ความเห็นหลังชม >> MEGAMIND << เมื่อวายร้ายกลายเป็นฮีโร่

Posted: มกราคม 7, 2011 in ความเห็นหลังชม @ Cinema, หนังตลก, หนังอนิเมชั่น, หนังแอ๊กชั่น
ป้ายกำกับ:,

เปิดเผยเนื้อหาสำคัญเล็กน้อย…

ได้มีโอกาสไปสัมผัสอารมณ์ความเป็นเด็กอีกครั้งกับการฉลองวันเด็กประจำปี ด้วยการไปสัมผัสหนังการ์ตูน 3 มิติเรื่อง Megamind จอมวายร้ายพิทักษ์โลก บอกไว้ก่อนเลยว่าตั้งความหวังไว้สูงนิดนึงว่าต้องสนุกมากแน่ๆ แต่เมื่อดูจบแล้วผิดคาด เรื่องความสนุกเป็นเรื่องรอง คติสอนใจต่างหากที่หนังอยากจะฝากไว้ ดูแล้วให้ข้อคิดมากกว่าดูเพื่อความบันเทิงเท่านั้น

Megamind 3D

กลับมาอีกครั้งกับการ์ตูนอนิเมชั่น 3 มิติของค่าย DreamWorks Animation ในสังกัดของ Paramount เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 4 แล้วที่ทำเป็นอนิเมชั่น 3 มิติ ต่อจาก Monsters VS. Aliens (381.5 ล้านเหรียญทั่วโลก), Shrek Forever After (747.4 ล้านเหรียญทั่วโลก), How to Train Your Dragon (494.9 ล้านเหรียญทั่วโลก) ซึ่งแต่ละเรื่องก็ประสบความสำเร็จทางด้านรายรับทั้งนั้น ทำรายได้ในอเมริกาเกิน 100 ล้านเหรียญทุกเรื่อง ล่าสุด Megamind เปิดตัวที่อเมริกาด้วยการขึ้นอันดับหนึ่งบ๊อกซ์ออฟฟิศ 2 สัปดาห์ซ้อน ตอนนี้ทำรายได้ไปแล้วทั่วโลก 279.2 ล้านเหรียญ (ถึงวันที่ 6 มกราคม 2011) และยังทำรายได้เพิ่มต่อเนื่อง

Megamind ใช้เวลาเพาะบ่มนานกว่า 7 ปี และมีการเปลี่ยนชื่อมาเรื่อยไล่ไปตั้งแต่ Mastermind, Oobermind จนสุดท้ายมาลงตัวที่ Megamind รวมถึงมีการเฟ้นหาผู้กำกับที่เหมาะที่สุดจนมาลงเอยที่ Tom McGrath ซึ่งเคยกำกับ Madagascar ทั้งสองภาค

Megamind ถ่ายทำทุกขั้นตอนด้วยระบบ 3 มิติ และได้ดาราดังๆ มาให้เสียงพากย์ ไล่ตั้งแต่ตัวเอกอย่าง Megamind พากย์โดย Will Ferrell, ฮีโร่เก่าอย่าง Metro Man พากย์โดย Brad Pitt, นางเอกนักข่าวของเรื่อง Roxanne Ritchie ให้เสียงโดย Tina Fey, ตากล้องเพื่อนนางเอก Hal ที่ภายหลังกายเป็น Titan ให้เสียงโดย Jonah Hill และเพื่อนปลาตู้ของ Megamind อย่าง Minion ให้เสียงโดย David Cross

เนื้อเรื่องคร่าวๆ

ไอเดียเริ่มต้นของ Megamind ได้แรงบันดาลใจมาจาก Superman โดยเรื่องราวใน Megamind เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 2 เด็กน้อยจากดาวที่กำลังจะโดนทำลาย ถูกจับใส่ยานเพื่อเดินทางมายังโลกมนุษย์ ณ เมือง Metro City คนหนึ่งหุ่นสมาร์ท มาดแมน จึงได้รับการยกย่องให้เป็นซูเปอร์ฮีโร่ในนาม Metro Man ส่วนอีกคนหน้าตาอัปลักษณ์ หัวโล้น ตัวสีฟ้า ก็เลยถูกมองว่าเป็นตัววายร้าย ภายใต้ชื่อ Megamind ซึ่งทั้งคู่กลายเป็นคู่ปรับประจำเมือง

แต่แล้ววันนึง Megamind เกิดเอาชนะ Metroman ได้สำเร็จ อยู่ไปอยู่มาเขากลับรู้สึกหงุดหงิดที่ไม่มีใครมาให้ประลองฝีมือ เลยพยายามสร้างซูเปอร์ฮีโร่ตัวใหม่ขึ้นมาแทน และให้ชื่อว่า Titan พร้อมฝึกปรือฝีมือในการเป็นฮีโร่ด้วยตนเอง แต่ Titan กลับไม่รักดีอยากเป็นวายร้ายซะอย่างงั้น งานนี้ Megamind เลยต้องสวมบทเป็นซูเปอร์ฮีโร่จำเป็นซะเอง โดยได้กำลังใจจากสาวคนรักอย่าง Roxanne Ritchie เรื่องราวต่อไปจะเป็นอย่างไรอยากให้ไปสัมผัสในโรงกันครับ

ระบบ 3 มิติของหนัง Megamind

เรื่องนี้ผมได้ดูในระบบ 3 มิติ ฉากเด่นๆ ที่ให้อารมณ์แบบ 3 มิติจริงๆ ก็มีไม่กี่ฉาก เช่น ช่วงแรกๆ ของเรื่อง และฉากต่อสู้ตอนท้ายๆ นอกนั้นก็ให้เพียงความตื้นลึกเมื่อสังเกตเท่านั้น เพราะส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยได้สังเกตเท่าไร มัวแต่อ่านซับไตเติ้ล แต่หลายคนก็บอกว่าทำได้ดีทีเดียว อาจเป็นเพราะว่าผมดูหนัง 3 มิติมาเยอะมาก เลยไม่ค่อยเห็นความแตกต่าง หรือชินตาไปแล้วนั่นเอง

จุดเด่นของหนัง Megamind

ในความเห็นส่วนตัวของผมคิดว่า จุดเด่นของเรื่องก็คือ คติสอนใจนี่แหละ ตัวร้ายแต่ละเรื่องก็อยากจะครองโลกทั้งนั้น พอได้ครองแล้ว แล้วมีความสุขมั้ยล่ะ? เรื่องนี้ Megamind ตัวเอกก็ได้ครองเมืองสมใจ ครองไปครองมารู้สึกเบื่อ วันๆไม่ทำอะไร ไม่มีฮีโร่ให้ปราบ แล้วแกจะครองไปทำไมในเมื่อไม่มีความสุข

“Heroes aren’t born, They’re maid!”“วีรบุรุษไม่ได้เกิดขึ้นเอง มันต้องถูกสร้างขึ้น” — เรื่องนี้ก็ใช้ประโยคนี้เหมือนกับอีกหลายๆ เรื่องที่เคยใช้ (เช่น Iron Man) ซึ่งก็ให้ความหมายในเชิงบวกว่า อย่ารอให้วีรบุรุษมาช่วยในเมื่อวีรบุรุษไม่ได้เกิดขึ้นเอง เราเองก็เป็นวีรบุรษได้เมื่อได้ลองเริ่มต้นดูเท่านั้น

“Everything, except the choice to be what I wanted to be! I was always the hero, because people expected me to be one, and wouldn’t settle for anything less! So, I had to end my life as a hero, to live the life I wanted!”“ทุกสิ่ง ยกเว้นสิ่งที่ฉันเลือกเป็นในสิ่งที่ต้องการ! ฉันคือวีรบุรุษเสมอ เพราะทุกคนคาดหวังว่าฉันเป็น และก็ทำอะไรนอกเหนือจากนี้ไม่ได้! ดังนั้นถึงเวลาที่ฉันต้องจบชีวิตการเป็นวีรบุรษเสียที เพื่อใช้ชีวิตในแบบที่ฉันหวังไว้!” — เหมือนกับการที่พ่อแม่บังคับให้ลูกเป็นแพทย์แต่ลูกไม่ได้ต้องการเป็น ความหมายประมาณนั้น ซึ่งให้ข้อคิดกับเด็กๆว่า “จงเป็นในสิ่งที่ต้องการ อย่าเป็นในสิ่งที่ถูกบังคับให้เป็น”

“Don’t Judge a Book by Its Cover” “อย่าตัดสินคนแค่ภายนอก” — ก็เป็นสำนวนที่พูดกันอยู่แล้ว และหนังก็นำมาใช้จากคำพูดของตัวละคร Roxanne Ritchie ซึ่งก็ใช่ แม้ว่าตัวเอกของเรื่องอย่าง Megamind จะมีลักษณะเป็นวายร้าย หน้าตาประหลาด แต่ก็ใช่ว่าจะเลวไปซะหมด

เรื่องนี้ให้ข้อคิดอีกเยอะ แม้ตอนดูจะดูเพลินๆ ไม่ได้คิดอะไร แต่หากเก็บมาคิดก็มีประโยชน์ทีเดียว

ภาพอนิเมชั่น

หนังอนิเมชั่นก็เล่นภาพได้เต็มที่ ทำออกมาได้สวยทีเดียว แถมได้ความลึกของระบบ 3 มิติมาช่วยอีกก็ทำให้ดูเด่นขึ้นมาอีกนิด วายร้ายอย่าง Megamind ก็ไม่เห็นน่ากลัวเลย ออกน่ารักด้วยซ้ำ ภาพสถานที่อย่างตึกรามบ้านช่องดูมีมิติดีทีเดียว

ความคิดเห็นที่มีต่อ Megamind

ในโอกาสวันเด็กแห่งชาติปีนี้ หนังเรื่องนี้เหมาะกับเด็กจริงๆ ไปดูกับผู้ปกครองแล้วให้ผู้ปกครองสอนเด็กๆ ไปด้วย เด็กจะเข้าใจได้อย่างง่ายๆ แต่ก็น่าเสียดายที่ส่วนใหญ่หนังอนิเมชั่นคนให้ความสนใจน้อย ดูอย่างรอบที่ผมไปดูมาเมื่อวาน ทั้งโรงมีแค่ 4 คน มีผมไปกับญาติ และอีก 2 คนนั่งข้างล่างผมไปสองแถว อาจเป็นเพราะบัตร 3 มิติราคาแพงไปนิดก็ได้ แต่ก็มีฉายแบบธรรมดาซึ่งส่วนใหญ่ก็พาย์ไทยด้วย

ในความคิดของผมเรื่องนี้ไม่ได้ให้ความสนุกแบบมันส์สุดกู่มากนัก แต่ให้ข้อคิดได้เก็บมาคิดเยอะทีเดียว มุกฮาบางอันก็เป็นมุกแบบฝรั่งซึ่งก็ขำแบบอมยิ้ม แต่ถือว่าคุ้มค่าตัว 3 มิติแล้วล่ะในความคิดผม

ขอแทรกหนัง 3 มิติที่ฉายเป็นตัวอย่างก่อนหนังเรื่องนี้ฉายหน่อย หนังที่น่าดูก็มี Thor ฉาก 3 มิติดูอลังการดี, เรื่อง The Green Hornet ดูไม่อลังการเท่าเรื่องแรก, หนังอนิเมชั่น Alpha and Omega ดูน่ารักดี 3 มิติก็โอเคตามแบบการ์ตูน, Sanctum ที่มีโปรดิวเซอร์อย่าง James Cameron ก็เน้นภาพ 3 มิติใต้น้ำสวยดี และ The Child’s Eye หนังผี 3 มิติของสองพี่น้อง ออกไซด์และแดนนี่ แปง ภาพดูงั้นๆ

เรื่องนี้ผมให้เกรด B-
★★★1/2
คะแนน 7.2 เต็ม 10

.

ตัวอย่างภาพยนตร์ Megamind 3D


Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s