ครั้งที่ 83

รางวัลแรกของงานประเดิมด้วยการชนะของหนังเรื่อง Alice in Wonderland คว้ารางวัลกำกับศิลป์ยอดเยี่ยมกลับบ้านไป โดยหนังที่ 4 เรื่องที่ปิ๋วรางวัลนี้ไป ไล่ตั้งแต่หนังพ่อมดภาคต่อ Harry Potter and the Deathly Hallows: Part 1, หนังคาวบอย True Grit, หนังฝันล้ำลึก Inception และหนังราชาติดอ่าง The King’s Speech ด้วยการกำกับศิลป์ของ Robert Stromberg และ Karen O’Hara ที่ใส่ซะเต็มสูบหนังจึงออกมาอลังการณ์ดาวล้านดวงได้อย่างนี้ และทำให้หนังอลิซคว้าชัยเหนือคู่แข่ง เปิดงานออสการ์ครั้งที่ 83 ได้อย่างภาคภูมิ

Alice in Wonderland

Alice in Wonderland เจ้าของรางวัลกำกับศิลป์ยอดเยี่ยม

รางวัลต่อมาเป็นทางด้านของการกำกับภาพยอดเยี่ยมมีผู้เข้าชิงด้วยกัน 5 เรื่อง คือ True Grit / The Social Network / The King’s Speech / Black Swan / Inception และเรื่องที่คว้ารางวัลกำกับภาพยอดเยี่ยมไปได้คือหนังเรื่อง Inception รางวัลนี้มอบให้กับ Wally Pfister กับการนำเสนอภาพเหตุการณ์ที่ซับซ้อนได้อย่างมีมิติ จนทำให้คนดูรู้สึกทึ่งไปพร้อมความงง! ดูกันไม่รู้กี่รอบ เพราะยังดูไม่รู้เรื่อง! จนทำให้หนังเรื่องนี้ทำรายได้เฉียด 3oo ล้านเหรียญ!! สุดยอดมากในการกำกับภาพแบบนี้

Inception

Inception เจ้าของรางวัลกำกับภาพยอดเยี่ยม

มาถึงรางวัลทางด้านของนักแสดงกันบ้าง ประเดิมด้วยรางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมที่ขับเคี่ยวกันมาทั้ง 5 คนได้แก่ Jacki Weaver จากเรื่อง Animal Kingdom / Hailee Steinfeld จากเรื่อง True Grit / Helena Bonham Carter จากเรื่อง The King’s Speech / Amy Adams จากเรื่อง The Fighter และ Melissa Leo จากเรื่อง The Fighter และก็เป็นทางด้านของป้า Melissa Leo ที่คว้ารางวัลนักแสดงสมทบหญิงในครั้งนี้ไป ซึ่งป้าก็กวาดมาแล้วหลายสถาบันกับการแสดงในเรื่อง The Fighter เอาไปเถอะป้า ผมรู้แล้วว่าป้าหวง!

Melissa Leo จากเรื่อง The Fighter

Melissa Leo นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมจากเรื่อง The Fighter

มาต่อกันทางด้านของหนังการ์ตูนอนิเมชั่นกันบ้าง สำหรับรางวัลภาพยนตร์การ์ตูนสั้นยอดเยี่ยมเรื่องที่เข้าชิงมี 5 เรื่องได้แก่ Madagascar, a Journey Diary / Let’s Pollute / The Gruffalo / Day & Night และ The Lost Thing และก็เป็นที่หนังออสเตรเลีย-อังกฤษเรื่อง The Lost Thing นั่นเองที่คว้ารางวัลภาพยนตร์การ์ตูนสั้นไปครอบครอง

The Lost Thing

The Lost Thing เจ้าของรางวัลภาพยนตร์กา์ร์ตูนสั้นยอดเยี่ยม

เมื่อมอบรางวัลให้ภาพยนตร์การ์ตูนสั้นกันไปแล้ว ออสการ์ก็มอบรางวัลให้ภาพยนตร์การ์ตูนยาวกันต่อเลย สำหรับรางวัลภาพยนตร์การ์ตูนยอดเยี่ยมปีนี้มีมาเข้าชิง 3 เรื่องคือ The Illusionist / How to Train Your Dragon และเต๋งจ๋าอย่าง Toy Story 3 และก็เป็นที่เต๋งจ๋านั่นแหละที่คว้าไป ก็เห็นเอาไม้กวาดไปกวาดมาแล้วแทบทุกสถาบันที่จัดงาน ถ้าไม่ได้ก็แปลกแล้วล่ะ แถมฮิตถล่มรายได้ไปมากสุดปีที่แล้วด้วยนะ รู้งี้ดิสนีย์อาจสร้างมาต่ออีก 7 ภาคก็ได้ถ้าไม่หมดมุกซะก่อน

Toy Story 3

Toy Story 3 ภาพยนตร์การ์ตูนยอดเยี่ยม งานออสการ์ครั้งที่ 83

ต่อไปเป็นรางวัลที่มอบให้กับผู้เขียนบทที่สามารถเมกเรื่องได้น่าสนใจ รางวัลบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยมปีนี้ตกเป็นของภาพยนตร์เรื่อง The Social Network และนี่ก็เป็นรางวัลนอนมาอีกหนึ่งรางวัล ซึ่งคู่แข่งอีก 4 เรื่องที่เหลือได้แต่นั่งมองตาปริบๆ อันได้แก่ Winter’s Bone / True Grit / Toy Story 3 / 127 Hours เป็นรางวัลแรกของหนังเฟซบุ๊คในงานนี้ จะตามมาอีกกี่รางวัล ติดตามกันต่อไป

The Social Network

The Social Network เจ้าของรางวัลบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม

ตามติดมาด้วยรางวัลบทภาพยนตร์อีกหนึ่งรางวัล สำหรับรางวัลบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม ผู้เข้าชิงทั้ง 5 เรื่องมีดังนี้ The Kids Are All Right / Inception / The Fighter / Another Year / The King’s Speech ผลออกมาเป็นที่หนังราชาติดอ่างอย่าง The King’s Speech ที่คว้าไปตามคาด และเป็นรางวัลแรกในงานของหนังเรื่องนี้ ที่เข้าชิงสูงที่สุดถึง 12 รางวัลด้วยกัน ในขณะที่คู่แข่งอย่าง The Social Network เข้าชิงน้อยกว่าที่ 8 รางวัล

The King's Speech

The King's Speech เจ้าของรางวัลบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม

เปลี่ยนแนวมามอบรางวัลให้กับภาพยนตร์ภาษาอื่นกันบ้าง สำหรับรางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมปีนี้เข้าชิง 5 รางวัลคือ Outside the Law (Algeria) / Incendies (Canada) / Dogtooth (Greece) / Biutiful (Mexico) / In a Better World (Denmark) และรางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมก็ตกเป็นของหนังจากแดนนางเงือกอย่าง In a Better World หรือชื่อในภาษาเดนิชว่า  Hævnen

In a Better World

ผู้กำกับ Susanne Bier ขณะรับรางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม

รางวัลต่อไปเป็นการมอบรางวัลสาขานักแสดงเป็นรางวัลที่สองของงาน รางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม ผู้เข้าชิงทั้ง 5 คนได้แก่ Geoffrey Rush จากเรื่อง The King’s Speech / Mark Ruffalo จากเรื่อง The Kids Are All Right / Jeremy Renner จากเรื่อง The Town / John Hawkes จากเรื่อง Winter’s Bone / Christian Bale จากเรื่อง The Fighter ซึ่งรางวัลก็ตกเป็นของ Christian Bale จากเรื่อง The Fighter ที่พี่แกเล่นลดน้ำหนักซะบักโกรกมาก! อ้วน-ผอมสั่งได้ เอารางวัลไปเลยละกันครับ

Christian Bale จากเรื่อง The Fighter

Christian Bale นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจากเรื่อง The Fighter

ต่อกันด้วยรางวัลทางด้านเสียงรางวัลแรกของงาน รางวัลดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ปีนี้ตกเป็นของ The Social Network ที่มี Trent Reznor และ Atticus Ross ให้ดนตรีประกอบ โดยแต่ละคนที่เข้าชิงจาก 4 เรื่องที่เหลือก็เทพๆ ทั้งนั้น ซึ่งก็คือ Alexandre Desplat ให้ดนตรีประกอบเรื่อง The King’s Speech / John Powell ให้ดนตรีประกอบเรื่อง How to Train Your Dragon / A.R. Rahman ให้ดนตรีประกอบเรื่อง 127 Hours / Hans Zimmer ให้ดนตรีประกอบเรื่อง Inception แต่ก็ได้แต่มองน้ำลายไหลที่รางวัลตกไปเป็นของหนังเฟซบุ๊คอีกหนึ่งรางวัล มาถึงตอนนี้หนังเฟซบุ๊ค The Social Network นำหน้า The King’s Speech ไปแล้ว 1 รางวัล

Trent Reznor และ Atticus Ross จากเรื่อง The Social Network

Trent Reznor และ Atticus Ross เจ้าของรางวัลดนตรีประกอบยอดเยี่ยม จากเรื่อง The Social Network

อีกรางวัลทางด้านเสียง รางวัลบันทึกเสียงยอดเยี่ยม โดยมีผู้แย่งชิงรางวัลกัน 5 เรื่องคือ True Grit / The Social Network / Salt / The King’s Speech / Inception โดย 4 เรื่องแรกแย่งไปแย่งมา ยังไงก็ไม่สามารถแย่งรางวัลไปจากหนังเรื่อง Inception ได้เพราะหนังเรื่องนี้เด็ดดวงจริง ขนาดมีนางเกลือโจลี่โดดลงมาร่วมแจมยังพลาดท่าเลย

Inception

Inception เจ้าของรางวัลบันทึกเสียงยอดเยี่ยม

ต่อกันด้วยอีกรางวัลทางด้านเสียง กับรางวัลกำกับเสียงยอดเยี่ยม ซึ่ง Inception ก็คว้าไปอีกรางวัล โดย 4 เรื่องที่ทำได้เพียงเข้าชิงก็มี Unstoppable / True Grit / TRON: Legacy / Toy Story 3 มาถึงตอนนี้หนังฝันล้ำลึกก็กวาดไปแล้ว 3 นำหน้าเรื่องอื่นๆ ไปแล้ว

Inception

Inception รางวัลกำกับเสียงยอดเยี่ยม

มาต่อกันที่รางวัลแต่งหน้ายอดเยี่ยม สำหรับหนังที่เข้าชิงรางวัลการแต่งหน้ายอดเยี่ยมมี 3 เรื่องดังนี้ The Way Back / Barney’s Version / The Wolfman โดยรางวัลนี้ตกเป็นของหนังหมาป่า The Wolfman ที่แต่งหน้าหมาป่าซะปาไปเป็นวัน ก็ต้องให้เค้าล่ะ ส่วนเรื่องที่พลาดไปก็กลับไปซ้อมแต่งหน้าเอาหน้ากระจกกันต่อไปเถอะ

The Wolfman

The Wolfman เจ้าของรางวัลแต่งหน้ายอดเยี่ยม

รางวัลออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม มอบให้กับการแต่งกายที่สวยงาม หรือบางทีก็เวอร์ซะ! จะสวยหรือจะเวอร์ก็มีรางวัลการันตีนะเออ หนังที่เข้าประกวดความเวอร์ของเครื่องแต่งกายก็มี 5 เรื่องดังนี้ True Grit / The Tempest / The King’s Speech / I Am Love / Alice in Wonderland โดยเรื่องที่ได้เข้าชิงมาก็ได้การันตีจากออสการ์แล้วว่าชุดสวยเวอร์จนโดนตากรรมการ แต่เรื่องที่สวยเวอร์ที่สุดตกเป็นของเรื่อง Alice in Wonderland เรื่องนี้เล่นทั้งสีสัน ทั้งชุด ทั้งบ้า ทั้งบอ ผู้กำกับยังหัวฟูเลย จะเอาอะไรกันนักหนาเนี่ย!

Alice in Wonderland

Alice in Wonderland กับรางวัลออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม

ก่อนที่จะบ้าไปมากกว่านี้ ออสการ์ก็เลยรีบมอบรางวัลภาพยนตร์สารคดีสั้นยอดเยี่ยมกันต่อเลยทันที โดยมีเรื่องที่เข้าชิงดังนี้ The Warriors of Qiugang / Sun Come Up / Poster Girl / Killing in the Name / Strangers No More ซึ่งเรื่องที่คว้ารางวัลไปก็คือ Strangers No More

Strangers No More

Strangers No More ภาพยนตร์สารคดีสั้นยอดเยี่ยม

ต่อกันด้วยรางวัลภาพยนตร์สั้นคนแสดงยอดเยี่ยม มีเรื่องที่เข้าชิง 5 เรื่อง Wish 143 / Na Wewe / The Crush / The Confession / God of Love และรางวัลภาพยนตร์สั้นยอดเยี่ยมก็ตกเป็นของหนังเรื่อง God of Love

God of Love

God of Love ภาพยนตร์สั้นยอดเยี่ยม

ต่อกันด้วยรางวัลภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม ในปีนี้ตกเป็นของหนังเรื่อง Inside Job โดยอีก 4 เรื่องเข้าชิงที่เหลือได้แก่ Waste Land / Restrepo / GasLand / Exit Through the Gift Shop

Inside Job

Inside Job ภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม

มาต่อกันที่รางวัลเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม มอบให้กับการเล่นภาพที่สมจริง ยิ่งใหญ่ อลังการณ์งานสร้าง โดยมีเรื่องที่บังอาจเข้าชิงถึง 5 เรื่องดังนี้ Iron Man 2 / Hereafter / Harry Potter and the Deathly Hallows: Part 1 / Alice in Wonderland โดยแต่ละเรื่องนั้นก็อัดเทคนิคพิเศษมากันไม่ยั้ง ซึ่งมี 4 เรื่องด้วยกันที่ยั้งไม่อยู่ เลยพลาดรางวัลไป รางวัลจึงไปตกกับเรื่อง Inception ซึ่งก็เป็นรางวัลที่ 4 ทำให้นำหน้าหนังทุกเรื่องแล้วตอนนี้ แล้วรางวัลนี้ก็เป็นรางวัลสุดท้ายของเรื่องนี้ที่น่าจะได้ เพราะอีกรางวัลที่ Inception ได้เข้าชิงนั้นคือ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ก็ไม่ได้แน่ๆ จะได้ก็แค่ในฝันล่ะ ฝันระดับไหนก็ได้ ไม่รู้รางวัลที่ได้มาก่อนหน้านี้ ได้มาจริงๆ หรือฝันเอาล่ะเนี่ย!

Inception

Inception เจ้าของรางวัลเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม

รางวัลต่อไปมอบให้กับหนังที่ตัดต่อภาพได้ลื่นไหล ซึ่งได้แก่รางวัลตัดต่อภาพยอดเยี่ยม ที่ตกเป็นของหนังเรื่อง The Social Network ตัดต่อภาพได้ลื่นไหลมาก จนรางวัลไหลไปไหนหมดก็ไม่รู้เนี่ย เรื่องที่ไม่ยอมไหลตามไปอีก 4 เรื่องได้แก่ The King’s Speech / The Fighter / Black Swan / 127 Hours พยายามโกยรางวัลกันเข้า ฮิ้วๆ

The Social Network

The Social Network เจ้าของรางวัลตัดต่อภาพยอดเยี่ยม

ต่อกันด้วยรางวัลทางด้านเสียงรางวัลสุดท้าย กับรางวัลเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม โดยมีหนัง 4 เรื่องส่งเพลงเข้าชิงดังนี้ เพลงไฟที่กรูเห็น “I See the Light” จากเรื่อง Tangled / เพลงกลับบ้านเถอะ “Coming Home” จากเรื่อง Country Strong / เพลงเมื่อกรูขึ้นไปได้นะมรึง “If I Rise” จากเรื่อง 127 Hours / เพลงเราเป็นผัวเมียกัน “We Belong Together” จากเรื่อง Toy Story 3 โดยเพลงที่ได้รางวัลไปก็คือ เพลงเราเป็นผัวเมียกัน We Belong Together จากเรื่อง Toy Story 3 นั่นเอง

คลิปเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม “We Belong Together” จากเรื่อง Toy Story

มาถึง 4 รางวัลใหญ่กันแล้ว มอบให้ก่อนเลยก็ผู้กำกับ สำหรับรางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมปีนี้เข้าชิง 5 เรื่องด้วยกันดังนี้ David O. Russell จากเรื่อง The Fighter / Ethan Coen, Joel Coen จากเรื่อง True Grit / Darren Aronofsky จากเรื่อง Black Swan / David Fincher จากเรื่อง The Social Network / Tom Hooper จากเรื่อง The King’s Speech เอาล่ะสิ มาแต่ขาใหญ่ทั้งนั้น แต่ละท่านเจ๋งจริงๆ สำหรับรางวัลนี้นอนมาอย่างผู้กำกับ David Fincher ที่แทบกวาดเกลี้ยงทุกงานก็ตุ๊มๆ ต่อมๆ ล่ะ และเมื่อรางวัลถูกประกาศออกมา พี่ท่านก็ปิ๋วไปซะนี่ เพราะรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมตกเป็นของ Tom Hooper จากเรื่อง The King’s Speech แทน เล่นเอาแทบช๊อคเลยมั้ยครับคุณพี่ฟินเชอร์ นอนมานานเกินไป ตื่นได้แล้ว!!

Colin Firth (ซ้าย) นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม และ Tom Hooper (ขวา) ผู้กำกับยอดเยี่ยม จากเรื่อง The King's Speech ทั้งคู่

Colin Firth (ซ้าย) และ Tom Hooper (ขวา) ขณะถ่ายรูป

มาต่อกันด้วยรางวัลทางด้านนักแสดงกันบ้าง รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ปีนี้สูสีกันจริงๆ แต่เต็งหนึ่งอย่างสาวแนท Natalie Portman จากเรื่อง Black Swan ก็ไม่หวั่นล่ะ จะหงส์ขาว หงส์ดำ หงส์ไหนเธอก็กินเรียบมาหมด ถึงแม้จะมีคู่แข่งที่น่ากลัวหลายคนอย่าง Jennifer Lawrence จากเรื่อง Winter’s Bone หรือบทโป๊นิดโป๊หน่อยอย่าง Michelle Williams จากเรื่อง Blue Valentine หรือสาวรูกระต่ายอย่าง Nicole Kidman จากเรื่อง Rabbit Hole หรือป้าเต็งสองไม่แคร์เด็กอย่าง Annette Bening จากเรื่อง The Kids Are All Right สาวแนทก็พร้อมเสมอ พอได้ทีก็ฟาดปีกหงส์ดำสยบป้าเบนนิ่ง คว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมไปครองตามความคาดหมาย ให้สาวแนทไปเถอะครับ ป้าเบนนิ่ง ก็อยู่นิ่งๆ เถอะไม่ต้องเสียใจมากไป เดี๋ยวป้าก็เข้าชิงอีกนั่นแหละครับ

Natalie Portman

Natalie Portman กับรางวัลนักแสดงนำหญิง จากเรื่อง Black Swan

เมื่อมอบนำหญิงไปแล้ว ก็มอบให้นำชายกันต่อเลย รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ปีนี้ก็นอนมาอีกรางวัลสำหรับ Colin Firth จากเรื่อง The King’s Speech ก็เต็งจ๋าเหมือนกัน และก็คว้าไปนั่นแหละกับบทพูดติดอ่าง ชนะบทพูดเร็วโลกแตกของ Jesse Eisenberg จากเรื่อง The Social Network ไปได้ ที่แกไม่ได้เนี่ย เพราะแกพูดเร็วไป เค้าฟังกันไม่ทัน สมน้ำหน้าแล้ว หัดพูดช้าๆ ซะบ้าง! ส่วนอีก 3 รายที่เหลือได้แก่ Javier Bardem จากเรื่อง Biutiful / Jeff Bridges จากเรื่อง True Grit / James Franco จากเรื่อง 127 Hours ไอ้คนสุดท้ายนี่ก็ไม่ต้องไปรับรางวัลหรอก วันๆ ไม่ทำไร ปีนเขาอยู่นั่นแหละ ให้ถึง 127 ชั่วโมงก่อนแกค่อยมางาน!

Colin Firth จาก The King's Speech

Colin Firth ชูรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม

มาถึงกันที่รางวัลใหญ่สุดสำหรับงานประกาศรางวัลออสการ์กันแล้ว เล่นเอาซะคนเข้างานหาวกันหวอดๆ แล้ว กว่าจะถึงรางวัลนี้ก็ปาไปเกือบเที่ยงคืน (ตามเวลาท้องถิ่น) สาวแต่ละคนกว่าจะหอบชุดยาวเป็นหางว่าว แจวเรือกลับไปนอนบ้านก็นานอยู่ ออสการ์เลยรีบมอบรางวัล โดยปีนี้เข้าชิงซะ 10 เรื่อง จะเอาเข้ามาทำไมซะเยอะแยะ ได้จริงๆ ก็เรื่องเดียวนั่นแหละ  10 เรื่องที่เข้าชิงมีดังนี้ Winter’s Bone / True Grit / Toy Story 3 / The Social Network / The Kids Are All Right / Inception / The Fighter / Black Swan / 127 Hours / The King’s Speech เรื่องที่สูสีกันมามากที่สุดก็คือ หนังเฟซบุ๊คกับหนังราชาติดอ่าง สูสีกันที่สุด โดยตอนแรกกระแสของหนังเฟซบุ๊คมาแรงมาก แต่ไปไงมาไงกลับโดนกระแสของหนังราชาที่ช่วงหลังๆ ดีวันดีคืน กลบซะมิดแทบไม่มีรูหายใจ! จนในที่สุดหนังราชา The King’s Speech ก็คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมรางวัลออสการ์ครั้งที่ 83 ไปครอง ช๊อคกันแทบตกสะพานเลยทีเดียว!!!

ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม The King's Speech

The King's Speech ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมออสการ์ครั้งที่ 83

สำหรับความเห็นของผมแล้ว รางวัลอื่นๆ ใครจะได้ไปก็ช่างเถอะ แต่รางวัลใหญ่ๆ ก็หวังๆ ไว้ แต่มันไม่ได้น่ะซิ โดยเฉพาะผู้กำกับยอดเยี่ยม น่าจะเป็นฟินเชอร์นะ พี่แกรอมานานแล้ว พลาดอีกปีแล้ว จะได้เมื่อไรเนี่ย ส่วนภาพยนตร์ยอดเยี่ยมก็คิดเล็กๆ ว่าคิงสปีชเนี่ยแหละจะได้เพราะกระแสแรงสุดๆ แต่รางวัลก็รางวัลแหละ ใครให้มาก็เอาๆ ไปเหอะ

สรุปผลรางวัล Academy Awards 2011 (Oscar) ครั้งที่ 83

• ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม The King’s Speech
• ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม Tom Hooper จากเรื่อง The King’s Speech
• นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม Colin Firth จากเรื่อง The King’s Speech
• นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม Natalie Portman จากเรื่อง Black Swan
• บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม The King’s Speech
• บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม The Social Network
• นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม Christian Bale จากเรื่อง The Fighter
• นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม Melissa Leo จากเรื่อง The Fighter
• ตัดต่อภาพยนตร์ยอดเยี่ยม The Social Network
• กำกับภาพยอดเยี่ยม Inception
• กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม Alice in Wonderland
• ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม Alice in Wonderland
• แต่งหน้ายอดเยี่ยม The Wolfman
• เพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม “We Belong Together” จากเรื่อง Toy Story 3
• ดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม The Social Network
• ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม Inception
• บันทึกเสียงยอดเยี่ยม Inception
• เทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม Inception
• ภาพยนตร์สั้นยอดเยี่ยม God of Love
• ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม In a Better World (Hævnen) จากประเทศ Denmark
• ภาพยนตร์การ์ตูนยอดเยี่ยม Toy Story 3
• ภาพยนตร์การ์ตูนสั้นยอดเยี่ยม The Lost Thing
• ภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม Inside Job
• ภาพยนตร์สารคดีสั้นยอดเยี่ยม Strangers No More

ภาพยนตร์ที่กวาดไปมากรางวัลสุดเรียงตามลำดับดังนี้

• กวาดไป 4 รางวัล The King’s Speech และ Inception
• กวาดไป 3 รางวัล The Social Network
• กวาดไป 2 รางวัล The Fighter, Toy Story 3 และ Alice in Wonderland
• กวาดไป 1 รางวัล Black Swan, The Wolfman, Inside Job, God of Love, In a Better World, The Lost Thing และ Strangers No More

เปอร์เซ็นต์ชนะสูงสุดตามลำดับเทียบระหว่างการเข้าชิงกับการได้รับรางวัล

100% เข้าชิง 1 ได้รับ 1 เรื่อง The Wolfman, Inside Job, God of Love, In a Better World, The Lost Thing และ Strangers No More
66.67% เข้าชิง 3 ได้รับ 2 เรื่อง Alice in Wonderland
50% เข้าชิง 8 ได้รับ 4 เรื่อง Inception
37.5% เข้าชิง 8 ได้รับ 3 เรื่อง The Social Network
33.33% เข้าชิง 12 ได้รับ 4 เรื่อง The King’s Speech
40% เข้าชิง 5 ได้รับ 2 เรื่อง Toy Story 3
28.57% เข้าชิง 7 ได้รับ 2 เรื่อง The Fighter
20% เข้าชิง 5 ได้รับ 1 เรื่อง Black Swan

ภาพยนตร์ที่เข้าชิงสูงแต่พลาด ไม่ได้แม้แต่รางวัลเดียว

True Grit เข้าชิงถึง 10 รางวัล
127 Hours เข้าชิงถึง 6 รางวัล
The Kids Are All Right และ Winter’s Bone เข้าชิง 4 รางวัล
Harry Potter and the Deathly Hallows Part I, How to Train Your Dragon และ Biutiful เข้าชิง 2 รางวัล

สตูดิโอที่เป็นเจ้าของภาพยนตร์ ที่ได้รับรางวัลมากที่สุดตามลำดับดังนี้

Warner Bros., Buena Vista และ Weinstein Company ได้ไป 4 รางวัล
Sony / Columbia ได้ไป 3 รางวัล
Paramount และ Sony Classics ได้ไป 2 รางวัล
Fox Searchlight และ Universal ได้ไป 1 รางวัล

ภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลที่ได้รายได้รวมในอเมริกามากที่สุด

Toy Story 3 ได้รายได้รวม 415 ล้านเหรียญ

ภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลที่ได้รายได้รวมในอเมริกาน้อยที่สุด (ที่เข้าฉายแล้ว)

Inside Job ได้รายได้รวม 4 ล้านเหรียญ


ขอขอบคุณทุกท่านที่อ่านบทความมาถึงตรงนี้ ร่วมแสดงความคิดเห็นกันได้ครับ

งานประกาศผลรางวัลปีต่อไป >>

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s