50 ประเด็นน่ารู้ก่อนไปดู The Hobbit: An Unexpected Journey (ตอนจบ)

Posted: ธันวาคม 11, 2012 in หลายอย่างที่คุณควรรู้
ป้ายกำกับ:, , , , , , , , , , , ,

กลับมาต่อเรื่องราวน่ารู้ของ The Hobbit: An Unexpected Journey อีก 25 ข้อที่เหลือ เนื้อหาต่อจากนี้ก็จะมีทั้งปัญหาในการดำเนินงาน นักแสดงนำของเรื่อง ระบบการถ่ายทำ และเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ถ้าอยากอ่านต่อ เขยิบสายตาไปที่ย่อหน้าถัดไปได้เลย สำหรับใครที่ยังไม่ได้อ่านตอนแรกก็คลิก ที่นี่ เลยครับ

26. การเข้ามาแทนที่
.

การเข้ามาแทนที่

ข่าวลือเรื่องการเข้ามาเป็นผู้กำกับแทนเดล โตโร เริ่มหนาหูขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยผู้กำกับที่ตกเป็นข่าวมีอยู่ 2 ราย รายแรกเป็นผู้กำกับหนังไซไฟ District 9 อย่างนีลล์ บลอมแคมพ์ และอีกรายคือ เดวิด เยตส์ จาก Harry Potter ทั้งสองรายต่างประสบความสำเร็จกับหนังของตัวเองเป็นอย่างดี แต่มันก็เป็นเพียงแค่ข่าวลือเท่านั้น เพราะนิวไลน์กับเอ็มจีเอ็มได้หมายตาคนอื่นไว้แล้ว

27. ปีเตอร์ แจ็คสัน
.

ปีเตอร์ แจ็คสัน

ในเดือนตุลาคมปี 2010 สิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้ ได้ถูกประกาศขึ้น ปีเตอร์ แจ็คสันจะทำหน้าที่กำกับหนังทั้ง 3 เรื่องของ The Hobbit

“การสำรวจโลกมิดเดิลเอิร์ธของโทลคีนยังคงล้ำจินตนาการ และได้ประสบการณ์ที่ดีกว่าหนังธรรมดาทั่วไป”  แจ็คสันกล่าว  “มันเป็นเรื่องราวการผจญภัยที่เหนือจินตนาการกว่าสถานที่แห่งใด ทั้งสวยงามและเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก ทีมงานของเรายังคงเฝ้ารอการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของโลกแห่งจินตนาการนี้อีกครั้งพร้อมกับแกนดาล์ฟและบิลโบ”

28. สติง
.

สติง

สติง เป็นมีดเล่มยาวเหมาะมือ ในหนัง The Hobbit แกนดาล์ฟเป็นคนเจอท่ามกลางคลังสมบัติของโทรลล์ และเขานำมันมาให้กับบิลโบ เมื่อสติงอยู่ในมือของฮอบบิท มันก็ใหญ่พอที่จะใช้เป็นอาวุธได้ และความสามารถพิเศษที่เพิ่มเข้ามาก็คือ สติงจะเรืองแสง เมื่อใดก็ตามที่มีพวกออร์ค หรือพวกก็อบลินอยู่ในบริเวณใกล้ๆ

29. แกลมดริง
.

แกลมดริง

แกลมดริง เป็นดาบยาวที่ต้องใช้สองมือประคอง ถูกสร้างขึ้นโดยเอลฟ์นามว่า เทอร์กอน อาวุธชิ้นนี้หายสาบสูญไปกว่า 6,000 ปี แต่ในที่สุดก็ถูกค้นพบโดยพ่อมดเทาแกนดาล์ฟ ในคลังสมบัติของโทรลล์ แกลมดริงเป็นอาวุธที่แกนดาล์ฟใช้ต่อสู้ใน The Lord Of The Rings ซะส่วนใหญ่ และก็เหมือนกับสติงและออร์คริสท์ (อาวุธของธอริน โอเคนชีลด์ ที่พบในสถานที่เดียวกับสติงและแกลมดริง) ดาบจะเรืองแสงสีน้ำเงินยามที่มีออร์คหรือก็อบลินอยู่ใกล้ๆ

30. นักแสดงเดิมๆที่คุ้นเคย
.

นักแสดงเดิมๆที่คุ้นเคย

ด้วยการที่ปีเตอร์ แจ็คสันได้เข้ามากำกับ The Hobbit หลังจากประสบความสำเร็จอย่างมากใน The Lord Of The Rings เขาได้นำทีมนักแสดงหน้าเดิมๆ กลับเข้ามามีส่วนร่วมในโปรเจคใหม่นี้อีกครั้ง ซึ่งหมายความว่า แม้ว่าในเวอร์ชั่นหนังสือ The Hobbit ของโทลคีน จะไม่มีตัวละครอย่าง กาลาเดรียล แต่เราก็จะได้เห็น เคท แบลนเชตต์ ในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ นอกจากนั้นยังมีนักแสดงคนอื่นๆอีกที่กลับมา

31. โฟรโด แบ็กกินส์
.

โฟรโด แบ็กกินส์

โฟรโดไม่ใช่ตัวละครสำคัญใน The Hobbit แต่ว่าเขาจะปรากฎตัวในหนัง เพื่อเชื่อมเรื่องราวระหว่าง The Hobbit กับ The Lord Of The Rings

“มันมีข้อจำกัดในการเข้าไปมีส่วนร่วมกับหนังเรื่องนี้ เพราะถ้ามีบางสิ่งไปละเมิดกับความสมบูรณ์ของต้นฉบับหนังสือ เนื้อหาหนังคงจะออกมาเละเทะ”  อีไลจาห์ วู้ด กล่าวในการกลับมาร่วมงานอีกครั้ง  “แต่ประเด็นนั้นไม่ใช่ปัญหาหลัก เพราะมันเหมือนกับเป็นการย้อนเวลา เพื่อกลับไปเล่าเรื่องราวมากกว่า”

32. เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้ว
.

เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้ว

ตามข้อมูลใน TheOneRing.net การที่โฟรโดมีส่วนร่วมใน The Hobbit เหมือนกับเป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้ว (Framing device) หนังสือที่บิลโบเขียนไว้ใน The Lord Of The Rings จะถูกอ่านโดยโฟรโดใน The Hobbit ซึ่งโฟรโดจะได้รู้เรื่องราวการผจญภัยของบิลโบพร้อมกับที่เรารู้ คล้ายกับว่าเป็นเรื่องราววกวนไม่มีจุดเริ่มต้นที่แน่นอน (เนื้อหาส่วนนี้อาจจะปรากฎในภาค 2 หรือ 3)

33. มาร์ติน ฟรีแมน
.

มาร์ติน ฟรีแมน

ใครจะมาเล่นเป็นบิลโบล่ะ?  เอียน โฮล์ม เล่นบทนี้ไว้อย่างดีใน The Lord Of The Rings แต่ทีมงานอยากได้นักแสดงที่มีความสามารถพอๆกันที่จะมารับบทบิลโบเวอร์ชั่นหนุ่มกว่า ซึ่งแจ็คสันก็หาเขาพบในอังกฤษ นั่นคือมาร์ติน ฟรีแมน ผู้ที่เกือบจะไม่ได้รับบทนี้แล้ว เพราะติดการถ่ายหนังทีวีซีรีย์ Sherlock

“เมื่อผมรู้ว่าผมจะทำงานสองอย่างพร้อมกันไม่ได้ ผมก็รู้สึกเศร้ามาก”  ฟรีแมนกล่าว  “แต่หลังจากนั้นผมก็ดีใจมาก เมื่อปีเตอร์ แจ็คสัน เปลี่ยนกำหนดการสร้างหนังให้เข้ากับเวลาว่างของผม แต่ผมก็มีความสึกกังวลเข้ามาแทนที่ กังวลที่จะต้องออกจากบ้านไปที่ไกลๆ”

34. คนเดียวเท่านั้นสำหรับบิลโบ แบ็กกินส์
.

คนเดียวเท่านั้นสำหรับบิลโบ แบ็กกินส์

“จากข่าวลือและการคาดเดาต่างๆนานาเกี่ยวกับตัวละครนี้ จะมีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นที่จะมารับบทบิลโบ แบ็กกินส์ให้เราได้”  ปีเตอร์ แจ็คสันกล่าวแก่สื่อมวลชนที่เห็นพ้องในการมาแคสบทของฟรีแมน

“มีเพียงแค่ไม่กี่ครั้งในชีวิตการทำงาน ที่คุณจะได้พบกับนักแสดงที่เกิดมาเพื่อเล่นบทนั้นๆ ซึ่งผมก็ได้พบกับเหตุการณ์นี้แล้ว เมื่อผมพบกับมาร์ติน เขาเป็นคนที่ฉลาด ตลก น่าแปลกใจ และกล้าหาญ – เหมือนกับตัวละครบิลโบ และผมก็ภูมิใจอย่างมากที่จะประกาศว่า เขานี่แหละคือฮอบบิทของเรา”

35. เบเนดิคท์ คัมเบอร์แบทช์
.

เบเนดิคท์ คัมเบอร์แบทช์

สำหรับบทมังกรสม็อก แจ็คสันได้นักแสดงอีกคนจากซีรีย์ Sherlock นั่นก็คือ เบเนดิคท์ คัมเบอร์แบทช์ มารับบทสัตว์เลื้อยคลานมีเกล็ดขนาดใหญ่ คัมเบอร์แบทช์จะต้องสวมชุด mo-cap (Motion capture กระบวนการในการบันทึกการเคลื่อนไหวของร่างกาย) ในการแสดงเป็นอสูรกาย มังกรสม็อก

“ผมแสดงออกทั้งตัวในการเล่นเป็นมังกร ไม่ใช่แค่เพียงเสียงเท่านั้น”  คัมเบอร์แบทช์ที่เล่นเป็นมังกรกล่าว  “มันเป็นบทบาทการแสดงด้วยร่างกายที่ผมคุ้นเคย”  นอกจากนี้เขายังให้เสียงพากย์ตัวละครจอมมาร

บทหลักของมังกรสม็อกจะปรากฎในหนังภาคที่ 2 ตอน The Desolation of Smaug

36. แอนดี้ เซอร์คิส
.

แอนดี้ เซอร์คิส

ด้วยการที่ใน The Hobbit มีบทกอลลัมด้วย แอนดี้ เซอร์คิส จึงต้องกลับมาอย่างแน่นอนเพื่อเล่นบทนี้อีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขามีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น เขามีหน้าที่ในการควบคุมกองถ่ายทำย่อยที่ 2

“มันค่อนข้างน่าหลงไหลเลยล่ะ”  เซอร์คิสกล่าว  “ผมมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ มันเป็นงานที่ใหญ่ เรากำลังอยู่บนถนน จากหลายๆที่ในเกาะใต้ของนิวซีแลนด์ มีบางสถานที่ที่สวยงามมากๆในระหว่างการถ่ายทำของเรา มันน่าทึ่งมาก”

37. สตีเฟ่น ฟราย
.

สตีเฟ่น ฟราย

นักแสดงอังกฤษที่เป็นที่รู้จักดีอย่าง สตีเฟ่น ฟราย จะมารับบทเจ้าแห่งนครทะเลสาบ และดูเหมือนว่าบรรดาแฟนคลับของโทลคีนจะเห็นด้วย

“คาแรคเตอร์ของผมจะเป็นคนโลภอย่างมาก ผมจะต้องเปลี่ยนรูปลักษณ์ใหม่ ทั้งใส่วิกผม เสริมหนวดเครา เติมผิวหนัง และเล็บมือ แต่ละอย่างน่าเกลียดชะมัด”

(ทีแรกตัวละครเจ้าแห่งนครทะเลสาบจะปรากฎในภาคแรกเลย แต่เมื่อมีการแบ่งหนังออกเป็น 3 ภาค ตัวละครนี้จะไปปรากฎในหนังภาค 2 The Desolation of Smaug แทน)

38. ความขัดแย้งในกระบวนการสร้าง
.

ความขัดแย้งในกระบวนการสร้าง

อีกหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้กระบวนการสร้างล่าช้าก็คือ การที่สมาคมการค้าออสเตรเลีย MEAA (Media, Entertainment & Arts Alliance) ได้ออกคำเตือนว่า นักแสดงนิวซีแลนด์ทุกคนไม่ควรรับงานหนัง The Hobbit นอกจากแจ็คสันตกลงที่จะมอบ ‘การรับประกันในเรื่องค่าแรงขั้นต่ำและสถานภาพการทำงาน’ เสียก่อน

การโต้กลับของแจ็คสันก็คือ เขาตัดสินใจหนีไปถ่ายทำในยุโรปตะวันออกแทน ซึ่งทำให้เกิดการพูดคุยอย่างเร่งด่วนกับนายกรัฐมนตรีของนิวซีแลนด์ ท้ายที่สุดปัญหาก็คลี่คลายลง ด้วยการที่กองถ่ายได้กลับมาถ่ายทำที่นิวซีแลนด์ตามแผนการเดิม

39. ปัญหาไฟไหม้
.

ปัญหาไฟไหม้

ปัญหาหลายส่วนดูเหมือนจะคลี่คลายลงแล้ว แต่ก็มีอีกปัญหาเกิดขึ้นมา นั่นก็คือห้องทำงานของแจ็คสันเกิดไฟไหม้ ที่สาเหตุอาจเกิดจากการถ่ายทำ และการเสื่อมถอยของวัสดุอุปกรณ์ เหตุการณ์ในครั้งนี้ใช้นักดับเพลิงกว่า 50 นายกว่าจะระงับเปลวเพลิงได้สำเร็จ

40. ริชาร์ด อาร์มิเทจ
.

ริชาร์ด อาร์มิเทจ

ริชาร์ด อาร์มิเทจ จะมารับบทผู้นำของเหล่าคนแคระ นามว่า ธอริน โอเคนชีลด์

“ริชาร์ดเป็นหนึ่งในนักแสดงที่น่าตื่นเต้น เต็มไปด้วยพลังในการทำงานสำหรับทุกวันนี้ และเราก็รู้ว่าเขาจะมอบความมหัศจรรย์ให้กับบทธอริน โอเคนชีลด์ได้”  แจ็คสันกล่าว  “เราแทบจะรอไม่ไหวที่จะได้ร่วมผจญภัยกับธอริน และเรารู้สึกว่าโชคดีมากเพียงใด ที่ตัวละครที่เป็นที่รักในโลกมิดเดิลเอิร์ธตัวนี้ ตกอยู่ในมือของนักแสดงที่ดี”

41. กล้อง Red Epic
.

กล้อง Red Epic

แจ็คสันไม่ได้ล้อเล่นเมื่อเขาพูดว่า เขาจะใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในการถ่ายทำ The Hobbit เขาตัดสินใจใช้กล้อง Red Epic รุ่นใหม่ 30 ตัวในการถ่ายทำหนังในระบบ 3 มิติ

“มันเป็นเครื่องมือที่สุดยอดมาก”  แจ็คสันเล่า  “กล้องตัวนี้ไม่เพียงแค่เป็นเทคโนโลยีที่ล้ำยุคที่สุด มอบคุณภาพและความละเอียดที่สูงที่สุด แต่มันเป็นสุดยอดนวัตกรรมสำหรับนักสร้างหนังเลยทีเดียว”

42. ระบบ 3D
.

ระบบ 3D

เซอร์คิสเห็นด้วยกว่านี้ไม่ได้อีกแล้วเกี่ยวกับคุณภาพของกล้อง Red Epic

“มันไม่เหมือนกับสิ่งอื่นใดที่ผมเคยเห็นมาก่อน”  เขาพูด  “มันเป็นสิ่งที่แตกต่างจากสิ่งอื่นอย่างมาก น่าเหลือเชื่อ คุณจะรู้สึกเหมือนเข้าไปอยู่ในหนัง รอบล้อมด้วยบรรยากาศของตัวละคร รับรองว่าคนดูจะต้องไม่ผิดหวัง”

43. ทุนสร้างมโหฬาร
.

ทุนสร้างมโหฬาร

หลังจากปัญหาทางการเงินของเอ็มจีเอ็มสิ้นสุดลง วอร์เนอร์ก็ตกลงจะช่วยเหลือในส่วนของทุนสร้าง ซึ่งทุนสร้างของหนังทั้งหมดก็มโหฬารถึง 500 ล้านเหรียญ

ทุนสร้างที่สูงขนาดนั้นก็ทำให้วอร์เนอร์ลังเลได้เหมือนกัน เพราะเมื่อพิจารณาจากทุนสร้างของหนัง The Lord Of The Rings ทั้งสามภาคตกอยู่ที่ราว 280 ล้านเหรียญ เมื่อแบ่งรายเรื่องก็จะเรื่องละประมาณ 94 ล้านเหรียญ แต่ของ The Hobbit ดูจะใช้ทุนสร้างเยอะมาก แต่วอร์เนอร์ก็หวังว่าจะได้ผลตอบแทนที่มากกว่า ทั้งความยิ่งใหญ่ของหนัง และรายได้ที่จะตามมา

44. การป่วยไข้
.

การป่วยไข้

ด้วยกำหนดถ่ายทำที่วางเอาไว้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2011 ปีเตอร์ แจ็คสันก็เกิดป่วยกะทันหัน ด้วยอาการปวดท้องในช่วงปลายเดือนมกราคม และถึงกับเข้าโรงพยาบาลเวลลิงตัน เพื่อทำการผ่าตัดจากสาเหตุกระเพราะอาหารเป็นแผล

“การผ่าตัดของเซอร์ปีเตอร์ ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะมีผลกระทบต่อหน้าที่การกำกับหนัง The Hobbit ซึ่งในที่สุดก็ทำให้เกิดความล่าช้าเล็กน้อยในการเริ่มต้นการถ่ายทำ”  จากคำแถลงการณ์ของเจ้าหน้าที่

45. วันเริ่มการถ่ายทำครั้งใหม่
.

วันเริ่มการถ่ายทำครั้งใหม่

หลังจากที่แจ็คสันฟื้นคืนสู่สภาพปกติจากแผลผ่าตัด กองถ่ายหนังก็มีกำหนดเริ่มถ่ายทำในวันที่ 21 มีนาคม 2011  “ด้วยปัญหาความล่าช้าหลายประการ พวกเราได้กลับมากองถ่ายอีกครั้ง และรู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้เริ่มงานซักที”  แจ็คสันกล่าวในเวลานั้น

46. ชื่อหนัง
.

ชื่อหนัง

ในเดือนพฤษภาคมปี 2011 ชื่อหนังอย่างเป็นทางการของ The Hobbit 2 ภาคก็เปิดเผยออกมา ได้แก่ The Hobbit: An Unexpected Journey และ The Hobbit: There And Back Again

ชื่อแรก (An Unexpected Journey) นำมาจากชื่อบทแรกของฉบับหนังสือ ส่วนชื่อหลัง (There And Back Again) เป็นชื่อหนังสือ The Hobbit อีกชื่อที่โทลคีนคิดไว้ (ภายหลังหนังมีการแทรกเรื่องราวด้วยการเพิ่ม The Desolation of Smaug มาเป็นหนังภาค 2 แล้วค่อยจบด้วย There And Back Again)

47. บันทึกการสร้าง
.

บันทึกการสร้าง

ในระหว่างการดำเนินการสร้างหนัง The Hobbit ผู้กำกับปีเตอร์ แจ็คสันได้มีการเก็บบันทึกความคืบหน้าของโปรเจคด้วยวิดีโอ ซึ่งทำให้วิดีโอบันทึกการสร้างพวกนี้กลายเป็นเบื้องหลังการทำงาน ที่ผู้ชมสามารถหาดูได้จาก YouTube ลองดูตัวอย่างบางตอนจากวิดีโอข้างล่าง

.
48. ตัวอย่างหนัง

.

ตัวอย่างหนัง

ตัวอย่างหนังภาษาอังกฤษเวอร์ชั่นแรกของ The Hobbit: An Unexpected Journey ถูกปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2011 แต่ที่นำมาให้ดูข้างล่างนี้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดบรรยายไทย ลองไปดูกัน

.
49. หนังเวอร์ชั่นพิเศษ Extended Editions

.

หนังเวอร์ชั่นพิเศษ Extended Editions

ชอบ The Lord Of The Rings เวอร์ชั่นพิเศษใช่มั้ย?  เตรียมพร้อมได้เลยกับ The Hobbit เพราะแจ็คสันรับรองว่าจะนำ The Hobbit เวอร์ชั่นพิเศษ Extended Editions ออกมาให้แฟนๆได้ดูอย่างแน่นอน และที่ดีไปกว่านั้น คุณจะรู้สึกคุ้นเคยกับ The Lord Of The Rings อีกครั้ง เพราะคอลเลคชั่น DVD จะออกมาสวยงามไม่แพ้กัน

50. กำหนดการฉาย
.

กำหนดการฉาย

หนัง The Lord Of The Rings แต่ละภาคจะไล่กันออกฉายใกล้วันคริสมาสต์ของแต่ละปีต่อเนื่องกัน (ตั้งแต่ 2001 จนถึง 2003) ซึ่งเหล่าแฟนๆก็จะตั้งตารอภาคต่ออย่างใจจดใจจ่อ

แจ็คสันได้นำสูตรเดิมในการเปิดตัวในอเมริกามาใช้อีกครั้งกับ 2 เรื่องแรก ด้วยการปล่อย An Unexpected Journey ในวันที่ 14 ธันวาคม 2012 และ The Desolation of Smaug ในวันที่ 13 ธันวาคม 2013 ส่วน There And Back Again จะเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่กลางซัมเมอร์ ในวันที่ 18 กรกฎาคม 2014

.
รับรองว่าหนังภาคแรกที่จะเข้าฉายในไม่กี่วันต่อจากนี้อย่าง The Hobbit: An Unexpected Journey จะต้องสร้างความประทับใจให้กับแฟนๆได้อย่างแน่นอน เพราะโปรเจคทั้งสามได้รับการกลั่นกรองและมุมานะถ่ายทำกันอย่างสุดฝีมือ จะเห็นได้จากว่า แม้จะมีปัญหาต่างๆรุมเร้ามากมาย แต่ทีมงานก็ฝ่าฟันอุปสรรคนั้นมาได้อย่างสุดยอด นี่จะกลายเป็นหนึ่งในโปรเจคหวังเงินและรางวัลของวอร์เนอร์ในปีนี้ และถัดไปอีก 2 ปีอย่างไม่ต้องสงสัย…

ปรับปรุงข้อมูลและนำภาพประกอบมาจาก TotalFilm

About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s