ในแต่ละปีภาพยนตร์ที่ทำรายได้ส่วนใหญ่ ส่วนมากแล้วจะเป็นโปรเจคหนังภาคต่อ โดยช่วงเวลาที่ทำรายรับได้ดีที่สุดแน่นอนว่าต้องเป็นเทศกาลฉายซัมเมอร์และรองลงไปคือเทศกาลฉายฮอลิเดย์ปลายปี และปี 2011 ก็เป็นเช่นนั้น เพราะจะมีโปรเจคภาคต่อพร้อมเข้าคิวรอฉายมากมาย แต่ปีนี้นั้นเป็นในระดับสร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่กันเลยทีเดียว โดยมีถึง 5 เรื่องด้วยกันที่จะเปิดฉายพร้อมกันทั่วโลก สำหรับในอเมริกาหนังภาคต่อที่จะเข้าฉายมีจำนวนมากถึง 26 เรื่อง มากกว่าปีที่แล้วที่มีเพียง 19 เรื่อง และทำลายสถิติเดิมของปี 2003 ที่ทำสถิติไว้ที่ 24 เรื่อง

โปสเตอร์ Diary of a Wimpy Kid 2: Rodrick Rules

Diary of a Wimpy Kid 2: Rodrick Rules

ในจำนวนหนังภาคต่อ 26 เรื่องนั้น มี 8 เรื่องด้วยกันที่เป็นหนังภาค 2 ไล่ไปตั้งแต่ Cars 2 / Diary of a Wimpy Kid 2: Rodrick Rules / The Hangover Part II / Happy Feet 2 (in 3D) / Johnny English Reborn / Kung Fu Panda 2 / Piranha 3DD / Sherlock Holmes 2 ซึ่งเป็นจำนวนที่เท่ากับปี 2010 และมีจำนวน 5 เรื่องที่เป็นหนังภาค 3 ได้แก่ Alvin and the Chipmunks: Chipwrecked / Big Mommas: Like Father, Like Son / Madea’s Big Happy Family / Paranormal Activity 3 / Transformers: Dark of the Moon เป็นจำนวนที่น้อยกว่าปี 2010 อยู่ 2 เรื่อง

โปสเตอร์ Transformers: Dark of the Moon

Transformers: Dark of the Moon

ปี 2011 เป็นปีแรก ที่มีหนังภาคต่อไล่ตั้งแต่โปรเจคที่จะเริ่มต้นภาคต่อเรื่องใหม่ ไปจนถึงหนังภาค 8 (หรือใกล้เคียง) สร้างสถิติครั้งใหม่ในการมีหนังภาค 4 มากที่สุดที่ 5 เรื่อง ได้แก่ Mission: Impossible – Ghost Protocol / Pirates of the Caribbean: On Stranger Tides / Scream 4 / Spy Kids 4: All the Time in the World / The Twilight Saga: Breaking Dawn – Part 1

โปสเตอร์ Scream 4

Scream 4

รวมทั้งหนังภาค 5 ก็สร้างสถิติใหม่ มีจำนวนเรื่องมากที่สุดที่ 4 เรื่องด้วยกัน ได้แก่ Fast Five / Final Destination 5 / Puss in Boots / X-Men: First Class สำหรับหนังภาค 6 มีเพียงเรื่องเดียวคือ Winnie the Pooh ส่วนหนังภาค 7 มีด้วยกัน 2 เรื่อง คือ The Muppets / Rise of the Apes และสุดท้ายหนังภาค 8 ที่แท้จริงแล้วเป็นภาค 7 แต่ถูกแบ่งฉายนั่นคือเรื่อง Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2

ภาพจากภาพยนตร์ X-Men: First Class

X-Men: First Class

หนังที่ห่างหายจากภาคต่อไปนานมีอยู่หลายเรื่องด้วยกัน เ่ช่น The Muppets ที่ห่างจากภาค 6 ถึง 12 ปี, Scream 4 ห่างจากภาค 3 อยู่ 11 ปี, ห่างไป 10 ปีจากภาค 6 สำหรับเรื่อง Rise of the Apes, ห่างไปประมาณ 8 ปีเท่ากันสำหรับเรื่อง Spy Kids 4: All the Time in the World และ Johnny English Reborn แต่ก็น้อยกว่าปี 2010 ที่มีหนัง 2 เรื่องที่ห่างหายไปนานมาก นั่นคือเรื่อง Tron: Legacy ห่างไปมากกว่า 28 ปี และเรื่อง Wall Street: Money Never Sleeps ห่างไปเกือบ 23 ปี

โปสเตอร์ Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2

Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2

หนังภาคต่อเรื่องสุดท้ายปิดตำนานแฮร์รี่อย่าง Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2 ที่มีกำหนดเข้าฉายวันที่ 15 กรกฎาคม ก็จะทำให้ซีรีย์พ่อมดเรื่องนี้ทำรายรับแซงหน้าซีรีย์ Star Wars ในการเป็นหนังแฟรนไชส์ที่ทำรายรับได้มากที่สุด ด้วยการคาดหมายว่าจะสร้างสถิติรายรับเปิดตัวในระดับมหาศาล แต่การที่จะกลายเป็นหนังที่ทำรายได้สูงสุดในซีรีย์นี้ได้หรือไม่ ก็ต้องทำรายได้ให้มากกว่าหนังภาคแรกอย่าง Harry Potter and the Sorcerer’s Stone ที่ทำไว้มากที่สุดในระดับ 317.6 ล้านเหรียญ

หนังสงครามหุ่นยนต์ภาคต่ออย่าง Transformers: Dark of the Moon มีกำหนดเข้าฉายวันที่ 1 กรกฎาคม ต้อนรับวันชาติอเมริกา 4 กรกฎาคมเหมือนกับหนังภาคก่อนๆ อย่าง Transformers ที่ทำรายได้ทั้งหมดไป 319.2 ล้านเหรียญในปี 2007 และ Transformers: Revenge of the Fallen ที่ปิดรายรับในระดับ 402.1 ล้านเหรียญในปี 2009

Pirates of the Caribbean: On Stranger Tides หนังโจรสลัดภาคต่อ มีกำหนดเปิดตัววันที่ 20 พฤษภาคม ห่างมา 4 ปีหลังจากภาค 3 At World’s End ที่ปิดรายรับไป 309.4 ล้านเหรียญ ซึ่งรายรับของภาค 3 ทำรายรับตกลงจากภาค 2 ไป 27 เปอร์เซ็นต์ พิจารณาว่าภาค 2 Dead Man’s Chest ทำรายรับไปมากที่สุดในแฟรนไชส์นี้ที่ 423.3 ล้านเหรียญ มาดูกันว่าหนังภาค 4 ที่จะมีตัวละครหลักเป็น Jack Sparrow ของ Johnny Depp โดยปราศจาก Orlando Bloom และ Keira Knightley แต่ก็จะัได้ดาราอย่าง Penélope Cruz, Judi Dench เป็นต้น มาสมทบทีมแทน

ภาพจากภาพยนตร์ The Hangover Part II

The Hangover Part II

ครึ่งแรกของฤดูฉายซัมเมอร์จะได้พบกับหนังภาคต่อเรื่องหลัก 4 เรื่อง ไล่ไปตามลำดับตั้งแต่ The Hangover Part II ที่จะเข้าฉาย 26 พฤษภาคม ต่อด้วยวันรุ่งขึ้น 27 พฤษภาคมก็จะมีหนัง Kung Fu Panda 2 มาโกยรายได้ ตามมาด้วยภาคต่อตอนแยกหนังยอดมนุษย์อย่าง X-Men: First Class ที่จ่อคิวมาในสัปดาห์ต่อมาโดยไม่มีตัวละครหลักอย่าง Wolverine และปิดท้ายด้วยโปรแกรมจากค่าย Pixar อย่างอนิเมชั่นภาคต่อเรื่อง Cars 2 มีคิวฉาย 24 มิถุนายน พร้อมในการโกยรายรับข้ามผ่านภาคแรก Cars ที่ทำไว้ 244.1 ล้านเหรียญ

ทางด้านของ The Twilight Saga: Breaking Dawn – Part 1 มีกำหนดเข้าฉายวันที่ 18 พฤศจิกายน สัปดาห์เดียวกับหนังภาคก่อนอย่าง New Moon (20 พฤศจิกายน 2009) และ Twilight (21 พฤศจิกายน 2008) หลังจากหนังภาค 3 Eclipse ทำรายรับรวมสูงสุดของแฟรนไชส์ไป 300.5 ล้านเหรียญ มาดูกันว่ารายรับของภาค 4 เรื่องใหม่นี้จะได้ในระดับไหน

วันที่ 16 ธันวาคม มีหนัง 3 เรื่องใหญ่พร้อมจ่อคิวเปิดตัวชนกัน ได้แก่ หนังครอบครัว Alvin and the Chipmunks: Chipwrecked, หนังนักสืบ Sherlock Holmes 2 และหนังแอ๊กชั่น Mission: Impossible Ghost Protocol จะเป็นที่เรื่องไหนที่จะเปิดตัวในอันดับ 1 จะเป็นที่หนังที่มีดาราดังอย่าง Tom Cruise หรือเปล่า ที่หนังภาคนี้หนีมาเปิดตัวในฤดูฉายฮอลิเดย์ปลายปี หลังจากที่ภาคก่อนๆ เปิดตัวกันต้นซัมเมอร์แต่ก็ไม่เปรี้ยงซัีกเท่าไร หรือจะเป็นกันที่ 2 หนังฮอลิเดย์เรื่องอย่าง Alvin 3 และ Sherlock Holmes 2 ที่เคยเิปิดตัวช่วงนี้มาก่อนกันแน่ โดยเรื่องแรกจะฉายในระับบ 3 มิติด้วย และยังคงเป็นหนังที่มีตัวละครหลักเป็นสัตว์พูดได้ ที่ำทำรายรับได้มากที่สุดตลอดกาลอยู่  ส่วนเรื่องหลังนั้น หลังจากการที่ฉายเป็นแบ๊คกราวน์พร้อมกับหนังใหญ่อย่าง Avatar แต่ก็ทำรายรับไปมากโขที่ 209 ล้านเหรียญ มาครั้งนี้พร้อมชนหนังคู่แข่งแบบไม่กลัวเลยทีเดียว

โปสเตอร์ Fast Five

Fast Five

Fast Five ภาคต่อหนังแข่งรถ กลับมาพร้อมการเปิดตัวฉายต้อนรับซัมเมอร์ในวันที่ 29 เมษายน พร้อมต่อลมหายใจของซีรีย์แข่งรถให้กลับมาบูมอีกครั้ง โดยสถิติสูงสุดของซีรีย์อยู่ที่หนังภาค 4 Fast and Furious ในปี 2009 ที่ทำไว้ 155.1 ล้านเหรียญ ตามมาด้วยรายรับของหนังภาคแรก The Fast and the Furious ที่ทำไว้ในปี 2001 ที่ 144.5 ล้านเหรียญ และหนังภาค 2 อย่าง 2 Fast 2 Furious ที่ทำไว้ 127.2 ล้านเหรียญ และปิดท้ายด้วยภาค 3 The Fast and the Furious: Tokyo Drift ที่ทำได้น้อยสุดที่ 62.5 ล้านเหรียญ โดยภาค 5 นี้ก็จะมีตัวละครหลักกลับมาเกือบหมด (ยกเว้นคนที่ตาย เช่น ตัวละคร Letty ที่แสดงโดย Michelle Rodriguez ตายในภาค 4) หลังจากที่ภาค 2 และ 3 ขาด Vin Diesel (ภาค 3 พี่วินออกแค่ตอนท้ายเรื่องฉากเดียว) และภาค 3 ขาด  Paul Walker และภาคล่าสุดนี้ก็จะมี Dwayne “The Rock” Johnson มาเสริมทัพด้วย

สำหรับหนังสยองขวัญภาคต่อ ก็เตรียมซ้อมกรี๊ดกันได้เลย เพราะจะมีหลายเรื่องด้วยกันที่มากระตุกต่อมสยอง มาก่อนเลยก็ภาคต่อ Scream 4 ที่หายไปนานมาก เตรียมพร้อมเข้าฉาย 15 เมษายน นักแสดงหลักอย่าง Neve Campbell, David Arquette และ Courteney Cox กลับมากันพร้อม มาด้วยสโลแกน “New Decade. New Rules” มาดูกันว่าเรื่องใหม่จะน่ากลัวเหมือนเก่าหรือเปล่า ต่อมาเป็นคิวของหนังสยองภาคต่ออย่าง Final Destination 5 (หรืออีกชื่อ 5nal Destination) เปิดตัวในวันที่ 26 สิงหาคม ตามมาด้วยหนังเลือดๆ นมๆ อย่าง Piranha 3DD ที่มาครั้งนี้เลือดมากกว่าเดิม นมมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว แม้ภาคแรกจะทำรายได้ไปแค่ 25 ล้านเหรียญ เพราะเปิดตัวตามหลังหนัง Final 4 เพียง 2 สัปดาห์จึงโดนดึงรายรับไป เนื่องด้วยหนังมาแนวเดียวกัน แถมฉายแบบ 3 มิติเหมือนกันอีก มาครั้งนี้เลยขอเปิดตัวไล่หลังนานหน่อยเป็นวันที่ 16 กันยายน และปิดท้ายด้วยหนังผีอาถรรพ์ภาคต่ออย่าง Paranormal Activity 3 ที่เปิดตัวต้อนรับสัปดาห์ฮัลโลวีน 22 ตุลาคม

 

บทความในซีรีย์เดียวกัน

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s