Preview หนังตลอดปี 2011: หนังตลกออกโรงฮา

Posted: มีนาคม 22, 2011 in Preview หนังตลอดปี 2011
ป้ายกำกับ:, , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

ในปี 2010 ที่ผ่านมา หนังแนวตลกมีส่วนแบ่งรายได้ถึง 38 เปอร์เซ็นต์ในหนังตลก 5 อันดับแรกจากรายรับหนังทั่วโลกทั้งหมด โดยเปอร์เซ็นต์ที่เหลือเป็นหนังแนวอื่นๆ ซึ่งทำให้หนังแนวตลกก็ยังเป็นที่ต้องการในตลาด รวมถึงการที่ใช้เงินลงทุนไม่มากนัก ก็ทำให้สตูดิโอหลายเจ้าจึงทุ่มไปกับหนังตลกหลายเรื่องเหมือนกัน และก็เป็นเช่นนั้นในปี 2011 นี้ ซึ่งโปรแกรมยักษ์ของกองทัพหนังตลกนำทีมมาโดยหนังภาคต่อ 2 เรื่องดังอย่าง The Hangover Part II และ Alvin and the Chipmunks: Chipwrecked

ภาพจาก The Hangover Part II

ภาคแรกเจอเด็ก ภาคนี้เจอลิงกันบ้าง กับหนัง The Hangover Part II

 

The Hangover Part II มีกำหนดเปิดตัวฉายในอเมริกา 26 พฤษภาคม นับเป็นหนึ่งในหนังที่น่าจับตามองในการทำรายได้ให้เป็นที่น่าพอใจ ซึ่งหนังภาคแรก The Hangover เคยฮิตเซอร์ไพรส์มาแล้วในซัมเมอร์ปี 2009 ที่สามารถทำรายได้ไปสูงถึง 277.3 ล้านเหรียญ การกลับมาอีกครั้งกับภาคต่อ เรื่องราวจะไม่ได้เกิดขึ้นในลาสเวกัสดังเช่นในภาคแรก แต่จะมาสร้างความฮาในกรุงเทพฯ ประเทศไทยของเรา และทำให้เราฮาฮิฮิ..ไปกับสารพันปัญหาที่จะประดาประดังเข้ามาตลอดทั้งเรื่อง ด้วยการที่หนังภาคนี้ห่างจากภาคแรกถึง 2 ปี ทำให้สตูดิโอกลัวเล็กน้อยที่รายรับจะลดลงจากภาคแรกไปมาก ดังเช่นที่หนัง Sex and the City 2 ที่รายได้ลดลงฮวบจากภาคแรก สตูดิโอจึงวางกำหนดการฉายเปิดตัวในวันพุธที่ 26 พฤษภาคม เพื่อต้อนรับ Memorial Day ที่จะตรงกับวันจันทร์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคมของทุกปี ทำให้หนัง The Hangover Part II มีโอกาสเก็บรายรับเปิดตัวได้มากถึง 5 วัน ไล่ตั้งแต่ พุธ 25, พฤหัส 26, ศุกร์ 27, เสาร์ 28, อาทิตย์ 29 ปิดท้ายด้วยจันทร์ 30 โดยสตูดิโอหวังว่ารายรับตลอดโปรแกรมการฉายน่าจะมากกว่า 170 ล้านเหรียญขึ้นไปเป็นอย่างน้อย

หนังแนวตลกเรื่องแรกของปีที่เปิดตัวไปแล้วในเดือนมกราคมอย่าง The Dilemma ก็เป็นการเริ่มต้นได้อย่างน่าผิดหวัง ด้วยทุนสร้างที่มากถึง 70 ล้านเหรียญ หนังเรื่องนี้เก็บรายได้ (นับถึง 20 มีนาคม 2011) ไปแค่ 48.5 ล้านเหรียญเื่ท่านั้น และถ้านับรายได้นอกอเมริกาที่ได้ไป 18.2 ล้านเหรียญ รายได้รวมที่ทำไป 66.7 ล้านเหรียญนั้นก็ยังไม่ถึงทุนสร้างเลยด้วยซ้ำ ส่วนเรื่องที่เปิดตัวไล่หลังมาในเดือนกุมภาพันธ์อย่าง Hall Pass ก็พอถูๆไถๆ ไปได้นิดนึง ด้วยบทนำของโอเว่น วิลสัน (Owen Wilson) และเจสัน ซูเดคิส (Jason Sudeikis) ก็สร้างรายได้ให้กับหนังตลกเรื่องนี้ไป (นับถึง 20 มีนาคม 2011) 39.6 ล้านเหรียญ รวมรายรับนอกอเมริกาที่ทำไปแล้ว 14.4 ล้านเหรียญ รายรับรวมจึงอยู่ที่ 54 ล้านเหรียญ โดยหนังยังพอได้กำไร พิจารณาทุนสร้างที่เสียไปเพียง 36 ล้านเหรียญ สำหรับหนังตลกที่เปิดตัวในเดือนมีนาคมอย่าง Paul ที่ได้ดาราดังๆ อย่างไซม่อน เป็กก์ (Simon Pegg), นิก ฟรอสต์ (Nick Frost ), เจสัน เบตแมน (Jason Bateman), ซิกเกอร์นีย์ วีเวอร์ (Sigourney Weaver) และเซ็ธ โรเก้น (Seth Rogen) รายหลังสุดให้เสียงตัวเอเลี่ยนตามชื่อเรื่อง ซึ่งเรื่อง Paul เพิ่งเปิดตัวในอเมริกาในสัปดาห์ล่าสุด 18-20 มีนาคมนี้เอง และทำรายได้เปิดตัวไป 13 ล้านเหรียญ ได้รายได้เปิดตัวจากนอกอเมริกาไปอีก 25.8 ล้านเหรียญ รวมเป็น 38.8 ล้านเหรียญ ก็ถือว่าเรื่องนี้รอดตัวเจ๊งไป เพราะลงทุนไปเพียง 40 ล้านเหรียญ ซึ่งแค่ฉายสัปดาห์หน้าอีกซักสัปดาห์ก็เกินทุนไปแล้ว ส่วนหนังที่เปิดตัวไปตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมอย่าง Take Me Home Tonight ก็เปิดตัวไปด้วยรายได้อันน้อยนิดเพียง 3.5 ล้านเหรียญ แถมเปิดตัวนอกท็อปเท็นอีก รวมรายได้หนังจนถึงล่าสุด (นับถึง 20 มีนาคม 2011) ได้ไปน้อยมากๆ ที่ 6.7 ล้านเหรียญและคงจะออกจากโรงฉายในไม่ช้า

นักแสดง และคนเบื้องหลังในกองถ่าย Your Highness

หลังกองถ่าย Your Highness

สำหรับหนังตลกเดือนเมษายนนำมาด้วย Your Highness ได้ดาราดังอย่างเจมส์ ฟรังโก้ (James Franco), แดนนี่ แม็คไบรด์ (Danny McBride) และสาวออสการ์นำหญิงคนล่าสุดอย่างนาตาลี พอร์ตแมน (Natalie Portman) นำแสดง และจะดึงรายได้ไปมากเท่าไรเดือนหน้ารู้กัน ส่วนเรื่องที่เปิดตัวในเดือนเดียวกันอย่าง Arthur ก็เป็นอีกหนึ่งหนังรีเมกที่เอาของเก่ากลับมาสร้างใหม่ โดยจะดึงเอาแฟนเก่าๆ กลับมาดูได้หรือไม่ต้องตามดูกัน ส่วนหนังตลกอีกเรื่องที่ไม่รู้จะเปิดตัวในเดือนเมษายนหรือเปล่าอย่าง Born to Be a Star ได้มือเขียนบทอย่างดาราตลกขายดีอย่างอดัม แซนด์เลอร์ (Adam Sandler) และได้ดารานำอย่างคริสติน่า ริชชี่ (Christina Ricci), นิค สวอร์ดสัน (Nick Swardson) เป็นอาทิ

โปสเตอร์ Bridesmaid

Bridesmaid

ภาพจากภาพยนตร์ The Change-Up

เจสัน เบตแมนและไรอัน เรย์โนลด์ ในหนัง The Change-Up

หนังตลกเรื่องแรกของเทศกาลฉายซัมเมอร์ Bridesmaid เข้าฉาย 13 พฤษภาคม และเป็นครั้งแรกของหนังตลกจัดด์ อปาโทว (Judd Apatow) ผู้อำนวยการสร้างคนดัง ที่เนื้อเรื่องลงลึกในส่วนของตัวละครฝ่ายหญิง ตามมาด้วยหนังเดือนมิถุนายนนำมาด้วยหนังครูเลว Bad Teacher ที่ได้สาวปากบานคาเมรอน ดิอาซ (Cameron Diaz), เจสัน ซีเกล (Jason Segel) และนักร้องหัวหยอยจัสติน ทิมเบอร์เลค (Justin Timberlake) มาเรียกเสียงฮา สำหรับเดือนโปรแกรมแน่นเอี๊ยดอย่างเดือนกรกฎาคมจะมีหนัง Horrible Bosses เปิดฉาย 8 กรกฎาคม นำแสดงโดยเจนนิเฟอร์ อนิสตัน (Jennifer Aniston), เจสัน เบตแมน (Jason Bateman), ชาลี เดย์ (Charlie Day), เจสัน ซูเดคิส (Jason Sudeikis), โคลิน ฟาร์เรลล์ (Colin Farrell), เจมี่ ฟอกซ์ (Jamie Foxx) และอีกเพียบ ส่วนในเดือนสิงหาคมได้หนังอย่าง The Change-Up มากระตุกต่อมขำ 5 สิงหาคม นำแสดงโดยพ่อหนุ่มไรอัน เรย์โนลด์ (Ryan Reynolds) และเจสัน เบตแมน (Jason Bateman)

ภาพจากภาพยนตร์ Horrible Bosses

ชาร์ลี เดย์, เจสัน ซูเดคิส และเจสัน เบตแมน ในหนัง Horrible Bosses

ภาพจากหนัง Wanderlust

พอล รัดด์ และเจนนิเฟอร์ อนิสตัน ในหนัง Wanderlust

เมื่อมีหนังตลกหญิงไปแล้ว ขอเปิดตัวหนังตลกหนุ่ม-สาวกันบ้าง สำหรับผู้อำนวยการสร้างจัดด์ อปาโทวกับเรื่อง Wanderlust นำแสดงโดยพอล รัดด์ (Paul Rudd) และเจนนิเฟอร์ อนิสตัน (Jennifer Aniston) เรื่องนี้มีกำหนดเข้าฉาย 7 ตุลาคม สัปดาห์หลังจากนั้นในวันที่ 14 ตุลาคมก็มีหนังตลกแจ็ก แบล็ก (Jack Black), โอเว่น วิลสัน (Owen Wilson) และสตีฟ มาร์ติน (Steve Martin) เรื่อง The Big Year เข้าฉาย จากเครดิตหนังเรื่องก่อนๆ ของผู้กำกับเดวิด แฟรงเคล (David Frankel) อย่าง The Devil Wears Prada และ Marley & Me ที่ฮิตเซอร์ไพรส์มาแล้ว ดังนั้นเรื่องล่าสุดอย่าง The Big Year ก็ไม่น่าพลาดเหมือนกัน ในเดือนพฤศจิกายนมีหนังอย่าง Jack and Jill (ชื่อคุ้นๆ แฮะ) เข้าฉายในวันที่ 11 เป็นอีกหนึ่งหนังที่เขียนบทโดยอดัม แซนด์เลอร์ (Adam Sandler) และเจ้าตัวยังแสดงนำอีกด้วย สำหรับในวันที่ 23 พฤศจิกายน มีหนังลึกลับเรื่องนึงเข้าฉาย เรื่องนั้นชื่อว่า Project X ซึ่งยังไม่มีข้อมูลใดๆ เปิดเผยมา และดาราที่เล่นก็ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักเท่าไร แต่น่าสนใจตรงที่เรื่องนี้เป็นหนังที่อำนวยการสร้างโดยทอดด์ ฟิลลิปส์ (Todd Phillips) ผู้กำกับ The Hangover และ The Hangover Part II

Hop

โปสเตอร์ภาพยนตร์เรื่อง Hop

ในส่วนของหนังตลกที่ดูได้ทั้งครอบครัว ก็มีอย่างเรื่อง Diary of a Wimpy Kid 2: Rodrick Rules ที่จะเปิดตัวสัปดาห์หน้า (25 มีนาคม) แล้ว ภาคแรกทำรายได้รวมไปประมาณ 64 ล้านเหรียญภาคต่อจะได้เท่าไรตามดูกัน อีกเรื่องที่เปิดตัวไล่หลัง 1 สัปดาห์ในวันที่ 1 เมษายน เป็นทางด้านของหนังน่ารักๆ อย่าง Hop จากผู้ที่เคยสร้างหนังการ์ตูนน่ารักๆ อย่าง Despicable Me มาแล้ว โดยเรื่องนี้เป็นเพียง 1 ใน 3 หนังที่มีตัวละครหลักเป็นสัตว์ในปี 2011 นี้ อีก 2 เรื่องที่เหลือคือ Zookeeper เข้าฉาย 8 กรกฎาคมชนกับ Horrible Bosses และเรื่องสุดท้ายหนังภาคต่อเรื่องดัง Alvin and the Chipmunks: Chipwrecked มีกำหนดฉาย 16 ธันวาคม ด้วยฐานแฟนคลับที่มากมายของแอลวิน รายได้ที่หนังทำได้คงเป็นที่น่าพอใจแน่ พิจารณาว่าหนังภาคก่อน 2 ภาคทำรายได้ดีทั้งคู่ โดย Alvin and the Chipmunks ภาคแรกในปี 2007 ทำรายได้ในอเมริกาไป 217.3 ล้านเหรียญ ส่วนภาคสองในปี 2009 อย่าง Alvin and the Chipmunks: The Squeakquel ทำได้มากกว่าภาคแรกเล็กน้อยที่ 219.6 ล้านเหรียญ มาดูกันว่าภาคสามจะทำไปได้เท่าไร

หนังตลกน่ารักที่เรื่องราวเกี่ยวข้องกับสัตว์ (เว้นแต่พูดไม่ได้) ในปีนี้ก็มี นำมาก่อนก็คือเรื่อง Mr. Popper’s Penguins เข้าฉาย 17 มิถุนายน ได้ดาราดังอย่างจิม แคร์รีย์ (Jim Carrey) แสดงนำ ส่วนอีกเรื่องคือ We Bought a Zoo ที่แม้จะเน้นดราม่าด้วยแต่ก็ขายฮาเช่นกัน เข้าฉายสัปดาห์ต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส 23 ธันวาคม นอกจากนี้ยังมีหนังที่ตัวละครหลักน่ารักๆ เข้าฉายด้วยเช่นกัน ได้แก่ The Smurfs มีกำหนดน่ารัก 3 สิงหาคม อีกเรื่องก็คือ The Muppets ข้าฉาย 23 พฤศจิกายน

ภาพจากเรื่อง Mr. Popper's Penguins

จิม แคร์รี่ย์ ในหนัง Mr. Popper's Penguins

สำหรับหนังโรแมนติก-คอมเมดี้มากันกองทัพใหญ่ทีเดียว นำมาโดยเรื่องที่เปิดตัวไปแล้วอย่าง No Strings Attached ถึงตอนนี้ก็ฮิตไปแล้ว โดยทำรายได้ไปแล้ว (นับถึง 20 มีนาคม 2011) 70.3 ล้านเหรียญ รายได้นอกอเมริกาอีก 53.5 ล้านเหรียญ รวมทั่วโลกทำไป 123.8 ล้านเหรียญ กำไรบานเลยทีเดียวเพราะลงทุนไปแค่ 25 ล้านเหรียญเท่านั้น ทางด้าน Just Go With It ถึงตอนนี้กลายเป็นหนังปี 2011 ทำรายได้รวมในอเมริกามากที่สุดอยู่ขณะนี้ (นับถึง 20 มีนาคม 2011) ทำไปแล้วในอเมริกา 98 ล้านเหรียญ นอกอเมริกาอีก 46 ล้านเหรียญ รวมทั่วโลก 144 ล้านเหรียญ และอยู่ในอันดับ 4 ของปี 2011 ที่ทำรายได้รวมทั่วโลกได้มากที่สุด

โปสเตอร์ Something Borrowed

โปสเตอร์ Something Borrowed

เรื่องที่แนวโรแมนติก-คอมเมดี้เหมือนกันและจะเปิดตัวตามมา ประกอบไปด้วยเรื่อง Friends with Benefits นำแสดงโดยจัสติน ทิมเบอร์เลค (Justin Timberlake), มิล่า คูนิส (Mila Kunis) ดาราสาวที่แสดงประกบนาตาลี พอร์ตแมนในหนัง Black Swan, เอมม่า สโตน (Emma Stone) และวู้ดดี้ ฮาร์เรลสัน (Woody Harrelson) เรื่องต่อมาคือ Something Borrowed มีกำหนดเปิดตัวชน Thor ในวันที่ 6 พฤษภาคม ต่อมาเป็นหนังของทอม แฮงค์ (Tom Hanks) ประกบจูเลีย โรเบิร์ต (Julia Roberts) เรื่อง Larry Crowne เข้าฉายชนโครมใหญ่กับอีกหลายโปรแกรม ไม่ว่าจะเป็นหนังแนวเดียวกันอย่าง Monte Carlo และหนังภาคต่อสงครามหุ่นยนตร์เรื่องดัง Transformers: Dark of the Moon ทั้งสามเรื่องชนกัน 1 กรกฎาคม ต้อนรับวันชาติอเมริกา 4 กรกฎาคม อีกเรื่องที่เข้าฉายในเดือนที่โปรแกรมแน่นมากที่สุดอย่างกรกฎาคม ก็คือเรื่อง Crazy, Stupid, Love. นำฮาโดยสตีฟ คาร์เรล (Steve Carell) เข้าฉาย 29 กรกฎาคม ในเดือนกันยายนก็ยังมีเรื่อง What’s Your Number? ประกบบทโดยแอนนา ฟาริส (Anna Faris) และคริส อีวานส์ (Chris Evans) ยังไม่หมดแค่นั้น ผู้กำกับแกรี่ มาร์แชล (Garry Marshall) ยังขนกองทัพนักแสดงมาชุดใหญ่ในหนังเรื่อง New Year’s Eve ในวันที่ 9 ธันวาคม ตามหนังรักรวมดาวเรื่องเดิมของผู้กำกับคนนี้่อย่าง Valentine’s Day และปิดท้ายกันที่หนังรักวัยรุ่นอย่าง Prom ที่ขายความใสของวัยรุ่น โดยมีกำหนดเข้าฉาย 29 เมษายน

ภาพจากหนัง 30 Minutes or Less

เจสซี่ ไอเซนเบิร์ก และเอซิส อันซารี่ ในหนัง 30 Minutes or Less

ภาพจากหนัง Johnny English Reborn

โรแวน แอตคินสัน ในหนัง Johnny English Reborn

สำหรับหนังแนวแอ๊กชั่น-คอมเมดี้ปีนี้มามีด้วยกันเพียบ โดยเรื่องที่เปิดตัวไปก่อนหน้าอย่าง Big Mommas: Like Father, Like Son ได้รายได้ในอเมริกาไป (นับถึง 20 มีนาคม 2011) 36.4 ล้านเหรียญ นอกอเมริกาอีก 28.6 ล้านเหรียญ รวมทั่วโลก 65 ล้านเหรียญ กำไรเหนาะๆ ส่วนเรื่องที่จะมาก็ไล่มาตั้งแต่ หนังสำหรับผู้ชมแอฟริกัน-อเมริกันอย่าง Tyler Perry’s Madea’s Big Happy Family เข้าฉาย 22 เมษายน ตามมาด้วย Jumping the Broom รับซัมเมอร์ 6 พฤษภาคมชนกับอีก 2 โปรแกรมคือ Something Borrowed และ Thor ต่อมาเป็นทางด้านของหนังเรื่อง The Sitter จากที่เคยทำหน้าที่เป็นโปรแกรมทางเลือกในสัปดาห์เปิดตัวชนหนังฟอร์มยักษ์ปิดตำนานพ่อมด Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2 ในวันที่ 15 กรกฎาคม ก็กลัวรายได้หดเลยเลื่อนมาเปิดตัว 5 สิงหาคมแทน เรื่องต่อมาเป็นหนังของผู้กำกับ Zombieland ที่จับเจสซี่ ไิอเซนเบิร์ก (Jesse Eisenberg) มาเล่นอีกครั้งกับหนังฮาปล้นธนาคารภายใน 30 นาทีห้ามเกิน นั่นคือเรื่อง 30 Minutes or Less เรื่องนี้มีเบน สติลเลอร์ (ฺำืBen Stiller) อำนวยการสร้างด้วย ทางด้านของโรแวน แอตคินสัน (Rowan Atkinson) หรือรู้จักกันในนามมิสเตอร์บีน ก็กลับมาอีกครั้งกับ Johnny English Reborn ในวันที่ 16 กันยายน ปิดท้ายกันด้วยเรื่อง Tower Heist ของผู้กำกับเบรท แรทเนอร์ (Brett Ratner) ที่เคยกำกับหนัง Rush Hour ทั้ง 3 ภาคและหนังยอดมนุษย์ X-Men: The Last Stand มาก่อน เรื่องนี้นำทีมฮาโดยเบน สติลเลอร์ (Ben Stiller), เอดดี้ เมอร์ฟี่ย์ (Eddie Murphy), เคซี่ อัฟเฟล็ก (Casey Affleck) และแมธธิว บร็อดเดอร์ริค (Matthew Broderick)

ช่วงนี้ถ้าใครเครียดๆ กันอยู่ ลองเข้าโรงหนังหาหนังตลกดีซักเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นตลกทั่วไป หรือมีโรแมนติก หรือแอ๊กชั่นผสมด้วย ก็คงสร้างรอยยิ้มให้คุณไม่มากก็น้อย ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการชมหนังตลกในปี 2011 ละกันครับ


บทความในซีรีย์เดียวกัน

About these ads
ข้อคิดเห็น
  1. nonnoi พูดว่า:

    ชอบ hangover ภาคแรก
    สนุกดี

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s