ความเห็นหลังชม >> BEASTLY << โฉมงามกับเจ้าชายอสูร กลับมาอีกครั้งในแบบคนแสดง

Posted: มีนาคม 18, 2011 in ความเห็นหลังชม @ Cinema, หนังโรแมนติก
ป้ายกำกับ:, , , , , , , ,

เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ…

หลายคนคงเคยได้ดูภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องดังปี 1991 อย่าง Beauty and the Beast ที่ทำรายได้ปิดการฉายไป 145.9 ล้านเหรียญ และได้ถูกนำมาฉายซ้ำในปี 2002 ได้รายได้ไปเพิ่มอีก 25.5 ล้านเหรียญ ทำให้รายได้รวมทั้งหมดในอเมริกาอยู่ที่ 171.4 ล้านเหรียญ รายได้นอกอเมริกา 206 ล้านเหรียญ รวมรายได้ทั่วโลกทำไปทั้งสิ้น 377.4 ล้านเหรียญ จะเห็นได้ว่าประสบความสำเร็จทางด้านรายได้อย่างงดงาม ส่วนทางด้านรางวัลก็ไม่น้อยหน้า เข้าชิง 6 รางวัลออสการ์ และคว้ามาได้ 2 รางวัล คือสาขาดนตรีประกอบ และเพลงประกอบที่ใช้ชื่อเดียวกับชื่อเรื่อง ส่วนรางวัลที่พลาดไป 2 รางวัลแรกอยู่ในสาขาเดียวกับที่ได้รางวัลไป นั่นคือสาขาเพลงประกอบ โดย 2 เพลงที่พลาดได้แก่ เพลง “Belle” และเพลง “Be Our Guest” อีก 2 รางวัลที่เหลือคือ บันทึกเสียงยอดเยี่ยมกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จะเห็นได้ว่าต้นฉบับประสบความสำเร็จสูงในทุกๆ ทางทั้งที่ลงทุนไปเพียงแค่ 25 ล้านเหรียญเท่านั้น

จากตำนานความรักระหว่างเจ้าหญิงแสนสวยกับเจ้าชายรูปงามที่โดนสาปให้มีรูปลักษณ์ดั่งอสูร กลับมาพบกับผู้ชมอีกครั้งในเวอร์ชั่นคนแสดง โดยบทโฉมงามนำแสดงโดยดาราสาววัยรุ่นที่โด่งดังจากหนังเพลงอย่าง High School Musical เธอคือ Vanessa Hudgens ส่วนบทเจ้าชายอสูรนำแสดงโดย Alex Pettyfer ที่เราเพิ่งพบเขามาหมาดๆ ใน I Am Number Four ประกบไปด้วยบทสมทบอีกหลายคน ไม่ว่าจะเป็น Mary-Kate Olsen ที่เล่นเป็นแม่มดสาวที่สาปพระเอกของเราให้กลายร่างเป็นชายอัปลักษณ์, Peter Krause พ่อของพระเอกที่หลงตัวเองสุดๆ เหมือนกัน, Neil Patrick Harris กับบทครูตาบอดที่อาศัยอยู่ในบ้านพระเอก หรือ Lisa Gay Hamilton ที่เล่นเป็นคนใช้ในบ้านพระเอก และนักแสดงอีกหลายคน

Beastly

โปสเตอร์ Beastly

เนื้อเรื่อง

ไคล์ (Kyle: Alex Pettyfer) นักเรียนหนุ่มรูปหล่อ พ่อรวย ที่หลงตัวเองสุดๆ ใช้ชีวิตอยู่กับการยึดติดกับรูปลักษณ์ภายนอก และคิดอย่างเดียวว่า คนหน้าตาดีเท่านั้นที่จะมีชื่อเสียงในสังคม ยามที่เขาแข่งขันเพื่อชนะในการเป็นประธานสิ่งแวดล้อมของโรงเรียน เขาก็ถือคตินี้ในการหาเสียง ซึ่งก็สร้างความไม่ชอบใจให้กับสาวแม่มดผู้อัปลักษณ์อย่างเคนดร้า (Kendra: Mary-Kate Olsen) ที่มักจะโดนไคล์ว่าในความอัปลักษณ์ของตัวเอง และไคล์ก็ชอบที่จะประจานเคนดร้าต่อหน้าเพื่อนๆ ในโรงเรียนอยู่บ่อยๆ

Mary-Kate Olsen กับบท Kendra

Mary-Kate Olsen ตัวจริง (ซ้าย) กับในบทเคนดร้า (ขวา)

วันหนึ่งไคล์แกล้งให้เคนดร้าไปพบกับเขาที่ผับ โดยออกอุบายว่าจะขอโทษในสิ่งที่เคยทำต่อเคนดร้า เมื่อไคล์ไปที่ผับ เขาได้เจอกับลินดี้  (Lindy: Vanessa Hudgens) สาวนักเสิร์ฟซึ่งเรียนที่เดียวกับเขา ที่ทำงานเก็บเงินเพราะอยากจะไปเที่ยวมาชูปิกชู เมื่อทั้งสองคนพบครั้งแรกก็รู้สึกดีๆ ให้กันอย่างบอกไม่ถูก จนเคนดร้ามาที่ผับและโดนไคล์ประจานต่อหน้าคนในผับ เคนดร้าแค้นใจจึงสาปไคล์ให้รูปลักษณ์กลายเป็นชายอัปลักษณ์ โดยมีข้อแม้ในการถอนคำสาปว่า ต้องมีหญิงสาวมาบอกรักเขาภายใน 1 ปี โดยสังเกตุได้จากลายดอกไม้ที่แขน หากดอกไม้บานจนครบทุกดอกเมื่อใด แสดงว่าเวลาในการถอนคำสาปได้หมดลง

จากที่ไคล์เคยหลงยึดติดในรูปลักษณ์ของตัวเอง เมื่อกลายเป็นคนน่าเกลียดเสียเอง ทำให้เขาหมกตัวอยู่แต่ในบ้าน พร้อมกับเปลี่ยนชื่อจากไคล์เป็นฮันเตอร์ (Hunter) จนร็อบ (Rob: Peter Krause) พ่อของเขาต้องหาที่อยู่ให้ใหม่ โดยมีโซล่า (Zola: Lisa Gay Hamilton) คนใช้ที่ตามมาอยู่ด้วยคอยดูแล แต่ร็อบก็ไม่มาอยู่ด้วยกับเขา เพราะเป็นคนหลงในชื่อเสียงลาภยศ จนเห็นงานดีกว่าสิ่งอื่น แต่ก็ได้ว่าจ้างให้ครูวิล (Will: Neil Patrick Harris) ซึ่งพิการตาบอด มาคอยดูแลลูกที่บ้าน

การอยู่ด้วยกันเพียงแค่ 3 คนในบ้าน ทำให้ฮันเตอร์เริ่มเบื่อ และนึกถึงสิ่งที่เคนดร้าเคยบอกไว้ในการถอนคำสาป เขาเลยออกไปนอกบ้านและได้พบกับลินดี้อีกครั้ง และทำให้เขาเริ่มชอบเธอขึ้นมา จนวันหนึ่งที่พ่อของลินดี้ฆ่าคนตาย ฮันเตอร์จึงวางแผนกับพ่อเธอให้เธอย้ายมาอยู่บ้านเดียวกันกับเขา โดยบอกเหตุผลไปว่าเพื่อความปลอดภัยของเธอเอง

ลินดี้มาอยู่บ้านเดียวกับฮันเตอร์ โดยไม่รู้ว่าฮันเตอร์คือใคร หน้าตาเป็นยังไง จนวันหนึ่งฮันเตอร์ก็เปิดเผยหน้าตาตัวเอง โดยที่ลินดี้ไม่มีที่ท่าว่าจะรังเกียจเลยแม้แต่น้อย ทำให้เขาเริ่มมีกำลังใจ และพยายามทำดีเพื่อให้เธอบอกรักเขา ความสัมพันธ์ของทั้งสองเริ่มแน่นแฟ้นขึ้นตามลำดับ ฮันเตอร์พาลินดี้ไปพักผ่อนที่บ้านพักตากอากาศ และต่อมาพ่อของลินดี้เกิดเหตุต้องเข้าโรงพยาบาล ทำ้ให้ทั้งสองต้องพลัดพรากกัน ซึ่งทำให้ฮันเตอร์เริ่มท้อใจ เพราะเวลาในการถอนคำสาปเริ่มหมดลงแล้ว

หลังจากที่พ่อของลินดี้ปลอดภัย เธอพยายามติดต่อกลับมาหาเขา แต่เขาก็ไม่รับสายเธอเลย จนถึงเวลาที่ลินดี้ต้องไปเที่ยวมาชูปิกชูตามที่ไฝ่ฝันไว้ ฮันเตอร์ยอมออกจากบ้านเปิดเผยตัวตนอันอัปลักษณ์ ไปหาลินดี้ที่โรงเรียนและบอกรักเธอ และก็พร้อมให้เธอจากไป ลินดี้เดินจากเขาไปหลังจากที่ได้ร่ำลากัน วินาทีนั้นฮันเตอร์เริ่มหมดหวังแล้ว พลางมองดอกกุหลาบดอกสุดท้ายที่กำลังบานในแขนของเขา เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเวลาในการถอนคำสาปกำลัีงหมดลง ลินดี้หันหลังกลับมาหาเขา ยิ้มให้เขาและบอกคำว่า “I love you” นั่นเป็นสิ่งที่ฮันเตอร์อยากได้ยินมานาน เขาดีใจและเดินออกนอกโรงเรียนไป พร้อมด้วยร่างกายที่เปลี่ยนกลับกลายเป็นไคล์คนเดิม

ลินดี้ตัดสินใจหันหลังกลับมาหาฮันเตอร์ เมื่อเธอออกประตูมาเห็นแต่ไคล์เธอจึงโทรศัพท์เข้าเบอร์ของฮันเตอร์ เสียงโทรศัพท์ดัีงขึ้นในตัวไคล์ ไคล์จึงบอกความจริงว่าที่จริงแล้วเขากับฮันเตอร์คือคนคนเดียวกัน ทั้งสองจึงโอบกอดกัน สบตากัน จูบกัน ด้วยความรักที่ทั้งสองรอคอยมานานแสนนาน

จุดเด่นและจุดด้อยของหนัง Beaslty

ก่อนมาดูหนังเรื่องนี้ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เพราะต้นฉบับนั้นคลาสสิคไปแล้ว อีกอย่างเห็นเรตในเว็บมะเขือเน่าดิ่งวูบตั้งแต่เปิดตัว จนมาถึงล่าสุด (20 มีนาคม 2554) ได้ไปเพียวๆ 20% เท่านั้น ซึ่งเมื่อได้ไปดูก็คิดว่ามันก็เป็นอย่างที่มะเขือเน่าฟันทิ้งนั่นแหละ มาดูกันดีกว่าว่าทำไมหนังถึงได้ไปแค่นั้น

จุดด้อยที่พบเห็นได้เลยทันที

  • การดำเนินเรื่องตอนต้นเรื่องปูพื้นได้น้อยมาก“รังสีความโกรธที่จับต้องไม่ได้” ของเคนดร้าไม่เพียงพอที่ทำให้ต้องไปสาปพระเอก ดูอ่อนด๋อยจริงๆ มีเพียงฉากสองฉากที่ยุเคนดร้าให้เกิดการสาป
  • ความสัมพันธ์ของพระเอก-นางเอกดูฉาบฉวยเกินไป ทำให้ “โรแมนติกหลบใน” นิดหน่อย ดูไม่ค่อยลุ้นเลยว่ามันจะรักกันแล้วหวานซึ้งเพียงใด เพราะมันไม่หวานเลย
  • ความห้วนของบท ไม่มีการทำให้ลุ้น จะโดนสาปก็เร็วเหลือเกิน จะเลิกโดนสาปก็เร็วอีก นางเอก-พระเอกโกรธกันก็เข้าใจกันได้เร็วไปอีก เลยดูไม่อิ่มเท่าไร
Neil Patrick Harris ในภาพยนตร์ Beastly

Neil Patrick Harris ในบทครูตาบอดจอมขโมยซีน

จุดเด่นที่พบเห็นได้เลยเหมือนกัน

  • ฉากหลายฉากที่ครูตาบอดออก ฆ่าตัวแสดงคนอื่นๆ ให้ตายไปได้ในพริบตา ขโมยซีนทุกฉากทุกตอน เป็นตัวละครที่เรียกความน่ารักให้เนื้อเรื่องได้กว่าพระเอก-นางเอกเสียอีก
  • พระเอกดูดีกว่ามากตอนที่ไม่มีผม และลายแผลเป็นที่อยู่บนใบหน้าก็ทำได้สวย ดูสยองปนศิลป์
Alex Pettyfer

พระเอกถ้าทำผมทรงนี้ไปเล่นหนังดูดีกว่าผมยุ่งเดิมๆอีก

จุดเด่น-จุดด้อยมีมากกว่านี้ แต่ผมคิดได้เท่านี้เพราะนึกไม่ออก ลองไปดูกัน แม้บทมันจะไม่ดีเท่าไร แต่ก็อมยิ้มตลอดทั้งเรื่องเหมือนกัน

ข้อคิดของหนัง Beastly

ก็ด้วยการที่พระเอกเป็นคนหลงตัวเอง เห็นแต่รูปลักษณ์ชื่อเสียงเงินทอง ทำให้โดนลงโทษ ซึ่งท้ายเรื่องก็มีฉากจบที่เคนดร้าจะไปลงโทษพ่อของไคล์อีก ในฐานะคนที่ชอบดูถูกคนที่ต่ำต้อยกว่า ขอมอบบทกลอนนี้ไว้เพราะเข้ากับข้อคิดเรื่องนี้ดี “การคบกันผูกพันรักสมัครจิต  ล้วนมีสิทธิ์พบมิตรลิขิตฝัน  ใช่หน้าตาร่างกายที่มองกัน  จิตใจนั้นนั่นแหละถ้วนที่ควรมอง”

ความคิดเห็นที่มีต่อหนัง Beastly

เป็นการกลับมาของเนื้อเรื่องในแบบฉบับโฉมงามกับเจ้าชายอสูรที่ดูซอฟท์ลงไปเยอะ และก็มีเรื่องให้ลุ้นน้อยมากตลอด 86 นาทีในการดูหนัง และถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น แต่ด้วยความที่ยังมีกลิ่นอายเดิมๆ ของโครงเรื่องเก่า ก็ทำให้ดูไปอมยิ้มไปได้ไม่น้อยเหมือนกัน แต่ก็เดาเรื่องได้ตลอดน่ะแหละ เรื่องนี้ก็ไม่มีฉากอะไรให้หวือหวาเท่าไร ถ้าง่วงนอนเข้าไปดูมีโอกาสหลับได้ ดังนั้นซัดกาแฟเข้าไป หรือไปดูกับแฟนเพื่อให้แฟนนัวเนียคุณจนคุณต้องดูให้จบ ถ้าไปดูคนเดียวก็หาที่นั่งให้ใกล้ๆกับคนเท้าเหม็นคุณจะได้ไม่หลับ ที่กล่าวมาทั้งหมดนี่ผมล้อเล่น..หุหุ

เรื่องนี้ผมให้เกรด C-
★★1/2
คะแนน 5.7 เต็ม 10

.

ตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง Beastly


About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s